สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 299 มหาค่ายกลแผลงฤทธิ์ เหอเถาอัสนีค้ารนส้าแดงเดช!
- Home
- สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation
- บทที่ 299 มหาค่ายกลแผลงฤทธิ์ เหอเถาอัสนีค้ารนส้าแดงเดช!
บรรพชนฟ้ากระจ่างขุ่นแค้นอัดอก แทบระเบิดออกมา ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
เรียกกระบี่บินคู่ใจออกมาในบัดดล กล่าวอย่างมืดมน “พวกเจ้าจงตายเสียให้หมด!”
วาจายังไม่ทันจบประโยค จั่วม่อกระทั่งยังไม่ทันเห็นชัดตาว่ากระบี่บินมีรูปโฉม
เยี่ยงไร กระบี่บินเล่มนั้นก็เลือนหายไปตรงหน้าบรรพชนฟ้ากระจ่าง
ทุกคนในเมืองอีกาทองคำรู้สึกท้องฟ้าทั้งผืนเริ่มหมุนคว้างอย่างแช่มช้า สรรพสิ่ง
รอบข้างเริ่มกลายเป็นพร่าเลือน
จั่วม่อพลันนึกถึงหวงจั๋วกวงที่ใช้เจตจำนงกระบี่ท้องฟ้า เห็นได้ว่าเจตจำนงกระบี่
ท้องฟ้าของบรรพชนฟ้ากระจ่าง ทั้งบริสุทธิ์และร้ายกาจกว่าหลายเท่า
บัดซบ! หากตาเฒ่าเข้ามาใกล้อีกสักนิดก็คงดี!
จั่วม่อถลึงตาจ้องบรรพชนฟ้ากระจ่างที่ยังอยู่ห่างไกลจากเมืองอีกาทองคำ อด
นับถือเลื่อมใสอยู่บ้างไม่ได้ ปิศาจเฒ่าแม้ขุ่นแค้นแน่นอก แต่ยังคงรักษาความเยือก
เย็นเอาไว้ได้ อย่างที่คาดไว้จากยอดฝีมือด่านจินตัน!
แผ่นฟ้าที่หมุนคว้างพลันปรากฏจุดแสงสว่าง ราวกับหมู่ดาวมากมายเคลือคณา
นับทอแสงพร้อมกัน
จั่วม่อในใจบังเกิดสังหรณ์อันตรายสุดขีด มันไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย รีบ
ขับเคลื่อนขบวนค่ายกลในบัดดล เห็นบนกำแพงเมืองอีกาทองคำ ปรากฏลวดลายค่าย
กลนับไม่ถ้วน ราวกับเครือเถาบุปผาอันสลับซับซ้อน
โล่พลังปราณกึ่งโปร่งใสขนาดยักษ์ปรากฏออกมา ห่อหุ้มเมืองอีกาทองคำไว้ด้าน
ใน
ทุกผู้คนคลายใจลงส่วนหนึ่ง แต่ในเวลานี้เอง พวกมันได้ยินบรรพชนฟ้ากระจ่าง
ตวาดเสียงสดใส “ลงมา!”
จุดแสงเหนือศีรษะพวกมันพลันเปล่งประกายวาบ เห็นฝูงกระบี่แสงแน่นขนัดพุ่ง
ดิ่งลงมาจากฟากฟ้า ดุจพายุฝนโหมกระหน่ า ระดมทิ่มแทงโล่พลังปราณของเมืองอีกา
ทองคำ ติดต่อตามกันไม่ขาดสาย!
โล่พลังปราณสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงปะทะแหลมคมถี่กระชั้น แน่นขนัดดุจห่า
ฝนซัดสาดใบกล้วย แต่ละเสียงแต่ละระลอก ล้วนบันดาลให้ผู้คนหัวใจแทบกระดอน
ออกจากอก
จั่วม่อรีบฉุดลากซู่หลงออกมา “ใช้กระบวนทัพที่เจ้าใช้เมื่อคราวนั้น รีบด่วน!”
