สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 201 ซื้อ
จั่วม่อจ้องมองกองยุทธภัณฑ์เวทตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง
สังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงในดวงตาของจั่วม่อ หงหยางภาคภูมิใจยิ่ง
มันเริ่มหยิบคู่ปีกสีเงินขนาดเท่าฝั่ามือออกมา
“ท่านลองชมดู ปีกลำแสงอัสนีบาตคู่นี้อยู่ที่ระดับสี่ชั้นกลาง เป็นรุ่นที่ได้รับการ
ปรับปรุงแก้ไขมาจากปีกอัสนีบาต รวดเร็วเทียบเท่าลำแสง ความเร็วของมันเป็นที่เลื่อง
ลือ ปีกลำแสงอัสนีบาตคู่นี้หลอมสร้างโดยยอดคนด่านจินตัน นอกเหนือจากความเร็วไร้
คู่เปรียบแล้ว ยังมีจุดเด่นที่สิ้นเปลืองพลังปราณน้อยมาก หากเร่งความเร็วเต็มที่ บิน
ติดต่อกันหนึ่งชั่วยามจะใช้พลังปราณเพียงหนึ่งจิง และหากใช้ความเร็วเพียงแปดสิบจาก
ร้อยส่วน หนึ่งชั่วยามจะใช้พลังปราณเพียงครึ่งจิง สินค้าที่ดีเช่นนี้ ราคาเพียงหกสิบชิ้นจิ
งสือระดับสี่เท่านั้นเอง!”
จั่วม่อผงกศีรษะโดยไม่ลังเล “ซื้อ!”
ท่านปรารถนาจะสัมผัสความเร็วอันสุดแสนเร้าใจหรือไม่? จั่วม่อคุ้นเคยกับคำขวัญ
โฆษณาปีกอัสนีบาตมากจนน่าเศร้า นี่เป็นหนึ่งในความใฝั่ฝันในอดีตของมัน อย่าว่าแต่นี่
ยังเป็นรุ่นที่ดียิ่งกว่าปีกอัสนีบาต สินค้านี้รวดเร็วกว่ามาก เห็นปีกสีเงินขนาดเท่าฝั่ามือ
รายล้อมด้วยประกายสายฟั้าแปลบปลาบ ช่างงดงามจับใจนัก
หงหยางชื่นชมยินดียิ่ง ยังไม่ทันจะเอ่ยวาจา กลับได้ยินจั่วม่อกล่าวเสริมอีกประโยค”
สี่คู่!”
สี่คู่! สองร้อยสี่สิบชิ้นจิงสือระดับสี่! หงหยางรู้สึกหัวใจเบิกบานปานบุปผา ความปิติ
ยินดีแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย การเดินทางคราวนี้คุ้มค่าจริงๆ!
ลูกค้ารายใหญ่! ลูกค้ารายใหญ่อย่างแน่นอน!
ดูเอาเถอะ บรรยากาศนี้ ความมือเติบนี้! นี่มันสุดยอดลูกค้ารายใหญ่ในหมู่ลูกค้าราย
ใหญ่ทั้งมวล!
หงหยางตื่นเต้นยิ่ง ตื่นเต้นจนมือไม้สั่นไปหมด ด้วยความรู้สึกอันเฉียบไวของพ่อค้า
มันค้นพบทันทีว่าถุงเงินของจั่วม่อสมควรใหญ่โตมโหฬารถึงเพียงไหน
มันราวกับว่าถูกฉีดด้วยเลือดไก่ คนคึกคักมีพลัง โลหิตในร่างสูบฉีดอย่างรุนแรง
เดือดพล่านปานจะระเบิด มันต้องสะกดกลั้นใจไม่ให้กู่ร้องออกมา ในหูคล้ายได้ยินเสียง
แตรสัญญาณเปิดฉากการสู้รบ!
