ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 57 ขอให้ปล่อย / ตอนที่ 58 เชือดไก่ให้ลิงดู
ตอนที่ 57 ขอให้ปล่อย / ตอนที่ 58 เชือดไก่ให้ลิงดู
ตอนที่ 57 ขอให้ปล่อย
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้ายอมรับข้อสอบของท่านอาจารย์ได้ เพียงแต่ขอถามท่านหน่อยว่าข้อสอบนี้เคยมีคนทำมาก่อนหรือไม่ หรือว่ามีไว้เฉพาะข้าผู้เดียว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก “ข้าไม่ชอบการเล่นเล่ห์เพทุบายเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์เองก็เป็นคนมีการศึกษาย่อมต้องมีคุณธรรม ดังนั้นข้อเรียกร้องที่มากเกินไปของท่านนี้เป็นการกระทำในนามของสำนักศึกษาหรือของตัวท่านเองกันแน่เจ้าคะ”
นางสามารถทำข้อสอบได้ แต่ไม่อาจยอมรับได้โดยไม่มีปากเสียง
“ของสำนักศึกษาหรือของข้าเองแล้วแตกต่างกันอย่างไร หากเจ้าไม่อยากจะทำข้อสอบนี้ก็เชิญออกไปได้เลย!” ท่านอาจารย์เอ่ยตรงๆ
เซี่ยเฉียวกลับยิ้มเล็กน้อย
“ข้าเป็นลูกสาวที่เกิดจากภรรยาเอกของขุนนางขั้นสี่ ไม่ได้ถูกรับมาเลี้ยงหรือปลอมแปลงมา ก่อนหน้านี้ก็มีกฎของสำนักศึกษาที่เป็นที่รู้กันว่าตอนรับเข้าเรียนก็แค่ทดสอบการอ่านออกเขียนได้เท่านั้น ทำไมพอมาถึงคราวข้าถึงได้เปลี่ยนกฎเสียได้ หากอย่างนั้นนี่ก็หมายความว่าสำนักศึกษาแห่งนี้มองไม่เห็นหัวคนอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบๆ
อาจารย์ได้ยินดังนั้นก็โกรธหน้าดำหน้าแดง
“ข้อสอบนี้ข้าให้เจ้าทำแค่คนเดียว ตอนนี้แม่นางเซี่ยคงอายุสิบห้าสิบหกแล้วใช่หรือไม่ อายุเท่านี้เพิ่งมาเข้าเรียนก็ถือว่าช้าไปหน่อยแล้ว ช่วงเวลาที่จะได้เล่าเรียนที่สำนักศึกษาก็มีไม่มาก ดังนั้นข้อกำหนดในการรับเข้าเรียนจึงต้องสูงขึ้นหน่อย ไม่เช่นนั้นก็เรียนตามไม่ทัน!” อาจารย์เอ่ยขึ้นอีก
“เช่นนั้นนักเรียนหญิงที่อายุพอๆ กับข้าในสำนักศึกษานี้ ก็น่าจะรู้ภาษาสันสกฤตกันหมดแล้วใช่ไหมเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยยิ้มๆ
อาจารย์พูดไม่ออก
ย่อมไม่มีใครอ่านได้
เขาเป็นคนเขียนภาษาสันสกฤตนี้ขึ้นมาเอง เดิมทีเขาคิดจะคัดลอกพระคัมภีร์เพื่อมอบให้ผู้อาวุโสที่บ้าน
มันเป็นของที่เขานำออกมาเมื่อพบเจอพ่อลูกโจร เพื่อสร้างปัญหาให้นังหนูผู้นี้!
นึกไม่ถึงเลยว่านังหนูนี่จะค่อนข้างจัดการยาก!
“พิรี้พิไร ตกลงว่าเจ้าจะทำข้อสอบนี้หรือไม่!” อาจารย์เอ่ยด้วยอารมณ์โกรธ
“ข้าแค่ต้องการให้ท่านอาจารย์ยอมรับว่าท่านไม่ยุติธรรม จงใจที่จะสร้างปัญหาให้ข้าเจ้าค่ะ หากท่านอาจารย์ไม่ยอมรับ เช่นนั้นข้าจะไปหาท่านผู้ดูแล” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
อาจารย์โกรธจนควันออกหู
“พ่อเจ้าบอกว่าเจ้าเติบโตข้างนอกตั้งแต่ยังเด็ก ข้าเห็นว่าเจ้าไม่รู้จักมารยาทเช่นนี้ ก็เลยสร้างความลำบากให้เจ้า ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” อาจารย์ท่านนี้ก็พูดตรงๆ เช่นเดียวกัน
เขาเกิดในตระกูลขุนนางชั้นสูง แต่เพราะไม่ชอบที่จะเป็นขุนนาง หลังจากสอบคัดเลือกผ่านแล้ว จึงมาเป็นอาจารย์ที่สำนักศึกษาของราชสำนัก
คราวที่แล้วที่เซี่ยหนิวซานพาเด็กมาลงทะเบียนก็เป็นเขาที่รับหน้าที่นี้
คราวนี้ก็เช่นกัน
ทำไมเขาดวงซวยเช่นนี้!
