สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 272 หวงจั๋วกวง
พรรคฟั้ากระจ่างมีหลายสาขา นอกจากนี้ยังมีศิษย์รุ่นที่สองมากมาย แต่ไม่มีผู้ใด
สามารถสั่นคลอนตำแหน่งของหวงจั๋วกวงได้ นอกจากการสนับสนุนของบรรพชนฟั้า
กระจ่างแล้ว พลังฝีมืออันเข้มแข็งของหวงจั๋วกวงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
ก่อนเหตุเปลี่ยนแปลงในอาณาจักรขุนเขาน้อย หวงจั๋วกวงได้รับการยกย่องว่าเป็นยอด
ฝีมืออายุเยาว์ที่เด่นล้ำที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่ของอาณาขุนเขาน้อย ชื่อเสียงของวีรบุรุษ
ฟั้ากระจ่างขจรขจายไปทั่ว
มันเข้าสู่ด่านหนิงม่ายตั้งแต่อายุสิบหกปี ด้วยอายุเท่านี้ หลายคนเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่ด่านจู้
จีเท่านั้น พออายุสิบเจ็ดปี มันก็บรรลุเจตจำนงกระบี่ พุ่งทะยานขึ้นเป็นนามอันโดด
เด่นเรืองรองที่สุดในหมู่ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์แห่งอาณาจักรขุนเขาน้อย แต่สิ่งที่ผลักดันให้
นามของหวงจั๋วกวงกระเดื่องดังที่สุด กลับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของภัย
พิบัติครั้งนี้
ยามนั้นสถานการณ์สับสนวุ่นวายถึงที่สุด หลายคนโจมตีพรรคฟั้ากระจ่าง ในช่วงเวลา
สำคัญที่สุด หวงจั๋วกวงก้าวออกมา สังหารยี่สิบคนใต้คมกระบี่ของมัน แขวนศีรษะโชก
เลือดเรียงรายไว้หน้าประตูใหญ่ของพรรคฟั้ากระจ่าง พฤติการณ์นี้ขู่ขวัญผู้คนในช่วง
กลียุคจนไม่กล้าเฉียดกรายเข้าใกล้ ลากไปจนกระทั่งบรรพชนฟั้ากระจ่างกลับมาถึง
สำนัก
อาจกล่าวได้ว่า สถานะปัจจุบันของพรรคฟั้ากระจ่างในอาณาจักรขุนเขาน้อย ครึ่งหนึ่ง
เป็นความดีความชอบของหวงจั๋วกวง การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงอันดุร้ายปั่าเถื่อน
ของมันแพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักรขุนเขาน้อย ทั้งยังยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งลำดับที่
สองของสำนัก รองจากบรรพชนฟั้ากระจ่างได้อย่างเต็มภาคภูมิ ยังเหนือล้ำกว่า
ประมุขพรรคเสียอีก
หวงจั๋วกวงแม้แข็งกร้าวอหังการ แต่ไม่ได้ขาดไหวพริบปฏิภาณ เหล่าศิษย์ในสำนัก
ล้วนเคารพยำเกรงมันอย่างที่สุด
เนื่องจากมีคนยกมือขึ้นเจ็ดแปดคน ย่อมต้องมีการแข่งขันเปรียบเทียบฝีมือ แต่สิ่งที่
ทดสอบไม่ใช่พลังฝีมือของแต่ละคน แต่เป็นฝีมือทางเวทวิชาธาตุน้ำที่เข้มแข็งที่สุด
บรรดาซิวเจ่อที่ยกมือถูกเรียกให้สำแดงเวทวิชาธาตุน้ำออกมาชมดู
นี่ย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับจั่วม่อแม้แต่น้อย มันร่ายเคล็ดเมฆฝนหล่นรินอย่างไม่ค่อยใส่
ใจนัก ปรากฏเมฆขาวเล็กจ้อยลอยอยู่เหนือฝั่ามือหนึ่งฉื่อ สายฝนเริ่มสาดเทลงมา แต่
พอหยาดฝนตกลงถึงฝั่ามือของจั่วม่อ หยดน้ำทั้งหมดก็หายไป
เวทวิชาธาตุน้ำอันเหนือล้ำและบริสุทธิ์นี้ สยบผู้คนส่วนใหญ่ได้ในทันที
แต่เจิ้งจงผู้นั้นกลับทำให้จั่วม่อต้องแปลกใจอยู่บ้าง
เจิ้งจงไม่เอ่ยคำใด เพียงดีดใส่ปั้ายหยกที่แขวนไว้ตรงเอวเบาๆ มังกรวารีสีครามพลัน
ปรากฏกายออกมา มังกรวารียาวเพียงหนึ่งฉื่อ เกล็ดสีครามบนร่างเปล่งประกายน่า
ลุ่มหลง มันดูเฉลียวฉลาดยิ่ง กวาดดวงตาใคร่รู้มองรอบด้านอย่างปราดเปรียว
ฮะ ปั้ายหยกบงการสัตว์ร้าย!
