ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 275 พลังฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ!
หลังแยกกับสือชิง เนี่ยเทียนก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวลูก ธนูที่ออกจากแล่ง
“หลี่หลางเฟิง!”
ท่ามกลางการห้อตะบึง เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ปล่อยเสียงคำา รามต่ำาๆ ลอดไรฟันออกมา
ตั้งแต่ฝึกตนมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยมีใครสามารถโจมตีให้เขา บาดเจ็บได้มากถึงเพียงนี้มาก่อน!
ทั้งๆ ที่เขาห้อเหยียดไม่หยุดพักก็ยังคงสัมผัสได้ถึงพลังงานที่มา จากหลี่หลางเฟิงซึ่งกำาลังทำาลายเลือดเนื้อของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
ทุกก้าวที่เขาก้าวเท้าออกมาจะตามมาด้วยความเจ็บปวดที่ร้าว ลึกถึงกระดูก
พลังงานป่าเถื่อนกลุ่มนั้นที่อยู่ในร่างของเขาคล้ายงูหลามขนาด ยักษ์ที่เลื้อยลดคดเคี้ยวไม่หยุด ทุกที่ที่ผ่าน เส้นเอ็นและเส้นชีพจรของเขา
ที่ไม่แข็งแกร่งมากพอก็จะต้องแตกทลายลงไป
ทว่าความเจ็บปวดที่เสียดแทงกลับทำาให้เขามีสติอย่างถึงขีดสุด!
“ตึกๆ! ตึกๆๆ!”
ดูเหมือนว่าในที่สุดความเสียหายที่มากเกินขีดจำากัดของเลือด เนื้อก็ได้ไปกระตุ้นสายเลือดแห่งชีวิตในหัวใจของเขา อยู่ๆ เขาจึงได้ยิน เสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำาแรงกว่าปกติหลายเท่า
หลังจากนั้นปราณเลือดเนื้อระลอกหนึ่งที่เข้มข้นสุดประมาณก็ ไหลทะลักออกมาจากในปราณเลือดสีเขียวเส้นที่ขดอยู่ในหัวใจของเขา
พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นก็เอ่อตามปราณเลือดสีเขียวออกมาจากใน หัวใจของเขาแล้วแผ่ไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนที่ห้อตะบึงอย่างต่อเนื่องสัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่า ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นไหลไปตามเส้นชีพจรและเส้นเอ็นของเขาราวกับ ปีศาจร้ายที่หลุดพ้นออกมาจากนรกโลกันตร์แล้วตรงดิ่งเข้าปะทะกับ พลังงานสีเขียวเข้มที่มาจากหลี่หลางเฟิง
ซึ่งปราณเลือดสีเขียวมาปะทะฟาดฟันกับพลังระลอกนั้นของหลี่
หลางเฟิงที่ตรงหน้าท้องของเขา
ด้านนอกของปราณเลือดสีเขียวมีหมอกเลือดสีเขียว ส่วนด้าน ในคือเส้นเลือดที่เป็นผลึกใสเล็กละเอียดหลายเส้น ด้านในเส้นเลือดผลึกใส เหล่านั้นก็คือแสงสีเขียวมากมายที่เปล่งประกายระยิบระยับ ซึ่งกลางจุด แสงเหล่านั้นได้นาบประทับความลี้ลับมหัศจรรย์ของสายเลือดแห่งชีวิต เอาไว้
บัดนี้เส้นเลือดผลึกใสของปราณเลือดสีเขียวได้ปล่อยประกาย แสงสีเขียวโชติช่วงราวกับคบไฟ
ปราณเลือดสีเขียวราวกับมังกรร้ายที่กำาลังฉีกทึ้งพลังงานกลุ่ม นั้นของหลี่หลางเฟิงอยู่ตรงช่วงท้องของเนี่ยเทียนอย่างบ้าคลั่ง
ภายใต้การกัดกระชากจากปราณเลือดสีเขียว แสงพลังงานสี เขียวเข้มก็แทบจะขาดกระจุยเป็นกลุ่มๆ ไม่มีเรี่ยวแรงใดๆ หลงเหลืออีก!