“เอาล่ะ ท่านอาจารย์ยอมรับแล้วก็ดีเจ้าค่ะ หากข้าสามารถทำข้อสอบนี้ได้ ท่านอาจารย์อย่าลืมคำขอโทษสำหรับอคติที่ท่านมีต่อข้า ไม่เช่นนั้นท่านก็จะกลายเป็นคนหยาบคายผู้หนึ่งที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ” เซี่ยเฉียวพูดจบก็เริ่มก้มหน้าอ่านสิ่งที่อยู่ในมือ
หยาบคาย!?
สวีเหมี่ยนได้ยินคำนี้ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียง
ปีนี้เขาอายุสามสิบเจ็ดปี
สุภาพสง่างาม มีมารยาทและเด็ดเดี่ยว ถึงแม้จะแต่งงานมีลูกแล้ว แต่ผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นอนุภรรยาเขามีนับไม่ถ้วน ข้างนอกยังมีคนไม่น้อยยกย่องเขาในเรื่องบทกวีและภาพวาด ทำไมกับแม่นางผู้นี้ เขาถึงกลายเป็น…คนหยาบคายไปเสียได้
เขารู้สึกหดหู่ใจมาก แต่ในเวลานี้แม่นางเซี่ยกลับตั้งใจอ่านข้อสอบอย่างจริงจัง
เขาจึงหาเรื่องตำหนินางไม่ได้อีก!
นักเรียนหลายคนข้างนอกรู้สึกสนุกจนต้องหัวเราะออกมา สวีเหมี่ยนส่งเสียงฮึดฮัดออกมา “ไปเข้าชั้นเรียนกันให้หมดเลยนะ! ไม่งั้นข้าจะหักคะแนนพวกเจ้า!”
นักเรียนข้างนอกหดหัวกันหมด แต่ก็ยังไม่ยอมไป
สวีเหมี่ยนกวาดสายตาไปมองเซี่ยเฉียว เริ่มรู้สึกว้าวุ่นใจ
หรือว่า…นังหนูนี่จะรู้ภาษาสันสกฤต
เป็นไปไม่ได้หรอก?
ภาษาสันสกฤตเล่มนี้ยากมาก ขนาดเขาเองยังใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ตั้งนานกว่าจะเข้าใจอักษรทั้งหมดได้
แต่ก็นะ ช่วงต้นของบทความนี้ก็ไม่ได้ยากมากนัก นังหนูคนนี้เพิ่งอ่านไปได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น นางอาจจะคิดว่าเป็นบทความที่นางเคยอ่านมาก่อน จึงได้มีท่าทางอย่างกับกำชัยชนะไว้ในมือแล้วเช่นนั้น!
รอให้นางเปิดหน้าถัดไปก่อนเถอะ นางก็จะต้องยอมรับผิดแต่โดยดี และขอร้องให้เขาปล่อยนางไป!
ตอนที่ 58 เชือดไก่ให้ลิงดู
ภาษาสันสกฤตนี่ก็ไม่ได้ถือว่าเปลืองพลังของเซี่ยเฉียวมากมายอะไร ดังนั้นนางท่องสักพักก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด
อีกอย่างสำนักศึกษาก็ยังมีข้อดีมากอีกข้อหนึ่ง
ที่นี่มีเด็กผู้หญิงเด็กผู้ชายจำนวนมาก พลังหยางเต็มเปี่ยม นางอยู่ที่นี่แล้วไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ข้างนอก
อาจารย์สวีนั่งอยู่ข้างบนรอคอยอย่างใจเย็น
รอให้เซี่ยเฉียวพูดว่าตัวเองทำไม่ได้ด้วยสีหน้าขมขื่น
แต่รอไปรอมาจ้องอยู่นานจนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว กลับยังไม่เห็นเด็กสาวคนนี้ลุกขึ้น ในใจเขาก็ยิ่งสับสน ‘หรือว่านางคิดจะทนทำไป?’
ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น เซี่ยเฉียวก็ลุกขึ้นยืน
อาจารย์สวีดีใจมาก จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ทำไม จำไม่ได้แล้วหรือ เจ้าก็ควรจะรู้ด้วยว่า แม้ว่าเจ้าจะเป็นลูกสาวขุนนางก็ต้องหัดอ่อนน้อมถ่อมตนและสุภาพด้วย อย่าได้ทำตัวหยาบคายไร้เหตุผลเหมือนโจรเช่นนั้น!”
เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยความประหลาดใจ “ท่านอาจารย์พูดอย่างนี้…ทำไมฟังดูไม่มีเหตุผลยิ่งกว่าพวกโจรเสียอีก”
“?” อาจารย์สวีถึงกับอึ้งไป
ยังคิดที่จะผ่านอยู่อีกไหม!