ซู่หลงเข้าใจทันที เร่งรุดกลับไปยังกระบวนทัพของมัน
ซู่หลงผมเผ้าสะบัดพลิ้ว สายตาหลุบต่ า ผลึกสีดำบนหน้าผากสว่างวาบ ตวาด
อย่างดุดัน “ฆ่า!”
เส้นใยพลังงานสีดำระเบิดออกจากร่างด้วยระดับความเร็วอันน่าตระหนก เพียง
ชั่วพริบตาเดียว ขบวนทัพของค่ายเว่ยก็ถูกพลังงานสีดำปกคลุมไว้ทั้งกองทัพ หนักข้น
เสียจนดวงตะวันยังหม่นแสง! พลังงานสีดำพวยพุ่งขึ้นฟ้า ไม่ได้รับผลกระทบจากโล่
พลังปราณ ขึ้นไปรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนบนท้องฟ้าเหนือเมืองอีกาทองคำ
ก้อนเมฆดำอันเกรี้ยวกราดปกคลุมเหนือเมืองอีกาทองคำ ห่าฝนปราณกระบี่พอ
ทิ่มแทงเข้าสู่เมฆดำ ก็หายลับไปในทันที
“ฮะ!” บรรพชนฟ้ากระจ่างเผยสีหน้าประหลาดใจอีกครั้ง
อาศัยความรอบรู้ของมัน ยังไม่ทราบว่าอีกฝ่ายใช้เวทวิชาอันร้ายกาจใด
ในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ ผูเยากล่าวกับป้ายศิลาสุสานอย่างไม่ใส่ใจว่า
“ผายลมเก่าผู้นี้ เป็นแค่จินตันตัวน้อย กล้าวางท่าต่อหน้าท่านอสูรฟ้าผู้นี้หรือ คง
รำคาญในการมีชีวิตสืบต่อไปแล้ว”
มันตาทอประกายวาบ แค่นเสียง “เหยียบมันให้จมดิน!”
แต่แล้วพลันพบว่าสุ้มเสียงมันยามนี้คล้ายจั่วม่ออยู่มากจริงๆ รีบหุบปากทันที
ในฐานะอสูรฟ้าผู้สูงส่ง การลอกเลียนถ้อยคำของผู้อื่น โดยเฉพาะจั่วม่อ ทำให้มันรู้สึก
เสียหน้ายิ่ง
“น่าเสียดายที่พวกซู่หลงเพิ่งจะเริ่มฝึกปรือได้ไม่นาน มิเช่นนั้น … …ฮึ่ม ฮึ่ม… …
อ๊า น่าเบื่อเสียจริง!”
ผูเยาบ่นงึมงำอยู่คนเดียว
ถึงตอนนี้ บรรพชนฟ้ากระจ่างมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ก่อนหน้านี้ที่มันถูกหอรบ
ค่ายกลโจมตีใส่ เป็นเพียงแค่เล่ห์กลของอีกฝ่าย แต่เมฆดำเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเวท
วิชาหรือค่ายกลบางอย่าง นี่จึงเป็นพลังที่แท้จริง กระทั่งการโจมตีของซิวเจ่อด่านจิน
ตันยังสามารถหยุดยั้งเอาไว้ได้ ย่อมเรียกได้ว่าทรงพลังอย่างแท้จริง
นี่ไม่คล้ายเวทวิชา อาศัยพลังบำเพ็ญเพียรด่านหนิงม่าย ไม่สามารถใช้เวทวิชาที่
ทรงพลังถึงเพียงนี้ได้
สิ่งเดียวที่เป็นไปได้มากที่สุดคือค่ายกล แต่สำนักทั่วไปไหนเลยจะมีค่ายกลอัน
ร้ายกาจเช่นนี้อยู่ในมือ คนเหล่านี้…อาจมีประวัติความเป็นมาอันยิ่งใหญ่!
