ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 331 การไม่ลงรอยกันระหว่างสามี-ภรรยา
บทที่ 331 การไม่ลงรอยกันระหว่างสามี-ภรรยา
ในโลกเซียน ไท่ไป๋จินซิงนั้นเดินกลับไปกลับมาอยู่ตำหนักของเขา และพูดพึมพำซ้ำไปซ้ำมา “หมดประจำเดือน, หมดประจำเดือน” โรคนี้มันคืออะไรกัน? ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน”
แต่ไท่ไป๋จินซิงก็ได้นึกถึงเจ้าแม่หวังหมู่ที่ยังมีเหตุผลและสุขุมเมื่อหมื่นปีก่อน จึงได้พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “เป็นโรคก็ต้องรักษา หากเจ้าแม่สามารถรักษาได้ เราก็จะได้ไม่ต้องกลัวเวลาเข้าไปในเหยาฉีอีก”
ไท่ไป๋จินซิง: แล้วเจ้าพอจะมีหนทางรักษาโรคนี้หรือไม่น้องฉิง?
ผู้ที่มีภาวะหมดประจำเดือนมากกว่าครึ่งบนโลกนั้นเกิดจากการเสื่อมถอยของร่างกาย และความเครียดทำให้ผู้คนเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน
แต่เจ้าแม่หวังหมู่นั้นเป็นถึงเซียน จึงเป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายของเธอจะเสื่อมถอยได้ จึงเหลือเพียงแค่เหตุผลเดียว: ความเครียด!
จากที่ไท่ไป๋จินซิงว่ามานั้น เจ้าแม่นั้นไม่สามารถบรรลุชั้นจุ่นเชิ่งกลางมานานกว่า 10,000 ปีแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้สีหน้าฉิงเทียนก็ได้คิดหนักขึ้นมา และพูดคำว่าบรรลุชั้นจุ่นเชิ่งซ้ำไปซ้ำมา
“มันไม่ถูกต้อง มันเป็นเรื่องยากอยู่แล้วในการที่จะบรรลุขั้น ถ้าเกิดเซียนทุกคนที่ติดการบรรลุมีภาวะหมดประจำเดือน มีหวังคนบนโลกเซียนคงได้มีภาวะหมดประจำเดือนกันหมดพอดี” ฉิงเทียนคิ้วขมวดแล้วคิด
“มันจะต้องมีความปัญหาอื่นที่ทำให้เจ้าแม่หวังหมู่เครียดสิ” ฉิงเทียนพูดอย่างมั่นใจ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉิงเทียนก็ได้พิมพ์ถามกลับไป: พี่ไท่ไป๋ครับ นอกจากไม่ได้บรรลุชั้นจุ่นเชิ่งแล้ว ยังจะมีอะไรอย่างอื่นที่ทำให้เจ้าแม่เครียดอีกบ้างไหมครับ?
ณ โลกเซียน
ไท่ไป๋จินซิงเองก็คิ้วขมวดจนแทบจะชนกันแล้วบ่นพึมพำ “ความเครียด…ความเครียด มีเรื่องอะไรที่เจ้าแม่เครียดอีกบ้างไหมนะ นอกจากเรื่องบรรลุชั้นจุ่นเชิ่ง ลองนึกให้ดีๆสิ!” ไท่ไป๋จินซิงใช้สองมือจับไปที่หัวของเขา
“จริงด้วยสิ ยังมีอีกเรื่องที่น่าจะทำให้เจ้าแม่เครียดมากอยู่นี่นา” ไท่ไป๋จินซิงกล่าวด้วยความยินดีเมื่อเขาคิดบางเรื่องออก
แต่หลังจากที่ยินดีได้อยู่พักเดียว ไท่ไป๋จินซิงก็มีสีหน้าลังเลใจขึ้นมา “ถ้าเราบอกเขาไป แล้วองค์เง็กเซียนทราบเรื่องนี้เข้าเราจะทำยังไงดี?”
แต่เมื่อเขานึกถึงสภาพของเจ้าแม่หวังหมู่ที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเสือแล้ว ไท่ไป๋จินซิงจึงได้กัดฟันแล้วพูดขึ้นมา “เอาก็เอาวะ! เราเชื่อว่าน้องฉิงนั้นคงไม่ทรยศข้าเด็ดขาด”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ไท่ไป๋จินซิงก็ได้รีบตอบไป: น้องฉิง ข้าพอจะรู้สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เจ้าแม่เครียดมากอยู่ แล้วยังเป็นเรื่องที่นางเครียดไม่แพ้เรื่องของบรรลุชั้นจุ่นเชิ่งเลย แต่เรื่องนี้เจ้าจะต้องไม่แพร่งพรายออกไปโดยเด็ดขาด”
ฉิงเทียนก็ได้รีบตอบกลับไป: พี่ไท่ไป๋วางใจได้ ผมจะไม่แพร่งพรายออกไปเด็ดขาดครับ พี่ไท่ไป๋ไม่เชื่อผมเหรอครับ?”