“ข้าท่องได้แล้วเจ้าค่ะ ไม่อยากเสียเวลาก็เลยเอาข้อสอบนี้มาคืน ข้าจะได้กลับไปตั้งใจเขียน” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“ท่องเสร็จแล้ว?!” อาจารย์สวีตกใจทันที “เป็นไปไม่ได้”
เซี่ยเฉียววางกระดาษลงทันที จากนั้นก็เดินกลับไป
ไม่สนใจเขาโดยสิ้นเชิง
พูดมากไปก็เหนื่อย
อยู่ในวัดยังจะดีเสียกว่า เงียบสงบดี หากนางไม่อยากจะพูดก็ไม่มีใครบังคับให้นางพูด แม้แต่อาจารย์ของนางยังช่วยไล่ทุกคนที่รบกวนความสงบของนางออกไป!
นางคิดถึงวันเวลาที่อยู่ที่นั่น
เซี่ยเฉียวถอนหายใจพลางลงมือเขียนไปพลาง
การเคลื่อนไหวไม่เนิบไม่ช้าดูน่ามองมาก
นักเรียนที่มาคอยดูเรื่องสนุกอยู่ข้างนอกมีทั้งชายและหญิง
ในสำนักศึกษาแห่งนี้ นักเรียนชายหญิงส่วนใหญ่ต้องแยกชั้นเรียนกัน ยกเว้นหลักสูตรเฉพาะบางหลักสูตร นอกนั้นแล้วชายหญิงจะต้องรักษาระยะห่างระหว่างกัน
แน่นอนว่าต่อให้มาอยู่รวมกัน รอบกายก็ต้องมีคนอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
ส่วนใหญ่คนที่มาเรียนที่นี่ต่างก็รู้ความ ไม่กล้าเหลวไหลในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง
ว่ากันว่าก่อนหน้านี้มีนักวิชาการที่มีพรสวรรค์ผู้หนึ่งตกหลุมรักหญิงสาวนางหนึ่ง จึงลอบติดต่อสื่อสารกันในสำนักศึกษา หลังจากถูกจับได้ผู้ดูแลก็โกรธจัด ฮ่องเต้ทรงตัดสินให้นำตัวทั้งสองมาพร้อมกัน แล้วให้ดื่มสุราพิษสองแก้ว ส่งทั้งคู่ข้ามแม่น้ำเหลืองไปด้วยกัน!
เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู หลังจากนั้นมาจึงไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกเลย
แม้ว่าพวกเขาจะมีความรักขึ้นมาในสำนักศึกษานี้ แต่ก็ไม่กล้าที่จะทำเรื่องน่าอับอายถึงขั้นนั้นแน่
ดังนั้นตอนนี้แม้พวกเขาจะมารวมตัวกัน แต่หากรักษาระยะห่างเพียงพอ อาจารย์ก็จะไม่สนใจอะไรมาก
สวีเหมี่ยนเห็นเซี่ยเฉียวตวัดพู่กันขีดเขียนเส้นแล้วเส้นเล่าก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ
คิดแล้วก็ยกเท้าเดินไป
พอเดินไปถึงข้างหน้า และมองเห็นตัวอักษรที่อยู่ข้างบนกระดาษ…
ตัวอักษรไม่ได้สวยมาก แต่ก็ไม่นับว่าแย่ จะเห็นได้ว่ามีพื้นฐานอยู่บ้าง นับว่าถูกต้องไม่มีข้อผิดพลาด
แต่เซี่ยเฉียวกลับถอนหายใจ
การขีดเขียนที่ละขีดทีละเส้นอย่างบรรจงเช่นนี้ทำให้นางเหนื่อยอยู่บ้าง หากสามารถเขียนอักษรหวัดได้ก็ดีสิ
เพียงแต่อักษรหวัดนั้นดูยโสอวดดีและเรียกร้องความสนใจมากเกินไป ดังนั้นนางจึงฝึกฝนเป็นการส่วนตัวเท่านั้น
เป็นมนุษย์ก็ต้องรู้จักถ่อมตน
สวีเหมี่ยนมองข้ามตัวอักษร แล้วเริ่มดูเนื้อหา
ยิ่งดู…
ยิ่งตกใจ…
ไม่ขาด ไม่ตกหล่นไปแม้สักคำ?!
“เจ้า เคยอ่านภาษาสันสกฤตบทนี้มาก่อนใช่หรือไม่!” อาจารย์สวีเอ่ยถามออกไปโดยสัญชาตญาณ
หากไม่อย่างนั้น เป็นไปได้หรือที่เด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกปีคนหนึ่งจะรู้จักภาษาสันสกฤตดีขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติ!
“เคยเจ้าค่ะ เคยท่องมาเล็กน้อย” เซี่ยเฉียวยิ้มตอบคำถามไปตามน้ำ
“เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงท่องอะไรพวกนี้ไปทำไม” อาจารย์สวีก็งุนงงในทันใด
“ท่านอาจารย์กล่าวไว้ไม่ใช่หรือเจ้าคะว่าภาษาสันสกฤตส่วนใหญ่ใช้ในพระคัมภีร์ การอ่านพระคัมภีร์มากๆ จะช่วยให้จิตใจสงบ และสามารถคัดลอกเพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้อาวุโสได้” เซี่ยเฉียวใช้คำพูดของเขาเองมาตอบคำถาม คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
อาจารย์ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
แม่นางผู้นี้ปากคอเราะราย นางรู้จักตบหน้าเขาด้วยคำพูดของเขาเอง!