ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 847 ใช้โลกและสวรรค์เป็นดั่งเตาหลอมพลังกายของตนเอง!
บทที่ 847 ใช้โลกและสวรรค์เป็นดั่งเตาหลอมพลังกายของตนเอง!
“ตัวอ่อนกระบี่พิสุทธิ์!”
“ทรายโลหิตพิสุทธิ์!”
“ทองคำดาราโกลาหล!”
ฉู่โม่วพยายามหลอมสร้างอาวุธบนดาวดวงหนึ่งในเอกภพ
การหลอมสร้างอาวุธนั้น ไม่เพียงแต่หลอมสร้างบางสิ่งขึ้นมาเฉย ๆ แต่ยังต้องใช้สมบัติจากโลกและสวรรค์มากมาย ในขณะเดียวกันมันก็ต้องใช้ไฟเพื่อหลอมละลายสมบัติต่าง ๆ เพื่อนำมาหลอมรวมกันด้วย
ตอนนี้ดวงดาวของฉู่โม่วถูกตั้งอยู่บนไฟประหลาด
บรรยากาศรอบข้างบนดาวดวงนี้นั้นเต็มไปด้วยความหยาบกระด้าง หากมองมาจากอวกาศ มันจะเหมือนว่าดาวดวงนี้เป็นลูกบอลไฟดวงใหญ่ แต่เอาเข้าจริง บรรยากาศภายในดาวดวงนี้ก็ไม่ต่างกับลูกบอลไฟจริง ๆ
มันมีภูเขาไฟอยู่ทั่วทั้งดวงดาว มีธาตุไฟที่รุนแรงอยู่ทุกหนแห่ง ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยความร้อนระอุ
ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลย ลำพังเพียงผู้ฝึกยุทธ์ทั่ว ๆ ไปก็แทบจะเอาตัวกันไม่รอดแล้ว
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดวงดาวแห่งนี้เหมาะสมที่สุดที่จะหลอมสร้างอาวุธ
ตอนนี้…
สมบัติทุกชิ้นกำลังลอยตัวอยู่ต่อหน้าต่อตา ฉู่โม่วใช้วิธีหลอมสร้างอาวุธตามที่บันทึกไว้ “กระบวนท่าหลอมสร้างอาวุธคือการค่อย ๆ หลอมสมบัติต่าง ๆ แล้วค่อยรวมมันเข้าด้วยกัน สลักลึกเป็นหนึ่งเดียวและเกิดใหม่เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งกว่าเดิม…”
ระหว่างนั้น…
เหล่าวัตถุดิบศักดิ์สิทธิ์ก็ค่อย ๆ แปรสภาพเป็นของเหลวภายในการแผดเผาของธาตุเพลิง ของเหลวเหล่านั้นเปลี่ยนรูปร่างได้ดังที่ฉู่โม่วต้องการ
เห็นเช่นนั้น แววตาของชายหนุ่มก็เป็นประกายทันที
เขาสัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญาณภายในที่ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดที่จะหายใจเฮือกใหญ่ไม่ได้ ราวกับว่าแม้จะอยู่ใกล้กันขนาดนี้ แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงชั้นบาง ๆ ที่คอยกั้นเขาออกจากสิ่งนี้อยู่ ดังนั้นเขาต้องค่อย ๆ ระมัดระวังในการตรวจสอบและทำความเข้าใจสิ่งนี้ ทว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่เข้าใจได้ง่าย ๆ
มันทำให้ฉู่โม่วรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาเล็กน้อย
‘ทำต่อไป!’
‘ถ้าไม่สามารถหลอมสร้างมันด้วยตัวเอง ก็ยังใช้ตัวช่วยอีกนับสิบได้! แต่ถ้าตัวช่วยทั้งสิบยังช่วยไม่ได้ ก็จะใช้ตัวช่วยสักร้อยเลย!’
‘ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ฉันก็จะต้องทำสำเร็จให้ได้!’