จั่วม่อประหลาดใจเล็กน้อย มันไม่ทราบว่ามังกรวารีชนิดนี้เป็นตัวอะไร บางทีหากเป็น
ศิษย์น้องเฉิงอาจจะทราบ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามังกรวารีตัวนี้จะต้องระดับไม่ต่ำ
เท่าใด ทันทีที่มังกรสีครามบินออกมา จั่วม่อรู้สึกว่าปราณวารีในอากาศเข้มข้นขึ้นทันที
มังกรวารีเป็นธาตุน้ำโดยกำเนิด ย่อมมีฝีมือทางเวทวิชาธาตุน้ำมากที่สุด
ศืษย์พรรคฟั้ากระจ่างคนที่ถือกระบี่เขี้ยวขาวรู้สึกยากตัดสินใจอยู่บ้าง จั่วม่อแม้ใช้เวท
วิชาเพียงเล็กน้อย แต่เห็นได้ชัดว่าฝีมือสูงส่ง ทว่ามังกรวารีของเจิ้งจงก็เป็นยอดฝีมือ
ควบคุมน้ำตามธรรมชาติเช่นกัน
“พวกเจ้าขึ้นมาทั้งคู่” วาจาของหวงจั๋วกวงถือเป็นคำตัดสิน
จั่วม่อสะท้านใจวูบ สุ้มเสียงของหวงจั๋วกวงแม้ไม่ดังกังวาน แต่กอรปด้วยแรงกดดัน
พิเศษเฉพาะชนิดหนึ่ง ตัวมันยามนี้เรียกได้ว่าประสบการณ์โชกโชน แต่นี่เป็นครั้งแรก
ที่ได้พบพานกับยอดฝีมือที่มีลักษณะเช่นหวงจั๋วกวง คนผู้เดียวที่จั่วม่อรู้สึกว่า
คล้ายคลึงกันอยู่บ้าง คือฉางเหิง แต่ทั้งสองคนก็ยังมีข้อแตกต่างไม่น้อย หวงจั๋วกว
งแข็งกร้าวอหังการ ฉางเหิงโหดเหี้ยมอำมหิต
หากทั้งสองคนนี้ประมือกัน คงน่าดูชมไม่น้อย จั่วม่อรำพึงในใจ
จั่วม่อสังเกตเห็นซิวเจ่อที่มีใบหน้าซีดเซียวในมุมหนึ่ง นั่นสมควรเป็นเหลยเฮ่า คนที่ลู่
ฮุยบอกว่าถูกนกโง่ทำร้ายบาดเจ็บ เหลยเฮ่าย่อมเป็นเปั้าหมายหลักของจั่วม่อ
จั่วม่อกับเจิ้งจงติดตามศิษย์ที่ถือกระบี่เขี้ยวขาวไป หวงจั๋วกวงเหินร่างลงมาจากยอด
เขา กล่าวกับศิษย์น้องที่ด้านข้าง “เรียกพวกมันเตรียมตัวให้พร้อม”
คนอื่นๆ ถูกขับออกจากพื้นที่ในทันที
“ไปได้แล้ว ไปได้แล้ว ไม่มีเรื่องของพวกเจ้าแล้ว ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป ผู้ใดที่ยังอยู่
ในระยะห้าสิบลี้ อย่าได้โทษว่ากระบี่บินของข้าไม่มีตา!” ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างกล่าว
อย่างดุร้ายหมายขวัญ
ทันใดนั้น เหตุเปลี่ยนแปลงพลันอุบัติขึ้นในบัดดล!
