ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 455 เจ้าคิดจะทำอย่างไร
บทที่ 455 เจ้าคิดจะทำอย่างไร
“ข้าสาบาน ข้ากับนางบริสุทธิ์ใจจริง ๆ…”
จูเหล่าโถวยังพูดไม่จบ เย่อวี๋หรานก็พูดว่า “บริสุทธิ์ใจ แล้วลูกในท้องนางมาจากไหน? ตกลงมาจากฟ้าเรอะ?”
“เอ่อ…” จูเหล่าโถวสะอึก
แม้เขาจะอยากปฏิเสธว่าพวกเขาไม่เคยมีอะไรกันมากแค่ไหน แต่เพียงนึกถึงเรื่องที่วันนั้นพอฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตนเองไปนอนอยู่บนเตียงในเรือนผู้อื่น เขาก็ไม่อาจอธิบายได้ชัดเจนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนลึกในจิตใจของเขาก็ยังไม่เชื่อว่าแม่ม่ายฉินจะเป็นคนเช่นนั้น ในใจจึงขัดแย้งกันเอง ไม่เชื่อว่าแม่ม่ายฉินจะเป็นคนเช่นนั้น แต่กลับไม่เต็มใจยอมรับว่าเด็กในท้องนางคือลูกของตัวเอง
“เจ้าเคยนอนกับนางหรือไม่ ตัวเจ้าเองไม่รู้เลยหรือ?” เย่อวี๋หรานถาม
จูเหล่าโถวอ้าปาก แต่กลับไม่ได้พูดออกมา
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “เห็นที คงนอนแล้วสินะ”
พ่อเฒ่ากับแม่เฒ่าจูที่อยู่ด้านข้างเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจ “เจ้าใหญ่ พูดสิ เจ้าบอกว่าเจ้ากับนางไม่มีอะไรกันไม่ใช่หรือ พูดเร็วสิ…”
พวกเขาย่อมไม่เชื่อว่าจูเหล่าโถวเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแม่ม่ายฉิน อยากอธิบายให้ชัดเจนเสียเดี๋ยวนั้น
มีผู้เฒ่าทั้งสองคอยขัดจังหวะ เย่อวี๋หรานถามกี่ครั้งกี่คราก็ไม่ราบรื่น นางได้แต่บอกให้จูซื่อกับจูอู่ยกเก้าอี้มาเชิญให้ผู้เฒ่าทั้งสองนั่งลงอย่างจนใจ
จูอู่รีบกำชับต่อผู้เฒ่าทั้งสอง เวลามารดาของเขาพูดก็อย่าพูดขัดขึ้นมา แบบนั้นมีแต่จะทำให้มารดาของเขาไม่พอใจมากกว่าเดิม ถึงพวกเราต้องการจะช่วย แต่ก็ต้องช่วยให้ถูกเวลาด้วย
พ่อเฒ่ากับแม่เฒ่าจูรับปากทันที ส่วนจะทำได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องราวหนึ่ง
“ว่ามาเถอะ ตกลงเจ้าได้นอนกับนางแล้วหรือไม่” เห็นผู้เฒ่าทั้งสองยอมสงบลงแล้ว เย่อวี๋หรานจึงถามยืนยันขึ้นมาอีกครั้ง
นางไม่สนใจว่าจูเหล่าโถวจะนอนหรือไม่ได้นอนกับหญิงอื่น เพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่เคยมองว่าจูเหล่าโถวเป็นสามีของตนเองอยู่แล้ว คิดเพียงว่าครอบครัวเลี้ยงดูคนชราเพิ่มมาอีกคนหนึ่งก็เท่านั้น
แต่ถ้าไปนอนกับหญิงอื่นจนทำให้เกิดเรื่องเดือดร้อน เช่นนั้นก็ต้องถามแล้ว
นางเคยบอกจูเหล่าโถวแล้ว หากเขาอยากรับอนุภรรยา รอให้ครอบครัวฐานะดีขึ้นมาก่อน ค่อยซื้อสาวใช้มาอุ่นเตียงให้เขา เชิญร่วมอภิรมย์ได้ตามใจ
บอกเขาหลายครั้งหลายคราแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังสร้างปัญหาให้นางจนได้ นี่ไม่ใช่หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวแล้วจะเป็นอะไรไปได้อีก?