พลังงานสีเขียวเข้มที่ขาดเป็นชิ้นๆ ส่วนใหญ่ล้วนถูกปราณเลือด สีเขียวเขมือบกลืนไปทีละนิดแล้วจึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ส่วนวัตถุเหนียวหนืดที่แฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายแรงก็ถูกปราณ เลือดสีเขียวเส้นนั้นขับไล่ให้ออกมานอกร่างของเขา
รูขุมขนตรงหน้าท้องของเนี่ยเทียนพลันขยายใหญ่ วัตถุเหนียว หนืดสกปรกเป็นกลุ่มๆ คล้ายสารพิษสีเขียวถูกขับออกมา
หลังจากที่ปราณเลือดสีเขียวพุ่งตัวออกมาจากในหัวใจ พลังงาน ระลอกนั้นที่ทำาลายเลือดเนื้อส่วนหนึ่งในร่างของเนี่ยเทียนมานานก็ถูก ทำาลายจนหายเกลี้ยงไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากปราณเลือดสีเขียวกัดกินพลังงานสีเขียวเข้มกลุ่มนั้น เสร็จเรียบร้อยก็ไม่ได้กลับคืนที่เดิมทันที แต่ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในร่าง ของเนี่ยเทียน
ปราณเลือดสีเขียวเคลื่อนไปตามทิศทางที่พลังงานสีเขียวเข้ม รุกราน มันค่อยๆ บินไปทางแขนขวาของเนี่ยเทียน เมื่อปราณเลือดสีเขียว เคลื่อนไหว ในเส้นเลือดที่เป็นผลึกใสก็มีสะเก็ดแสงสีเขียวเป็นจุดๆ สาด ส่องออกมา
สะเก็ดแสงสีเขียวเหล่านั้นต่างก็แฝงเร้นไว้ด้วยพลังชีวิตที่ บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด นาบตราประทับแห่งความลับไว้ในสายเลือดแห่งชีวิต
เมื่อแสงสีเขียวนั้นสาดส่องลงไป เส้นชีพจรและเส้นเอ็นที่ปริ แตกออกก็ถูกพลังแห่งชีวิตชักจูงและค่อยๆ ลบเลือนรอยแผลไปอย่างช้าๆ
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน ที่ใดก็ตามที่ปราณเลือดสีเขียวเส้น นั้นไหลผ่าน เส้นเอ็น เส้นชีพจรและกระดูกที่แตกร้าวซึ่งนำาความเจ็บปวด มหาศาลมาสู่เขาต่างก็ถูกพลังแห่งชีวิตบำารุงหล่อเลี้ยงจนความปวดร้าว เหล่านั้นหายไป
สายเลือดแห่งชีวิตเดิมทีก็มีพลังในการฟื้นตัวเองที่อัศจรรย์มาก พออยู่แล้ว หลังจากที่ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นบินออกมาจากในหัวใจ และสังเกตเห็นสภาพของเรือนกายเขา มันก็ค่อยๆ เคลื่อนไปตามกระดูก แขนขวาที่บาดเจ็บของเขาช้าๆ และก็ด้วยพลังแห่งชีวิตที่มหัศจรรย์ที่สุดนี้ ที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเขาให้ทรงตัวได้ในระยะเวลาสั้นๆ
ไม่นานปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นก็ไหลซึมจากหน้าท้องของเขา ไปยังกระดูกแขนขวา
แสงสีเขียวขมุกขมัวถูกปลดปล่อยออกมาจากแขนขวาของเขา ปราณพลังชีวิตที่เข้มข้นก็เกิดตามมาด้วย
เมื่ออยู่ภายใต้พลังการฟื้นคืนที่แข็งแกร่งของปราณเลือดสีเขียว กระดูกที่แตกหักนั้นจึงประสานตัวกลับคืนมาทีละนิด
ทันใดนั้นปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นก็กลับคืนสู่หัวใจของเขาอีก
ครั้งด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ
เสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำาโลดแรงก็ฟื้นคืนสู่สภาพปกติในฉับ พลัน
เมื่อปราณเลือดสีเขียวย้อนกลับไปในหัวใจ ความเจ็บปวดที่ร้าว ลึกถึงกระดูกก็คล้ายจะหายไปไม่หลงเหลือ
