ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 457 คิดว่าตนเองจะโชคดี
บทที่ 457 คิดว่าตนเองจะโชคดี
ทั้งสองฝ่ายชมกันไปชมกันมา
มุมปากเย่อวี๋หรานประดับรอยยิ้มบาง ยิ้มรับคำป้อยอของเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม ทั้งยังไม่ลืมประจบอีกฝ่ายกลับไปด้วย
การสนทนาวันนี้จึงยุติลงพร้อมกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าเดิมเช่นนี้เอง
ตอนที่นางจะจากไป เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสยังมาส่งถึงหน้าประตูเรือน
ขณะนั้น ดวงดาวกระจัดกระจาย จันทร์กระจ่างลอยอยู่กลางท้องฟ้า
เย่อวี๋หรานเงยหน้ามองฟ้ายามราตรีด้วยจิตใจสงบนิ่ง
นางไม่คิดว่าตนเองทำร้ายแม่ม่ายฉินอย่างเลือดเย็นไร้ไมตรีแต่อย่างใด สตรีผู้นี้ ตอนที่กล้าวางอุบายต่อจูเหล่าโถวก็ควรทำใจยอมรับผลที่จะตามมาเอาไว้แล้ว
เฮอะ! คิดว่านางเป็นคนอ่อนแอหรือไร?
วันรุ่งขึ้น ข่าวลือเรื่องที่แม่ม่ายฉินประพฤติตัวสำส่อน ยั่วยวนคนนอกหมู่บ้านจนตั้งครรภ์ก็กระจายไปทั่วหมู่บ้าน
นางไปหาเรื่องสกุลจู เพราะถูกเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสตัดสิทธิ์กล้ามันเทศ แต่กลับไม่กล้าไปโวยวายกับพวกเขา คิดว่าจูต้าเหนียงรังแกได้ง่ายกว่า จึงมาแก้แค้นกับสกุลจู
จูต้าเหนียงรังแกได้ง่ายเนี่ยนะ?!
มารดามันเถอะ นี่จะโกหกตาใสกันเกินไปแล้วหรือเปล่า?!
ทุกคนทราบอยู่แก่ใจ แต่กลับไม่มีใครเปิดโปง
พูดเป็นเล่นไป ตอนนี้พวกเขากำลังรอให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์พารวยไปด้วยกันอยู่นะ มาว่าร้ายหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ตอนนี้ มิเท่ากับหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวหรอกหรือ?
ก่อนหน้านี้ที่แม่ม่ายฉินถูกตัดสิทธิ์กล้ามันเทศก็เพราะไปล่วงเกินหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ทำให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสไม่พอใจ ถึงได้ถูกตัดสิทธิ์ไม่ใช่หรือไร?
ทุกคนไม่ได้โง่ ถ้าเรื่องระหว่างแม่ม่ายฉินกับจูเหล่าโถวเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นก็คงไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้
ดูจากลักษณะครรภ์ของนางแล้วคงท้องตั้งแต่ก่อนฤดูกาลเก็บเกี่ยว แสดงว่าต้องเป็นช่วงก่อนเริ่มปลูกกล้ามันเทศแน่นอน
เพื่อให้การปลูกมันเทศหน้าหนาวเป็นไปอย่างราบรื่น เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสก็ต้องหาวิธีประจบหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ จึงต้องกดเรื่องนี้เอาไว้ ไม่ให้ลือไปเข้าหูนาง
ทว่าน่าเสียดาย แม่ม่ายฉินไม่สนใจการเตือนนี้สักนิด แต่มาอาละวาดเสียครึกโครม
“ตอนนี้เข้าใจแล้วกระมัง? เรื่องนี้ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสคอยควบคุมเอาไว้ ก่อนหน้านี้พวกเราก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ปลูกมันเทศหน้าหนาวกันอย่างราบรื่น พวกเจ้าลองคิดดู ด้วยนิสัยของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ถ้าเรื่องนี้ระเบิดออกมาตอนนั้นยังจะมีมันเทศหน้าหนาวอีกอยู่หรือ?!”
“มารดามันเถอะ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย?!”
“เจ้าเพิ่งรู้? ตอนนี้คงเข้าใจแล้วสินะว่าทำไมข้าถึงไม่ให้เจ้าเที่ยวไปพูดส่งเดช? ก็เพราะกลัวว่าเจ้าจะทะเล่อทะล่าไปล่วงเกินหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เอาน่ะสิ เรื่องนี้พวกเรารู้อยู่ในใจก็พอแล้ว อย่าไปพูดซี้ซั้ว”
……
คนที่รู้ความจริงก็ส่วนหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ความจริงจึงหลงเชื่อข่าวลือกันไม่น้อย
พวกเขาอุทานไม่ขาดปาก ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าประหลาดนัก ต่างก็เป็นแม่ม่ายเหมือนกัน ไฉนแม่ม่ายฉินในหมู่บ้านตนเองกลับใช้ชีวิตสบายอุรา ขณะที่แม่ม่ายในหมู่บ้านคนอื่นกลับต้องอยู่อย่างโศกาอาดูร?
