ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 42 หากข้าพูด้ผิด้ ยินด้ีชด้ใช้ด้้วยชีวิต!
ยามนี้ ภาพเปลวเพลิงขนาด้ยักษ์บนศีรษะของอันอิ่งได้้ถูก ลำาแสงน้ำาแขมงแท่งนั้นทิ่มแทงจนแตกกระจุยกระจาย!
เนี่ยเทียนสังเกตเหมนว่าหมอกเยมนสีขาวซีด้เข้มข้นที่อยู่รอบ ด้้านกำาลังพุ่งเข้ามารวมตัวกันที่ลำาแสงน้ำาแขมงนั่น
ที่นี่คือเกาะน้ำาแขมง เป็นสถานที่ที่งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์อยู่ อาศัยมานาน ทั้งๆ ที่เป็นแค่สัตว์วิเศษระด้ับสอง ทว่างูเหลือมน้ำาแขมง ยักษ์กลับสามารถดู้ด้รับเอาปราณวิญญาณฟอาด้ินที่เยมนเยียบสุด้ขั้วมา เพิ่มอานุภาพให้กับแท่งน้ำาแขมงนั้นได้้
แท่งลำาแสงน้ำาแขมงเมื่อได้้รับการเพิ่มปราณวิญญาณที่เยมน อย่างถึงที่สุด้จึงขยายใหญ่และยาวมากขึ้น!
ทว่าพละกำาลังของอันอิ่งกลับโรยราลง เหมนได้้ชัด้ว่าสูญ เสียพละกำาลังมากเกินไป
“ฟ่อ ฟ่อ!”
งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ตัวนั้นหลังจากที่ใช้ลำาแสงน้ำาแขมงถ่วง ภาพเปลวเพลิงยักษ์ของอันอิ่งไว้ได้้แล้ว มันกมค่อยๆ เลื้อยเข้ามาหา นางช้าๆ
ห่างกันร้อยเมตร เนี่ยเทียนยังสามารถมองเหมนความหด้หู่ และกระวนกระวายในด้วงตาของอันอิ่งได้้อย่างชัด้เจน
ราวกับตัวนางเองกมรู้ว่านางคงยืนหยัด้ได้้ไม่นานเท่าไหร่นัก
นางที่มอบความหวังไว้ให้กับพันเทาและเจิ้งรุ่ย ไม่สังเกต เหมนว่าตอนนี้พันเทาและเจิ้งรุ่ยหาไม่เจอแม้แต่เงาของกิ้งก่าด้ิน
ใจของเนี่ยเทียนเปล่งแสงสว่างจ้า รู้ด้ีว่าการถ่วงเวลางู เหลือมน้ำาแขมงยักษ์ของอันอิ่งนั้น ถึงจะถือเป็นกุญแจสำาคัญที่จะบอก ว่าพวกเขาจะมีชีวิตรอด้ต่อไปหรือไม่
หากอันอิ่งประสบภัย ปล่อยให้งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์บุกเข้า มาในกลุ่มพวกเขาได้้ ถ้าเช่นนั้นพวกผู้ประลองที่กำาลังต่อสู้กับสัตว์ วิเศษระด้ับหนึ่งเหล่านั้นกมจะแตกฮือทันที
เมื่อถึงเวลานั้น เนี่ยเทียนกมอย่าหวังว่าจะหนีเอาตัวรอด้ไป ได้้ เขาย่อมกลายมาเป็นอาหารของสัตว์วิเศษในที่แห่งนี้ไม่ต่างจาก คนอื่น
“เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้้แล้ว” สายตาของเขาแน่วนิ่ง พยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาเพื่อพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ที่อันตรายถึง ขีด้สุด้ที่เป็นอยู่นี้
นับตั้งแต่ที่กิ้งก่าด้ินและงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ปรากฏตัว พร้อมกัน เขากมตระหนักได้้ว่า หากคิด้จะมีชีวิตต่อ เขาจำาเป็นต้อง ร่วมแรงร่วมใจกับพวกอันอิ่ง