ลำแสงกระบี่ที่คล้ายอาบหิมะสายหนึ่งจู่โจมใส่หวงจั๋วกวงอย่างกะทันหัน!
ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างหลายคนใบหน้าเผือดสี ลำแสงกระบี่สายนี้จู่โจมอย่างฉับพลัน
เกินไป ดุร้ายหมายชีวิตเกินไป ปราณกระบี่ขาวพร่างกระจ่างจ้าเสียจนพวกมันสายตา
พร่าเบลอ! เจตจำนงกระบี่คล้ายเกล็ดหิมะแหลมคมมากมาย เต้นรำไปรอบๆ อย่าง
งดงาม
ศิษย์น้องหญิงที่ด้านข้างหวงจั๋วกวงสีหน้าซีดขาว ในสายตาของนางเต็มไปด้วยแสง
กระบี่ขาวเจิดจ้า! ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสีขาวบาดตา! ภายในชั่วพริบตาเดียว คล้าย
เจตจำนงกระบี่คมกริบ ยึดเอาความตั้งใจที่จะต่อต้านแข็งขืนของนางไปจนหมดสิ้น
แต่แล้วทันใดนั้น ลำแสงกระบี่สุดอหังการสว่างวาบ กระแทกใส่ลำแสงกระบี่อาบหิมะ
อย่างถนัดถนี่ หายวับไปพร้อมกัน!
“ฮ่าฮ่า! ทราบแต่แรกแล้วว่าเจ้ามีปัญหา!” หวงจั๋วกวงหัวร่อกระหึ่ม จากนั้นสีหน้าเย็น
เยียบลง “แต่คิดวางแผนลงมือกับข้า อาศัยเจ้ายังไม่เพียงพอ”
ในสุ้มเสียงของมันแฝงความเชื่อมั่นอย่างเปียมล้น
กลุ่มสหายของเจิ้งจงก็ลงมืออย่างพร้อมเพรียง ปราณกระบี่สาดกระจายทั่วบริเวณ
ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างเหล่านี้ไม่ได้มีพลังฝีมือเข้มแข็งเท่าหวงจั๋วกวง สถานการณ์
เปลี่ยนเป็นสับสนวุ่นวายในบัดดล
เสียงกรีดร้องและความตื่นตระหนกของเหล่าศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างไม่ได้ทำให้ดวงตา
ของหวงจั๋วกวงสั่นไหวแม้แต่น้อย มันเพียงจ้องมองเจิ้งจงตาเขม็ง แล้วแย้มยิ้มเย้ยหยัน
“โอ้ ที่แท้เป็นหนิงม่ายขั้นสาม ไม่น่าแปลกใจที่อาจหาญถึงเพียงนี้”
เจิ้งจงไม่ได้หลุบตาลงต่ำในสภาพครึ่งหลับครึ่งลืมเหมือนเคย ในดวงตาเยือกเย็นของ
มัน สาดประกายเจตนาสังหารและความกระหายการต่อสู้อย่างแรงกล้า
หวงจั๋วกวงเผยรอยยิ้มดูหมิ่น กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า “ไป ไปกันเถอะ” จบคำก็
ทะยานร่างขึ้นกลางอากาศ
เจิ้งจงติดตามขึ้นไปบนท้องฟั้าอย่างไม่ลังเล
จั่วม่อมองซ้ายทีขวาที เห็นไม่มีผู้ใดสนใจมันสักคน จู่ๆ มันก็ไม่รู้จะหัวร่อหรือร่ำไห้ดี
แต่นี่นับว่าส่งผลดีต่อกิจธุระของมัน มันจับตามองเหลยเฮ่าจากระยะไกล เห็นอีกฝั่าย
แตกตื่นลนลานและคิดหลบหนี
ซิวเจ่อที่กวาดต้อนมาล้วนเต็มไปด้วยความขุ่นแค้นชิงชังต่อศิษย์พรรคฟั้ากระจ่าง แต่
เนื่องจากอีกฝั่ายเป็นพรรคฟั้ากระจ่าง จึงไม่มีผู้ใดกล้ากล่าววาจา แต่ในเวลานี้ พอเจิ้ง
จงลงมือ สถานการณ์กลายเป็นสับสนวุ่นวาย หลิ่วกุ้ยฉวยโอกาสเติมเชื้อไฟ จงใจ
ตะโกนเสียงดัง “กระบี่บิน! กระบี่บินระดับสี่เล่มนั้น! อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!”
