ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 737 ค่ายกลต้องห้ามขนาดใหญ่ และเหยียบย่างสู่เขตแดนลับ!
บทที่ 737 ค่ายกลต้องห้ามขนาดใหญ่ และเหยียบย่างสู่เขตแดนลับ!
“เขตแดนลับแห่งนี้อยู่ห่างจากดาวเคราะห์โบราณมายาราวสามปีแสง ปัจจุบันทางเราได้ดำเนินการสำรวจเบื้องต้นไปบ้างแล้ว แต่เนื่องจากถูกจำกัดด้วยพลังแห่งห้วงเวลาในพื้นที่รอบนอกของเขตแดนลับ เราจึงไม่สามารถเข้าไปสำรวจเพิ่มเติมได้มากกว่านี้และต้องมาขอความช่วยเหลือจากพวกคุณอีกแรง!”
“นอกจากนั้นแล้ว…”
บรรพชนเผ่าพันธุ์มายาได้อธิบายรายละเอียดไปอีกสักพัก
หลังจากฟังคำแนะนำต่าง ๆ ทุกคนจึงเข้าใจถึงภาพรวมของเขตแดนลับแห่งนี้
สรุปได้ว่าเขตแดนลับนี้ก็เหมือนกับเขตแดนลับอื่น ๆ
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือมันถูกปกคลุมไปด้วยพลังแห่งห้วงเวลาจำนวนนับไม่ถ้วน และถูกจำกัดพื้นที่สำรวจตั้งแต่บริเวณรอบนอก
ภายใต้ข้อจำกัดนี้ หากมีใครบุกพรวดเข้าไปตอนยังไม่มีใครได้ตั้งตัว พวกเขาก็จะถูกโจมตีด้วยคมกระบี่กาลเวลาจำนวนนับไม่ถ้วน
จะมีก็แต่ผู้มีพรสวรรค์ห้วงเวลาเท่านั้นที่สามารถต้านทานการกัดกร่อนของพลังแห่งห้วงเวลาและผ่านมันเข้าไปได้อย่างปลอดภัย
นี่เป็นเพียงการทดสอบชั้นนอกสุดเท่านั้น
หากใครต้องการเข้าไปลึกกว่านั้น ก็จะต้องผ่านการทดสอบเสียก่อน ซึ่งคือการเข้าใจกฎเกณฑ์ของกาลเวลาและใช้มันปลดพันธนาการออกชั่วขณะหนึ่ง จึงจะสามารถเข้าไปยังภายในได้
แม้เผ่าพันธุ์มายาจะมีผู้ปลุกพลังที่เชี่ยวชาญพรสวรรค์ห้วงเวลา แต่ระดับพรสวรรค์ของพวกเขาก็ไม่ได้สูงมาก จึงไม่สามารถผ่านเงื่อนไขการทดสอบภายในระยะเวลาที่กำหนด
พวกเขาได้พยายามหลายต่อหลายครั้งจนมีผู้คนเสียชีวิตไปมากมาย แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ท้ายที่สุดพวกเขาจึงยอมเปิดเผยข้อมูลของเขตแดนลับนี้ต่อสาธารณะ
“สุดท้ายนี้…”
“มีจุดสำคัญอีกข้อหนึ่ง ที่ทุกท่านควรจำไว้!”
ในขณะนี้ สีหน้าของมหาเทวะยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์มายาก็ดูเคร่งเครียด “ภายใต้ข้อจำกัดเหล่านั้น ไม่เพียงมีคมกระบี่กาลเวลาที่คอยทดสอบ แต่ยังมีสัตว์อสูรลึกลับที่อาศัยอยู่ภายในนั้น พวกมันสามารถมีชีวิตรอดจากการกัดกร่อนของพลังแห่งห้วงเวลาและจะคอยลอบฆ่าผู้ที่บุกรุกเข้าไป”
“ทั้งความแข็งแกร่งและวิธีลอบฆ่าของพวกมันน่าสะพรึงกลัวมาก ดังนั้นขอให้ทุกท่านโปรดระวัง มิฉะนั้น พวกท่านอาจจะถูกฆ่าตายอยู่ในนั้น!”
