ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 431 มีวาสนาจึงได้พบพาน / ตอนที่ 432 เสียใจภายหลัง
ตอนที่ 431 มีวาสนาจึงได้พบพาน / ตอนที่ 432 เสียใจภายหลัง
ตอนที่ 431 มีวาสนาจึงได้พบพาน
เพื่อนร่วมชั้นของเซี่ยเฉียวเหล่านี้มีความเชื่อมั่นในตนเองมาก จนดูเหมือนว่าคนที่มาหาเรื่องพวกนี้เหมือนเสือที่ฟันหลุด และไม่มีแม้แต่ความกล้าหาญ
ไม่มีใครอยากยอมรับว่าตนเองขี้ขลาด
ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่ต้องกลืนคำกล่าวโทษเหล่านั้นกลับลงไปเท่านั้น
เซี่ยเฉียวมองไปที่เพื่อนร่วมชั้นที่น่ารักเหล่านี้ และรู้สึกชอบพวกนางมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก
หลังจากขับไล่พวกที่มาหาเรื่องพวกนั้นไปแล้ว ฟังมู่เสวี่ยก็ดูขี้ขลาดขึ้นมาทันที “ข้าเพิ่งพูดอะไรออกไปนี่ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะถึงกับพูดว่าจะลองแข่ง…กับ กับเรือนหมู่ตัน…”
“แต่… สิ่งที่เจ้าพูดนั้นสมเหตุสมผล ข้าเหม็นขี้หน้าพวกเขามาตั้งนานแล้ว! ใครเป็นคนกำหนดว่าพวกเราต้องด้อยกว่าพวกนาง?!”
“…” ฟังมู่เสวี่ยสูดลมหายใจ
ในใจนางยังรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พวกเราทบทวนด้วยกันได้…”
“จริงหรือ” ทันทีที่ฟังมู่เสวี่ยได้ยินเช่นนั้น “ถ้าอย่างนั้นตอนบ่ายไม่มีเรียน ข้าจะไปอ่านหนังสือที่บ้านเจ้านะ?”
“…” เซี่ยเฉียวเม้มปาก นางหมายความว่าเมื่อนางอยู่ในสำนักศึกษา นางสามารถให้แนวคิดในการแก้โจทย์ปัญหาบางอย่างได้
“ข้าก็อยากไปเหมือนกัน เซี่ยเฉียว ข้าอยากเป็นแขกที่บ้านของเจ้ามาตั้งนานแล้ว แต่ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่ชอบ ข้าก็เลยไม่เคยได้พูดถึงมัน” ฉินหลิวเองก็ยิ้ม
เซี่ยเฉียวมักจะดูเหมือนไม่ได้สนิทกับใครนักจึงทำให้พวกนางไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เกินไป
แต่ตอนนี้นางเป็นคนเอ่ยปากด้วยตัวเอง
คนที่อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตระกูลเซี่ยต่างก็ยืนขึ้นในขณะนี้
เมื่อนับดูแล้ว…คนที่อยากไปบ้านตระกูลเซี่ยมีถึงสิบเจ็ดสิบแปดคนเลยทีเดียว!
นางยังมองออกว่าในหมู่คนที่ต้องการจะไปบ้านตระกูลเซี่ยมีเพียงแค่ไม่กี่คนที่ต้องการทบทวนการบ้านของพวกนาง ส่วนคนที่เหลือก็แค่อยากรู้ว่ารังโจรนี้…หน้าตาเป็นอย่างไร!
เซี่ยเฉียวไม่เคยรู้ว่ามาก่อนเลยว่าที่แท้แล้วรังโจรจะเป็นที่นิยมมากขนาดนี้
เซี่ยเฉียวตอบรับด้วยเพราะจนปัญญาจะทำอะไรได้ และนัดหมายเวลากับพวกนางไปโดยดี
สำหรับวันนี้ไม่สะดวกเพราะนางยังมีเรื่องอื่นต้องทำ
อย่างไรก็ตามพอตกบ่ายการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างสองเรือนก็ทวีความรุนแรงขึ้น
ฝั่งศิษย์ชายถึงกับมีคนของเรือนคงกู่ถูกเรือนหมู่ตันทำให้อับอายขายหน้าจนกระอักเลือดด้วยความโกรธ
“…” เซี่ยเฉียวได้ยินเรื่องนี้เข้าก็รู้สึกว่ามีเงื่อนงำ
นางสงสัยว่าคนที่กระอักเลือดจะเป็นคนที่สำนักศึกษาหามาจัดฉาก
เป็นอย่างที่นางคาด คนเรือนคงกู่ถูกรังแกจนถึงขนาดนั้น ทำให้จิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในขณะนี้คนส่วนใหญ่ก็ต้องการพิสูจน์ตัวเองแล้ว บรรยากาศของทั้งสำนักศึกษาเปลี่ยนไปในทันที แม้แต่ในโรงอาหารของสำนักศึกษาก็ยังสามารถเห็นได้ว่าคนของเรือนคงกู่อ่านหนังสือไปทั่วทุกที่!
หลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีฉากแห่งความขยันขันแข็งขนาดนี้มาก่อน!
เซี่ยเฉียวได้เห็นอาจารย์หลายคนยิ้มราวกับจิ้งจอกเฒ่าที่เจ้าเล่ห์
นางจึงได้หลบออกไป
ถือถุงผ้าของตนเองขึ้นรถม้า
บนรถม้า เมื่อวิญญาณตนนั้นได้เห็นนางก็มีชีวิตชีวาขึ้นทันที
“เจ้าไม่ใช่…คุณหนูตระกูลเซี่ยหรอกหรือ เหตุใดจึงได้มองเห็นข้า” สะใภ้แซ่ชิวประหลาดใจอย่างยิ่ง ทั้งยังรู้สึกหวาดกลัว นางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจเบาๆ ก่อนจะกวาดตาขึ้นลงมองสะใภ้ชิว และเอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า “มีวาสนาจึงได้พบพาน ข้าว่าท่าทางเจ้ายังไม่เต็มใจ ไม่อยากไปเกิดใหม่ ไม่สู้ให้ข้าช่วยดีกว่าหรือ?”
แม้ยุงจะตัวเล็กแค่ไหนก็ยังเป็นสัตว์ นางรับลูกค้าโดยไม่เลือกมาก
“???” สะใภ้ชิวมองนางด้วยความสงสัย “เจ้า…เจ้าไม่ใช่คุณหนูตระกูลเซี่ย? เจ้าเป็นใคร?! ปีศาจ?”
“…” เซี่ยเฉียวเม้มปากเล็กน้อย
ดังนั้นลูกค้าที่เป็นคนแปลกหน้าน่าจะดีกว่า
พวกที่รู้จักกันแค่ครึ่งๆ กลางๆ พวกนี้มักจะสร้างความยุ่งยากให้นางเสมอ และคนเหล่านี้ก็มีปัญหามากมายเช่นกัน
“รู้หยินและหยาง เจ้าเข้าใจไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเรียบง่าย
สีหน้าของนางลี้ลับคาดเดาไม่ได้ แต่สะใภ้ชิวกลับงุนงงอย่างยิ่ง “ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินมาว่าแม่นางตระกูลเซี่ยอ่อนโยนราวกับหยก แตกต่างจากโจรแซ่เซี่ยอย่างสิ้นเชิง แต่ข้ากลับไม่เคยได้ยินเลยว่าเจ้ามีความสามารถเช่นนี้…”
ตอนที่ 432 เสียใจภายหลัง
สะใภ้ชิวเหลือบมองเซี่ยเฉียวด้วยความสงสัยใคร่รู้อยู่สองสามครั้ง
เมื่อสักครู่ตอนที่อยู่สำนักศึกษานางรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวและไร้พลังจึงไม่ได้สังเกตนางอย่างละเอียด เวลานี้เมื่อได้มองนางนานหน่อยก็ค้นพบว่าหญิงสาวผู้นี้ดูงดงามอย่างที่เล่าลือกันจริงๆ
หน้าตาของนางดูอ่อนโยนแต่ก็ดูมีไหวพริบไม่น้อย นางมีท่าทางสง่างามและใจกว้าง ทั้งยังดูน่ารักมีเสน่ห์
นางเป็นลูกสาวของโจรแซ่เซี่ย?
สะใภ้ชิวรู้สึกสงสัยทีเดียว
แต่หลังจากคิดไปคิดมา สะใภ้ชิวก็ถอนหายใจอีกครั้ง น่าเสียดายที่นางตายไปแล้ว ไม่เช่นนั้นนางก็คงเป็นเหมือนหญิงสาวคนนี้ที่ยังมีความอบอุ่นอยู่บ้าง
“เจ้าอยากจะทักทายกับข้าทั่วไป หรือว่าจะพูดเรื่องที่มีประโยชน์?” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามช้าๆ
สะใภ้ชิวรู้สึกกลัวเล็กน้อยอย่างอธิบายไม่ถูก
นางเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม
ทั้งๆ ที่นางกล้าหาญมากตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อนางมองไปที่เซี่ยเฉียวในตอนนี้ก็มักจะรู้สึกว่านางเป็นคนที่ไม่ควรยั่วยุ นอกจากนั้น…นางยังรู้สึกอยากจะอยู่ห่างจากเซี่ยเฉียวสักหน่อยอย่างอดไม่ได้ ร่างกายของนางราวกับว่า…
มีอะไรที่นางไม่สามารถสัมผัสได้
“เจ้า…เจ้าช่วยข้าได้จริงๆ?” สะใภ้ชิวยังคงสับสน
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เพียงแค่ว่าความปรารถนานั้นควรจะสมเหตุสมผลหน่อย ตัวอย่างเช่น ไม่สามารถให้ข้าเลี้ยงดูลูกชายของเจ้าได้ ไม่สามารถให้ข้าให้อนาคตที่ดีแก่ลูกชายของเจ้าได้ สรุปแล้ว เป็นการดีที่สุดถ้ามันเป็นสิ่งที่สามารถทำสำเร็จได้โดยเร็ว ไม่ได้ใช้เวลานานเกินไป ถึงอย่างไร…สุขภาพของข้าก็ไม่ดี ถ้ามันนานเกินไป บางทีข้าอาจจะตายไปก่อน แล้วความปรารถนาของเจ้าก็จะยังทำไม่สำเร็จ”