จูเหล่าโถวอึก ๆ อัก ๆ ทั้งไม่อยากยอมรับและไม่กล้ายอมรับ มองลูกชายกับลูกสะใภ้อยู่หลายครา
เย่อวี๋หรานมองปราดเดียวก็เข้าใจแล้ว นี่คงคิดว่ามีคนหนุ่มสาวในครอบครัวอยู่ด้วย รู้สึกขายหน้า
นางลอบยิ้มเย็นในใจ “ทำเรื่องแบบนี้ออกมาแล้วยังกลัวว่าจะขายหน้าด้วยรึ? ตอนนี้เจ้าคงรู้ว่าเรื่องที่เจ้าทำไม่อาจเปิดเผยต่อผู้คนแล้วกระมัง? เฮอะ! ข้าเคยบอกเจ้าอย่างไร? เจ้าอยากรับอนุ ได้ รอให้ผ่านไปอีกหลายปี ครอบครัวฐานะดีขึ้น อยากรับอนุสักกี่คนก็เชิญตามสบาย แต่ตอนนี้ไม่ได้ ตอนนี้เจ้าเจ็ดกำลังเรียนหนังสือ จะไปสอบอยู่รอมร่อ ไม่อาจเกิดเรื่องวุ่นวายได้แม้แต่น้อยนิด เจ้ากลับประเสริฐนัก อนาคตของลูกชายจะเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจ เพื่อเนื้อสองตำลึงตรงท่อนล่างของตัวเองแล้วกลับปีนขึ้นเตียงผู้อื่นไปอย่างยินยอมพร้อมใจ เจ้ารังเกียจว่าสกุลจูหาเงินได้มากเกินไปแล้วใช่ไหม?”
จูเหล่าโถวย่อมไม่อาจยอมรับ “เปล่านะ ข้าเปล่า…วันนั้นข้าดื่มเยอะเกินไป…พวกข้าไม่ได้ทำอะไร ข้าแค่นอนบนเตียงไปงีบเดียว…ตอนข้าตื่นขึ้นมา นางก็ไม่ได้อยู่บนเตียง…”
“นางไม่ได้อยู่บนเตียง แล้วเด็กในท้องนางมาจากไหน?”
“แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?” จูเหล่าโถวรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด แม่ม่ายฉินกลับตั้งครรภ์แล้วเนี่ยนะ?
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มีลูกเยอะปานนี้ก็ไม่เห็นว่าจะตั้งครรภ์ง่ายดายขนาดนั้นเลยนี่นา
“แค่ครั้งเดียว?” เย่อวี๋หรานยืนยัน
“ครั้งเดียว” คราวนี้จูเหล่าโถวไม่ติดอ่างอีกแล้ว ตอบอย่างมั่นใจยิ่ง เขาสาบานว่าตนเองกับแม่ม่ายฉินเคย ‘นอน’ ด้วยกันครั้งเดียวเท่านั้น
เย่อวี๋หรานอยากเย้ยหยันเขานักว่า ตอนนี้ยอมรับว่าพวกเจ้าเคยนอนด้วยกันแล้ว? ตอนถามเมื่อครู่ยังปฏิเสธหัวชนฝาอยู่เลยนี่นา?
แต่กลัวว่าเพียงนางออกปากไปเช่นนี้ อีกฝ่ายก็จะพลิกลิ้น ไม่ยอมตอบคำถามของนางแต่โดยดีอีก จึงได้แต่ปล่อยผ่านไป
“ตอนไหน?”
“หลังจากที่เจ้าจับได้ไม่นานเท่าไหร่…” มีครั้งหนึ่งที่จูซื่อกับจูอู่ยุ่งอยู่กับการทำงาน เขาจึงสบช่องปลีกตัวไปได้
เนื่องจากช่วงนั้นเขาประพฤติตัวดี ลูกชายสองคนไม่ได้สังเกต เขาจึงหาทางออกไปได้สำเร็จ
ตอนนั้นเขาไปหาแม่ม่ายฉินก็ไม่ได้คิดจะทำอันใดจริง ๆ เพียงอยากขอโทษนาง อธิบายต่อนางให้ชัดเจน
แม่ม่ายฉินก็แสดงออกว่าเข้าอกเข้าใจยิ่งนัก บอกว่าหลังจากที่เย่อวี๋หรานจับได้แล้วกลับไม่ได้สร้างความลำบากให้เขา ขอบคุณที่เขาดูแลตนเองในช่วงที่ผ่านมา ทั้งยังทำอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ บอกว่าอยากแสดงความขอบคุณต่อเขา
จูซื่อกับจูอู่ตะลึงพรึงเพริด อะไรนะ! พวกข้าเลินเล่อไปครั้งเดียว เจ้าก็คว้าโอกาสเอาไว้ได้แล้ว?!
จูต้ากับจูเอ้อร์ที่ได้ยินว่าบิดาตนเองถูกจับตามอง ทั้งยังหาโอกาสปลีกตัวไปได้สำเร็จถึงกับนิ่งงัน “…”
ทำไมพวกข้าถึงไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยเล่า
พ่อเฒ่ากับแม่เฒ่าจู “…”
หมายความว่า เรื่องที่ลูกชายตนเองไปทำเรื่องเหลวไหล สะใภ้ใหญ่รู้แต่แรกแล้ว?!
พวกเขาชักไม่อยากยุ่งกับเรื่องนี้ ปล่อยให้สะใภ้ใหญ่ตีลูกชายคนนี้เสียให้ตาย
ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าเป็น ‘เหตุสุดวิสัย’ แต่ปรากฏว่าสะใภ้ใหญ่ให้คนคอยเฝ้าเอาไว้แล้ว ถูกลูกชายสองคนจับตามองอยู่เช่นนี้ เขายังเล็ดลอดออกไปทำเรื่องสกปรกแบบนั้นได้ พวกเขาไม่อยากได้ลูกชายคนนี้อีกแล้วจริง ๆ
“ตอนนี้เจ้าคิดจะทำอย่างไร?” เย่อวี๋หรานถาม
จูเหล่าโถวงงงัน “หา? เจ้า…เจ้ามาถามข้าทำไม?”