ฉู่โม่วไม่ได้หวาดหวั่น หลังจากที่หล่อหลอมกระบี่จนสมบูรณ์แล้ว เขาก็นำวัตถุดิบอื่น ๆ ออกมาเพื่อหลอมสร้างต่อไป
มันมีสมบัติมากมายหลายชิ้นที่ซ่อนอยู่ในมิติพกพาและโลกในฝ่ามือ ที่ซึ่งถูกชายหนุ่มเก็บไว้มานานหลายปี ไหนจะมีสมบัติที่ซื้อมาจากร้านค้ามากมายในอาณาจักรจันทราสีเลือดอีก
ด้วยสมบัติปริมาณมหาศาลเหล่านี้ มันจึงเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนทำให้การหลอมสร้างอาวุธได้หลายชิ้นเลยทีเดียว
ดังนั้นฉู่โม่วจึงอยู่บนดาวดวงนี้ เพื่อหลอมสร้างทั้งวันทั้งคืน
เวลาหมุนผ่านไปช้า ๆ
ชายหนุ่มดื่มด่ำอยู่กับสิ่งนี้ไปโดยสมบูรณ์ เขาจมอยู่กับมันจนแทบจะแยกตนเองออกมาไม่ได้
มันยากสำหรับเขามาก ๆ ที่จะรับรู้ถึงคืนวันที่ผ่านไป
วันนี้…
ฉู่โม่วขัดเกลาอาวุธวิเศษหลายประเภทในเวลาเดียวกัน เขาโยนวัตถุดิบมากมายลงไปในเพลิงด้วยความงุนงงเล็กน้อย จากนั้นก็ดูวัตถุดิบต่าง ๆ ถูกหลอมกลายเป็นของเหลวด้วยเพลิงนี้ชิ้นต่อชิ้น
โดยทั่วไปแล้ว…
หลังจากที่สมบัติเหล่านี้ถูกหลอม เขาจะประทับจารึก สลักสร้างรูปแบบ และท้ายสุดก็จะแต่งเติมจนกลายเป็นอาวุธวิเศษ
ซึ่งวันนี้เขาก็ยังคงทำกระบวนการแบบเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ผิดตรงที่ว่าเมื่อเขาหลอมสร้างอาวุธหลาย ๆ ชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แสงไฟก็ปรากฏขึ้นในหัวของฉู่โม่ว มันทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาสั่นสะท้านราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจนแววตากลับมามีประกายอีกครั้ง
“เข้าใจแล้ว!”
“ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว!”
เพราะอารมณ์ที่ปั่นป่วนทำให้ยากต่อการหลอมสร้าง และมันทำให้แม่แบบที่ประทับจารึกอยู่บนอาวุธเหล่านี้ร้าวและระเบิดออกทีละอัน ๆ เมื่อมันเสร็จแล้ว
ทว่าฉู่โม่วกลับไม่ได้ติดใจเรื่องนี้แต่อย่างใด กลับกัน สีหน้าของเขากลับแสดงความรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากแทนเสียด้วย
ในที่สุดเขาก็ได้เข้าใจถึงปัญหาที่รบกวนเขามาอย่างยาวนาน
“ทุกอย่างมันผิดพลาดหมดเลย! สิ่งที่ฉันทำมาก่อนหน้ามันผิดทั้งหมด!”
“กลายเป็นว่า การใช้งานกระบวนท่าหลอมสร้างอาวุธนี้ ไม่ใช่เพื่อการหลอมสร้างอาวุธวิเศษ แต่เป็นการใช้ตัวเองให้เหมือนอาวุธวิเศษ! ใช้โลกและสวรรค์เป็นดั่งเตาหลอม เพื่อหลอมสร้างตนเองขึ้นไป!”
เขาพูดมันออกมาด้วยความตื่นเต้น
ย้อนกลับไปตอนที่ได้เข้าใจและล่วงรู้ถึงการใช้วิธีหลอมสร้างนี้มาใหม่ ๆ ชายหนุ่มมีแนวคิดบางอย่างในหัว แต่มันเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างจะเลือนราง และไม่สามารถเข้าใจถึงหลักการที่แท้จริงได้ในตอนนั้น แต่ตอนนี้ หลังจากที่ได้หลอมสร้างด้วยวิธีนี้มาอย่างยาวนาน ได้เห็นวัตถุดิบศักดิ์สิทธิ์มากมายด้วยตาตนเอง หลังจากที่ได้หล่อหลอมพวกมันจนกลายเป็นของเหลวภายใต้ธาตุเพลิง เขาก็ได้เข้าใจถึงความนัยที่ซ่อนเอาไว้ในวิธีนี้
กระบวนท่าหลอมสร้างอาวุธ เป็นกรรมวิธีหลอมสร้างที่แปลกพิสดารไม่เหมือนกับวิธีอื่น ๆ หากเพียงเพื่อพัฒนาขั้นหนึ่งขั้น วิธีนี้มันไม่เหมาะสมเอาเสียเลย ไม่แม้แต่จะน่าเอามาทดลอง
แต่ถ้าผู้ฝึกมีความคิดและอยากจะแทนตนเองเป็นอาวุธวิเศษ สิ่งนี้คือคู่มือที่เหมาะสมที่จะช่วยให้คนคนนั้นสามารถบรรลุยังฝั่งฝันที่วางไว้ได้ดีที่สุด
‘ใช่แล้ว! ใช่!’
‘ใช้โลกและสวรรค์ในการหลอมสร้างตนเองเสมือนสมบัติชิ้นหนึ่งนั้นอาจจะดูบ้าบิ่นเกินไป แต่ในเมื่ออาวุธวิเศษก็ยังถูกสร้างโดยกระบวนท่าหลอมสร้างอาวุธได้ ดังนั้นสิ่งนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน มันจะต้องทำได้แน่ ๆ!’
‘ยิ่งไปกว่านั้น…’
‘กระบวนท่าวิธีนี้คือการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองด้วยการดูดกลืนแก่นแท้แห่งสวรรค์และโลก ดังนั้นร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งผู้นั้นสามารถกลืนกินได้มากเท่าไร เขาก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น นี่นับเป็นวิธีการฝึกฝนพัฒนาตนเองได้ดีที่สุด!’