นัยน์ตาของเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความแปลกใจ ใช้ทิพย์จักษุข้าง หนึ่งตรวจสอบมองร่างกายของตัวเอง จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าอาการ บาดเจ็บสาหัสบนเรือนกายเขาทรงตัวขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ
เขาในเวลานี้ถึงแม้จะยังคงมีอาการบาดเจ็บ ทว่าอาการเหล่า นั้นจะไม่ทรุดตัวแย่ไปกว่าเดิมอีกแล้ว
ขอแค่ให้เวลาเขาช่วงหนึ่ง ขอแค่ได้รับการบำารุงด้วยความ อบอุ่นจากจิงชี่เลือดเนื้อ บาดแผลของเขาก็จะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แบบ
เพราะเส้นชีพจรและเส้นเอ็นที่ปริแตกออกถูกเชื่อมโยงด้วยเยื่อ พังพืด เวลาในการฟื้นตัวของเขาก็จะเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังไม่ทิ้งผลเสียไว้ ภายหลังด้วย
เขายังถึงขั้นรู้สึกได้ว่าเส้นเอ็นและชีพจรที่ถูกปราณเลือดสีเขียว เชื่อมโยง กระดูกที่ประสานตัวกันยิ่งเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งทนทานมาก ด้วย!
“สายเลือดแห่งพลังชีวิต!”
ในใจเขาตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด ตระหนักได้อย่างลึกล้ำาว่าสาย เลือดแห่งพลังชีวิตในร่างกายของเขามีความมหัศจรรย์ถึงระดับไหน
พื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่า เขาแบกเผยฉีฉีห้อตะบึงไปข้างหน้าอย่าง บ้าคลั่ง จงใจมุ่งหน้าไปยังจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติหนาแน่นโดยเฉพาะ
เขากังวลว่าอีกไม่นานหลี่หลางเฟิงก็จะปรากฏตัว ดังนั้นเขาจึง เร่งเดินทางเต็มกำาลัง หมายจะหลุดพ้นจากสภาพการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ไป ให้ได้โดยเร็วที่สุด หวังว่าเผยฉีฉีจะฟื้นตื่นขึ้นมาใช้เวทลับห้วงมิติมา ต้านทานการไล่ตามของหลี่หลางเฟิง
“เผยฉีฉี…”
ก่อนหน้านี้เพราะร่างกายเจ็บร้าวทรมานเขาจึงไม่ได้นึกถึงหญิง สาวที่ตัวเองแบกอยู่บนหลัง
ตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือจากปราณเลือดสีเขียว ความเจ็บปวด ของเขาหายไป จึงนึกถึงเผยฉีฉีได้ในที่สุด
จากนั้นเขาก็พลันสัมผัสได้ถึงหน้าอกตึงแน่นตั้งตระหง่านของ หญิงสาวที่แนบชิดอยู่กับแผนหลังของเขา
ทุกครั้งที่เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าจะต้องสัมผัสได้ถึงความอวบอิ่ม ตรงหน้าอกของหญิงสาวผู้นั้น
เขาที่ไม่เจ็บปวดรวดร้าวอีกต่อไปแล้ว เมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งนี้จิตใจ ก็ฟุ้งซ่าน คิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล
เขาหันกลับไปมองจึงเห็นว่าคางของเผยฉีฉีวางแนบอยู่บนไหล่ ซ้ายของเขา เปลือกตาทั้งคู่ปิดสนิทคล้ายหมดสติไปนานแล้ว
ดวงหน้าที่งดงามประดุจภาพวาดของเผยฉีฉีไม่มีสีเลือดให้เห็น อีก แต่ซีดขาวราวกระดาษ
สีแดงสดเดียวที่มีบนใบหน้าของนางก็คือคราบเลือดเป็นเส้นๆ ที่ ไหลออกมาจากมุมปาก
คราบเลือดที่ไหลรินไม่หยุดเหล่านั้นอาบย้อมอาภรณ์ตรงไหล่
ซ้ายของเนี่ยเทียนไปโดยไม่รู้ตัว
เพียงมองครั้งเดียว เนี่ยเทียนก็รีบถอนสายตากลับแล้วห้อ เหยียดไปข้างหน้าต่อ
ทว่าดวงหน้าที่ทั้งงดงามและน่าสงสาร คราบเลือดที่ติดอยู่ตรง มุมปากบางใสของเผยฉีฉีกลับฝังลึกลงไปในสมองของเขามิอาจลบเลือน
“เหตุใดนางถึงกลับมา?”
