ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 545 จวนจะตายยกกลุ่มแล้ว
ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนอยู่ตรงหน้า แต่เสียดายที่พวกเขาไม่สามารถทลายพันธนาการของกิ่งไม้สีดำนั่นได้
“ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าแม้แต่ทาเบอร์ก็ถูกจับมาที่นี่ด้วย…” ไมรอนมองชายผมเกรียนรูปร่างกำยำคนนั้นแล้วเอ่ยอย่างแปลกใจ
ทาเบอร์เป็นหัวหน้ากลุ่มของผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือด ความสามารถยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง อยู่ในระดับสุดยอดหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง
“ถ้าพวกเราออกไปแล้ว ให้เขาได้ลิ้มลองรสชาติของการถูกขัดเกลาด้วยสิ!” โคโค่สตีฟเสนอแนะ
คำพูดนี้ทำให้อันหลินปลื้มใจอย่างยิ่ง “เช่นนั้นก็ฝากเจ้าด้วยนะ!”
“ไม่ต้องห่วง นายท่าน ให้เป็นหน้าที่ข้าได้เลย!” โคโค่สตีฟยิ้มหวาน
ยอดเยี่ยม! โอกาสเลือดห้ามิลลิลิตรมาถึงมือแล้ว!
ไมรอนเพิ่งจะได้สติ ใบหน้าฉายความนึกเสียดาย เขาพลาดโอกาสที่ดีไปแล้ว
เขาทำได้แค่เบนสายตามองผู้แข็งแกร่งอีกสองคน เพราะหากสังหารผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าและมองของกำนัลศึกจะได้รับเลือดศักดิ์สิทธิ์ห้ามิลลิลิตร ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นสุดยอดของแผ่นดินบรรพกาลแล้ว วงการนี้แคบมาก นับไปนับมาก็มีแค่ไม่กี่คน ดังนั้นไมรอนจึงรู้จักสองคนตรงหน้านี้เช่นกัน
มีอา ผู้ยิ่งใหญ่เผ่าเงือกทะเลตะวันตก ความสามารถหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง บาทหลวงแห่งกลุ่มอิทธิพลมารทะเลตะวันตก
ฉินเซิ่ง ผู้ยิ่งใหญ่เผ่าปีกปัณฑูรแห่งสวนเอเดน ความสามารถหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง น่าจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มหวนสู่ความว่างเปล่าของเผ่าปีกปัณฑูร
อืม…เหมือนว่าเขาจะสู้สองคนนี้ไม่ได้เลย…
หลังไมรอนวิเคราะห์แล้วก็ห่อเหี่ยวลงไปมากโข
“สิ่งที่เราต้องเร่งทำตอนนี้ก็คือทลายกิ่งไม้สีดำประหลาดนี่ให้ไวที่สุด พวกเจ้ามีข้อเสนออะไรหรือไม่” อันหลินถามอีกครั้ง
โคโค่สตีฟกับไมรอนขมวดคิ้วแล้วตกอยู่ในความเงียบ
เสวี่ยจ่านเทียนเป็นพวกเคลื่อนไหว มันไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมสองซี่ ก่อนจะกัดกิ่งไม้สีดำบนร่างกายทันที แต่ทว่ากิ่งไม้ทนทานยิ่งนัก ไม่ว่าจะกัดอย่างไรก็กัดไม่ขาด
“โอ้ ไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะฟื้นกันแล้ว”
จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นกะทันหัน เล่นเอาทุกคนตกใจสะดุ้งโหยง
ชั่ววินาทีต่อมา ชายชราชุดแดงอ้วนเตี้ยก็ปรากฏกายต่อหน้าทุกคนราวกับวิญญาณ
สีหน้าของอันหลินเปลี่ยนไป ในใจเหลือแค่ความคิดเดียว
ถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้ว…จบเห่แน่!
