ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 111 สัตว์เพลิงพิภพ!
เสียงคำารามแหบพร่าซึ่งด้ังมาจากสัตว์ที่อยู่ใต้ด้ินนั้นด้ังสนั่น จนเนี่ยเทียนกระอักเลือด้ออกมา ในสมองมีเสียงด้ังอึงอลต่อเนื่องไม่ หยุด้
ด้วงตาเขาฉายความแตกตื่นอย่างเหมนได้้ชัด้ ถอยหลัง ไปหลายก้าวโด้ยไม่รู้ตัว ถอยห่างจากปากหลุมขนาด้ยักษ์นั่นออกไป อีกนิด้ สะท้านสะเทือนอย่างถึงที่สุด้
ลำาพังเพียงแค่เสียงคำารามครั้งเด้ียวกมทำาให้เขาที่มีกล้าม เนื้อแขมงแกร่งอย่างถึงที่สุด้บาด้เจมบได้้ นี่จึงทำาให้เขารู้สึกหวาด้กลัว ขึ้นมานิด้ๆ
เขายากที่จะจินตนาการได้้ว่าสัตว์ร้ายรูปร่างพร่าเลือน ที่เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางลาวาร้อนแรงนั้นจะต้องแขมงแกร่งมากเท่า ไหร่กันแน่!
เขาเองกมเพิ่งสังเกตเหมนว่าตอนที่สัตว์ร้ายพร่าเลือนตัว นั้นเผยกายออกมาน้อยๆ อักขระบรรพกาลทั้งหมด้ที่ไหลวนอยู่ใน แถบผ้าผลึกใสซึ่งปกคลุมอยู่บนลาวาล้วนสาด้แสงจัด้จ้าแสบตา ทั้งหมด้!
เขาจำาได้้แม่นยำาว่าตอนที่เกราะมังกรเพลิงร่วงด้ิ่งลง ข้างล่างสามครั้ง อักขระบรรพกาลที่อยู่ในแถบผ้านั้น มีเพียงแค่ส่วน เลมกน้อยเท่านั้นที่สาด้ประกายแสง
เขาพลันตระหนักได้้ว่าประโยชน์ที่แท้จริงของแถบผ้า ซึ่งด้ำารงอยู่ในจุด้ลึกใต้ด้ินของเทือกเขาชื่อเหยียน กมคือปองกันไม่ให้ สัตว์ร้ายตัวนั้นโผล่ออกมาจากใต้ด้ิน!
“โฮก!”
เสียงสะเทือนเลือนลั่นปฐพีระเบิด้ออกมาจากในเปลว เพลิงร้อนแรงใต้ด้ินอีกครั้ง คราวนี้เนี่ยเทียนที่เตรียมรับมือไว้แล้ว โคจรพลังวิญญาณ ทั้งยังปิด้หูและอวัยวะภายในทั้งหมด้ ถึงพอจะ ต้านทานเอาไว้ได้้
เขามองเหมนว่าในลาวาเบื้องใต้หลุมขนาด้ยักษ์นั่นคล้าย มีหางยาวๆ สามเส้นตวัด้ผ่าน
“อยู่ในลาวาใต้พิภพ และมีสามหาง…”
เขาทำาใจให้สงบ ย้อนนึกอย่างละเอียด้ คิด้ถึงสัตว์วิเศษ แขมงแกร่งที่อาจารย์เคยพูด้ให้เขาฟัง ทันใด้นั้นความคิด้กมพลันสว่าง วาบ
“สัตว์เพลิงพิภพ! คือสัตว์เพลิงพิภพ!”
อูจี้เคยบอกกับเขาว่ามีสัตว์วิเศษแปลกประหลาด้ ประเภทหนึ่งใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางลาวาใต้ด้ิน สัตว์วิเศษชนิด้นี้มีชื่อว่า สัตว์เพลิงพิภพ
สัตว์เพลิงพิภพคือสัตว์วิเศษเปลวเพลิงที่ดุ้ร้ายโหด้ เหี้ยมอย่างถึงที่สุด้ มีสายเลือด้ของกิเลนไฟ!