และกมด้้วยเหตุนี้ ตอนที่เจียงเหมียวเผชิญกับ อันตราย เขาถึงได้้ลงมืออย่างไม่ลังเล
แม้ว่าเขาจะไม่ชอบขี้หน้าเจิ้งรุ่ยและพันเทา แต่กมรู้ว่าการ ต่อสู้ครั้งนี้ เขาจำาเป็นต้องให้คนทั้งสองมีชีวิตอยู่ต่อไป
เพราะนอกจากอันอิ่งแล้ว เจิ้งรุ่ยและพันเทาถึงจะเป็นผู้มี พลังในการต่อสู้ที่แขมงแกร่งที่สุด้ พวกเขาสามารถแบ่งเบาภาระของ ทุกคน สามารถทำาให้กิ้งก่าด้ินไม่กล้าฆ่าคนไปทั่วอย่างกำาเริบเสิบสาน อีก
“ความกด้ด้ันทางฝ่ายของอันอิ่งมีมากเกินไป พวกเจ้าสอง คนต้องแบ่งคนหนึ่งออกไปช่วยนาง!” อยู่ๆ เนี่ยเทียนกมพูด้ขึ้นมา กะทันหัน
“เจ้าพูด้กับพวกเรา?” พันเทาตะลึง
“เจ้าเป็นใครกัน? ภารกิจของพวกเราคือสังหารกิ้งก่าด้ิน ควรจะทำาเช่นไร ในใจพวกเรารู้ชัด้ด้ี ไม่จำาเป็นให้เจ้ามาบอก!” เจิ้ง รุ่ยที่อารมณ์ฉุนเฉียวกล่าวอย่างโกรธเคือง
“สังหารกิ้งก่าด้ิน? มันอยู่ที่ไหนเจ้ากมยังไม่รู้เลย แล้วจะฆ่า มันได้้อย่างไร?” เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงเยมน “พวกเจ้าอยู่ที่นี่กมีแต่จะ เสียเวลาเปล่า! ถ้ามันไม่ออกมา พวกเจ้ากมจะรอต่อไปจนกว่าอันอิ่งจะ ถูกงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์กัด้ตายน่ะหรือ?”
เจิ้งรุ่ยจะตอบโต้กลับ ทว่าพันเทากลับโบกมือ บอกเป็นนัย ไม่ให้เขาทะเลาะกับเนี่ยเทียน “เจ้ามีความคิด้เหมนอย่างไร?”
“ให้เจิ้งรุ่ยไปช่วยอันอิ่ง ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่คนเด้ียวชั่วคราวกม พอแล้ว หากกิ้งก่าด้ินกล้าบุกออกมาจริงๆ กมให้มันบุกออกมาเลย” เนี่ยเทียนรู้ว่าทางฝ่ายของอันอิ่งอยู่ในสภาพหมิ่นเหม่เตมที จึงพูด้ อย่างรวด้เรมว: “ข้ารู้สึกว่าตอนที่กิ้งก่าด้ินโผล่หัวออกมา ข้าพอจะ ช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าได้้ มากพอให้เจ้ายืนหยัด้รอจนเจิ้งรุ่ยกลับ มา!”
“เวลากระชั้นชิด้ อันอิ่งใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว พวกเจ้ารีบ ตัด้สินใจเรมวเข้า!”
เมื่อเทียบกับเจิ้งรุ่ยแล้ว พันเทามีความรอบคอบมากกว่า และในช่วงเวลาที่สำาคัญกมสามารถตัด้สินใจได้้อย่างชาญฉลาด้
ด้ังนั้นตอนที่เนี่ยเทียนพูด้ประโยคนี้จึงเอาแต่มองหน้าเขา
“เจิ้งรุ่ย! ทำาตามที่เขาบอก เจ้าไปช่วยอันอิ่ง!” พันเทาสูด้ ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง สีหน้าเด้มด้เด้ี่ยว “ไม่ต้องเป็นห่วงข้า หาก
กิ้งก่าด้ินตัวนั้นกล้าโผล่หัวออกมาจริงๆ อย่างน้อยข้ากมสามารถยืน หยัด้ได้้ครึ่งชั่วยาม!”
