ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 321 ให้คะแนน / ตอนที่ 322 พอจะเรียนได้เล็กน้อย
ตอนที่ 321 ให้คะแนน / ตอนที่ 322 พอจะเรียนได้เล็กน้อย
ตอนที่ 321 ให้คะแนน
เมื่อครู่เซี่ยเฉียวไอจนถึงขนาดนั้น นางคิดว่าเซี่ยเฉียวจะหายามากิน แต่นึกไม่ถึงเลยว่านางจะกินของเล่นนี่!?
สายตาที่ฉินหลิวมองเซี่ยเฉียวเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
ซุกซนมากไปแล้ว!
เมื่อสักครู่พวกชีไหวตกใจจนแทบแย่แน่ะ!
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม
ลูกกลอนพวกนี้มีไว้บำรุงเลือดลม ที่บ้านนางมีหลายแบบ ไม่ว่าจะหอมหรือจะเหม็น สรรพคุณต่างๆ นานาล้วนมีหมด โม่หลิงจื่อเป็นคนคิดออกมาทั้งนั้น
อาจารย์ของนางพอจะรู้วิชาหมออยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่หมออัจฉริยะ อย่างไรก็ตามมันเพียงพอที่จะทำให้เขารู้ว่าจะเลี้ยงเด็กที่มีสภาพร่างกายเช่นนางได้อย่างไรเท่านั้น
นางคิดถึงอาจารย์ และคิดถึงวัด
“การสอบประเมิน…” ฉินหลิวเอ่ยด้วยความเบิกบาน “เจ้าก็หลอกพวกเขาหรือ”
“ไม่ใช่แน่นอน ข้าจะต้องสอบอย่างตั้งใจ หากสอบได้ดี ข้าก็จะขอรางวัลจากท่านพ่อและท่านพี่ของข้าได้ จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องชายน้องสาวของข้าด้วย” เซี่ยเฉียวท่าทางเคร่งขรึมจริงจังอย่างยิ่ง
“…” ฉินหลิวหัวเราะแห้ง
น้ำเสียงเซี่ยเฉียวไม่เบาเลยจริงๆ
เพียงแต่นางอาจจะไม่รู้ความยากของการสอบ…
หลังจากผ่านไปสองเค่อ อาจารย์ก็มามอบป้ายหมายเลขให้ แล้วทุกคนก็ออกไปที่สนามฝึกยุทธ์เพื่อหาป้ายหมายเลขของตัวเอง
ในสนามฝึกยุทธ์นี้มีโต๊ะเตี้ยวางเรียงเป็นแถวๆ ทุกคนนั่งขัดสมาธิอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านหน้าด้านหลัง ซ้ายและขวาแล้วแต่เป็นคนไม่คุ้นหน้า ห่างออกไปไม่กี่ก้าวมีอาจารย์ท่านหนึ่งกำลังจ้องมองอยู่ การคุมสอบนั้นเข้มงวดมาก
ข้างนอกนี่อากาศหนาวนิดหน่อย
เซี่ยเฉียวกอดเตาอุ่นมือที่รัชทายาทมอบให้ไว้ในอ้อมแขนของนาง แล้วฝนหมึกให้ตนเองก่อน เมื่อมืออุ่นแล้วจากนั้นจึงไปเขียนข้อสอบ
สำนักศึกษาหลวงทำอะไรเข้มงวด ในวันที่อากาศหนาวๆ แบบนี้ก็ยังไม่กลัวว่าบรรดาศิษย์จะแข็งตาย
ยิ่งไปกว่านั้นฉากนี้ก็น่าทึ่งมาก โต๊ะเหมือนกัน เสื้อผ้าเหมือนกัน ทั้งสถานที่เงียบสงัด และแม้แต่เซี่ยเฉียวก็ยังรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดและกดดัน
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฉียวพลิกกระดาษข้อสอบในมือก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก…ไม่ยาก