การฝึกบำาเพมญตบะ การเติบโต ความก้าวหน้าของสัตว์ เพลิงพิภพล้วนอาศัยความร้อนแผด้เผาของลาวาใต้ด้ินทั้งสิ้น
หากพวกมันหาบ่อลาวาใต้ด้ินที่เหมาะสมเจอกมจะพัก อาศัยอยู่ในนั้น แล้วรวบรวมพลังเปลวเพลิงด้้วยตัวเอง เพื่อให้มัน ค่อยๆ หลอมรวมเข้าไปในบ่อลาวา
เขตที่มีสัตว์เพลิงพิภพอยู่ ต่อให้ก่อนหน้านี้อากาศชื้นมี ฝนตกเยอะ ทว่าการด้ำารงอยู่ของพวกมันจะค่อยๆ ทำาให้ที่แห่งนั้น เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่เปลวเพลิงซึ่งมีไฟปะทุอยู่ตลอด้เวลาเฉกเช่น ภูเขาไฟ
เมื่อมันมีชีวิตอยู่หนึ่งวัน พลังงานเปลวเพลิงที่อยู่ใกล้ เคียงจะถูกพวกมันดู้ด้ซับให้ค่อยๆ หลอมรวมอยู่ในบ่อลาวาที่มัน อาศัย
ภายใต้การสะสมเป็นวันเป็นเด้ือน ทำาให้ภูเขาแต่ละลูก ในบริเวณที่มันใช้ชีวิตอยู่ล้วนกลายมาเป็นภูเขาไฟ หลังจากที่พวก
มันบำาเพมญตบะ รวบรวมพลังเปลวเพลิงได้้เยอะมากขึ้น ภูเขาไฟ เหล่านั้นกมจะระเบิด้ออกเป็นประจำา
“เทือกเขาชื่อเหยียน หรือว่า…เป็นเพราะการด้ำารงอยู่ ของสัตว์เพลิงพิภพตัวนี้ จึงได้้เกิด้ขึ้นมา?”
สายตาเนี่ยเทียนฉายชัด้ถึงความประหลาด้ใจ มองแถบ ผ้าผลึกใสมากมายหลายเส้นนั้น ใจของเขาพลันประจักษ์แจ้ง รู้ว่าสุด้ ยอด้ผู้แขมงแกร่งของหอหลิงเป่าจะต้องรู้ถึงการด้ำารงอยู่ของสัตว์เพลิง พิภพตัวนี้มานานแล้ว
มิฉะนั้นแถบผ้าผลึกใสเหล่านั้นกมคงไม่มีทางทอด้ยาวมา ถึงที่นี่ ปกคลุมตลอด้ทั้งเทือกเขาชื่อเหยียนเอาไว้
เขาพอจะเด้าได้้ว่าหลังจากที่ผู้แขมงแกร่งบางคนของหอ หลิงเป่าค้นพบการด้ำารงอยู่ของสัตว์เพลิงพิภพ จึงได้้ตั้งประตูสำานัก หอหลิงเป่าไว้ที่เทือกเขาชื่อเหยียน
มีสัตว์เพลิงพิภพอยู่ ลาวาที่อยู่ใต้ด้ินจึงสามารถ รวบรวมพลังวิญญาณเปลวเพลิงได้้ตลอด้กาล ทำาให้ไฟที่ปะทุออกมา จากภูเขาไฟไม่มีวันมอด้ด้ับ
ผู้ฝึกลมปราณของสำานักหลิงที่ใช้ปราณวิญญาณฟอาด้ิน บำาเพมญตบะ รวมไปถึงช่างหลอมอาวุธของหอเป่าที่ชุบหลอมอาวุธ ส่วนใหญ่แล้วล้วนอาศัยเปลวเพลิงร้อนระอุทั้งสิ้น
การด้ำารงอยู่ของสัตว์เพลิงพิภพจึงทำาให้ปราณ วิญญาณฟอาด้ินที่อยู่ใกล้เคียงหอหลิงเป่าซุกซ่อนพลังเปลวเพลิงที่ เข้มข้นเอาไว้
เพลิงร้อนใต้ด้ินที่ถูกชักนำาออกมา ส่วนหนึ่งก่อตัวกัน ขึ้นเป็นค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ส่วนหนึ่งถูกนำาเข้าไปใน ห้องหลอมอาวุธภายในถ้ำา เพื่อมีไว้ให้ช่างหลอมของหอเป่าชุบหลอม ภาชนะและอาวุธ
แต่กมิใช่ว่าพลังเปลวเพลิงจะไม่มีที่สิ้นสุด้ ด้้วยการนำา ไปใช้ของลูกศิษย์จำานวนมากในหอหลิงเป่า เด้ิมทีได้้คาด้การณ์ไว้ว่า อีกหลายร้อยหลายพันปีให้หลัง ปราณวิญญาณเปลวเพลิงของที่แห่ง นี้อาจถูกด้ึงไปใช้จนหมด้เกลี้ยง
ทว่าสัตว์เพลิงพิภพ สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งนี้ได้้!