เมื่อเห็นฉิงเทียนตอบกลับมา ไท่ไป๋จินซิงจึงได้พิมพ์เรื่องที่เหมือนกับระเบิดลงไป: เจ้าแม่หวังหมู่กับองค์เง็กเซียนนั้นไม่ได้มีอะไรกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว
ฉิงเทียนจึงได้จ้องไปที่ข้อความที่ปรากฏขึ้นมาบนจอ แล้วที่มุมปากของเขาก็ได้ยกขึ้นมา เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกตกใจพอสมควร ถ้าเกิดเรื่องนี้ล่วงรู้โดยคนอื่นในโลกเซียนเข้า ว่าเจ้าแม่กับองค์เง็กเซียนไม่ได้มีอะไรกันมานานกว่า 10 ปีนี้ มันไม่ใช่แค่ข่าวซุบซิบนินทาธรรมดาๆแน่ ถึงเขาเองจะไม่รู้ว่าเหล่าเซียนนั้นจะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่ที่แน่ๆมันจะต้องส่งผลถึงภาพพจน์ขององค์เง็กเซียนแน่ๆล่ะ ไม่แปลกใจเลยที่ไท่ไป๋จินซิงถึงได้กำชับเรื่องนี้นัก
เรื่องที่เป็นความลับเช่นนี้ควรจะรู้แค่อยู่ในเหล่าขุนนางคนสนิทขององค์เง็กเซี่ยนอย่างไท่ไป๋จินซิงเท่านั้น
“แล้วทำไมทั้งคู่ถึงไม่มีอะไรกันล่ะครับ? หรือว่าจะมีปัญหาอะไรบางอย่าง?” ฉิงเทียนถามกลับไป
ไท่ไป๋จินซิงจึงมองไปรอบๆ และเมื่อพบว่าไม่น่าจะมีใครแล้วก็ได้ตอบกลับไป: “ข้าได้ยินมาว่าองค์เง็กเซียนว่า เดี๋ยวนี้เวลาเขาเห็นหน้าของเจ้าแม่เขาก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว”
แทบไม่ต้องคิดเลย! แต่ถ้าเป็นเขาเองก็คงจะเบื่อเหมือนกัน คู่รักที่อยู่กันมายาวนานกว่าหลายหมื่นปี ไม่เหมือนบนโลกในทุกวันนี้ ที่มีอุปกรณ์ตัวช่วยต่างๆมากมาย
ดูเหมือนว่าเจ้าแม่นั้นจะต้องมีปมใหญ่ๆเกิดขึ้นอยู่ที่นี่แน่ อย่างที่เขาว่าเอาไว้ ผู้หญิงนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบให้คนอื่นมาชื่นชมตัวเอง ผู้หญิงทุกคนจึงชอบที่จะมีความงามที่ไม่รู้จบ และสามารถดึงดูดใจผู้ชายได้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเจ้าแม่นั้นจะเป็นเซียนก็ตาม แต่เธอเองก็ยังเป็นผู้หญิงด้วยเช่นกัน ถ้าเกิดสามีของเธอนั้นไม่สนใจเธอหลายๆหนเข้า ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายไม่ว่ากับใครก็ตาม
โดยเฉพาะเจ้าแม่หวังหมู่ผู้ที่มันความมั่นใจในตัวเองสูงแล้ว เธอย่อมรับไม่ได้กับการที่สามีของเธอไม่สนใจเธอเป็นแน่แท้ แล้วอีกอย่างการที่จะพูดเรื่องเช่นนี้กับผู้อื่นนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าอายอย่างมากสำหรับคนที่ภาคภูมิใจในตัวเองอย่างเจ้าแม่
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมเจ้าแม่ถึงได้เครียดหนัก แล้วยิ่งนานๆเข้าเธอก็ทำให้เธอมีภาวะหมดประจำเดือนขึ้นมา
ฉิงเทียนจึงได้ยิ้มขึ้นมาเมื่อเขาคิดหาสาเหตุออกได้
แล้วไท่ไป๋จินซิงก็ได้ถามอย่างกลัวๆ: น้องฉิง เจ้าพอจะมีหนทางรักษาอาการของเจ้าแม่หรือยัง?, เขานั้นได้บอกถึงเรื่องที่เป็นความลับไปแล้ว ถ้าแต่ฉิงเทียนตอบว่าไม่ล่ะก็ เขาก็ได้มีรังสีอำมหิตขึ้นมาในใจ
ฉิงเทียนก็ได้ยิ้มแล้วพิมพ์ตอบกลับไปอย่างมั่นใจ: พี่ไท่ไป๋ครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมพอจะมีหนทางรักษาเจ้าแม่อยู่
หลังจากนั้นฉิงเทียนก็ได้รวบรวมข้อมูลต่ออีกสักพักเพื่อดูว่ายังมีเรื่องอื่นๆอะไรเกิดขึ้นบ้างบนสวรรค์ในช่วงที่ผ่านมานี้อีกไหม แล้วจากนั้นทั้งสองคนก็ได้เลิกติดต่อกัน
อืม ดูเหมือนว่าเราคงจะต้องโหลดหนังอย่างว่ามาลงอีกแล้ว เราแค่ทำอย่างบริสุทธิ์ใจใช่ไหม เป็นคนดีที่ทำเพื่อสังคมคงจะไม่เป็นไรสินะ? ทำไมเขาถึงได้เจอเซียนลามกแบบนี้บ่อยๆนะ ฉิงเทียนคิดเข้าข้างตัวเองอย่างไม่ยุติธรรมในใจของเขา
ใช่แล้ว พวกเขาทำให้คนบริสุทธิ์อย่างเราต้องมามีมลทิน ว่าแล้วฉิงเทียนก็ได้เปิดค้นหาไฟล์หนังอย่างว่าในส่วนลึกสุดของคอมพิวเตอร์เขา และมองหาอันที่เหมาะสม แล้วจากนั้นก็ค่อยไปร้านขายของเล่นผู้ใหญ่เพื่อหาซื้อของที่น่าสนใจ
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังคิดอยู่ว่าหนังอย่างว่าเรื่องไหนน่าสนใจบ้างอยู่นั้น เสียงของซูเสวี่ยก็ดังขึ้นมา “ฉิงเทียน!”