บรรพชนฟ้ากระจ่างสะดุ้งใจวูบหนึ่ง
มันไม่เกรงกลัวชนชั้นหนิงม่ายกลุ่มนี้ ต่อให้ต้องฆ่าพวกมันทั้งหมด ก็เพียงแค่
เสียเวลาเพิ่มอีกสักเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่มันกังวลคือพอฆ่าคนรุ่นเยาว์ผู้หนึ่ง กลับจะ
เรียกตาเฒ่าอีกผู้หนึ่งแล่นมาทวงถามหนี้โลหิต อาศัยความมั่งคั่งของพรรคฟ้ากระจ่าง
พวกมันยังไม่มีค่ายกลอันทรงอำนาจเช่นนี้ หากมียอดฝีมือที่เหนือล้ ารุดมาทวงแค้น
จริงๆ มันจะจบสิ้นอย่างอนาถ
บรรพชนฟ้ากระจ่างทราบดีว่าตัวเองมีน้ าหนักสักกี่ชั่ง คิดเป็นผู้ปกครองสถานที่
ที่ถูกปิดตายเช่นอาณาจักรขุนเขาน้อยนั้นไม่ยากเย็น แต่หากเป็นอาณาจักรที่ใหญ่โต
กว่านี้ มันจะไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม พอมันขบคิดจนถี่ถ้วนครอบคลุม จะอย่างไรความบาดหมาง
ระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ล่วงเลยมาถึงขั้นไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้าแล้ว ย่อมไม่สามารถแก้ไขกลับ
กลายได้อีก หนทางที่ดีที่สุดคือเข่นฆ่าทุกคนที่นี่ ป้องกันไม่ให้ข่าวแพร่กระจายออกไป
ครุ่นคิดได้เช่นนี้ ดวงตามันสาดประกายลึกซึ้งชั่วร้ายอย่างแรงกล้า เต็มไปด้วย
รังสีอำมหิต
มันทุ่มเทฝึกปรือเคล็ดกระบี่ฟ้ากระจ่างมาชั่วชีวิต นอกเหนือจากกระบี่บินเล่มนี้
ทั่วทั้งร่างไม่มียุทธภัณฑ์เวทอื่นใดอีก มันประกบดรรชนีเป็นกระบี่ สะบัดจี้ไปข้างหน้า
เห็นปราณกระบี่หนาหลายจั้งพุ่งดิ่งลงมา!
ปราณกระบี่ยักษ์คล้ายดิ่งลงปะทะกับเมฆดำอย่างหักโหม แต่แล้วพลันแตก
ระเบิดกลายเป็นปราณกระบี่เล็กจิ๋วนับไม่ถ้วน โผบินอย่างปราดเปรียว หลบรอดจาก
เมฆดำ ทิ่มแทงใส่โล่พลังปราณของเมืองอีกาทองคำตรงๆ
เช้ง!
ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนประดุจอสรพิษโปร่งใสมากมาย กระแทกชนโล่พลังปราณ
อย่างพร้อมเพรียง เสียงปะทะในโสตประสาทของผู้คนแทบเป็นเสียงเดียวกัน
โล่พลังปราณของเมืองอีกาทองคำสั่นไหวอย่างรุนแรง จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยน
เล็กน้อย มันควบคุมเมืองอีกาทองคำทั้งเมือง ทราบดีว่าการโจมตีครั้งนี้เข้มแข็งดุดัน
ปานใด
หากถูกโจมตีเช่นนี้อีกเพียงสองสามหน โล่พลังปราณของเมืองอีกาทองคำจะ
พินาศสิ้น!
มันเม้มปากแน่น ซิวเจ่อด่านจินตันร้ายกาจเกินไปแล้ว!
กระบี่บินของผายลมเฒ่าผู้นี้เป็นระดับใดกันแน่?
ความคิดมากมายผุดขึ้นในใจมัน เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ ไม่มีเวลาพอให้ขบคิดอีก
แล้ว พวกมันได้แต่กัดฟันทนต่อไปเท่านั้น บรรพชนฟ้ากระจ่างเหินร่างอยู่บนท้องฟ้า
ไม่ยอมเข้ามาใกล้แม้แต่น้อย เฒ่าโสโครกนี้อยู่ห่างไกลเกินไป ทำให้พวกมันไม่อาจใช้
กระบวนท่าอื่นได้เลย
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งวาบขึ้นดุจสายฟ้าฟาด มันรีบชี้ไปยังเหนือศีรษะ ตะโกน
ถามซู่หลง “เจ้าสามารถเปลี่ยนให้มันมีรูปทรงแบบอื่น ปกคลุมโล่พลังปราณเอาไว้ได้
หรือไม่?”