มันสามารถดู้ด้ด้ึงเอาปราณเปลวเพลิงที่อยู่ในบริเวณ ใกล้เคียงเทือกเขาชื่อเหยียนให้มาที่บ่อลาวาได้้อย่างต่อเนื่อง!
การด้ำารงอยู่ของมันสามารถทำาให้หอหลิงเป่าที่ตั้งอยู่ บนเทือกเขาชื่อเหยียน มีเปลวเพลิงที่ไม่มีวันหมด้มาใช้สำาหรับ บำาเพมญตบะและหลอมอาวุธ
“โฮก! โฮก!”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำาลังครุ่นคิด้ สัตว์เพลิงพิภพที่อยู่ใน ลาวาตัวนั้นกมร้องคำารามอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง พยายามจะบุก ฝ่าออกมาจากพันธนาการ หวังหลุด้พ้นจากการกักขังของแถบผลึก ใส เพื่อเด้ินออกมาจากในบ่อลาวาใต้ด้ิน
“มันน่าจะสัมผัสได้้ถึงการเปลี่ยนแปลงของค่ายกลใหญ่ เพลิงพิภพเผานภา มองเหมนโอกาส ด้ังนั้นถึงได้้คลุ้มคลั่งงุ่นง่านแบบ นี้”
ตอนที่หนีออกมาจากหุบเขาของหอหลิงเป่า ค่ายกล ใหญ่เพลิงพิภพเผานภาถูกฉีกกระชากออกมุมหนึ่ง ภายหลังฝางฮุย เหมนว่าศึกครั้งนี้น่าจะโชคร้ายมากกว่าโชคด้ี จึงเป็นฝ่ายถอนค่ายกล ออก ให้ลูกศิษย์ในสำานักมีทางเลือกสำาหรับเอาชีวิตรอด้ได้้มากขึ้น
การตัด้สินใจของฝางฮุยทำาให้ค่ายกลเพลิงพิภพเผา นภาเกิด้ช่องโหว่ และกมทำาให้สัตว์เพลิงพิภพในบ่อลาวามีความหวัง
“อู้!”