ชายชุดแดงอ้วนเตี้ยเห็นพวกอันหลินฟื้นแล้วก็เหมือนจะไม่แปลกใจ เพียงแค่พูดด้วยสีหน้าสงสัยว่า “ทำไมต้องฟื้นขึ้นมา โลกใบนั้นทำให้พวกเจ้ามีความสุขไม่ได้หรือ”
“ไม่ได้ นายท่านในโลกใบนั้นดูดเลือดแล้วไม่มีรสชาติ” โคโค่สตีฟพูดอย่างจริงจัง
“รู้สึกเหมือนกัน ข้าดูดเลือดไปคำใหญ่ ถุย! มันรสชาติอะไรกัน!” ไมรอนพูดอย่างรังเกียจ
ชายชุดแดงอ้วนเตี้ยมุมปากกระตุกยิกๆ นี่มันคำตอบบ้าอะไร ทำไมเขาฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
อันหลิน “…”
ชายชุดแดงอ้วนเตี้ยเฉลียวใจจึงกระแอมเบาๆ “ในเมื่อพวกเจ้าได้สติแล้ว ก็อย่าได้ดิ้นรนเลย เถาวัลย์แดนอนธการผนึกพลังของพวกเจ้า พวกเจ้าดิ้นไม่หลุดหรอก”
“เจ้าจะทำอะไรกันแน่” อันหลินถามเสียงต่ำ
“บอกพวกเจ้าก็คงไม่เป็นไร เพราะพวกเจ้าก็ถือว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการนี้ด้วยเหมือนกัน” ชายชุดแดงอ้วนเตี้ยมองทุกคน นัยน์ตาอิดโรยเป็นประกายขึ้นมาบ้างแล้ว เอ่ยว่า “แผนการของพวกเราก็คือใช้ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนสร้างดินแดนใหม่ ให้เมืองฉีโหลวแห่งนี้คืนชีพ!”
“คืนชีพหรือ” อันหลินไม่ค่อยเข้าใจคำนี้
“ใช่แล้ว คืนชีพ! ทำให้สิ่งมีชีวิตในดินแดนนี้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง! ทำให้เมืองฉีโหลวกลับมารุ่งเรืองอีกครา!” ชายชราอ้วนเตี้ยพูดด้วยรอยยิ้ม
“หยุดล้อเล่นได้แล้ว บุกเบิกดินแดนยังพอเข้าใจได้ แต่เรื่องอย่างคืนชีพสิ่งมีชีวิตไม่มีทางทำได้หรอก” โคโค่สตีฟพูดกระทบอย่างเหลืออด สายตาที่มองชายชราอ้วนเตี้ยราวกับมองคนสติฟั่นเฟือน
ชายชราชุดแดงอ้วนเตี้ยไม่ขุ่นเคือง กลับชี้แจงอย่างเชื่องช้าว่า “หากบอกว่าสิ่งมีชีวิตของดินแดนผืนนี้ยังไม่ได้ตายอย่างสมบูรณ์ล่ะ”
“ไม่ได้ตายอย่างสมบูรณ์หรือ” ไมรอนย่นคิ้ว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“วิญญาณพวกนั้น” ชายชุดแดงอ้วนเตี้ยชี้เมืองโบราณนอกหอคอย “วิญญาณที่ลอยล่องไม่รู้ตั้งกี่หมื่นปีเหล่านั้นอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา ไม่ตาย พวกมันถูกฟ้าดินสังหาร แต่กลับไม่มีที่พึ่งพิง…”
“ใช้ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนทำให้มายากลายเป็นความจริง สามารถสร้างดินแดนใหม่ได้ และการทำให้วิญญาณเหล่านี้คืนชีพ มอบชีวิตให้พวกเขากลับต้องให้สิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่บางส่วนพลีชีพ…” พูดจบก็หันหน้ามองพวกอันหลิน ใบหน้ายับย่นมีองศาเส้นโค้งปรากฏให้เห็น ฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย
อันหลินถูกสายตาจับจ้องจนขนพองสยองเกล้า
สีหน้าของโคโค่สตีฟกับไมรอนย่ำแย่ พวกเขารู้ว่าตัวเองอาจจะตายอยู่ที่นี่
“การตายก็เป็นการเริ่มต้นของชีวิตใหม่ พวกเจ้าอย่าได้กังวลไปเลย” มีเสียงดังขึ้นมาอีก
จากนั้นชายชราชุดแดงผอมสูงก็ปรากฏกายตรงหน้าพวกเขา
“พวกเจ้าจะได้อยู่ในเมืองฉีโหลวด้วยชีวิตใหม่ เป็นเทพเจ้าผู้ปกครองเมืองฉีโหลว!” เขามองพวกอันหลินแล้วชูมือขึ้นสูง ก่อนจะพูดต่อว่า “มีผู้บุกเบิกเก้าท่านเปิดทางให้พวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าเป็นกลุ่มสุดท้าย เมืองฉีโหลวจะปรากฏอีกครั้งในวันนี้!”