“เจ้าเหมนอันอิ่งหรือไม่ นางยังมีเวลาให้เจ้าเอามามัวสิ้น เปลืองอยู่อีกหรือ?!” ขณะที่เจิ้งรุ่ยยังลังเลตัด้สินใจไม่ได้้ เนี่ยเทียน พลันตวาด้เสียงด้ัง
“หากพี่เทาเป็นอะไรไป ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่!” เจิ้ง รุ่ยเหลือบตามองไปทางอันอิ่งหนึ่งที และกมองออกว่าคงยากที่อันอิ่ง จะต้านทานการโจมตีดุ้เด้ือด้จากงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ได้้อีก เขากัด้ฟัน กรอด้ ถลึงตาดุ้ด้ันใส่เนี่ยเทียน แล้วจึงจากไปด้้วยความเรมวที่เรมวที่สุด้
ส่วนเนี่ยเทียน ตอนนี้กมเลิกสนใจเข่นฆ่าสัตว์วิเศษระด้ับ หนึ่งพวกนั้นไปแล้ว
เพราะเขาเข้าใจด้ีกว่า สิ่งที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ได้้อย่าง แท้จริงมีเพียงกิ้งก่าด้ินและงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์เท่านั้น
โด้ยเฉพาะกิ้งก่าด้ิน!
กิ้งก่าด้ินที่ซ่อนตัวอยู่ในจุด้ลึกใต้ด้ิน หลังจากที่กัด้จู่ฟาง ตายไป พวกผู้ประลองที่ต่อสู้อยู่กับสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่ง ท่าทาง เคลื่อนไหวเวลาต่อสู้กมดู้แขมงทื่ออย่างเหมนได้้ชัด้
เวลาที่เด้มกหนุ่มสาวพวกนั้นต่อสู้กมักจะก้มลงมองใต้ฝ่าเท้า อยู่บ่อยๆ กลัวว่ากิ้งก่าด้ินจะโผล่ขึ้นมากะทันหันแล้วกัด้กระชากพวก เขาให้สิ้นชีพ
แม้ว่ากิ้งก่าด้ินจะไม่ปรากฏตัวอีก ทว่ามันกลับเหมือน ระเบิด้ที่ถูกฝังอยู่ใต้ด้ิน สามารถระเบิด้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของทุกคนได้้ ตลอด้เวลา
การคุกคามล้ำาลึกที่ซ่อนอยู่ในที่มืด้เช่นนี้ ทำาให้พวกเขา เหมือนกำาลังเหยียบอยู่บนแผ่นน้ำาแขมงบางๆ ขณะที่สู้กับพวกสัตว์ วิเศษกมต้องตัวสั่นสะท้าน หวาด้กลัวว่าตัวเองจะเป็นจู่ฟางคนต่อไป
“ใจเยมน ใจเยมน ต้องหากิ้งก่าด้ินเจอแน่นอน”
เนี่ยเทียนพยายามปรับลมหายใจอย่างต่อเนื่อง หลังจาก โยนสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้าทิ้งไปชั่วขณะ สมาธิทั้งหมด้กม จด้จ่ออยู่บนพื้นน้ำาแขมงใต้ฝ่าเท้า
“ใจเยมน ใจ เยมน เยมน…”
เขาท่องอยู่ในใจ บอกให้ตัวเองผ่อนคลายไปอย่างช้าๆ เพื่อ ให้สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวบนพื้นด้ินได้้อย่างเฉียบคมมากขึ้น
“ตึก! ตึก! ตึก…”
ท่ามกลางขั้นตอนนี้ แม้แต่ตัวเขาเองกมไม่รู้ว่าอัตราการเต้น ของหัวใจเขาเปลี่ยนมาช้าลงเรื่อยๆ
อุณหภูมิในร่างกายของเขาลด้ฮวบฮาบลงอย่างรวด้เรมว
เพียงแค่ครู่เด้ียว เขากมรู้สึกเยมนวาบไปทั่วร่าง การไหลเวียน ของเลือด้ของเขาเชื่องช้าอย่างถึงที่สุด้ไม่ต่างไปจากอัตราการเต้น ของหัวใจ
แต่การรับสัมผัสของเขากลับคล้ายจะเพิ่มขึ้นพรวด้พราด้ การเปลี่ยนแปลงของปราณวิญญาณฟอาด้ินรอบด้้าน คลื่นเคลื่อนไหว ของพลังวิญญาณในร่างกายพวกผู้ประลอง การหายใจเข้าออกทุก ครั้งของสัตว์วิเศษ เขาแทบจะสัมผัสได้้หมด้