เวลานี้เอง เกราะมังกรเพลิงที่หยุด้พักไปครู่หนึ่งกมพลัน บินออกมาอีกครั้ง
“เจ้าถอด้ใจได้้แล้วกระมัง?” เนี่ยเทียนตะลึงไปครู่กมยิ้ม เจื่อนแล้วพูด้เกลี้ยกล่อม: “แม้แต่มันกมยังฝ่าออกมาจากใต้ด้ินไม่ได้้ เจ้าอย่ามัวเปลืองแรงอยู่เลย”
ในสายตาของเนี่ยเทียน ตอนนี้เนื่องจากความพลุ่ง พล่านของสัตว์เพลิงพิภพ ทำาให้อักขระทั้งหมด้ที่อยู่ในแถบผ้าเหล่า นั้นล้วนสาด้แสงแสบตาออกมาพร้อมกัน
อีกทั้งพลังกักขังที่มาจากตาข่ายยักษ์ของแถบผ้าผลึก ใสเหล่านั้นกมยังแขมงแกร่งยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่เท่า
เกราะมังกรเพลิงคิด้จะทด้ลองในเวลานี้ ไม่เพียงแต่ไร้ ซึ่งความเป็นไปได้้ใด้ๆ ทั้งยังถูกพลังโจมตีกลับด้ับทำาลายเปลวเพลิง ของตัวมันทั้งหมด้ด้้วย แบบนี้กมสู้ทำาใจให้สงบ รอคอยให้สัตว์เพลิง พิภพเป็นฝ่ายฝ่าออกมาจากพันธนาการด้้วยตัวเองด้ีกว่า
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้้ยินคำาพูด้ของเขาหรือไม่ เกราะ มังกรเพลิงนั่นถึงได้้ไม่ด้ื้อด้ึง ลอยตัวนิ่งอยู่เหนือแถบผ้าผลึกใส ประมาณครึ่งเมตร
ปราณแปลกประหลาด้ระลอกหนึ่งที่เขาพอจะรับสัมผัส ได้้เลมกน้อยกระเพื่อมออกมาจากในแกนเลือด้บนเกราะมังกรเพลิง และค่อยๆ แทรกซึมลงไปด้้านล่างอย่างเงียบเชียบดุ้จควันด้ั่งหมอก
คราวนี้เกราะมังกรเพลิงไม่รีบร้อนทุ่มตัวลงไปด้้านล่าง แต่…ใช้ปราณสำารวจเส้นทาง
ปราณนั้นเนี่ยเทียนสัมผัสได้้ แต่กลับไม่เข้าใจความ หมายของมันเท่าไหร่นัก
ทว่าสัตว์เพลิงพิภพที่ส่ายหางขนาด้ใหญ่มหึมาสามหาง หมายจะออกไปจากบ่อลาวาก่อนหน้านี้ คล้ายสัมผัสได้้ถึงปราณ แปลกประหลาด้ที่มาจากเกราะมังกรเพลิง
สัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นพลันหยุด้ร้องคำารามบ้าคลั่งทันที แล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวกลับมาจากจุด้ที่ห่างออกไปไกล
เนี่ยเทียนตั้งใจเพ่งมอง พบว่าสัตว์เพลิงพิภพคล้ายจะ หวาด้กลัวอานุภาพจากแถบผ้าผลึกใสที่ลอยอยู่บนบ่อลาวา จึงไม่ ยอมโผล่หน้าออกมาสักที
ด้ังนั้นเนี่ยเทียนจึงเหมนแค่เพียงเงาร่างมโหฬารที่พร่า เลือนร่างหนึ่ง ไม่สามารถมองเหมนรูปร่างที่แท้จริงของสัตว์เพลิงพิภพ ได้้
เขาเหมนแค่เพียงว่าสัตว์เพลิงพิภพที่จมลึกอยู่ในบ่อ ลาวาหยุด้ชะงักอยู่ด้้านล่างเกราะมังกรเพลิง คล้ายตั้งใจรับสัมผัส ปราณของแกนเลือด้ที่อยู่ในเกราะมังกรเพลิง
มีตาข่ายยักษ์แถบผลึกกางกั้นบางๆ อยู่หนึ่งชั้น กระแส จิตของเนี่ยเทียนจึงไม่สามารถรับสัมผัสได้้ แต่กลับรู้ว่าสัตว์เพลิง พิภพ…กำาลังสื่อสารกับเกราะมังกรเพลิงด้้วยวิธีการที่เขาไม่เข้าใจ
เนี่ยเทียนพลันอึ้งงัน
หลังจากแกนเลือด้บนเกราะมังกรเพลิงและสัตว์เพลิง พิภพในบ่อลาวาสื่อสารกันอยู่ครู่หนึ่งผ่านตาข่ายแถบผลึกชั้นบางๆ กมดู้เหมือนว่าจะตกลงบางอย่างกันได้้
จากนั้นเนี่ยเทียนจึงเหมนว่าบ่อลาวาที่สัตว์เพลิงพิภพอยู่ พลันกระเพื่อมเกิด้เป็นคลื่นลูกยักษ์
ในบ่อลาวานั้นคล้ายมีสนามแม่เหลมกแปลกประหลาด้ บางอย่างเกิด้ขึ้น วินาทีที่สนามแม่เหลมกก่อตัวกมส่งผลกระทบต่อการ เปลี่ยนแปลงของปราณฟอาด้ินทันที
สัตว์เพลิงพิภพสามารถด้ึงเอาพลังงานเปลวเพลิงมา หลอมรวมเข้าไว้ในบ่อลาวาทีละเส้น ทำาให้ลาวาใต้ด้ินเด้ือด้พล่านอยู่ ตลอด้เวลา
เวลานี้ สัตว์เพลิงพิภพกมกำาลังกระตุ้นพรสวรรค์ในสาย เลือด้ของมัน!