ความคิดนี้ก่อเกิดขึ้นในใจของเนี่ยเทียน ทำาให้เขาต้องครุ่นคิดซ้ำา ไปซ้ำามา ทว่ากลับหาคำาตอบไม่ได้
หากเผยฉีฉีไม่กลับมา ด้วยพลังในการต่อสู้ของเขาและสือชิง ย่อมไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของหลี่หลางเฟิงจอมอำามหิตผู้นั้นมาได้
หลังจากเห็นถึงพลังที่น่าหวาดกลัวในช่วงสุดท้ายของหลี่หลา งเฟิง เนี่ยเทียนยังถึงขั้นรู้สึกว่าต่อให้เขาใช้เกราะมังกรเพลิงก็ไม่แน่เสมอ ไปว่าจะสังหารคนผู้นั้นได้
ก่อนหน้านี้เผยฉีฉีได้ใช้เวทลับห้วงมิติระงับค่ายกลนำาส่งของ เดือนดับไปก่อน แถมยังต้องเผาผลาญพลังในการรื้อถอนค่ายกลด้วย
เวลานั้นเผยฉีฉีก็สูญเสียพละกำาลังไปไม่น้อยแล้ว
เมื่อนางกลับมาฝืนเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวของรอยแยก ห้วงมิติให้ไปโจมตีหลี่หลางเฟิงจึงยิ่งเป็นการใช้พลังถึงขีดสุดของการ ควบคุมรอยแยกห้วงมิติของนาง
ภายหลังเมื่อต่อสู้กับหลี่หลางเฟิง นางได้รับบาดเจ็บติดต่อกันอีก หลายครั้ง เจ็บหนักทั้งพลังกายทั้งพลังใจ อีกนิดเดียวก็จะถูกปลิดชีวิตไป แล้ว
เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุข้างหนึ่งพยายามตรวจสอบระดับความ ร้ายแรงของอาการบาดเจ็บในร่างกายนาง แต่กลับพบว่าต่อให้อยู่ใน สภาพเจ็บหนักเช่นนี้ บนร่างของเผยฉีฉีก็ยังคงมีแขตแดนห้วงมิติที่ มหัศจรรย์ชั้นหนึ่งดำารงอยู่ ตัดขาดการลอบตรวจสอบด้วยทิพย์จักษุของ เขา
เขาจึงมิอาจเห็นสภาพอาการบาดเจ็บของเผยฉีฉีได้
จากนั้นเขาจึงเคลื่อนทิพย์จักษุข้างนั้นออกไปให้ลอยอยู่รอบนอก คอยตรวจสอบการเคลื่อนไหวของปราณชีวิตอื่นๆ
ทิพย์จักษุข้างที่เหลือก็ลอยอยู่เบื้องหน้า เคลื่อนที่ไปตามการ เคลื่อนที่ของเขา รับสัมผัสถึงปราณแห่งชีวิตอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยง ไม่ให้เผชิญกับผู้ฝึกลมปราณที่มาแสวงโชคในเทือกเขาฮว้านคง
สภาพของเขาในตอนนี้ย่ำาแย่ถึงขีดสุด หลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้เท่า ไหร่ก็ยิ่งดี
ทิพย์จักษุสามารถตรวจสอบได้ถึงวิกฤตล่วงหน้า เขาจึง สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางหลีกเลี่ยงผู้ฝึกลมปราณที่เคลื่อนไหวอยู่ใน บริเวณใกล้เคียง ไม่จำาเป็นต้องเปิดศึกอีกครั้ง