ขณะที่พวกผู้ประลองและสัตว์วิเศษเคลื่อนไหว การสั่น สะเทือนเมื่อฝ่าเท้าร่วงกระทบพื้นด้ิน เขากมสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนผ่าน ฝีเท้าของตัวเขาเอง
การรับสัมผัสที่เฉียบไวเช่นนี้ทำาให้เขาแอบตะลึงระคนด้ีใจ อยู่กับตัวเอง เพื่อสามารถสัมผัสกับการสั่นสะเทือนเลมกน้อยบนพื้น ด้ินได้้ด้ียิ่งขึ้น เขาจึงถอด้รองเท้าออก ยืนเท้าเปล่าอยู่บนพื้นน้ำาแขมงที่ แขมงกระด้้างและเยมนเฉียบ
ไม่มีรองเท้าและถุงเท้าขวางกั้น เขาที่ยืนเปลือยเท้ากมยิ่ง สัมผัสกับการสั่นสะเทือนทุกครั้งบนพื้นด้ินได้้ชัด้เจนยิ่งกว่าเด้ิมด้ัง คาด้
บนสนามรบอันดุ้เด้ือด้ อยู่ๆ เขากมหลับตาลง เอาสมาธิและ พลังกายพลังใจทั้งหมด้ไปรวมอยู่ที่ฝ่าเท้า
เขากำาลังสัมผัสกับคลื่นเคลื่อนไหวเลมกน้อยที่ส่งมาจากพื้น ด้ินอย่างตั้งใจ
ทันใด้นั้นเขาพลันบังเกิด้ความรู้สึกมหัศจรรย์ดุ้จด้ั่งจิต วิญญาณหลุด้ออกจากร่าง ลอยล่องออกไปด้้านนอก
ราวกับว่ากระแสจิตที่มาจากจิตวิญญาณของเขาแต่ละเส้น ได้้ผ่านทะลุฝ่าเท้าของเขาออกไป เริ่มล่องลอยลาด้ตระเวนอยู่ใต้พื้น ด้ิน
ชั่วขณะนั้น เขารู้สึกราวกับว่ามีเขาที่ไร้ซึ่งด้วงตาสิบกว่า คนกำาลังลอด้ทะลุทะลวงไปทั่วใต้ด้ินที่มืด้มิด้ไร้ซึ่งแสงสว่าง
ความรู้สึกเช่นนี้ เหมือนกับยื่นมือออกไปในความมืด้มิด้ที่ มองไม่เหมนแม้แต่นิ้วมือของตัวเอง ทำาได้้เพียงใช้มือสองมือคลำาหา สิ่งของ…
เมื่อกระแสจิตเส้นนั้นของเขาล่องลอยออกไปจนถึงจุด้ที่ ฝ่าเท้าของผู้ประลองและสัตว์วิเศษเหยียบอยู่บนพื้น เขากมได้้ยินเสียง “ตึงตึง” ด้ังสนั่นหวั่นไหวราวแก้วหูจะด้ับ
เสียงที่เด้ิมทีควรเบาแผ่ว ภายใต้การรับสัมผัสจากกระแส จิตของเขากลับกลายมาเป็นด้ังลั่นราวฟอาผ่า
เสียงนั้นเขาสามารถแยกแยะได้้อย่างรวด้เรมวว่าเป็นความ เคลื่อนไหวซึ่งมาจากจุด้ที่ผู้ประลองและสัตว์วิเศษยืนอยู่
กระแสจิตของเขาเลี่ยงออกไปทันที ทอด้ยาวออกไปยัง ทิศทางอื่น
เขาค้นหาต่อไปอย่างอด้ทน…
นอกโลก พันเทาที่เคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง สายตา ที่จับจ้องไปยังเกลมด้น้ำาแขมงแต่ละแผ่นเริ่มสังเกตเหมนท่าทีที่แปลก ประหลาด้ของเขา
ตอนที่สถานการณ์การต่อสู้ดุ้เด้ือด้มากที่สุด้ เนี่ยเทียนไม่ได้้ เข้าร่วม แต่กลับถอด้รองเท้าและถุงเท้าออก หลับตาลง ทำาท่าทาง ราวกับรนหาที่ตาย
พันเทาจ้องเขาเขมมงด้้วยสายตาลึกล้ำา จิตสำานึกสั่งให้เขา เขยิบเข้าไปใกล้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์วิเศษที่อยู่ใกล้ๆ ลอบฆ่าเนี่ย เทียนได้้
หลังจากเนี่ยเทียนช่วยชีวิตเจียงเหมียวและเสนอความคิด้ เหมนของตัวเองออกมา พันเทากมองเขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอย่าง แท้จริง
ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าเนี่ยเทียนจะไม่มีทางก่อความวุ่นวาย และกำาลังใช้วิธีการของเขาช่วยหาทางแก้ปัญหาให้กับกลุ่ม พันเทา จึงมองว่าการปกปองเนี่ยเทียนเป็นความรับผิด้ชอบของตัวเอง
“พิลึกคนจริงเชียว!”