เพิ่งสิ้นเสียง จู่ๆ ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนก็สาดแสงสว่างไสว
ครืน
จู่ๆ ฐานของหอคอยสีดำก็มีลวดลายสีเลือดปรากฏให้เห็น ลวดลายเหล่านี้ลุกลามออกมาอย่างต่อเนื่องจนแผ่ปกคลุมเมืองโบราณฉีโหลวแห่งนี้ ส่องแสงประหลาดระยิบระยับ
เสาแสงสีขาวพุ่งออกจากฐานของหอคอยสู่ฟ้าราวกับจะทะลวงท้องนภา
คลื่นวิเศษกระจายตัวออกจากยอดหอคอย ทำให้ฟ้าดินทั้งผืนเกิดการตอบสนองร่วม
แสงสีขาวส่องสะท้อนปฐพี ลำแสงล้นลามหล่อเลี้ยงความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด
ณ เวลาเดียวกัน ไกลออกไปพันลี้
“เอ๊ะ แสงสว่างตรงนั้นแยงตายิ่งนัก ต้องมีสมบัติที่เลิศล้ำอย่างยิ่งถือกำเนิดแน่!” หญิงสาวชุดกระโปรงสีชมพูชี้ท้องฟ้าที่ขาวโพลนอันไกลโพ้นแล้วตะโกนอย่างตื่นเต้น
เซียนกระบี่หนุ่มรูปโฉมหล่อเหลา พลังมหาศาลเหนือชั้นเลิกคิ้วมองไกล สีหน้าเคร่งขรึม แต่ก็เริ่มฉีกมิติให้เป็นรอยแยก “หลิวฉู่ฉู่ เจ้าต้องตามหลังข้านะ อย่าเคลื่อนไหวตามลำพังเด็ดขาด!”
“ไม่มีปัญหาผู้อาวุโสหลี่ว์ต้งปิน ข้าจะเชื่อฟัง!” หลิวฉู่ฉู่อุ้มเสวี่ยหมิงหมิง ตามบุรุษเข้าไปในรอยแยกมิติด้วยความตื่นเต้น
อีกฟากหนึ่ง สาวหิมะที่สวมชุดขาวสองคนเงยหน้ามองไปไกลทันใด ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนสีพร้อมกัน สาวหิมะหนึ่งคนในนั้นมีภูตวิญญาณเหมันต์ มันชี้ไปทางแสงสว่างที่สลัวแล้วร้องอ้อแอ้ไม่หยุด
“เป็นชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดน! ในที่สุดก็เจอสักที!” เจ้าแห่งวังศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งทำหน้าตื่นเต้น ทั้งดีใจและร้อนใจ “พวกเรารีบไปทางนั้น จะให้คนอื่นได้โอกาสไปไม่ได้!”
“ไม่ต้องรอโหรวกู่หรือ พวกเรานัดกันไว้แล้วว่าจะเจอกันที่นี่ นางกำลังเดินทางมาแล้ว”
“การเกิดขึ้นของหัวใจแห่งดินแดนยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ต้องมาซึ่งข้อพิพาทของแต่ละกลุ่มอิทธิพลแน่ๆ ความสามารถอย่างพวกเราไปไวเกินไป หากว่าพบเจอกับผู้ยิ่งใหญ่ของกลุ่มอิทธิพลตรงข้ามที่แข็งแกร่งเกินไปอาจจะได้รับบาดเจ็บได้” สาวหิมะที่รูปร่างสูงระหงอีกคนทำหน้าลังเลใจ
“ไม่มีเวลาแล้ว!” สาวหิมะที่มีภูตวิญญาณเหมันต์ในมือก็ก้าวเข้าไปในรอยแยกของมิติ มุ่งหน้าสู่ทางไกล
สาวหิมะที่รูปร่างสูงระหงเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าถอนหายใจเบาๆ ทำได้เพียงแยกมิติแล้วตามไปด้วย