“ถุงมือหมื่นลักษณ์* หมื่นลักษณ์เป็นตัวแทนของสรรพสิ่งในจักรวาล คุณภาพอยู่ที่
ระดับสี่ชั้นต่ำ แม้ไม่อาจถือว่ายอดเยี่ยมนัก แต่ค่อนข้างมีประโยชน์ใช้สอยจริง สวมใส่ถุง
มือนี้ มีพลังเทียบเท่าหมื่นคน หนึ่งกระบี่สามารถผ่าภูผา ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้! แต่หากมี
คุณสมบัติเพียงเท่านี้ ข้าคงไม่กล้านำออกมาให้อับอายต่อหน้าจั่วเซียนเซิง ประโยชน์ที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดคือแทบไม่สิ้นเปลืองพลังปราณเลย แม้แต่ชนชั้นจู้จีก็สามารถสวมใส่ได้ ยี่สิบ
ชิ้นจิงสือระดับสี่ ราคาย่อมเยาเหลือเชื่อ!”
“ซื้อ!” ทดลองสวมดู จั่วม่อพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “สี่คู่!” ในใจมันคิดว่าให้สาม
องครักษ์เกราะทองสวมใส่ถุงมือหมื่นลักษณ์นี้ ควบคู่กับกระบี่ยักษ์แดงที่ใหญ่โตจนเกิน
จริงนั่น พวกมันสามารถอาละวาดท่ามกลางฝูงศัตรู จั่วม่อแค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
“รองเท้ากระบี่เจ็ดดารา ระดับสี่ชั้นกลาง มาพร้อมกับท่าเท้าเจ็ดดารา ลี้ลับพิสดาร
สุดคาดเดา ตราบเท่าที่ท่านสวมใส่ไว้ สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีหลายแบบได้อย่าง
ง่ายดาย เหยียบย่างไร้ร่องรอย ดีที่สุดสำหรับการเคลื่อนย้ายระยะสั้น นอกจากนี้ยังมี
ค่ายกลกระบี่เจ็ดดารา หากท่านย่างก้าวตามท่าเท้าเจ็ดดารา ค่ายกลกระบี่จะขับเคลื่อน
ด้วยตัวเอง ทำให้การโจมตีของท่านยากจะระวังปั้องกันได้ แต่ละคู่เพียงเจ็ดสิบสี่ชิ้นจิ
งสือระดับสี่เท่านั้น”
“ซื้อ!” จั่วม่อดวงตาเป็นประกาย ผงกศีรษะอย่างไม่ลังเล “สี่คู่!”
หงหยางกำลังมือขึ้นอย่างสมบูรณ์ รู้สึกตื่นเต้นเร้าใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”
สร้อยคอร่วมใจ นี่เป็นยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่ชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นงาน
ฝีมืออันหลักแหลมปานเทพยดา มันสามารถเชื่อมโยงจิตใจท่านกับอีกหกคนได้ในเวลา
เดียวกัน ช่วยให้รุกหน้าล่าถอยได้ดั่งใจปรารถนา
ประสานงานราบลื่นดุจภูษิตฟั้าไร้ตะเข็บ เหมาะสมเป็นที่สุดกับการทำสงคราม
ระยะประชิด! หนึ่งร้อยห้าสิบชิ้นจิงสือระดับสี่!”
จั่วม่อไม่ได้ละสายตาไปที่อื่นแม้แต่แวบเดียว ผงกศีรษะในบัดดล “ซื้อ!”
นี่เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ !
มันเรียกสามองครักษ์เกราะทองเข้ามาทันที สวมใส่สร้อยคอร่วมใจให้แก่พวกมัน
จากนั้นผนึกมุทราร่ายเวทวิชาที่มากับสร้อยคอ มันพลันรู้สึกถึงเส้นใยการเชื่อมโยงสาม
เส้นที่ไร้รูปร่าง แต่ชัดเจนมาก มันทดลองกำหนดจิตใจ หนึ่งในสามองครักษ์เกราะทอง
พลันก้าวมาข้างหน้าสามก้าว
จั่วม่อเบิกบานใจยิ่ง ด้วยสร้อยคอร่วมใจเหล่านี้ พลังต่อสู้ของมันก็ทะยานขึ้นฟั้า
“นี่คือเข็มขัดเนตรอสรพิษ…”
การสู้รบระหว่างพวกมันยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ…
ครั้นเมื่อหงหยางกลับไปยังที่พำนักของมัน ยังคงรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง เรื่องราวที่มัน
ประสบในวันนี้ไม่ต่างอันใดกับความฝันตื่นหนึ่ง ยุทธภัณฑ์เวททั้งหมดที่มีอยู่ในแหวนของ
มัน จั่วม่อแทบจะกวาดไปจนเกลี้ยงเกลา มันไม่เคยพบเจอลูกค้าที่ร่ำรวยถึงเพียงนี้และ
มือเติบถึงเพียงนี้มาก่อนเลย น่าสะพรึงกลัวเกินไปจริงๆ!
