ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 309 กราบอาจารย์ / ตอนที่ 310 กรณีพิเศษ
ตอนที่ 309 กราบอาจารย์ / ตอนที่ 310 กรณีพิเศษ
ตอนที่ 309 กราบอาจารย์
หลังจากที่ซย่าหย่าอวิ๋นสั่งเรียบร้อยแล้ว สาวใช้นางหนึ่งก็ออกไปจัดการตามนั้น
สาวใช้อีกนางก็เอ่ยปากโน้มน้าวนาง “คุณหนู พวกเราให้อาหารพวกเขาแบบนี้จะไม่ค่อยดีหรือเปล่า ไม่สู้ ไม่สู้ท่านหางานให้พวกเขาทำดีกว่า ให้พวกเขาหาเงินได้เอง เช่นนั้นแล้วก็จะประหยัดเงินถั่วเงินของท่านได้บ้าง และยังทำให้พวกเขาสำนึกถึงบุญคุณของท่านได้อยู่เสมอด้วยนะเจ้าคะ”
ซย่าหย่าอวิ๋นได้ฟังก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
“หากอย่างนั้นจะให้จ้างพวกเขาไปงานที่บ้านของพวกเราหรือ เราไม่ต้องการคนมากขนาดนั้น อีกอย่างเจ้าก็เห็นนี่ว่ามีเด็กอายุหกเจ็ดอยู่ด้วย พวกเขาจะทำอะไรเล่า” ซย่าหย่าอวิ๋นขมวดคิ้วพลางเอ่ยด้วยความรังเกียจ
คนพวกนี้เงอะงะและไม่ได้รับการฝึกฝนมาก่อน พวกเขาจะทำงานที่ละเอียดอ่อนเช่นนั้นได้อย่างไร
“คุณหนูอย่าได้พาคนพวกนี้กลับบ้านจะดีกว่า ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นวัยรุ่น มันจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของท่าน ข้าว่าท่านสามารถแนะนำให้พวกเขาไปเป็นเด็กฝึกงานในร้านค้าต่างๆ ในเมืองได้นะเจ้าคะ ใช่แล้ว เป็นเด็กฝึกงานดีกว่า ฝีมือนั้นสำคัญกว่าเงินอีก!” สาวใช้เอ่ย
ซย่าหย่าอวิ๋นเองก็รู้สึกว่าเป็นความคิดที่ไม่เลว
หาพวกช่างไม้ ช่างตีเหล็ก หรือหมอ ให้ของขวัญพวกเขาสักหน่อย แล้วขอให้พวกเขารับเด็กฝึกงานก็คงจะไม่ปฏิเสธนางหรอก
นางใช้ถั่วเงินไปมากกว่าสามพันเมล็ดเพื่อทำกุศลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการใช้จ่ายที่มากเกินไปแล้ว
นางต้องเปลี่ยนวิธีเสียแล้ว
ในเมื่อตอนนี้ซย่าหย่าอวิ๋นคิดหาวิธีได้ นางย่อมต้องการถ่ายทอดข่าวดีนี้ออกไป
นางให้บ่าวรับใช้ลงไปประกาศเรื่องนี้
ต้องบอกว่ามันได้ผลดีจริงๆ
หลายคนดูมีความสุข
เพียงแต่ว่าถึงแม้ในหมู่วัยรุ่นเหล่านี้จะมีบางคนที่มีความเคารพในตนเองสูง แต่ก็มีบางคนที่โลภมากไม่รู้จะพอเช่นกัน
เดิมทีพวกเขารู้สึกว่าที่แม่นางซย่าผู้นี้ดีต่อพวกเขานั้นมีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่เมื่อได้ยินได้ฟังคำเหล่านี้ พวกเขาก็มองไปยังชั้นบนทันทีก่อนจะเอ่ยถามหยั่งเชิง “พวกเราจะเป็นเด็กฝึกงานได้จริงหรือ แม่นางซย่าอาหารที่ร้านนี้อร่อยดีจริงๆ ถ้าหากข้าได้กินแบบนี้ทุกวันก็คงดี ท่านจะช่วยจัดการฝากฝังให้ข้าเป็นศิษย์ของพ่อครัวได้หรือไม่”
ซย่าหย่าอวิ๋นหน้านิ่วคิ้วขมวดทันทีก่อนจะหันไปมองผู้ดูแลร้าน
สีหน้าของผู้ดูแลร้านเปลี่ยนไปอย่างมาก “แม่นางซย่า พ่อครัวของเราได้รับการว่าจ้างด้วยเงินจำนวนมาก และทักษะของเขาจะถ่ายทอดให้ลูกหลานเท่านั้น ไม่ถ่ายทอดให้คนนอก!”