และนางต้องเขียนให้รวดเร็วเพราะข้างนอกนี้หนาวมาก
เซี่ยเฉียวขดตัวกลมและเริ่มลงมือเขียนอย่างรวดเร็ว
เมื่อธูปไหม้ไปได้ครึ่งหนึ่งเซี่ยเฉียวก็เขียนคำตอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกระดาษทดขาวสะอาดที่อยู่ข้างๆ ถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยว
นางรีบส่งข้อสอบแล้วกลับไปผิงเตาไฟที่ชั้นเรียน สัมผัสได้ถึงรสชาติของการหลอมละลายไปทั้งร่าง
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าจะสอบเพียงสามวิชาก็เพียงพอแล้ว แต่ในเมื่อตอนนี้นางต้องแข่งขันกับต่งซีอวิ๋น นางจึงต้องสอบเพิ่มอีกบางวิชา
มันคือการสอบข้อเขียนทั้งหมด นางก็แค่ต้องใช้มือและสมอง และไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยจนเกินไป
สามวันเต็ม
บรรยากาศของสำนักศึกษาดูราวกับแช่แข็ง ใบหน้าของทุกคนซีดขาว สองมือซุกซ่อนอยู่ในแขนเสื้อตลอดเวลา และจะไม่ยอมชักมือออกมาหากจำเป็นจริงๆ
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าการสอบประเมินนี้โหดร้ายเกินไป
หลังจากสามวันผ่านไปพวกอาจารย์ก็เริ่มตรวจแก้ข้อสอบทั้งหมดด้วยกัน
เซี่ยเฉียวทำการสอบทั้งหมดแปดครั้งเช่นเดียวกับต่งซีอวิ๋น
นอกเหนือจากวิชาบังคับ การคำนวณ และวิถีดอกไม้แล้ว นางยังสอบเกี่ยวกับคัมภีร์ชา กวีนิพนธ์ การประดิษฐ์อักษรและภาพวาด ทฤษฎีดนตรี และทฤษฎีการปักผ้าเพิ่มด้วย
ยังมีวิชาอื่นๆ ที่เซี่ยเฉียวไม่ได้เข้าร่วม เช่น ทฤษฎีการเลี้ยงม้า วิถีกระบี่ และอื่นๆ
วิชาต่างๆ มากมาย
เหล่าอาจารย์จากสาขาวิชาต่างๆ รวมตัวกันประเมิน และให้คะแนนด้วยความจริงจังรอบคอบอย่างยิ่ง
คะแนนทั้งหมดจะแบ่งออกเป็นเก้าระดับ
สามระดับแรกจะถูกจัดอันดับรายชื่อด้วย
“บทความนี้เขียนได้ดี มองแวบแรกก็รู้ว่าเป็นงานของคุณหนูตระกูลต่ง ข้าว่าการสอบครั้งนี้ ทางฝั่งสตรีเกรงว่าคุณหนูตระกูลต่งผู้นี้อาจจะได้เป็นที่หนึ่งอีกแล้วกระมัง”
ทางฝั่งศิษย์หญิงในเรือนหมู่ตันที่มีทั้งหมดแปดชั้นเรียน ผลการเรียนของต่งซีอวิ๋นนี้นับได้ว่าอยู่ในสามอันดับแรก
กระทั่งว่านางเคยได้ที่หนึ่งมาแล้วหลายครั้ง
“พวกเจ้าดูบทความนี้สิ” อาจารย์ท่านหนึ่งหยิบกระดาษข้อสอบแผ่นหนึ่งออกมา “ข้าว่าเขียนดีกว่าเล็กน้อย และคำตอบในส่วนหน้าก็ไม่มีจุดผิดเลย บทความในส่วนหลังมีการอ้างอิงหนังสือและตำรา และการใช้คำต่างๆ ก็ทำได้ดีกว่า”
เมื่อทุกคนได้ยินก็หยิบขึ้นมาดูทันที