ใช่ พวกเขายอมรับว่าเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสมีส่วนช่วยดูแลแม่ม่ายฉินจริง แต่จะดูแลอย่างไร สุดท้ายแล้วก็ต้องมีคนไปทำนาใช่หรือไม่?
แม่ม่ายฉินที่เป็นผู้หญิงคนเดียว ต้องเลี้ยงลูกชายสองคนที่เด็กก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง สามารถทำอันใดได้บ้างเล่า?
ลูกชายสองคนของแม่ม่ายฉินช่างน่าสงสารนัก ไม่ง่ายเลยกว่าจะเติบโตมาได้ จวนจะได้ดูตัวอยู่แล้ว แต่กลับเกิดเรื่องมารดาบังเกิดเกล้าขึ้นมาเช่นนี้ เรื่องมงคลของพวกเขาคงต้องล่าช้าออกไปแล้ว
จูกู่และจูหมี่ ลูกชายของแม่ม่ายฉินถูกเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสเรียกตัวไป ‘คุยด้วย’
ทั้งสองอายุยังน้อย เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสจึงตีหน้าขึงขัง ข่มขู่ให้พวกเขาบอกชื่อผู้ชายในอดีตของแม่ม่ายฉินออกมา มิฉะนั้นจะขับไล่พวกเขาสองคนออกไปจากหมู่บ้าน
แม้จูกู่กับจูหมี่จะเป็นเด็กหนุ่ม สามารถดูตัวได้แล้ว แต่แท้จริงแล้วอายุยังน้อย เพียงสิบกว่าขวบเท่านั้น กอปรกับยังด้อยประสบการณ์ ในไม่ช้าก็ถูกเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสที่เป็นผู้มีอำนาจข่มขวัญได้สำเร็จ คายทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสสงสัยว่าแม่ม่ายฉินไปสานสัมพันธ์กับชายอื่นด้วยก็ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสีเสียทีเดียว
นอกจากจูเหล่าโถว แม่ม่ายฉินยังไปสานสัมพันธ์กับชายอื่นในหมู่บ้านอีกหลายคน เพียงแต่ไม่เคยถูกจับได้ก็เท่านั้น
แม่ม่ายฉินระวังตัวยิ่งนัก นางสานสัมพันธ์กับผู้ชายเหล่านั้นก็เพื่อให้พวกเขาช่วยทำงานให้ หรือเพื่อให้ได้ผลประโยชน์เล็กน้อย ย่อมไม่ต้องการให้ภรรยาของพวกเขาจับได้
ล้วนแต่ลักลอบสานสัมพันธ์เพียงไม่กี่ครั้งก็ยุติลงกลางคัน
ผู้ชายจำนวนไม่น้อยในหมู่บ้านสกุลจูล้วนเคยข้องแวะกับนางมาก่อน
ส่วนว่าเด็กในท้องแม่ม่ายฉินเป็นลูกของจูเหล่าโถวหรือไม่ จูกู่กับจูหมี่ก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แม้ว่าบางเรื่องแม่ม่ายฉินจะแอบไปทำลับหลังพวกเขา แต่ในฐานะคนที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน พวกเขาจะไม่จับสังเกตเลยได้อย่างไร?