ซู่หลงฝืนยิ้มบิดเบี้ยว ไม่กล้ากล่าววาจา ค่ายกลปิศาจสังหารภูตอีกาถูกเร่งเร้าไป
ถึงขีดสุด ก้อนเมฆดำค่อยๆ เริ่มลดต่ าลงมา สุดท้ายตกลงยังโล่พลังปราณ จากนั้นเริ่ม
แผ่กว้างออกไป ชั่วไม่กี่อึดใจก็ปกคลุมโล่พลังปราณทั้งหมดไว้อย่างมิดชิด
ทุกคนในเมืองรู้สึกท้องฟ้าดับวูบ ทั่วทั้งเมืองตกอยู่ในความมืดมน
บรรพชนฟ้ากระจ่างพอเห็นเช่นนี้ ยิ่งปิติยินดีกว่าเดิม ทำเช่นนี้พวกมันไม่เท่ากับ
กลายเป็นตะพาบในไหด้วยตัวเองหรอกหรือ? เมฆดำอาจช่วยเพิ่มพลังป้องกันของโล่
พลังปราณ แต่พวกมันก็ปิดกั้นสายตาตัวเองไปด้วย
กระทั่งมันยังมองไม่เห็นภายในเมฆดำ มันจึงไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะสามารถ
มองเห็น
โง่เขลานัก!
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความห่างชั้นของพลังอำนาจ ความแตกต่างระหว่างทั้งสอง
ฝ่ายใหญ่โตเกินไป ดวงตาของบรรพชนฟ้ากระจ่างสาดเจตนาสังหารออกมาอย่างแรง
กล้า มันจะพลาดโอกาสอันดีงามเช่นนี้ได้อย่างไร?
ไม่เห็นมันขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว แต่ร่างหายวับไปในบัดดล จากนั้นปรากฏขึ้น
เหนือเมืองอีกาทองคำ ห่างออกไปไม่กี่สิบจั้ง!
มองเมืองอีกาทองคำที่ห่อหุ้มด้วยเมฆดำอยู่ใต้ฝ่าเท้าของมัน รอยยิ้มชั่วช้า
อำมหิตประดับริมฝีปาก
“พวกเจ้าทุกคนสมควรตาย!”
มันยกมือขึ้น กระบี่บินสีครามดุจท้องฟ้าพลันปรากฏขึ้นที่ใจกลางฝ่ามือ ลอยนิ่ง
โดยไร้เสียง มันผลักมืออย่างนุ่มนวล กระบี่บินเปลี่ยนเป็นลำแสงสีคราม เหินทะยาน
ขึ้นไปบนท้องฟ้า หายลับไป
ทันใดนั้นเอง บนท้องฟ้าเหนือศีรษะอันห่างไกลสุดกู่ เห็นจุดแสงสว่างลุกวาบ!
บรรพชนฟ้ากระจ่างใบหน้าทอแววทระนงถือดี เนิ่นนานเท่าใดแล้วที่มันไม่ได้ใช้
ท่าไม้ตายชุดนี้? เนิ่นนานเกินไปจริงๆ! ท่าไม้ตายอันเลื่องชื่อของมันเผยโฉมอีกครั้ง
ช่างน่าหวนหาอาวรณ์โดยแท้!
ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งท่าไม้ตายนี้ได้ ไม่เคยมีมาก่อน!
เมืองอีกาทองคำอันกระจ้อยร่อยจะหายไปในไม่ช้า จะถูกลบออกจากยอดเขา
ดาวสวรรค์อย่างสิ้นเชิง มันรู้สึกเศร้าเสียดายอยู่บ้าง กล่าวตามความสัตย์ มันชมชอบ
เมืองน้อยแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง
นี่เป็นเมืองอันน่าลุ่มหลงอย่างแท้จริง!
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องถูกทำลายสิ้น!