เหนือชั้นกว่าจริงๆ บทความของต่งซีอวิ๋นก็เขียนได้ดี เพียงแต่แม้ว่าภาษาของนางจะงดงาม แต่สิ่งที่นางเขียนออกมานั้นขาดสาระสำคัญ เมื่อมองแวบแรกก็ดูไม่เลว แต่หากเทียบกับฉบับที่อยู่ในมือนี้แล้วมันกลับดูค่อนข้างว่างเปล่าและน่าเบื่อ
ตอนที่ 322 พอจะเรียนได้เล็กน้อย
เหล่าอาจารย์วางแผ่นกระดาษข้อสอบของต่งซีอวิ๋นลงโดยไม่ต้องสงสัยเลย
กระดาษข้อสอบนี้เป็นแบบไม่เปิดเผยชื่อ และเหล่าอาจารย์ก็รู้จักรูปแบบการเขียนของต่งซีอวิ๋นดี ดังนั้นพวกเขาจึงจำได้ แต่กระดาษสอบในมือตอนนี้กลับทำให้พวกอาจารย์สับสนเล็กน้อย
มันเป็นของใครกันแน่
สำนักศึกษาฝั่งศิษย์หญิงมีสตรีอัจฉริยะเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพวกเขาจึงไม่รู้เลย
หรือว่าจะเป็นคนในชั้นเรียนอักษรเฉียนคุนสองชั้นเรียนนั่น
แต่ว่าตัวอักษรนี้
เป็นตัวอักษรบรรจง และแต่ละเส้นแต่ละสายนั้นเป็นระเบียบสม่ำเสมอมาก มันดูสง่างามและแปลกตาไปเล็กน้อย
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่ารู้สึกเลาๆ ว่าลายมือนี้คุ้นตาเขาเล็กน้อย…แต่ก็ไม่กล้าคิด
ตัวอักษรของเด็กผู้หญิงที่อยู่ในชั้นเรียนของเขาคนนั้น…ดูจะไม่เป็นทางการสบายๆ มากกว่า ไม่น่าจะดูจริงจังและเป็นระเบียบเรียบร้อยขนาดนี้สิ…
แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นของใคร แต่อันดับหนึ่งในระดับสูงขั้นสูงก็นับว่าเป็นที่แน่นอนแล้ว
การตรวจแก้ข้อสอบดำเนินไปอยู่สามวัน
ในช่วงสามวันที่ผ่านมาฝั่งศิษย์หญิงได้หยุดพัก ส่วนการเรียนทางฝั่งศิษย์ชายจะตึงเครียดมากขึ้น และไม่สามารถหย่อนยานได้เลย
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้อยู่ว่าง นางออกไปนอกเมืองตลอดทั้งวัน
ซย่าหย่าอวิ๋นให้คนคอยติดตามนางอย่างลับๆ แต่นางกลับต้องรู้สึกสับสนในพฤติกรรมของเซี่ยเฉียว
นางคอยส่งของให้ผู้ประสบภัยพิบัติเหล่านั้นด้วยเช่นกัน แต่ของที่นางส่งไปนั้นไม่ได้มีค่าอะไรมากนัก และนางแทบจะไม่ออกหน้าปรากฏตัวเลย ดูลึกลับและแปลกประหลาดมาก
สำนักศึกษาประกาศผลการสอบประเมินในสามวันต่อมา
บนผนังของเรือนใหญ่ฝั่งศิษย์หญิงมีกระดาษสีแดงแผ่นหนึ่งแปะอยู่ ซึ่งด้านบนนั้นมีอันดับรายชื่อเขียนอยู่
“แม่นางต่ง ข้าไปดูเป็นเพื่อนเจ้าดีไหม จากความสามารถของเจ้าจะต้องได้ที่หนึ่งอย่างแน่นอน ประเดี๋ยวจะต้องให้เซี่ยเฉียวขอโทษเจ้าดีๆ ให้ได้” ชีไหวมายังฝั่งศิษย์หญิงอีกแล้ว
“ไม่เป็นไร ข้าไปดูเองก็ได้ จะรบกวนคุณชายชีได้อย่างไร” ต่งซีอวิ๋นยิ้มขอโทษ จากนั้นก็ลากเพื่อนสนิทที่สุดของนางเดินไปที่ผนังประกาศ