‘มากกว่านั้นก็คือ กระบวนท่านี้ยังใช้ร่วมกับกระบวนท่าสวรรค์อมตะได้ด้วย ทั้งสองกระบวนท่านี้คือวิธีคู่ขนานที่สามารถมอบผลลัพธ์ที่แสนจะวิเศษได้!’
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็ไม่ลังเลและเริ่มดำเนินการตามวิธีทันที
เขาดันเอาวัตถุดิศักดิ์สิทธิ์ออกไป จากนั้นก็มองไปยังภูเขาไฟเบื้องหน้าที่กำลังระเบิดพลังแห่งธาตุออกมา ทันใดนั้นเขาก็ก้าวลงไปโดยไม่หวาดหวั่น
ครืน!
ในวินาทีที่เขาเข้าไปภายในนั้น อุณหภูมิที่ร้อนระอุก็พวยพุ่งขึ้นมาและห่อร่างเขาไว้
อุณหภูมิระดับนี้สูงจนน่ากลัว มันทำให้มิติบิดเบือนซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกระทั่งบางมิติก็แตกร้าว
ด้วยพลังระดับนี้ หากเป็นมหาเทวะยุทธ์ทั่ว ๆ ไป พวกเขาคงได้กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
แต่ฉู่โม่วกลับยังคงไม่ไหวติงใด ๆ ราวกับว่าตายด้าน สิ่งที่เขาทำมีเพียงเดินตรงไปยังจุดที่ลึกที่สุดของภูเขาไฟด้วยตนเอง
และในตอนท้าย …ชายหนุ่มก็ได้มายืนอยู่ท่ามกลางจุดกลางอันเป็นหัวใจของภูเขาไฟได้
ณ จุดนี้ มันมีแมกมาอยู่ทุกหนแห่ง ทว่าแมกมาเหล่านั้นไม่ใช่สีแดง มันเป็นสีขาวที่มอบความลึกลับและน่ากลัวให้กับผู้ที่ได้พบเห็น เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์นั้น ไม่ได้ทำให้โล่งใจแต่อย่างใด แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร มันก็ไม่ต่างกับเพลิงวิญญาณสีขาวซีดเลย
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิลงไปบนแมกมานั้น และเริ่มใช้กระบวนท่าหลอมสร้างอาวุธ
พริบตานั้นเอง…
อณูแห่งชีวิตจากโลกและสวรรค์ปริมาณมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามา เปลวเพลิงสีขาวที่พวยพุ่งออกจากแมกมานี้ก็แทบจะห่อหุ้มร่างของเขาไปด้วย
การหลอมสร้างร่างกายตนเองท่ามกลางเปลวไฟ!
สีหน้าของชายหนุ่มยังคงสงบนิ่ง จิตของเขาไม่เคลื่อนไหว เขาทดแทนตนเองเป็นวัตถุดิบศักดิ์สิทธิ์และเฝ้าหลอมสร้างร่างต่อไป
ระหว่างนั้น ร่างของเขาก็ถูกพัฒนาด้วยความร้อน ที่แม้ตอนแรกจะค่อนข้างอ่อนแอ แต่มันก็เริ่มเปล่งแสงและต้านทานความร้อนได้ ในตอนท้าย ร่างกายของเขาก็มีสภาพเหมือนลูกบอลไฟ ทั้งเลือดและเนื้อภายในร่างกายต่างถูกเผาไหม้
โชคยังดี
ที่พรสวรรค์ธาตุไม้นั้นได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มกำลังในการรักษาบาดแผลทุกอย่างทันที
แต่แทบจะวินาทีเดียวกับการที่ร่างกายฟื้นตัวสมบูรณ์ เปลวเพลิงก็เผาร่างเขาอีกครั้ง
ภายใต้การหมุนเวียนของการรักษาและแผดเผา มลทินในทุกกระเบียดนิ้วของร่างกายก็ถูกขจัดออกไป และความแข็งแกร่งของพลังกายฉู่โม่วก็เริ่มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เวลาผ่านไปช้า ๆ วันต่อวัน
ในขณะที่ฉู่โม่วยังคงดูดกลืนธาตุเพลิงเพื่อมาหลอมสร้างร่างตนเองนั้น ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้น แต่ดวงดาวที่ควรจะปกคลุมด้วยเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอด กลับกำลังสูญเสียพลังของมันไป ทั้งเปลวไฟและกลิ่นอายแห่งความร้อนต่างก็ลดลงไปช้า ๆ
ไม่นานนัก
เวลาสามเดือนก็ผ่านไป
จากดวงดาวที่เต็มไปด้วยไฟสีแดงลุกโชติช่วง บัดนี้มันเริ่มมีจุดดำที่เป็นพื้นผิวดวงดาวปรากฏให้เห็นบ้างแล้ว ภูเขาไฟบางลูกเองก็มอดดับเผยให้เห็นพื้นหินเบื้องล่าง
อุณหภูมิที่มักจะสูงตลอดปี ตอนนี้ก็ได้ลดลงไปเยอะมาก
อ้างอิงจากสถานการณ์นี้ ดูเหมือนว่าอีกไม่นานนักดาวดวงนี้จะต้องกลับกลายเป็นดาวทั่ว ๆ ไปอย่างแน่นอน