หากพ่อครัวเต็มใจที่จะสอนคนนอกจริงๆ เขาก็คงให้ลูกหลานของตนเองไปติดตามเรียนรู้แล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงคนอื่นหรอก?!
ซย่าหย่าอวิ๋นขมวดคิ้ว “ก็แค่อาหารไม่กี่จาน เหตุใดถึงเรียนไม่ได้เล่า หากทุกคนเก็บงำทักษะของตนไว้ไม่ยอมถ่ายทอดให้คนนอก เช่นนั้นแล้วอาหารอร่อยบางอย่างก็อาจจะไม่ได้รับการถ่ายทอดและสูญหายไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ”
พวกพ่อครัวที่อยู่ในบ้านของนางต่างก็ต้องเรียนรู้ทักษะต่างๆ ไปทั่วเหมือนกันนี่?
ผู้ดูแลร้านสีหน้าอมทุกข์ “ไม่ได้จริงๆ…”
การถ่ายทอดทักษะเช่นนี้เป็นเรื่องที่พิถีพิถันจุกจิกมากจริงๆ
กรณีที่มีการถ่ายทอดทักษะให้คนนอกก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นเพราะพ่อครัวใหญ่ไม่มีทายาทรุ่นหลังมาสืบทอดแล้ว หรือไม่ก็เห็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติและพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมจนสามารถส่งต่อสูตรของตัวเองให้โด่งดังต่อไปได้ พวกเขาจึงจะรับเป็นศิษย์
จะให้รับศิษย์ลวกๆ ได้อย่างไร!
“เจ้าให้พ่อครัวออกมาหน่อย ข้าจะพูดกับเขาเอง” ซย่าหย่าอวิ๋นเอ่ยตรงไปตรงมา
ผู้ดูแลร้านยิ้มไม่ออกแล้วในเวลานี้
แต่เขาจะไม่ให้เกียรตินางก็ไม่ได้อีกจึงได้แต่ให้เสี่ยวเอ้อร์ไปตามคนมา
เสี่ยวเอ้อร์บอกเรื่องนี้กับพ่อครัวก่อน และเมื่อพ่อครัวได้ยินก็โกรธมากเช่นกัน
“หากเจ้าแสดงความโกรธออกมาในที่ส่วนตัวก็ไม่เป็นไร แต่อย่าได้ทำแบบนี้ต่อหน้าแม่นางซย่า ข้าได้ยินมาว่าแม่นางซย่ามีเดิมพันกับคนอื่น จึงต้องทำให้วัยรุ่นห้าสิบคนนี้รู้สึกซาบซึ้งขอบคุณนาง ข้าดูๆ แล้วเด็กพวกนี้ไม่ได้มีพื้นเพอะไร อย่างมากเจ้าก็กัดฟันยอมๆ ไป เด็กฝึกงานนี่นะ เจ้าก็จะต้องสอนทักษะพื้นฐานบางอย่างอยู่แล้ว ก็ให้คนพวกนี้ทำงานจิปาถะที่ท้ายครัว! พอผ่านไปสักพัก แม่นางซย่าไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เจ้าค่อยไล่พวกเขาออกไปก็ได้แล้ว!” เสี่ยวเอ้อร์รีบโน้มน้าว
พ่อครัวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและรู้สึกไร้ประโยชน์
แต่เสี่ยวเอ้อร์พูดถูก เด็กฝึกงานคนไหนบ้างที่ไม่ได้เริ่มจากการทำงานจิปาถะ
เพิ่งจะเข้ามาก็ต้องการจะเรียนรู้ทันที นั่นเป็นไปไม่ได้หรอก!