แม้ว่าปากของเขาจะด้่าโฉงเฉง แต่กลับยังคงมองไปยัง สัตว์วิเศษที่โอบล้อมรอบกายเนี่ยเทียนด้้วยความระวังภัย ตั้งท่า เตรียมพร้อมรับมือ
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่แผ่กระแสจิตล่องลอยอยู่ใน ใต้ด้ิน อยู่ๆ กมสัมผัสได้้ถึงพลังชีวิตที่เข้มข้นอย่างหนึ่ง
“กิ้งก่าด้ิน!”
เนี่ยเทียนลืมตาโพลง อาศัยการรับสัมผัสก่อนหน้านั้น เลมง ไปยังทิศทางหนึ่งทันที
เขาพร้อมที่จะลงมือเตมที่ แต่กลับค้นพบอย่างกะทันหันว่า เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ราวกับไม่ได้้นอนหลับมาเจมด้วันเจมด้คืน หัวหนักอึ้ง ง่วงนอนจนจะหลับแหล่มิหลับแหล่
อยู่ๆ เขากมตระหนักได้้ว่าการที่เขาแผ่กระแสจิตลงไปใต้ด้ิน เพื่อใช้การรับสัมผัสค้นหานั้น ได้้ด้ึงเอาเรี่ยวแรงของเขาไปทั้งหมด้
เขารู้ว่าตัวเองในสภาพนี้ไม่สามารถจัด้การให้กิ้งก่าด้ินบาด้ เจมบหนัก ชด้ใช้ในสิ่งที่มันกระทำาลงไปได้้อีก
“พันเทา! ทางนั้น ถงฮ่าว! พื้นด้ินห่างจากด้้านหลังถงฮ่าว ไปหนึ่งเมตรครึ่ง กิ้งก่าด้ินอยู่ตรงนั้น!”
เขาชี้นิ้วไปยังเด้มกหนุ่มคนหนึ่งที่กำาลังต่อสู้กับแรด้เกราะน้ำา แขมง คำารามอย่างร้อนรนใส่พันเทา: “ไป! ใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุด้ กระแทกลงไปตรงน้ำาแขมงก้อนนั้น! ได้้โปรด้เชื่อข้า!”
พันเทาตกตะลึง “เจ้าแน่ใจรึ?!”
เนี่ยเทียนที่สีหน้าซีด้ขาวพยักหน้าอย่างแรง เอ่ยเร่งเร้าอีก ครั้ง: “หากข้าพูด้ผิด้ ยินด้ีชด้ใช้ด้้วยชีวิต!”
พันเทาตะลึงพรึงเพริด้
“ไปสิ!” เนี่ยเทียนตะโกนก้อง
พันเทาที่ไร้ซึ่งความลังเลใด้ๆ ถือทวนยาวสีทอง พุ่งพรวด้ ไปราวกับกลายร่างเป็นสายฟอาเส้นหนึ่ง พริบตาเด้ียวกมาปรากฏอยู่ ด้้านหลังถงฮ่าว
ทวนยาวสีทองด้้ามนั้นพลันระเบิด้แสงสีทองแสบตา แสงสี ทองนั้นจัด้จ้าจนเนี่ยเทียนต้องหลับตาลง
“สวบ!”
หลังจากหลับตาลง เขากมได้้ยินเสียงทวนยาวแทงทะลุพื้น ด้ิน
นาทีถัด้มา เสียงคำารามแหบแห้งอย่างคลุ้มคลั่งของกิ้งก่า ด้ินกมด้ังลอยมาจากใต้น้ำาแขมงผืนนั้น