ไม่นานเนี่ยเทียนจึงสังเกตเหมนว่ามีปราณวิญญาณฟอา ด้ินเข้มข้นไหลลงมาตามทางหินที่เขาลงมา ในปราณวิญญาณฟอาด้ิน เหล่านั้นแฝงเร้นไว้ด้้วยพลังเปลวเพลิงเตมเปี่ยม
พลังเปลวเพลิงเส้นแล้วเส้นเหล่าที่ไหลทะลักมายังที่นี่ ล้วนถูกแกนเลือด้ในเกราะมังกรเพลิงดู้ด้ซับเอาไป เพื่อสะสมพลังให้ กับแกนเลือด้
เขามองไม่เหมน แต่กลับเด้าได้้ว่าเลือด้หนึ่งหยด้ที่อยู่ใน แกนเลือด้นั้นต้องกำาลังขยายใหญ่อย่างแน่นอน!
ผ่านไปแค่ครู่เลมกๆ ด้้านบนของหลุมยักษ์นี้กมีปราณ วิญญาณฟอาด้ินเข้มข้น บนผนังหินที่แขมงแกร่งทนทานเริ่มเปลี่ยนมา เป็นร้อนระอุ
ไอเปลวเพลิงที่ซ่อนเร้นอยู่ในปราณวิญญาณฟอาด้ินถูก แกนเลือด้ในเกราะมังกรเพลิงดู้ด้ซับ ทว่ายังมีพลังงานฟอาด้ินมากกว่า เด้ิมแผ่กระจัด้กระจายอยู่ภายในทางหิน รวมตัวกันขึ้นมาเป็นกลุ่ม เมฆสีขาวมากมาย
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ใหญ่ แล้วกมรู้สึกทันทีว่าทุกครั้งที่เขา สูด้เอาอากาศเข้าไป ล้วนทำาให้เขาจิตใจเบิกบานผ่อนคลาย โปร่งโล่ง สบายไปทั้งร่าง
เขานั่งลงไปโด้ยอัตโนมัติ เคลื่อนโคจรคาถาหลอม ลมปราณอย่างเป็นธรรมชาติ เขาเพิ่งบำาเพมญตบะได้้แวบเด้ียวกมรู้สึก ได้้ว่ามหาสมุทรวิญญาณของตัวเองเกิด้คลื่นลูกยักษ์ซัด้สาด้ เปลี่ยน มาเป็นพลุ่งพล่านและยุ่งเหยิง
เขาพลันหน้าเปลี่ยนสี “พลังวิญญาณที่เปี่ยมล้นมากเกินไป คล้ายกำาลังผลักด้ันให้ข้าฝืนฝ่าทะลุช่วงคอขวด้เลื่อนขั้นสู่ขอบเขต ท้ายสวรรค์!”
พลังวิญญาณที่เข้มข้นสุด้ขีด้ สนามแม่เหลมกเปลวเพลิง ที่เกิด้ขึ้นเพราะสัตว์เพลิงพิภพ การเปลี่ยนแปลงของเกราะมังกร เพลิง และสภาพแวด้ล้อมรอบด้้านที่พิเศษ สภาพจิตใจของเนี่ยเทียน ปัจจัยต่างๆ มากมายรวมเข้าด้้วยกันจึงชักนำาให้มหาสมุทรวิญญาณ ของเนี่ยเทียนเกิด้ความผิด้ปกติ
มหาสมุทรวิญญาณของเขาคล้ายถูกบิด้เบือนเพราะ สนามแม่เหลมกแปลกประหลาด้ มิอาจสงบนิ่งได้้อีกครั้ง!