ตอนที่ 310 กรณีพิเศษ
เพียงแต่ภายในใจของพ่อครัวใหญ่กลับยังรู้สึกไม่พอใจ
เขาเกลียดแม่นางซย่าผู้นี้จริงๆ นางยื่นมือออกมายาวมากกระทั่งวุ่นวายกับการรับศิษย์ของเขา!
โชคดีที่ต่อให้เขารับศิษย์มาแล้ว แต่เรื่องจะสอนอย่างก็ยังเป็นเรื่องของเขา พอถึงเวลานั้นแล้วหากเด็กพวกนี้มีปัญหาขึ้นมา พวกเขาจะทำอะไรเขาได้
แม่นางซย่าผู้นั้นคงไม่ถึงกับต้องบอกเขากระมังว่าต้องสอนศิษย์อย่างไร!
เมื่อพ่อครัวใหญ่มาถึงที่ห้องโถงด้านหน้า ซย่าหย่าอวิ๋นก็ได้เอ่ยคำขอของตนเองออกมาจริงๆ
“จะให้รับศิษย์ก็ได้อยู่ แต่แม่นางซย่า ชีวิตในครัวนั้นไม่ง่าย ข้าเกรงว่าพวกเขาจะไม่สามารถทนต่อความยากลำบากได้ ยิ่งกว่านั้นคนนี้ที่เพิ่งเริ่มฝึกงานก็จะไม่ได้รับค่าแรง…” พ่อครัวใหญ่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“พวกเจ้าแค่สอนก็พอ” ซย่าหย่าอวิ๋นเอ่ย
หากสามารถเรียนรู้ทักษะเพื่อเลี้ยงชีพได้จะได้ค่าแรงหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน
นางเอ่ยจบก็ให้บ่าวรับใช้ลงไปถามว่ามีกี่คนที่อยากเรียนการทำอาหารกับพ่อครัวใหญ่
เมื่อถามแล้วก็พบว่ามีแปดเก้าคนที่สนใจ
เด็กๆ หลายคนเช่นนี้กลัวว่าท้ายครัวคงจะวุ่นวายไม่เบา พ่อครัวใหญ่หัวเราะอย่างไร้เดียงสา “แม่นางซย่าครัวด้านหลังก็เล็กแค่นั้น นอกจากข้าแล้วก็ยังมีพ่อครัวช่วยประกอบอาหารอีกหลายคน อย่างมากข้าก็รับได้แค่สองคน มากกว่านี้คงรับไว้ไม่ได้แล้ว ไม่สู้แม่นางซย่าลองไปถามที่ร้านอาหารอื่นดูอีกจะดีกว่า”
ซย่าหย่าอวิ๋นก็รู้สึกว่านางไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลเช่นกัน
จึงได้พยักหน้าตกลง
ทันทีที่นางเอ่ยถามร้านอาหารอื่นๆ อีกสี่ห้าร้านบนถนนก็ตกลงเช่นกัน
นอกจากร้านอาหารแล้วซย่าหย่าอวิ๋นยังขอให้คนในจวนหาร้านยาและยัดคนเข้าไปกว่าสิบคน
มีเด็กวัยรุ่นบางคนที่รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสม ดังนั้นจึงได้แต่ต้องให้พวกเขาทำงานใช้แรง แต่ซย่าหย่าอวิ๋นก็ยังไม่ค่อยยินดีนัก
ทำงานใช้แรงนั้นเหนื่อยมากและไม่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นหากพวกเขารู้สึกว่านางจิตใจไม่ดีพอจะทำอย่างไร
หลังจากโน้มน้าวอยู่หนึ่งรอบ
หลังจากการโน้มน้าวใจดังกล่าว ในที่สุดก็มีเด็กเพียงเจ็ดคนจากห้าสิบคนที่ยืนกรานจะทำงานใช้แรงตามที่ทางการจัดการ