ความโหดร้ายของผู้ฝึกลมปราณในเทือกเขาฮว้านคงเขาไม่ได้ เพิ่งเคยเห็นมาแค่ครั้งเดียว นอกจากเจอกับสมาชิกของกะโหลกเลือดแล้ว คนใดก็ตามที่เห็นสภาพของเขาในตอนนี้ แถมยังแบกเผยฉีฉีไว้ข้างหลัง เกรงว่าพวกเขาคงลงมือทันทีอย่างไร้ความลังเล
เขาอาศัยทิพย์จักษุตรวจสอบสภาพการณ์ที่ห่างไกลออกไป พลางห้อตะบึงไปข้างหน้าด้วย
เวลาผ่านไปทีละนิดจนเขาไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหนแล้ว
เพราะการคุกคามจากหลี่หลางเฟิงอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ พลัง
ของเขาที่เหลืออีกไม่มากก็ใกล้จะเผาผลาญหมดสิ้นแล้ว เขาจึงไม่กล้าหยุด ชะงักแม้แต่นิดเดียว
เขากังวลว่าหลี่หลางเฟิงจะโผล่ออกมากะทันหัน
เนิ่นนานหลังจากนั้น
เนี่ยเทียนที่ก้มหน้าก้มตาวิ่งห้ออย่างเดียวจึงไม่ทันสังเกตว่า เปลือกตาที่ปิดสนิทของเผยฉีฉีที่เขาแบกไว้บนหลังเริ่มขยับไหวน้อยๆ และก็พลันลืมตาขึ้น
ท่ามกลางการสะเทือนอย่างรุนแรงของร่างกาย เมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาคู่งามของเผยฉีฉีจึงเผยความงุนงง
นางเม้มปากฝืนข่มกลั้นความเจ็บปวดในร่างกายและตรวจสอบ ไปรอบด้าน
แล้วนางก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้น นางมองเห็น เนี่ยเทียนที่ยังคงห้อเหยียดอย่างบ้าคลั่งพร้อมลมหายใจที่หอบหนัก
แก้มสองข้างที่ซีดขาวของนางค่อยๆ มีสีแดงปรากฏขึ้นมา
นางในเวลานี้นอนทาบทับอยู่บนแผ่นหลังของเนี่ยเทียนไปทั้ง ร่าง เมื่อเนี่ยเทียนวิ่งเต็มเหยียด หน้าอกของนางก็แนบสนิทไปกับแผ่นหลัง ที่กว้างขวางและแข็งแกร่งประดุจภูเขาของเนี่ยเทียน
มือทั้งคู่ของนางคล้องไว้ที่รอบคอของเนี่ยเทียนอย่างเป็น ธรรมชาติ ซึ่งท่วงท่านี้ดูใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก
ส่วนมือทั้งคู่ของเนี่ยเทียนก็จับกระชับที่ต้นขาของนาง ช่วยให้ ร่างของนางแนบสนิทกับร่างของเขา เพื่อเวลาที่เนี่ยเทียนวิ่งห้อจะได้ไม่ ร่วงหล่นลงไป
นางเม้มปาก ขบฟันน้อยๆ ดวงตาเผยความเขินอาย กำาลังสอง จิตสองใจว่าควรจะบอกเนี่ยเทียนดีหรือไม่ว่านางฟื้นแล้ว