นึกถึงกล่องประณีตที่กองสุมอยู่ในแหวนของมัน ความรู้สึกเหนือจริงยิ่งรุนแรงมาก
กว่าเดิม
ครั้งนี้ทำกำไรก้อนโตอย่างแท้จริง!
จั่วม่อเห็นสามองครักษ์เกราะทองแทบจะติดอาวุธไปถึงซี่ฟัน อดหัวร่อฮี่ฮี่ออกมา
ไม่ได้ ยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่เต็มอัตรา ช่างละลานตาผู้คนยิ่งนัก สามองครักษ์เกราะทอง
ในตอนนี้สามารถบรรยายได้ด้วยวลีเดียว… อาวุธสังหารร่างมนุษย์!
กงซุนชากับฉุนอวี๋เฉิงเหม่อมองอย่างโง่งม นี่ยังจะเรียกว่าซิวเจ่อได้อีกหรือ? นี่มันตู้
แสดงสินค้าสามตู้ชัดๆ!
องครักษ์เกราะทองจากศีรษะจรดเท้า ตำแหน่งใดที่สามารถแขวนยุทธภัณฑ์เวท
เอาไว้ได้ จั่วม่อไม่ปล่อยเว้นว่างแม้แต่จุดเดียว
ในมือถือกระบี่ยักษ์สีแดงเข้ม ทั้งร่างห่อหุ้มด้วยชุดเกราะทองคำ สองเท้าสวมใส่
รองเท้ากระบี่เจ็ดดารา สองมือสวมถุงมือหมื่นลักษณ์ ที่เอวคาดด้วยเข็มขัดเนตรอสรพิษ
บนแผ่นหลังยังติดปีกลำแสงอัสนีบาต!
สีแดง สีเขียว สีทอง สีเงิน ด้วยรสนิยมด้านความงามอันน่าสะพรึงกลัวของจั่วม่อ
เป็นธรรมดาที่จะไม่ปรากฎความงามแม้แต่น้อย ไม่ว่าผู้ใดหากพบเห็นเป็นครั้งแรก ล้วน
มีเพียงความคิดเดียวในใจ … คนร่ำรวยด้วยลาภลอย! นี่มันคนร่ำรวยด้วยลาภลอยชัดๆ!
นี่ราวกับเศรษฐีบ้านนอกที่ใส่ฟันทองไว้เต็มปาก แทบอดใจรอให้ทุกผู้คนล่วงรู้ไม่ได้
กระทั่งกงซุนชากับฉุนอวี๋เฉิงยังรู้สึกดูถูก แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ทั้งหมดนี้นำมา
ซึ่งความหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ สามองครักษ์เกราะทองแผ่ซ่านเจตนาสังหารอันแรงกล้า
ออกมา คนเมื่อเผชิญหน้ากับพวกมัน จะต้องตัดสินพลังอำนาจอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงที่
ซ่อนอยู่ภายใต้ความน่าเกลียดนี้เสียใหม่!