แต่แล้วทันใดนั้นเอง รอยยิ้มเย่อหยิ่งลำพองของมันพลันแข็งค้าง
เห็นยอดเขารอบข้างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างกะทันหัน แผ่นดินขนาดใหญ่ไถล
เลื่อนลงมา เผยให้เห็นชั้นหินแกร่งที่อยู่ด้านล่าง
เกิดอะไรขึ้น… …
ร่างของมันถูกกระแสพลังมหาศาลบีบรัดเอาไว้อย่างฉับพลัน อากาศธาตุรอบ
กายมันคล้ายกลับกลายเป็นผนึกแข็งและหนักหน่วง มันฝืนดิ้นรนขยับร่างกาย แต่ละ
การเคลื่อนไหวคล้ายยากเย็นแสนเข็ญถึงที่สุด มันรู้สึกราวกับว่าติดอยู่บนใยแมงมุม
ขนาดใหญ่โตมโหฬาร
กับดัก!
บรรพชนฟ้ากระจ่างศีรษะลั่นอึงอล
ชั่วพริบตาเดียวกัน หินหลอมเหลวระเบิดปะทุ พวยพุ่งออกมาจากแผ่นดินโลก
ค่อยๆ ไหลบ่าไปตามเนินเขา
มันเห็นฉากสะท้านขวัญวิญญาณอยู่ใต้ฝ่าเท้า ราวกับมีพู่กันจุ่มชาดที่มองไม่เห็น
ลากเส้นสีแดงสดใสเชื่อมผ่านระหว่างยอดเขา เส้นสีแดงเหล่านั้นไหลบ่าไปตามทิศทาง
ที่เฉพาะเจาะจง สร้างเป็นภาพอันแปลกพิสดารภาพหนึ่ง
บรรพชนฟ้ากระจ่างรู้สึกคล้ายมีโซ่อันหนักหน่วงแข็งกร้าวผูกมัดมันเอาไว้อย่าง
แน่นหนา แทบไม่อาจขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว
ในเวลานี้เอง เมฆดำนอกเมืองอีกาทองคำเลือนหายไป เจ้าคนน่าตายผู้นั้นโผพุ่ง
ขึ้นสู่ท้องฟ้า
จั่วม่อลอบลำพองใจ เจ้าคิดว่าเกอมองไม่เห็นหรือ? เกอมีเนตรปราณ พลัง
อภิญญาเนตรปราณ! เข้าใจหรือไม่?
แต่มันทราบว่านี่ยังไม่ใช่เวลาจะมายินดีปรีดา มันพลิกฝ่ามือวูบ เหอเถาอัสนี
คำรนที่ปกคลุมด้วยลวดลายสีทองปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ!
“เหอเถาอัสนีคำรน!”
บรรพชนฟ้ากระจ่างพอเห็นเหอเถาอัสนีคำรนในมือจั่วม่อ ต้องสีหน้าแปรเปลี่ยน
อย่างรุนแรง จั่วม่อไม่มัวพิรี้พิไรมากความ ตวัดมือซัดเหอเถาอัสนีคำรนใส่
บรรพชนฟ้ากระจ่างอย่างหักโหม!
ตูม!
เหอเถาอัสนีคำรนพอหลุดออกจากมือจั่วม่อ ก็เปลี่ยนเป็นลูกไฟสีทองขนาดเท่า
ใบหน้ามัน รายล้อมด้วยพลังสายฟ้าสีเงินนับไม่ถ้วน แผดเสียงปะทุไม่ขาดหู น่า
แตกตื่นสะท้านโลก!
บรรพชนฟ้ากระจ่างตาถลนแทบหลุดจากเบ้า เจ้าผู้นี้ถึงกับใช้เหอเถาอัสนีคำรน
หลอมสร้างเป็นยุทธภัณฑ์เวทแบบใช้ครั้งเดียว?
เจ้าเด็กประหลาดผู้นี้เสียสติไปแล้ว?
เหอเถาอัสนีคำรนเป็นถึงวัตถุดิบระดับสี่… …
มันทันใดนั้นสะท้านขึ้นทั้งร่าง ขวัญวิญญาณแทบกระเจิดกระเจิงออกจาก
ร่างกาย! บัดซบ! นี่เป็นวัตถุดิบระดับสี่!