“เจ้าไม่เหมือนกับที่ข้าคิดไว้เลย” สะใภ้ชิวฟังจบก็มึนงงเล็กน้อย
นางนึกว่าแม่นางเซี่ยจะเป็นคนหยาบคายเหมือนพวกโจรหรือไม่ก็เหมือนคำเล่าลือพวกนั้นที่ว่านางอ่อนโอนจนขี้ขลาดอ่อนแอ
แต่ตอนนี้น้ำเสียงของนางเย็นชา สีหน้าของนางก็เย็นชา เนิบช้าและสงบนิ่ง
คำพูดของนางเนิบช้าก็จริง แต่ท่าทีของนางไม่ได้อ่อนเลยแม้แต่น้อย
เซี่ยเฉียวหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ใบหนึ่งออกมา “ถ้าเจ้าไม่มีความปรารถนา ข้าก็จะเก็บวิญญาณของเจ้าล่ะ”
หัวใจของสะใภ้ชิวเต้นแรงพลางโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ข้าแขวนคอตัวเอง ก่อนที่ข้าจะตาย…ก็คิดถึงเรื่องต่างๆ และทิ้งจดหมายไว้ให้ท่านบิดามารดาและลูกชายของข้าแล้ว”
“แต่เจ้าก็ยังไม่พอใจ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ใช่ ข้าเป็นคนที่สนใจเรื่องชื่อเสียงมาโดยตลอดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เวลาที่ข้าสอนลูกชายก็หวังว่าเขาจะเป็นคนซื่อตรงเช่นกัน แต่ข้ากลับไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งข้าจะตายอย่างคนที่มีความผิดติดตัว” สะใภ้ชิวเอ่ย
“ข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้ในเรื่องนี้ ความผิดของเจ้าเป็นไปตามคำตัดสินของฮ่องเต้และกฎหมาย ต่อให้ข้าใช้เส้นสายเพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้เจ้า ในสายตาของคนทั้งโลกเจ้าก็ยังเป็นคนตระกูลโจวอยู่ดี และยังเป็นคนที่มีความผิดติดตัว” เซี่ยเฉียวตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
นางจะไม่รับปากในเรื่องที่ทำไม่ได้
“ข้าเข้าใจว่าความบริสุทธิ์ที่ข้าต้องการได้ถูกคนชั่วร้ายเหล่านั้นในตระกูลโจวทำลายไปแล้ว ข้าเลือกที่จะแต่งงานเข้าตระกูลโจว…ด้วยตัวเอง ข้ายอมรับ” สะใภ้ชิวพยักหน้า มุมปากของนางแสดงความผิดหวังออกมาเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า นางไม่ได้รีบร้อน แค่รอนิ่งๆ
บนถนนมีชีวิตชีวาไม้น้อย มีเสียงตะโกนโห่ร้องไปทุกที่ และก็มี…วิญญาณลอยไปลอยมาอยู่รอบๆ
มีวิญญาณมากมายที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาตายไปแล้ว และใช้ชีวิตราวกับว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่
“ถ้าเจ้าต้องการอยู่เคียงข้างลูกชายของเจ้าตลอดไปก็สามารถทำได้ แต่มนุษย์ก็มีกฎของมนุษย์ วิญญาณก็มีกฎของวิญญาณ เจ้าลองดูวิญญาณพวกนั้นที่ยังยึดติดไม่ยอมไปไหน ลูกหลานของพวกเขาก็ไม่ได้มีชีวิตที่ราบรื่นนัก” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวไพเราะ “แม้เจ้าจะอยากอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป ทางที่ดีที่สุดก็ควรไปอยู่ไกลๆ หน่อย จริงสิ เจ้ายังต้องจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้ดี อย่าได้กลายเป็นวิญญาณแค้นไป วิญญาณแค้นที่ไม่ได้ทำบาปทำชั่วก็ยังดีอยู่ ถ้าหากเจ้าทำบาปย่อมต้องได้รับผลกรรมแน่นอน” เซี่ยเฉียวเอ่ยสบายๆ ด้วยคิดว่าเป็นการคุยเล่นเรื่อยเปื่อย
แต่เมื่อสะใภ้ชิวได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
นางไม่อยากจากไปจริงๆ อยากจะอยู่ดูลูกชายของนาง
หลังจากที่นางตายไปแล้วก็มารู้สึกเสียใจภายหลัง