วาจาประดานี้พอกล่าวออกมา ก็สั่นคลอนจิตใจของหลายคนในทันที กระบี่บินล้ำค่าที่
เปียมด้วยรังสีสังหารบริสุทธิ์ แน่นอนว่าต้องเป็นกระบี่บินระดับสี่ชั้นสุดยอดที่หาได้
ยากเล่มหนึ่ง
“ผู้ใดกล้า? คิดฉกชิงสิ่งของจากพรรคฟั้ากระจ่าง! พวกเจ้าใช่รำคาญในการมีชีวิตสืบ
ต่อแล้วหรือไม่!” ศิษย์ที่ถือกระบี่เขี้ยวขาวตวาดอย่างดุดัน
หลิ่วกุ้ยซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน คำรามตอบโต้ว่า “ขี้ขลาดหิวโหยตาย กล้าหาญ
ท้องแตกตาย ผู้ใดจะรู้ว่าเป็นฝีมือใคร!”
ทุกผู้คนครุ่นคิด ใช่แล้ว สถานการณ์วุ่นวายถึงเพียงนี้ พวกมันย่อมไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด
คว้าสิ่งของไป ซิวเจ่อที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ในอาณาจักรขุนเขาน้อยจนถึงตอนนี้ ผู้ใดไม่
เผ็ดร้อนดุร้าย?
ชั่วพริบตานั้น ลำแสงกระบี่สิบกว่าสายกรีดฝั่าอากาศ พุ่งใส่ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างผู้นั้น
เป็นจุดเดียว
จั่วม่อที่บินห่างออกไป พอเห็นฉากนี้ถึงกับอกสั่นขวัญแขวนไปด้วย นึกยินดีที่มันฉาก
หลบออกมาได้เร็วพอ มิเช่นนั้นคงไม่พ้นถูกหางเลขไปด้วย
“เจ้า… …” ศิษย์ผู้นั้นทั้งเดือดดาลทั้งหวาดกลัว กล่าววาจายังไม่ทันจบสิ้น ก็ถูกปราณ
กระบี่สิบกว่าสายสับละเอียดเป็นเนื้อบด จั่วม่อมือเท้าเย็นเฉียบ หนาววูบไปถึงขั้ว
หัวใจ
ทุกผู้คนโถมเข้าคว้ากระบี่เขี้ยวขาวไล่ๆ กัน หลังจากแก่งแย่งวุ่นวายช่วงสั้นๆ ซิวเจ่อผู้
หนึ่งตาดีมือไวคว้ากระบี่บินติดมือแน่น ก่อนจะหมุนตัว หลบหนีไม่คิดชีวิต ซิวเจ่อที่
พลาดหวังจากกระบี่บินก็ไม่ยอมน้อยหน้า สิ่งของที่เหลืออยู่บนร่างกายของศิษย์
เคราะห์ร้ายล้วนถูกหยิบฉวยไปจนเกลี้ยงเกลา
ซิวเจ่อที่หยิบฉวยไม่ทันผู้อื่น หันดวงตาแดงฉานไปยังศิษย์ฟั้ากระจ่างคนอื่นๆ อย่าง
รวดเร็ว
พวกมันจู่ๆ ก็พบว่า เมื่อไม่มีกลิ่นอายของพรรคฟั้ากระจ่างคอยคุ้มหัว ศิษย์เหล่านี้ล้วน
เป็นแพะอ้วนที่อ้วนท้วนสมบูรณ์อย่างที่สุด!