บรรพชนฟ้ากระจ่างไม่สนใจออมรั้งไว้สำหรับท่าไม้ตายอีก กระบี่บินกลายเป็น
ลำแสง พุ่งดิ่งเข้าทิ่มแทงเหอเถาอัสนีคำรนที่กำลังตรงดิ่งเข้าหามัน
ยังไม่ทันจะได้ชื่นชมยินดี กลับเห็นในมือจั่วม่อปรากฏเหอเถาอัสนีคำรนขึ้นอีก
ลูกหนึ่ง บนพื้นผิวปกคลุมด้วยลวดลายสีทองเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
บรรพชนฟ้ากระจ่างใบหน้าไร้สีเลือดในบัดดล!
มันไม่คิดออมรั้งพลังปราณใดๆ อีก โหมเร่งเร้าพลังปราณทั้งหมดอย่างคลุ้มคลั่ง
หาทางทำลายการจองจำอย่างไม่คิดชีวิต
มันทุ่มเทใช้พลังปราณทั้งหมดที่มี ร่างกายเริ่มขยับได้ทีละน้อย จากนั้นเพียงชั่ว
อึดใจ ความเร็วก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก
จั่วม่อเห็นเช่นนี้ ทราบดีว่านี่เป็นช่วงคับขันอันตรายที่สุด ไม่คำนึงถึงความ
เจ็บปวดใจ รีบซัดเหอเถาอัสนีคำรนออกไป จากนั้นเหอเถาอัสนีคำรนอีกลูกปรากฏขึ้น
ในมือทันที… …
เพียงชั่วพริบตา มันก็ซัดเหอเถาอัสนีคำรนออกไปสิบกว่าลูกในรวดเดียว!
ลูกไฟสีทองพกพาสภาวะสุดอำมหิต สาดพุ่งเข้าหาบรรพชนฟ้ากระจ่าง ผู้กำลัง
ขยับเคลื่อนไหวด้วยความเร็วประดุจเต่าคลาน
บนท้องนภาเต็มไปด้วยเสียงระเบิดปะทุดังสนั่น ราวกับมังกรสายฟ้าขนาดยักษ์
หลายตัวม้วนตลบอย่างเกรี้ยวกราด ยอดเขารอบด้านสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ปฐพี
สะท้านภูเขาสั่นสะเทือน
สีหน้าของบรรพชนฟ้ากระจ่างไม่อาจบรรยายด้วยคำซีดขาวอีกต่อไป มันไม่
หลงเหลือเค้าความอาจหาญใดๆ มันไม่เคยพบเห็นผู้ใดหลอมสร้างเหอเถาอัสนีคำรน
เป็นยุทธภัณฑ์เวทแบบใช้ครั้งเดียวมาก่อน มิหนำซ้ ายังมากมายถึงเพียงนี้!
นี่เป็นชาติตระกูลอันเข้มแข็งมั่งคั่งสักเพียงใด จึงกล้ากระทำเรื่องเสียสติเช่นนี้?
ตูม!
ถึงตอนนี้ กระบี่บินของบรรพชนฟ้ากระจ่างเพิ่งทิ่มแทงใส่เหอเถาอัสนีคำรนลูก
แรกอย่างถนัดถนี่ แตกระเบิดในบัดดล!
จั่วม่อรู้สึกแสงวาบขึ้นในสายตาอย่างฉับพลัน ประกายแสงเจิดจรัสบาดตายิ่ง
ทำให้ในดวงตาของมันมีแต่แสงสีทอง มองไม่เห็นสิ่งใดอีก
ตูมตูมตูม!
จั่วม่อเห็นแต่แสงสีทองกว้างใหญ่เป็นแผ่นผืน สุกสว่างจนตาพร่า แต่แล้วกลับ
รู้สึกคล้ายสัตว์ร้ายมหึมาพุ่งชนใส่มันอย่างรุนแรง ร่างปลิวลิ่วอยู่กลางอากาศ
มันเบิกตามองอย่างโง่งม