ชีไหวเองก็ไม่ได้รู้สึกโกรธนางแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามเขายังรู้สึกว่าแม่นางต่งเป็นคนมีความรู้และมีเหตุมีผล
คนของเรือนคงกู่ชอบจะคาดเดาความคิดของผู้อื่นไปเองโดยไม่รู้เลยว่าแม่นางต่งนั้นไร้เดียงสาเพียงใด
ชีไหวเดิมตามอยู่เบื้องหลังของต่งซีอวิ๋นไม่ไกลอย่างมีมารยาท และไม่ใกล้ชิดจนเกินไป
ผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่วันนี้
ศิษย์ของเรือนเฉียนและคุนนับว่ามีไม่มาก เหตุเพราะพวกเขาต่างก็เป็นเชื้อพระวงศ์ขุนนางชั้นสูง ซึ่งปกติแล้วจะไม่ออกหน้ามาเอง แต่จะให้คนคัดลอกอันดับรายชื่อส่งไปให้แทน
โดยทั่วไปแล้วผู้ที่มาดูด้วยตนเองส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ชอบความครึกครื้นสนุกสนานหรือไม่ก็เป็นพวกที่ให้ความสำคัญกับการเรียนเป็นอย่างมาก
เมื่อมีทั้งหมดเก้าระดับ ดังนั้นจึงไม่ใช่ทุกคนที่สามารถติดอันดับรายชื่อได้
ในบัญชีรายชื่อที่ติดประกาศไว้นี้จะมีแค่สามระดับแรกเท่านั้น ส่วนใครที่ไม่อยู่ในรายชื่อจะได้รับกระดาษข้อสอบโดยตรง ซึ่งจะมีระดับเขียนไว้ด้านบน
เมื่อต่งซีอวิ๋นมาถึงทุกคนก็หลีกทางให้นางทันที
ต่งซีอวิ๋นตกตะลึงไปเล็กน้อย
หรือว่านางจะได้ที่หนึ่ง
ทันทีที่นางปรากฏตัวสถานที่นั้นก็เงียบเป็นพิเศษ ทุกคนมองมาที่นาง เซี่ยเฉียวที่เดิมทีกำลังนั่งอยู่ใกล้ๆ ลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มและเดินเข้าไปหาทันทีเมื่อเห็นว่าต่งซีอวิ๋นปรากฏกาย
ต่งซีอวิ๋นงุนงงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอันดับรายชื่อ
จากนั้นนางก็ต้องอึ้งงันไป
อันดับหนึ่งวิชาหลัก เซี่ยเฉียว
อันดับหนึ่งคัมภีร์ชา เซี่ยเฉียว
อันดับหนึ่งวิชาคำนวณก็ยังเป็นเซี่ยเฉียว!?
เป็นไปไม่ได้!
ต่งซีอวิ๋นเหลือบมองไปที่ตำแหน่งของชื่อของนางอย่างรวดเร็ว
นางเข้าสอบทั้งหมดแปดวิชา แต่ไม่มี ไม่มีสักวิชาเลยที่นางได้อันดับหนึ่ง นั่นก็ช่างเถอะ ในทั้งหมดนั้น…นางยังมีถึงสามวิชาที่ถูกเซี่ยเฉียวเหยียบไว้ใต้เท้า! ส่วนอีกห้าวิชานั้นกลับกลายเป็นว่าแม้แต่หางของเซี่ยเฉียวนางก็ยังมองไม่เห็น!
ต่งซีอวิ๋นรู้สึกราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริงเล็กน้อย ผลการเรียนของนางนับว่าดีมาตลอด ตอนนี้นางได้อับดับสองในสามวิชา อันดับสามในสามวิชา และอันดับสี่ในอีกสองวิชา!
แต่เซี่ยเฉียวได้อันดับหนึ่งทั้งหมดในแปดวิชาที่นางเข้าสอบ?
“น่าอายแล้ว ข้าก็แค่พอจะ…เรียนได้บ้างเล็กน้อยเท่านั้น” เสียงของเซี่ยเฉียวดังขึ้น
น้ำเสียงของนางเบาราวกับหิมะกระทบต้นสน