เช่นเด้ียวกับสภาพจิตใจของเขาในเวลานี้!
เขาเข้าใจทันทีว่าสภาวะช่วงคอขวด้อันเป็นอุปสรรคใน การฝึกบำาเพมญตบะของเขามานานได้้ถูกสถานการณ์และสภาพ แวด้ล้อมที่พิเศษกระตุ้นชักจูงจนตกอยู่ในสภาวะที่ไม่ฝ่าทะลุไม่ได้้อีก แล้ว
เขาบำาเพมญตบะอยู่ในขั้นหลอมลมปราณมานานหลาย ปี การสะสมของพลังวิญญาณกมเหมือนภูเขาไฟลูกหนึ่งที่สะสมพลัง เปลวเพลิงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมาถึงระด้ับที่แน่นอน พอได้้โอกาสประจวบเหมาะ ภูเขาลูกนั้นจึงจำาเป็นต้องเด้ือด้ปะทุออกมา
หากภูเขาไฟไม่พ่นไฟ ใต้ด้ินของมันกมจะระเบิด้ออก และจะปลด้ปล่อยพลังเด้ือด้พล่านเชี่ยวกรากออกมาอย่างเตมที่
ขอบเขตหลอมลมปราณของเขา หากไม่ฝ่าทะลุในนาที นี้ เรือนกายนี้ของเขา มหาสมุทรวิญญาณที่พลุ่งพล่านของเขากมอาจ จะระเบิด้แตกเป็นจุลเช่นกัน!
หลังจากตระหนักถึงจุด้นี้ ทั้งๆ ที่เนี่ยเทียนรู้ว่านี่ไม่ใช่ ช่วงเวลาที่สมควร ทว่าเขากลับไม่มีเวลาให้คิด้มากอีกแล้ว
เขาบังคับตัวเองให้สงบลง ไม่สนใจทางหินที่ยิ่งร้อน แผด้เผามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงของเกราะมังกร เพลิง แล้วกมไม่สนใจการด้ำารงอยู่ของสัตว์เพลิงพิภพที่อยู่เบื้องล่าง รีบทุ่มสุด้กำาลังเพื่อฝ่าทะลุคอขวด้ของการฝึกบำาเพมญตบะ
และเวลานี้เอง
บนผนังหินในถ้ำาของเขาลูกเตี้ยที่เขาจากมานั้น พวก อันซืออี๋ที่รอคอยด้้วยความร้อนรนต่างกมตกตะลึงระคนประหลาด้ใจ อย่างเหมนได้้ชัด้
“พวกเจ้ารู้สึกหรือไม่?” อันซืออี๋เอ่ยถาม
ทุกคนหยุด้การบำาเพมญตบะ ต่างกมพากันพยักหน้า พัน เทาเอ่ยว่า: “ปราณวิญญาณฟอาด้ินของเทือกเขาชื่อเหยียน ดู้เหมือน ว่า…กำาลังมารวมตัวกันเป็นจำานวนมากตรงจุด้ที่พวกเราอยู่”
“ท่ามกลางปราณวิญญาณฟอาด้ินเหล่านั้นซุกซ่อน ปราณเปลวเพลิงเข้มข้นเอาไว้” อันซืออี๋ฝึกคาถาหลอมลมปราณ เปลวเพลิง การรับสัมผัสของนางจึงเฉียบคมมากกว่า “พวกเราล้วน รู้ด้ีว่า ที่หอหลิงเป่าของเราเลือกตั้งประตูสำานักบนเทือกเขาชื่อเหยียน ด้้านหนึ่งกมเพราะปราณวิญญาณของที่นี่เข้มข้น อีกด้้านหนึ่งกมเพราะ ในปราณวิญญาณเหล่านั้นแฝงเร้นไว้ด้้วยปราณเปลวเพลิง”
“ทว่าโด้ยทั่วไปแล้วปราณวิญญาณฟอาด้ินจะไม่ก่อให้ เกิด้การเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจเช่นนี้ ไม่มีทางเกิด้การเคลื่อนไหว รุนแรงแบบนี้ได้้”
“ทว่าตอนนี้ ข้ารู้สึกว่าปราณเปลวเพลิงตลอด้ทั้งเทือก เขาชื่อเหยียนล้วนปะปนอยู่ในปราณวิญญาณฟอาด้ินพวกนั้น แล้วกม กำาลังพุ่งทะลักเข้ามาจุด้ที่พวกเราอยู่อย่างบ้าคลั่ง!”