สถานการณ์ยิ่งสับสนวุ่นวายกว่าเดิม
ดีดร่างพุ่งทะยานไม่กี่ครั้ง จั่วม่อพลันปรากฏขึ้นข้างกายเหลยเฮ่า ยื่นมือคว้าจับเหลย
เฮ่าที่กำลังหลบหนีเอาไว้ได้
เหลยเฮ่าตื่นตระหนกแทบตาย สั่นเทาไปทั้งร่าง กล่าวตะกุกตะกักอย่างลนลาน “ข้า
ข้า ข้า… … ทุกอย่างล้วนให้แก่เจ้า… …”
จั่วม่อขมวดคิ้ว เงื้อมือตบหน้าเหลยเฮ่าสองสามรอบ ช่วยปลุกสติสัมปขัญญะให้
แจ่มใส “ข้าถาม เจ้าตอบ”
“เจ้า… … โปรดถามเถอะ โปรดถามเถอะ!” เหลยเฮ่าถูกตบจนตะลึงงัน คืนสติขึ้นมา
จากสภาพขวัญวิญญาณกระเจิดกระเจิง แม้ว่ามันยังคงหวาดกลัว แต่สามารถกล่าว
วาจาเป็นผู้เป็นคนบ้างแล้ว
ทันใดนั้น จั่วม่อมือซ้ายตวัดวูบ กรีดวาดกระบวนท่าสายฟั้าแกร่งภูตหยางในพริบตา!
ซี่!
สายฟั้าฟาดปะทะกระบี่บินเล่มหนึ่งอย่างถนัดถนี่!
ท่ามกลางกลุ่มควันสีเขียวแตกระเบิด เสียงดังเคล้ง กระบี่บินเล่มหนึ่งร่วงลงสู่พื้น
เซียนกระบี่ที่อยู่ไม่ไกลแค่นเสียงหนักๆ กระบี่บินของมันถูกทำลาย จิตสำนึกยังได้รับ
บาดเจ็บไม่เบา มันเบิกตามองจั่วม่ออย่างสยดสยอง กระทั่งกระบี่บินก็ไม่สนใจแล้ว
กระโผลกกระเผลกหลบหนีไม่คิดชีวิต
จั่วม่อก็ไม่ไล่ตามคนผู้นั้น หลายคนยังเห็นฉากนี้ชัดตา ซิวเจ่อที่กำลังทะยานร่างเข้าหา
จั่วม่อล้วนแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝั่อ รีบเปลี่ยนทิศทางหันไปหาเปั้าหมายอื่นแทน เหลย
เฮ่าผู้ถูกหิ้วอยู่ในมือจั่วม่อ กลืนน้ำลายอย่างอกสั่นขวัญแขวน สวรรค์ มันไฉนตกอยู่ใน
เงื้อมมือของยอดฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้?
“เจ้ารับบาดเจ็บได้อย่างไร?” จั่วม่อถามเน้นทีละคำ จ้องมองเหลยเฮ่าตาไม่กะพริบ
สายตาของจั่วม่อทำให้เหลยเฮ่าขนหัวลุกซู่ ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งเผือดขาว มัน
ตะกุกตะกักว่า “ข้า ข้า … … ข้าบังเอิญพบกลุ่มก้อนสีเทาชนิดหนึ่ง นึกว่าเป็นสมบัติ
ล้ำค่า จึงคิดจับมันเอาไว้ แต่สิ่งของนั้นแปลกประหลาดยิ่ง เพียงแตะถูก ข้าก็ได้รับ
บาดเจ็บอย่างหนัก”
จั่วม่อในใจปิติยินดียิ่ง มันเพิ่งตรวจดูอาการบาดเจ็บภายในของเหลยเฮ่า ร่างกายของ
คนผู้นี้ถูกทำร้ายด้วยพลังที่ไม่ได้อยู่ในห้าธาตุจริงๆ
“หลังจากนั้นเงาสีเทาไปยังที่ใด?” จั่วม่อถาม
“มันบินเข้าไปในเขตแดนลับ” เหลยเฮ่าตอบอย่างเชื่องเชื่อ
“ปากทางเข้าเขตแดนลับไม่ใช่ว่าปิดสนิทอยู่หรอกหรือ? มันจะบินเข้าไปได้อย่างไร?”