ฉิงเทียนตกใจแล้วรีบทิ้งเรื่องต่างๆในหัวของเขาออกไปแล้วรีบหันหน้ากลับมามอง
ฉิงเทียนก็ได้รู้สึกแย่ขึ้นมา ซูเสวี่ยในเวลานี้นั้นกำลังมองมาที่ฉิงเทียนด้วยสายตาเย็นชา และบรรยากาศของเธอก็ต่างไปจากบรรยากาศเดิมๆของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
จริงด้วย นี่มันบรรยากาศแบบเดียวกับเฉียงเวยเลยนี่นา ฉิงเทียนจึงได้มีอาการสั่นกลัวขึ้นมา หรือว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับลูกแก้วความทรงจำที่องค์เง็กเซียนให้เรามากัน?
“คุณเป็นใครกันแน่เนี่ย?” ฉิงเทียนลุกขึ้นยืนและพูดกับซูเสวี่ยอย่างเย็นชา
“แล้วคุณคิดว่าฉันเป็นใครกันล่ะฉิงเทียน? คุณนอกใจฉันในโลกจินตนาการนั่น” ใบหน้าของซูเสวี่ยนั้นโกรธจัดมากและสายตาของเธอก็ได้จับจ้องมาที่ฉิงเทียน
ฉิงเทียนจึงได้ตะโกนขึ้นฟ้าแล้วด่า: “หน็อย…องค์เง็กเซียนคุณหลอกผมนี่ ผมไม่น่าช่วยคุณเลย ปล่อยให้คุณถูกภรรยาฆ่าตายนั่นแหละ” อีกทางด้านหนึ่งฉิงเทียนนั้นไม่ได้สังเกตเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของซูเสวี่ย
“ผมอุตส่าห์พยายามช่วยคุณจัดงานเลี้ยงลูกท้อก็แล้ว ช่วยคุณจัดการกับเจ้าปีศาจก็แล้ว เมื่อสักครู่ผมก็กำลังหาทางทำให้พวกคุณสองผัวเมียคืนดีกันอีกด้วย แต่คุณกลับมาหลอกผมเช่นนี้ได้ ไหนคุณบอกว่ามันจะไม่มีผลอะไรกับความทรงจำของเสวี่ยเอ๋อไง แต่ตอนนี้เสวี่ยเอ๋อกลายเป็นเฉียงเวยไปแล้ว องค์เง็กเซียนโว้ยเอาเสวี่ยเอ๋อคืนมานะ” ฉิงเทียนเอามือท้าวเอวแล้วตะโกนด่าอย่างฉุนเฉียว
แล้วจู่ๆฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงร่างกายที่อบอุ่นกำลังเข้าโอบกอดเขาจากด้านหลัง แล้วเสียงนุ่มๆก็ได้ลอยเข้าหูของเขา “ฉิงเทียน ฉันคิดว่าคุณจะชอบเฉียงเวยมากกว่าเสียอีก ดูเหมือนว่าฉันจะกังวลมากไปสินะ”
จริงๆแล้วในตอนที่ซูเสวี่ยกำลังดูดซับเอาความทรงจำของเฉียงเวยเข้าไปอยู่นั้น เธอก็พบว่าถึงแม้เฉียงเวยนั้นจะมีหน้าตาเหมือนกับเธอ แต่นิสัยกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง และสิ่งที่ทำให้เธอชิงชังมากที่สุดคือ เฉียงเวยได้แต่งงานกับฉิงเทียน
ตัวเธอนั้นยังไม่ได้แต่งงานกับฉิงเทียนเลย แต่เธอกลับล้ำหน้าเธอไปถึงหนึ่งขั้น ผู้หญิงนั้นไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นความจริงหรือความฝัน ดังนั้นซูเสวี่ยจึงได้คิดที่จะแกล้งฉิงเทียน ด้วยการจงใจทำให้ตัวเองมีนิสัยเหมือนเฉียงเวย