“แน่นอนว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นจะคอยพรางตัวจนเราไม่สามารถตรวจจับได้ ราวกับไม่มีตัวตน แม้กายเนื้อของพวกมันจะอ่อนแอมากและมีความแข็งแกร่งเพียงขั้นเทียมเทพ แต่หากพวกท่านไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะถูกพวกมันฆ่าได้เช่นกัน”
“เมื่อพวกท่านฆ่ามันได้สำเร็จ ก็จะได้รับสมบัติของอารยธรรมรกร้างนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยพลังแห่งห้วงเวลาที่จะช่วยเพิ่มความเข้าใจของผู้ปลุกพลังต่อกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาได้ อีกทั้งมีสัตว์อสูรบางตัวที่เก็บกักพลังต้นกำเนิดกาลเวลาไว้ภายในร่าง มันเป็นอะไรที่หายากมาก หากใครได้ดูดซับซากศพของพวกมัน ก็จะช่วยพัฒนาพรสวรรค์ห้วงเวลาด้วยเช่นกัน!”
“กล่าวได้ว่าภายในนั้นมีทั้งอันตรายและโอกาสที่รอคอยพวกท่านอยู่ ดังนั้นโปรดจงระมัดระวังอย่าได้ประมาทและพยายามเอาชีวิตรอดออกมาให้ได้!”
เขาพูดเตือนสติทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ไม่ใช่เพียงเพราะเห็นแก่ผู้ปลุกพลังของเผ่าพันธุ์อื่นเท่านั้น แต่เป็นการกระตุ้นเตือนตัวเองด้วยเช่นกัน
ต้องไม่ลืมว่า
ตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ หากมีเผ่าพันธุ์ใดสามารถนำสมบัติออกมาได้ พวกเขาก็จะได้ส่วนแบ่งสมบัติอย่างน้อย 20% ด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่ายิ่งมีผู้ปลุกพลังรอดชีวิตมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งได้รับผลประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
แต่ละคนเริ่มมีสีหน้ากังวลไม่น้อย
หลังจากรับรู้เรื่องนี้ ผู้ปลุกพลังของทุกเผ่าพันธุ์ต่างก็รู้สึกหวั่นเกรงและพยักหน้าอย่างเข้าใจ
กว่าจะฝึกฝนมาได้ถึงระดับนี้ พวกเขาย่อมไม่ใช่พวกโง่เง่า
จึงตระหนักได้ทันทีว่าเขตแดนลับแห่งนี้มีความอันตรายอย่างยิ่ง
แม้ที่แห่งนี้จะเป็นเขตแดนลับแห่งกาลเวลาที่เต็มไปด้วยโอกาส แต่ก็มีอันตรายมากมายที่รอคอยพวกเขาอยู่เช่นกัน
หลังจากกระตุ้นเตือนสติทุกคน มหาเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์มายาก็ได้บอกข้อควรระวังอื่น ๆ ต่อไป
เพราะข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ตรงที่ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มายาแลกมาด้วยชีวิตของพวกเขา
หากเผ่าพันธุ์อื่นเข้าไปแล้วต้องพบเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน ประสบการณ์เหล่านี้ก็อาจจะช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้ไม่มากก็น้อย
การประชุมนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงก่อนจะสิ้นสุดลง
ในช่วงท้ายของการประชุม ทุกคนได้ตกลงว่าจะเริ่มออกเดินทางในวันพรุ่งนี้
ในค่ำคืนนั้น…
ฉู่โม่วไม่ได้ฝึกฝน เพียงนั่งสมาธิในห้องที่เผ่าพันธุ์มายาจัดเตรียมไว้ให้อย่างเงียบสงบ
จนกระทั่งเช้าตรู่ของวันถัดไป ผู้ปลุกพลังของเผ่าพันธุ์มายาได้มาเชื้อเชิญให้ไปรวมตัวกับคนอื่น ๆ ชายหนุ่มจึงเดินออกจากห้องมาด้วยพลังเต็มเปี่ยม
พวกเขามารอกันที่ท่าอากาศยาน
ผู้ปลุกพลังจากทุกเผ่าพันธุ์มารวมกันที่นี่เพื่อเตรียมจะขึ้นยานรบเดินทาง
ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็ขึ้นยานกันจนครบ จากนั้นภายใต้คำสั่งของมหาเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์มายา ยานรบก็เริ่มลอยขึ้นและกระโจนหายไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
เขตแดนลับนั้นอยู่ห่างจากดาวเคราะห์โบราณมายาราวสามปีแสง ด้วยความเร็วของยานรบและการฉีกห้วงมิติของเหล่ามหาเทวะยุทธ์ จึงใช้เวลาเดินทางสู่ที่หมายไม่นานนัก
หนึ่งวันต่อมา
ยานรบก็ใกล้ถึงที่หมายแล้ว
“ยานรบกำลังจะเข้าสู่อาณาเขตของห้วงจักรวาลมืด ทุกท่านโปรดเตรียมพร้อม!”