กงซุนชากับฉุนอวี๋เฉิงก็ได้รับยุทธภัณฑ์เวทมากมายหลายชิ้น ส่วนใหญ่เป็น
ยุทธภัณฑ์เวทสำหรับช่วยชีวิตและหลบหนี พวกมันทั้งคู่ไม่มีพลังต่อสู้แม้แต่น้อย หากยัด
เยียดยุทธภัณฑ์เวทสำหรับต่อสู้ให้แก่พวกมัน พวกมันก็ไม่อาจใช้พลังอำนาจในมือได้ถึง
หนึ่งส่วนด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ม้วนหยกเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณกับม้วนหยกของคนฆ่าสัตว์
รวมถึงเหล่ายุทธภัณฑ์เวทช่วยชีวิต ทำให้พวกมันทั้งคู่แย้มยิ้มจนหุบปากไม่ลง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกงซุนชา นับตั้งแต่ได้รับปั้ายหยกขาวของคนฆ่าสัตว์เป็นต้นมา คิด
ก้าวหน้าไปมากกว่านี้ กลับไม่มีปัญญาหาม้วนหยกแม้แต่ม้วนเดียว
นอกจากยุทธภัณฑ์เวทมากมายแล้ว จั่วม่อยังซื้อวัตถุดิบกองโตจากหงหยางอีกด้วย
โดยเฉพาะวัตถุดิบระดับสี่บางชนิด
อย่างไรก็ตาม การซื้อหาอย่างบ้าคลั่งราวกับเศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยด้วยลาภลอยนี้ ทำ
ให้มันใช้ไฟอีกาทองคำที่มีติดตัวไปจนเกลี้ยงฉาด
แต่จั่วม่อหาได้ใส่ใจไม่ มันสามารถควบกลั่นไฟอีกาทองคำออกมาได้ทุกเมื่อ สำหรับ
มัน นี่ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอันใด และด้วยยุทธภัณฑ์เวทเหล่านี้ ไม่ต้องกล่าวถึงอื่นใด แค่
พลังต่อสู้ซึ่งหน้าของพวกมันก็ทวีคูณขึ้นหลายเท่าแล้ว มันมีความมั่นใจในการเผชิญหน้า
โดยตรงกับทุกคนที่อยู่ต่ำกว่าด่านจินตัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้มันรู้สึกท้อแท้ ก็คือเหล่าองครักษ์เกราะทองคล้ายจะเกิดมา
เพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะ เทียบกับจั่วม่อแล้ว พวกมันแทบไม่จำเป็นต้องฝึกปรือก็สามารถ
ใช้พลังอำนาจของยุทธภัณฑ์เวททุกชิ้นได้ถึงขีดสุด จั่วม่อเหม่อมองตะลึงลาน
จั่วม่อผู้ถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง ได้แต่ค่อยๆ เรียนรู้อย่างช้าๆ อย่างเช่นรองเท้า
กระบี่เจ็ดดารา หากมันคิดขับเคลื่อนค่ายกลกระบี่เจ็ดดารา มันต้องฝึกก้าวเดินตามท่า
เท้าเจ็ดดาราตามทิศทางที่ถูกต้องแม่นยำเสียก่อน
เมื่อองครักษ์เกราะทองในชุดเต็มยศปรากฎตัวบนเกาะแมกไม้รกร้างในวันรุ่งขึ้น
เป็นเหตุให้เกิดความปันปั่วนเล็กน้อย ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นพวกมัน ล้วนเผยสีหน้าตะลึงงัน
หงหยางไม่กล้าอยู่นาน พอรุ่งเช้าก็ออกเดินทางไปทันที
ผูเยาจ้องมองน้ำในทะเลสาบน้ำดำค่อยๆ ลดลงอย่างเย็นชา ทะเลสาบน้ำดำเหลือ
ขนาดเพียงหนึ่งในสี่ของขนาดเดิม เหล่าสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์คอยขน
ถ่ายน้ำสีดำไปยังแท่นบูชาอยู่ตลอดเวลา
แท่นบูชาอันเก่าแก่เรียบง่าย ยามนี้เป็นสีดำทะมึนมืด ไม่เห็นประกายแสงอีก
“เกือบแล้ว” ผูเยาพึมพำ มันห่อปากพ่นลมสีดำออกมา เหล่าสัตว์ประหลาดรูปร่าง
คล้ายมนุษย์กลับลงไปในทะเลสาบอีกครั้ง
จากนั้นมันโบกแขนเสื้อ วัตถุดิบจำนวนมหาศาลถูกโยนลงไปในทะเลสาบ หลายต่อ
หลายชิ้นเป็นวัตถุดิบที่จั่วม่อเพิ่งจะซื้อมาจากหงหยาง ทะเลสาบน้ำดำเริ่มมีฟองอากาศ
ผุดพรายราวกับหม้อข้าวต้มกำลังเดือดพล่าน
ผูเยาเปิดฝั่ามือขวาออกเล็กน้อย ไฟสีแดงดำปรากฎขึ้นที่ใจกลางฝั่ามือ
ซี่!