“ข้า… … ข้าไม่รู้จริงๆ”
จั่วม่อฉุกใจคิดอย่างฉับพลัน ทางเข้าเขตแดนลับต้องใช้เวทวิชาห้าธาตุเป็นกุญแจเปิด
แต่คุณลักษณะของนกโง่เวลานี้ไม่ได้อยู่ในห้าธาตุ เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว
“ทางเข้าเขตแดนลับอยู่ที่ใด?” จั่วม่อถามคำถามสุดท้าย
“ทางด้านนั้น” เหลยเฮ่าชี้ไปยังหุบเขาที่อยู่ใกล้ๆ
จั่วม่อยิ้มให้มันอย่างอบอุ่น “เจ้าตอบได้ดี” เสร็จแล้วสะบัดมือ โยนเหลยเฮ่ากลับเข้า
ไปกลางวงต่อสู้อันสับสนวุ่นวาย ชั่วพริบตาเดียว เงาคนก็กลบกลืนร่างของศิษย์พรรค
ฟั้ากระจ่างผู้เคราะห์ร้ายไป
จั่วม่อแหงนมองสองคนที่ต่อสู้กันอยู่กลางอากาศ นึกเสียใจที่เวลาไม่เหมาะสม หาก
มันไม่ต้องรีบไปตามหานกโง่ จะต้องไม่พลาดโอกาสเชือดหวงจั๋วกวงทิ้งเป็นแน่
หวงจั๋วกวงเป็นบุคคลอันดับสองของพรรคฟั้ากระจ่าง หากสามารถฆ่าคนผู้นี้ได้ จะ
ส่งผลกระทบต่อพรรคฟั้ากระจ่างอย่างใหญ่หลวง
มันพลันพบว่าประเมินความเข้มแข็งของพรรคฟั้ากระจ่างต่ำเกินไป
หวงจั๋วกวงฝีมือร้ายกาจยิ่ง! แม้เจิ้งจงเป็นหนิงม่ายขั้นสาม แต่กลับไม่ได้มีเปรียบ นี่ทำ
ให้จั่วม่อแตกตื่นไม่น้อย
พอเห็นเจตจำนงกระบี่ของหวงจั๋วกวง จั่วม่อพลันเข้าใจอยู่บ้าง ที่แท้คำว่า ‘ฟั้า’ ใน
พรรคฟั้ากระจ่างไม่ได้เกี่ยวข้องกับดินนภาแม้แต่น้อย แต่หมายถึงท้องฟั้าอันไพศาล
มันเป็นกระบี่แห่งท้องฟั้า!
เจตจำนงกระบี่ของหวงจั๋วกวงทั้งกว้างใหญ่ไพศาล ทั้งเวิ้งว้างว่างเปล่า ไม่มีตัวตนแน่
ชัด แต่ให้ความรู้สึกไม่อาจต้านทานได้!
กระบี่ของหวงจั๋วกวงสว่างเจิดจ้ากว่าเดิม แฝงด้วยกลิ่นอายอบอุ่นราวกับท้องฟั้าใต้
แสงตะวัน ไม่ว่าปราณกระบี่หรือท่าร่างของมัน หวงจั๋วกวงเมื่ออยู่กลางอากาศ ไม่ผิด
อันใดกับมัจฉาอยู่ในน้ำ
จิตสำนึกของจั่วม่อเฉียบคมเป็นพิเศษ มันรู้สึกว่ากระบี่บินของหวงจั๋วกวงมีความ
เชื่อมโยงกับท้องฟั้าอย่างยากจะบ่งบอกบรรยาย
จั่วม่ออัศจรรย์ใจยิ่ง!
นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?
คนผู้นี้เริ่มฝึกปรือตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดาหรือไร?
พริบตานั้นจั่วม่อพลันเปลี่ยนความคิด มันตัดสินใจว่าต้องสังหารคนผู้นี้ให้จงได้ ศัตรู
อันร้ายกาจเช่นนี้ หากพลาดโอกาสนี้ไป คิดฆ่ามันอีกครั้ง แทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย!
ความคิดชั่วร้าย อ้อ ไม่ใช่ ความคิดอันแยบยลผุดขึ้นในใจจั่วม่อ