ผู้ปลุกพลังกระตุ้นเตือนทุกคน เมื่อเสียงประกาศสิ้นสุดลง ทุกคนจึงนั่งตัวตรงรออย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน
ก็เกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย ซึ่งกินเวลาประมาณสิบวินาทีก่อนจะสงบลงในที่สุด
ขณะนี้ ฉู่โม่วรับรู้ได้ว่าพวกเขาเข้าสู่อาณาเขตของจักรวาลมืดเรียบร้อยแล้ว
ฉู่โม่วมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ภายนอกนั้นไม่มีแสงสว่างใด ๆ มีเพียงความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ ราวกับเป็นเพียงดินแดนว่างเปล่าและเต็มไปด้วยสสารโกลาหล
ที่แห่งนี้ก็คือจุดสิ้นสุดของทุกสิ่งในห้วงจักรวาล สถานที่ที่เต็มไปด้วยเหล่าซากอารยธรรมที่ล่มสลาย
อารยธรรมที่สูญสิ้นจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนต้องมาอยู่ยังที่แห่งนี้ และกลายเป็นเพียงเศษซากที่ล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าตลอดไป
จุดหมายสถานที่ที่พวกเขากำลังจะเดินทางไปในครั้งนี้ก็คือหนึ่งในซากอารยธรรมที่ล่มสลายไปแล้ว
“ยานรบจะไปถึงที่หมายในอีกห้านาที ทุกท่านโปรดเตรียมตัวให้พร้อม!” ระบบควบคุมปัญญาประดิษฐ์ของยานรบประกาศแจ้งเตือน
ใกล้จะถึงแล้วสินะ!
ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าลึกด้วยสีหน้าจริงจังและรอให้ยานรบลงจอด สำหรับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ บางคนดูเคร่งขรึมหรือกังวลใจ พวกเขารู้สึกตึงเครียดต่ออันตรายที่กำลังจะต้องเผชิญ
แต่ก็มีหลายคนที่คาดหวังว่าจะได้รับสมบัติมหัศจรรย์มากมายจากเขตแดนลับนี้
“ฉู่โม่ว นายต้องรอดกลับมาให้ได้ ห้ามตายเด็ดขาด!”
ทันใดนั้น บรรพชนหมัวก็กล่าวด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่ต้องกังวลครับ บรรพชนหมัว ผมดูแลตัวเองได้” ชายหนุ่มพยักหน้า
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรพชนหมัวก็พยักหน้าตอบ แล้วจึงหันไปสั่งผู้ปลุกพลังมนุษย์คนอื่น ๆ ที่กำลังจะเข้าไปสำรวจเขตแดนลับว่าพวกเขาจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉู่โม่วอย่างเคร่งครัด
คนเหล่านี้ล้วนรู้ว่านี่ไม่ใช่การมาเที่ยวเล่นแบบเด็ก ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงพยักหน้ารับคำสั่งทันที
ระหว่างการสนทนา
จู่ ๆ ก็ปรากฏแสงบางอย่างที่สะท้อนมาจากความมืดมิดด้านหน้ายาน แม้ว่าวิสัยทัศน์จะมืดสลัวมากแต่ก็สามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
จากนั้นยานรบก็ค่อย ๆ เคลื่อนไปหยุดบริเวณใกล้ ๆ
ซู่ม!
ความกดอากาศในห้องโดยสารถูกปล่อยออกไป แล้วประตูยานก็เปิดออก
ทันใดนั้น เหล่าผู้ปลุกพลังก็บินลงจากยานรบ จากนั้นตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ อย่างรวดเร็วเพื่อยืนยันความปลอดภัย บรรพชนที่เป็นมหาเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์มายากล่าวว่า “ถึงจุดหมายแล้ว พวกเรามาส่งได้เพียงเท่านี้!”
“ผู้ปลุกพลังคนใดที่จะเข้าสู่เขตแดนลับ จงออกไปได้!”
“สุดท้ายนี้…”
“ฉันขอให้ทุกท่านโชคดี และเอาชีวิตรอดกลับมาได้!”