ที่เหลือก็กลายเป็นเด็กประถม ซึ่งบางคนไปเรียนทอผ้าและย้อมผ้า บางคนไปเรียนทำเครื่องปรุงรสและแป้ง และยังมีร้านขายยา ช่างไม้ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องโลหะ ซึ่งค่อนข้างครบถ้วน
ส่วนเด็กชายที่ต้องการใช้แรงงานทั้งเจ็ด…
ซย่าหย่าอวิ๋นแทบจะไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ความปรารถนาดีของนางเอาไว้ได้
นางอยากจะเปลี่ยนคนจริงๆ
ทำงานหนักไปก็ไม่มีอนาคต และพวกเขาจะโทษนางในที่สุด
หลู่หลินเป็นหนึ่งในเจ็ดคนที่ทำงานใช้แรงงาน เขาไม่พูดมากและดูทึ่มทื่อน่าเบื่อมาก อีกหกคนก็ไม่ต่างจากเขามากนัก
“พวกเจ้าตัดสินใจดีแล้วหรือ หากเป็นเด็กฝึกงาน พวกเจ้าก็จะสามารถอยู่ในเมืองหลวงได้ พวกเขาจะให้อาหารและที่พักพิง หลังจากฝึกงานไม่กี่ปีแล้ว วันดีๆ ก็จะมาถึง เหมือนกับพ่อครัวใหญ่คนนั้นที่หาเงินได้เดือนละตั้งหลายตำลึง!” ซย่าหย่าอวิ๋นออกหน้าพูดด้วยตัวเอง
“แม่นางซย่า ขอบคุณสำหรับของที่ท่านมอบให้พวกเรา เพียงแต่…ตอนนี้พวกเราทำงานใช้แรงก็ดีอยู่” หนึ่งในนั้นกล่าว
“หรือพวกเจ้าคิดว่าจะสามารถหาเงินได้จากการทำงานใช้แรง จึงไม่สนใจที่จะเป็นเด็กฝึกงาน?” ซย่าหย่าอวิ๋นไม่พอใจ คนพวกนี้ไม่มองการณ์ไกลเอาเสียเลย!
“ในเมื่อพวกเจ้าไม่เต็มใจ เช่นนั้น…ข้าจะเอาชื่อพวกเจ้าออกจากรายชื่อหาสิบคนนี้ก็แล้วกัน ต่อไปถ้าพวกเจ้ามีชีวิตที่ไม่ดีนั่นก็เป็นเพราะพวกเจ้าไม่รักดีเอง” ซย่าหย่าอวิ๋นพูดออกมาประโยคหนึ่งแล้วก็จากไป
นอกเมืองมีผู้ประสบภัยมากมาย หาคนมาเพิ่มเติมไม่กี่คนง่ายจะตาย
หลู่หลินแค่นเสียงเยาะ
แม่นางซย่าผู้นี้เห็นพวกเขาเป็นของเล่นจริงๆ
ใครบ้างจะไม่ต้องการเป็นเด็กฝึกงาน
แต่เขาไม่ได้โง่ คนที่รับเด็กฝึกงานพวกนั้นแค่ดูก็รู้ว่าถูกบังคับจนหมดหนทาง ต่อให้ตอนนี้พวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการแต่ต่อไปก็จะถูกไล่ออกมาอยู่ดี
ความเป็นไปได้ที่จะได้อยู่ต่อ…อาจจะมี แต่ต้องต่ำมากๆ แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ต้องการรับทานของแม่นางซย่าผู้นี้
สายตาของนางทิ่มแทงมากเหมือนกำลังมองสัตว์ที่ไม่เชื่อฟัง ทั้งที่เห็นอยู่ชัดๆ ว่ากำลังยิ้ม แต่กลับไม่อบอุ่นเลยสักนิด
“หลู่หลิน เจ้าฉลาดขนาดนี้ก็น่าจะไปเป็นเด็กฝึกงานนะ เจ้าจะต้องได้อยู่ต่อแน่นอน เจ้าดูสิคนพวกนั้นก็คิดแบบนี้กันทั้งนั้น” เด็กชายตัวน้อยข้างเขาเอ่ยขึ้น
ใครบ้างที่จะไม่รู้สึกว่าตนเองอาจจะเป็นกรณีพิเศษนั้น หรืออาจจะ…บังเอิญได้เจออาจารย์ผู้ปรานีบ้างเล่า