ขณะที่พวกเขาพูด้คุยกันกมเริ่มสัมผัสได้้ว่าก้อนหินที่นั่ง ทับอยู่เปลี่ยนมาเป็นร้อนระอุ
หากพวกเขาเด้ินออกมาจากในถ้ำาตอนนี้จะเหมนว่าเทือก เขาเลมกเตี้ยที่พวกเขาอยู่คล้ายกำาลังถูกละเลงสีแด้งลงไปอย่างเชื่อง ช้า เปลี่ยนมาเป็นแด้งก่ำาร้อนลวกทีละนิด้
พันเทารับสัมผัสอย่างละเอียด้ตามคำาบอกของอันซืออี๋ กล่าวด้้วยสีหน้าแปลกประหลาด้: “เนี่ยเทียนไปที่ไหนกันแน่?”
“คงไม่ใช่เนี่ยเทียนหรอกนะที่ชักนำาให้เกิด้การ เปลี่ยนแปลงของที่นี่?” อันอิ่งพูด้เบาๆ
“เป็นไปไม่ได้้!” พันเทาส่ายหัว “เขาเพิ่งจะอยู่ขอบเขต อะไรเอง? เขายังอยู่ห่างไกลจากขอบเขตระด้ับสูงที่สามารถเรียกขาน ปราณวิญญาณฟอาด้ินมากนัก! หากเขาที่อยู่เพียงแค่ขอบเขตหลอม ลมปราณกมสามารถทำาให้ปราณวิญญาณฟอาด้ินเปลี่ยนแปลงมหาศาล ได้้แล้ว ถ้าเช่นนั้นการที่ผู้อาวุโสฝางฮุย อูจี้อาจารย์ของเขามีชีวิตมา จนบัด้นี้กมเป็นแค่เรื่องตลกน่ะสิ? ไม่เท่ากับว่าเสียเวลาฝึกบำาเพมญตบะ มาตั้งนานหรอกหรือ?”
“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะลงไปตรวจสอบสักหน่อย!” อันซืออี๋ลุกขึ้นยืนอย่างไม่วางใจ
นางฝึกคาถาลมปราณเปลวเพลิง ขอบเขตสูงสุด้ใน บรรด้าคนเหล่านี้ หากจะต้องส่งคนไปทำาความเข้าใจกับสถานการณ์ จริงๆ กมีเพียงนางเท่านั้นที่ทำาได้้
“ท่านพี่ ระวังตัวด้้วยนะ!” อันอิ่งรู้สึกเป็นกังวลเลมก น้อย “ไม่รู้ว่าทำาไม หนังตาข้างขวาของข้าถึงได้้กระตุกอยู่ตลอด้เวลา มักรู้สึกว่าต้องเกิด้เรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน”
“ข้าเองกมรู้สึกว่าเลือด้ลมไหลไม่คล่อง หน้าอกคล้ายมี หินก้อนหนึ่งกด้ทับ เหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล” เจียงหลิงจู เองกมเอ่ยขึ้นมาเช่นกัน
“พวกเจ้าเองกมระวังตัวด้้วย ข้าจะไปดู้ว่าเนี่ยเทียนทำา อะไรอยู่กันแน่ เร่งให้เขารีบไปจากที่นี่!” หลังจากโยนประโยคนี้ทิ้งไว้ อันซืออี๋กมตรงด้ิ่งเข้าไปยังจุด้ลึกของทางหินที่มืด้ด้ำา พยายามตามตัว เนี่ยเทียนกลับมา