ผู้ชายคนไหนมาเรือนตนเองเมื่อไหร่ พวกเขาย่อมพอรู้
มารดาของพวกเขายังเคยบ่นออกมาต่อหน้าพวกเขาว่าจูเหล่าโถวโง่งมปานใด พูดจาหว่านล้อมไม่กี่ประโยคก็หลอกได้แล้ว
ทั้งยังสารภาพออกมาด้วยว่า สาเหตุที่แม่ม่ายฉินจ้องจะจับจูเหล่าโถว นอกจากเรื่องกล้ามันเทศแล้ว แท้จริงแล้วยังหมายตาเรือนที่เพิ่งสร้างใหม่ของสกุลจูด้วยเช่นกัน
“ที่จริงแม่พวกข้ากลัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เหมือนกัน รู้สึกว่าความเสี่ยงค่อนข้างสูง แต่ก็เห็นแก่เรือนหลังใหม่ของพวกเขาด้วย”
“เป็นผู้หญิงที่ไปข้องแวะกับสามีของคนอื่นเหมือนกัน แต่หม่าซานเหนียงก็ได้แต่งงานกับหลี่ว์ต้าซุ่นด้วยนี่นา? แม่พวกข้าคิดว่าในเมื่อคนอื่นทำได้ นางก็ทำได้”
“หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ก็ร้ายกาจแค่ตอนยังสาว ตอนนี้อายุมากแล้วก็ไม่เห็นว่าจะลงมือต่อหม่าซานเหนียงตรงไหน ถ้านางมีความสามารถแบบนั้น ตอนนี้หลินต้าเม่ยก็คงไม่ต้องพบจุดจบที่น่าอนาถปานนั้น”
……
กล่าวถึงที่สุดแล้ว แม่ม่ายฉินเพียงแต่คิดว่าตนเองจะโชคดี
ด้านหนึ่งมีเรือนสกุลจูเป็นสิ่งล่อใจ อีกด้านยังมีความสำเร็จของหม่าซานเหนียงเป็นกรณีตัวอย่าง ตอนนั้นตนเองยังบังเอิญตั้งครรภ์พอดี นางไม่อาจระงับความพลุ่งพล่านในจิตใจเอาไว้ได้ จึงพุ่งเป้าไปที่จูเหล่าโถว
นอกจากนี้ ประการสำคัญก็คือ จูเหล่าโถวยังบอกว่าเขาแยกห้องนอนกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มาได้พักใหญ่แล้ว ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาไม่สู้ดี ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยามีระยะห่าง นี่มิใช่โอกาสอันดีของนางหรอกหรือ?
เมื่อทำลงไปด้วยความหุนหันพลันแล่นจึงมีผลลัพธ์เช่นตอนนี้
อ้างอิงจากคำให้การของจูกู่และจูหมี่ เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสามารถคว้าตัว ‘ผู้ต้องสงสัย’ คนหนึ่งออกมาได้ในที่สุด
พอคนถูกควบคุมตัวมาถึงก็ถูกผู้อาวุโสเตะไปหนึ่งที “เจ้าเด็กเหลือขอ กล้านักใช่ไหม ไม่ใช้ชีวิตกับลูกเมียตัวเองไปดี ๆ แต่กลับมาเกลือกกลั้วกับแม่ม่ายคนหนึ่งเช่นนี้ ไม่อยากมีครอบครัวแล้ว?”
จูสุ่ยหนิวหดคออย่างขลาด ๆ ยอมรับความผิดทันที “ท่านอาผู้อาวุโส ท่านอาเจ้าหน้าที่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ขอรับ…”
“เด็กในท้องแม่ม่ายฉินเป็นลูกของเจ้าใช่ไหม?” เจ้าหน้าที่เคาะกล้องยาสูบพลางถามเขา
“ข้าไม่รู้”
“ผู้หญิงที่เจ้าไปนอนด้วย เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสไม่เชื่อ
จูสุ่ยหนิวแก้ตัว “ไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวที่นอนกับนางเสียหน่อย ข้าจะไปรู้หรือ?”
เขายังขอร้องเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสว่าอย่าเปิดเผยเรื่องนี้ เขาเป็นปู่คนแล้ว ถ้าเรื่องนี้ลือกันออกไปแล้วเขาจะมีหน้าออกไปพบผู้คนได้อย่างไร?
“เจ้ารู้ว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสีย ยังกล้าไปทำ?” เจ้าหน้าที่มีสีหน้าเดียดฉันท์
“นั่นมันสมัยยังหนุ่มนี่นา…” จูสุ่ยหนิวอธิบายว่าเขาตัดขาดกับนางไปนานแล้ว
แต่เมื่อไม่นานมานี้ แม่ม่ายฉินมาหาเขา ยกเรื่องในอดีตมาข่มขู่เขา เขาอับจนปัญญาจึงจำใจหลับนอนกับนาง
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสย่อมไม่เชื่อวาจานี้
ผู้ชายเป็นอย่างไร พวกเขาจะไม่รู้เชียวหรือ?
ถ้าฝ่ายชายไม่เต็มใจ แม่ม่ายฉินยังจะสามารถจับจูสุ่ยหนิวมัดเอาไว้แล้วขืนใจอีกฝ่ายได้?
พูดตรง ๆ แล้วก็คือ มีผลประโยชน์มากองตรงหน้าใครไม่คว้าเอาไว้ก็คือคนโง่ แม่ม่ายฉินเอาตัวมาส่งให้ถึงที่ คนบางคนคิดว่าตนเองมีเสน่ห์เหลือล้นจึงผลักเรือตามน้ำ [1] ไฉนเลยจะทราบว่า คนเขาแค่อยากยืม ‘เมล็ดพันธุ์’ ของตนก็เท่านั้นเอง
[1] ผลักเรือตามน้ำ 顺水推舟 หมายถึง คล้อยตามสถานการณ์เพื่อให้ตนเองเป็นฝ่ายได้ประโยชน์