“ไม่ถามเจ้าแล้วจะถามใคร? เจ้าไปทำคนเขาท้องนะ ข้าไม่ได้เป็นคนทำเสียหน่อย”
“ข้า…” จูเหล่าโถวกล่าว “ข้าไม่รู้”
เขาจะกล้าตัดสินใจได้อย่างไร เขากลัวแต่ว่าตนเองจะถูกหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้เอาชีวิตตอนกลางดึก คิดแต่จะผ่านด่านนี้ไปให้ได้โดยเร็วเท่านั้น
เขามีท่าทีขลาด ๆ ถามเย่อวี๋หรานเสียงเบา “เจ้าคิดจะทำอย่างไร?”
“ข้า?” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “เจ้าอยากให้ข้าพูดคำพูดจากใจจริงออกมาไหมเล่า?”
จูเหล่าโถว “…”
“คำพูดจากใจจริงของข้าก็คือ อยากให้เจ้าม้วนผ้าห่มไสหัวออกไปตัวเปล่า” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างเย็นชา “ออกจากประตูเรือนไปแล้ว จะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวกับข้าอีก เจ้าอยากจะไปทำอะไรกับแม่ม่ายคนไหนก็เชิญตามสบาย แต่ถ้ากล้าแตะต้องสิ่งของของสกุลจูแม้แต่อย่างเดียว ข้าก็จะฆ่าเจ้าเสีย”
จูเหล่าโถวเย็นสันหลังวาบ “เจ้า…เจ้าจะไล่ข้าออกจากบ้าน?!”
“สะใภ้ใหญ่ ทำเช่นนี้ไม่ได้” แม่เฒ่าจูจะทำใจเห็นลูกชายตนเองที่อายุมากขนาดนี้แล้วต้องมาพบกับจุดจบที่น่าอับอายเช่นนี้ได้อย่างไร นางกล่าวอย่างร้อนใจว่า “เขาอายุมากขนาดนี้แล้ว ถ้าไล่ออกไป เขาจะใช้ชีวิตอย่างไร? อีกอย่าง เจ้าเจ็ดบ้านเจ้าก็จะสอบเคอจวี่อยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปก็คงไม่น่าฟังนัก…”
เพียงไม่ทราบว่าเป็นห่วงจูชีจากใจจริง หรือทำไปเพื่อจูเหล่าโถว
“ข้าถึงได้บอกว่านั่นคือถ้อยคำจากใจจริง เป็นความคิดจริง ๆ จากก้นบึ้งจิตใจของข้า” เย่อวี๋หรานไม่ได้ปลอบใจแม่สามี เพียงกล่าวสืบไปว่า “ถ้าทำได้ ข้าก็อยากทำเช่นนั้น ผู้ชายคนหนึ่ง กระทั่งเนื้อสองตำลึงนั้นยังควบคุมไม่ได้ เขายังจะทำการใหญ่อันใดได้? ผู้ชายพรรค์นี้ข้าจะเอามาทำไม? ข้าไม่ได้จะเอามาเลี้ยงเป็นลูกชายเสียหน่อย”
สายตากวาดผ่านจูต้า จูเอ้อร์ จูซื่อ และจูอู่ไปอย่างเย็นชา
ลูกชายทั้งสี่ “…”
สวรรค์! พวกข้าก็โดนไปด้วยหรือเนี่ย
อึดใจถัดมา ก็ได้ยินเย่อวี๋หรานกล่าวว่า “พวกเจ้าก็เหมือนกัน ห้ามเอาอย่างพ่อพวกเจ้า ผู้ใดกล้าไปทำเรื่องพรรค์นี้ลับหลังข้า ข้าจะตีขาสุนัขของมันผู้นั้น”
จิตสังหารเต็มเปี่ยม
จูต้า จูเอ้อร์ จูซื่อ และจูอู่รีบรับคำ “ท่านแม่ ไม่หรอกขอรับ พวกข้าไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน”
“ใช่แล้ว พวกข้าไม่ทำเด็ดขาดขอรับ”
“ใช่แล้ว เมียตัวเองมีไม่กอด ไปกอดหญิงอื่นข้างนอกนั่นทำไม? ถ้ามีอาหารเหลือพอให้ไปทำเรื่องแบบนั้น มิสู้เอามากินเองดีกว่า”
“ท่านแม่ ลูกไม่กล้าทำหรอกขอรับ”
……
ต่างคนต่างรับประกันว่าจะไม่ทำเรื่องแบบนี้เด็ดขาด
ยิ่งพวกลูกชายรับคำกันอย่างรวดเร็วมากเท่าไหร่ จูเหล่าโถวยิ่งยากที่จะรับไหวมากเท่านั้น นี่มิเท่ากับกำลังตอกย้ำว่าเขามันไม่ใช่ชายชาตรีหรอกหรือ?