ฝั่ามือของมันไม่ได้เคลื่อนไหว แต่ไฟสีแดงดำพลันเปลี่ยนเป็นมังกรไฟตัวหนึ่ง พุ่ง
ตรงเข้าหาแท่นบูชา
ไฟสีแดงดำลุกโชนรายรอบแท่นบูชา เปลวไฟเต้นเร่าพลิ้วไหว เต็มไปด้วยความเย้า
ยวนอย่างประหลาด
ผูเยาสูดลมหายใจลึก สองมือเหยียดออกมา
จากนั้นสองมือแปรเปลี่ยนท่ามุทราอย่างเร่งร้อน ดวงตาสีเลือดที่พริ้มลงครึ่งหนึ่ง
พลันเบิกกว้างอย่างกะทันหัน ตวาดเบาๆ “ขึ้น!”
แท่นบูชาที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงโชติช่วงคล้ายรับฟังคำสั่ง เริ่มลอยขึ้นจากด้านข้าง
ทะเลสาบดำ มุ่งหน้าไปยังใจกลางทะเลสาบดำ ลอยตัวลงช้าๆ พกพาเปลวไฟสีแดงจน
เกือบดำลอยตัวอยู่กลางทะเลสาบ
ผูเยาสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ดวงตาเขม็งนิ่ง ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย สองมือ
แปรเปลี่ยนท่ามุทราอีกครั้ง
เห็นเปลวไฟคล้ายพบเจอบ่อน้ำมัน กระจายไปตามผิวน้ำสีดำอย่างรวดเร็ว ภายใน
ชั่วพริบตา ตลอดทั้งทะเลสาบน้ำดำก็ตกอยู่ในกองไฟ
ผูเยาในที่สุดค่อยระบายลมหายใจโล่งอก มันแบมือยื่นไปเบื้องหน้า ทะเลสาบน้ำดำ
พลันหดตัวลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเหลือขนาดเพียงเท่าฝั่ามือ จากนั้นทะเลสาบน้อย
ลอยเข้ามาในมือของมัน เปลวไฟยังคงห้อมล้อมลุกไหม้อย่างเงียบงัน
เพียงผ่านการหลอมสร้างมาไม่กี่เดือน ในที่สุดบ่อน้ำยมโลกก็ก่อตัวเป็นรูปร่าง
สำเร็จ!
ความเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัสพลุ่งออกมาจากทั่วสรรพางค์กาย ผูเยารู้สึกอ่อนล้า
อย่างบอกไม่ถูก ได้แต่ลอบทอดถอนใจ สภาพปัจจุบันของมันอ่อนแอมาก
ความตื่นเต้นในใจจั่วม่อไม่จางหายไป มันไม่เคยซื้อยุทธภัณฑ์เวทมากมายถึงเพียงนี้
มาก่อน อีกทั้งยังเป็นยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่ทั้งหมด!
ความรู้สึกของการเป็นคนร่ำรวยด้วยลาภลอยนี่มันยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง!
“ไม่เลว เจ้าเข้าสู่ด่านหนิงม่ายเสียที” ผูเยาปรากฎตัวขึ้นอย่างกะทันหัน มันดูคล้าย
เหนื่อยอ่อนอยู่บ้าง”เช่นนั้นก็ส่งปราณพิภพมาเสียดีๆ”
จั่วม่อรู้สึกราวกับถังน้ำเย็นราดรดศีรษะ
ดึงดูดปราณพิภพ! มันในที่สุดค่อยเข้าใจว่าจากปลาบปลื้มยินดีสุดขีดมาเป็น
โศกเศร้าสุดขั้ว เป็นความรู้สึกเยี่ยงไร…
ก็ดี อย่างน้อยนี่ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับตัวมันเอง จั่วม่อได้แต่ปลอบใจตัวเอง
เช่นนี้
แต่ผูเยาคราวนี้โหดเหี้ยมผิดธรรมดา เพียงชั่วพริบตา ปราณพิภพในร่างกายจั่วม่อก็
ถูกกวาดหายวับไปหมดสิ้น จั่วม่อตัวแข็งทื่อ ล้มคว่ำหน้าฟาดพื้น ร่ายกายสั่นสะท้าน
ผวาเฮือกๆ เป็นระยะ ผูเยาชายตามองจั่วม่อบนพื้นแวบหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความ
อิ่มเอม จากนั้นหายตัวไปทันที
จั่วม่อสมองขาวว่างเปล่า
จนกระทั่งผ่านไปสองชั่วยาม ความคิดอันเลอะเลือนมึนงงค่อยฟึนขึ้นมาในที่สุด
ไฉน…ไฉนความรู้สึกนี้ถึงได้รุนแรงกว่าครั้งก่อน?
ใช่เป็นผลข้างเคียงจากการที่มันทะลวงฝั่าไปยังด่านหนิงม่ายหรือไม่?
ก่อนหน้านี้ มันเริ่มปรับตัวเข้ากับความเจ็บปวดจากการที่ปราณพิภพถูกสูบออกไป
ได้อยู่แล้วเชียว คิดไม่ถึงความเจ็บปวดกลับรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน ด้วยการที่ไม่ทันได้
เตรียมตัวเตรียมใจ จั่วม่อกลายสภาพน่าอนาถในบัดดล
สตรีนางหนึ่งทอดตามองแม่น้ำใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า เบื้องหลังนางเป็นกองทหารอัน
เคร่งขรึม ยืนเรียงรายอย่างสงบเงียบ
“ตรวจสอบพบหรือไม่?
“ขอรับ!” บุรุษกลางคนตอบอย่างนอบน้อม”สถานที่ที่เกิดดาวพร่างกลางทิวาคือ
อาณาจักรนภาจันทร์ เมื่อไม่นานมานี้เอง ราวๆ หนึ่งปีที่แล้ว”
“หนึ่งปีที่แล้ว…” สตรีนางนั้นทอดถอนแผ่วเบา”ข้าใคร่รู้ยิ่งนัก ต้าเหรินท่านนั้นที่แท้
เป็นผู้ใดกันแน่”
บุรุษกลางคนในดวงตาเต็มไปด้วยแววคลั่งไคล้อันร้อนเร่า”ต้าเหรินท่านนั้นเมื่อ
สามารถหลบหนีออกมาจากหอหลอมอสูร ย่อมต้องเป็นต้าเหรินที่รอดชีวิตจากมหา
สงครามพันปีอย่างแน่นอน!”
“มหาสงครามพันปี…นั่นยาวนานเหลือเกิน”
“คุณหนู!”
“ไม่มีใด ข้าเพียงสะทกสะท้อนอยู่บ้างเท่านั้น” สตรีนางนั้นแย้มยิ้ม”ยุคสมัยของพวก
เราช่างโชคดีนัก”
“ขอรับ!” บุรุษกลางคนอดตื่นเต้นไม่ได้
“มีเปั้าหมายที่น่าสงสัยหรือไม่?” สตรีนางนั้นกลาวถามอย่างเป็นการเป็นงาน
“ยังไม่ทราบขอรับ” บุรุษกลางคนรายงานไปตามจริง”พวกเราพบแม่น้ำอาณาจักรที่
นำไปยังอาณาจักรนภาจันทร์แล้ว ทว่าได้แต่ปิดกั้นแม่น้ำอาณาจักรเท่านั้น แต่จะอย่างไร
พวกเราก็มีเวลามากพอที่จะค่อยๆ ตรวจสอบอย่างละเอียด”
“ประเสริฐ นี่เป็นวิธีการอันโง่งมจริงๆ”
“ขอรับ! หน่วยสอดแนมของเราที่ล่วงหน้ามาก่อนในคราวนั้น ล้วนถูกคนสังหารสิ้น
ดังนั้น…”
“ไม่เป็นไร วิธีการอันโง่งมบางครั้งก็มีประสิทธิภาพยิ่ง” สตรีนางนั้นโบกมือตัดบท
“ขอรับ”
ชำเลืองมองแม่น้ำอาณาจักรแวบหนึ่ง สตรีนางนั้นกล่าว “ออกเดินทาง”
“ขอรับ!”