สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 298 เสียสติ
“ผู้ใดฆ่าจั๋วกวง?”
บรรพชนฟ้ากระจ่างสุ้มเสียงไม่ดังนัก แต่สามารถได้ยินทั้งใกล้ไกล
เมื่อผู้ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกเป็นบรรพชนฟ้ากระจ่าง จั่วม่อย่อมไม่กล้านั่ง
เอ้อระเหยอยู่บนเมฆมงคลเหมือนเดิมอีก แต่จะอย่างไร เพียงเท่านี้ไม่อาจหยุดยั้ง
ไม่ให้มันแค่นเสียงเหยียดหยาม
“ในที่สุดเกอก็เข้าใจว่าไฉนพรรคฟ้ากระจ่างชอบพิรี้พิไรมากความนัก ที่แท้
เป็นมาตั้งแต่หัวแถวเลย”
พรืด หลายคนอดไม่ได้ กุมท้องหัวร่อเป็นวรรคเป็นเวร บรรยากาศตึงเครียดหาย
วับไปทันที
จั่วม่อปากแม้กล่าวเช่นนี้ แต่อันที่จริงในใจมันเคร่งเครียดกดดันยิ่ง สำนักกระบี่
สุญตาแม้มียอดฝีมือด่านจินตันถึงสี่คน แต่มันไม่เคยเห็นยอดฝีมือจินตันปลดปล่อย
พลังสภาวะเต็มขีดความสามารถโดยไม่ออมรั้งเช่นนี้ กระทั่งในวันที่ศิษย์พี่เหวยเสิ้งเข้า
สู่ด่านจู้จี้ ที่แท้อาจารย์ลุงซินหยานยังไม่ได้เปิดเผยพลังฝีมือที่แท้จริงออกมาสักส่วน
เสี้ยว
พลังกดดันของบรรพชนฟ้ากระจ่างบันดาลให้จั่วม่อรู้สึกคล้ายภูเขาทั้งลูกกดทับ
มันเอาไว้ แทบหายใจไม่ออก
จินตันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่คาด!
มันไม่คิดเสียเวลาสนทนา เรื่องราวระหว่างพวกมันเมื่อมาถึงขั้นนี้ พวกมันไม่
จำเป็นต้องมีเหตุผลอันใดมากล่าวอ้างเพื่อทำสงครามอีก ‘มารยาทก่อนทหาร
ตามหลัง’ อันใด ไยมิใช่ล้วนเหลวไหลไร้สาระทั้งสิ้น?
“หอรบค่ายกล โจมตีร่วมกัน!” จั่วม่อกัดฟันสั่งการลงไป
สามสิบหกหอรอค่ายกลสงครามลำแสงสีเงินระเบิดวาบอย่างพร้อมเพรียง!
ลำแสงสายฟ้าแกร่งหลายร้อยสายครอบคลุมใส่บรรพชนฟ้ากระจ่างดุจห่าพิรุณ
“น่าสนใจอยู่บ้าง” บรรพชนฟ้ากระจ่างยิ้มเย็น ร่างของมันพลันหายวับไปจาก
จุดนั้น
สายฟ้าแกร่งหลายร้อยสายพลาดเป้า เพียงจู่โจมใส่อากาศธาตุอันว่างเปล่า
ซี๊ด จั่วม่อช่วยไม่ได้ ต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ!
ความเร็วอันร้ายกาจ!
กระทั่งพลังจิตสำนึกของมันยังตามไม่ทันความเร็วของบรรพชนฟ้ากระจ่าง! นี่
เป็นครั้งแรกที่มันเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ไพร่พลของเมืองอีกาทองคำทั้งหมดหน้า
เผือดสี
ทั้งผู้คนในเมืองและบรรดาผู้ชม ไม่มีผู้ใดตามทันความเร็วของบรรพชนฟ้า
กระจ่าง!
มันรวดเร็วถึงขั้นที่สายฟ้าแกร่งยังเชื่องช้าไปวูบหนึ่ง
แม้จั่วม่อจะคาดไว้แล้วว่าศึกคราวนี้ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ดูเหมือนระดับความ
ยากเย็นจะเหนือความคาดหมายของมันไปมาก
โดยไม่จำเป็นต้องให้จั่วม่อสั่งการ คลื่นสายฟ้าแกร่งระลอกที่สองสาดพุ่งเข้าหา
บรรพชนฟ้ากระจ่างอย่างเกรี้ยวกราด
ไร้ประโยชน์!
จั่วม่อลอบสั่นศีรษะเงียบๆ อีกฝ่ายรวดเร็วเกินไป รวดเร็วเสียจนกระทั่งสายฟ้า
แกร่งยังไล่ตามไม่ทัน
จริงดังคาด บรรพชนฟ้ากระจ่างหายวับไปจากจุดเดิมอีกครั้ง
จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน!
จั่วม่อทันใดนั้นม่านตาหดแคบลง… ไม่ถูกต้อง!
เห็นบรรพชนฟ้ากระจ่างจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าสายฟ้าแกร่งสายหนึ่ง กางฝ่า
มือขวางไว้เบื้องหน้า
เปรี้ยง ซี่ซี่ซี่!
สายฟ้าแกร่งคล้ายถูกกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นเอาไว้ ไม่อาจรุดหน้าแม้แต่นิ้ว
เดียว จุดที่หยุดชะงัก อยู่ห่างจากฝ่ามือของมันเพียงสามชุ่น บรรพชนฟ้ากระจ่างเอื้อม
มือออกมา ใช้สองนิ้วคีบจับสายฟ้าแกร่งอย่างเยือกเย็น
เพียะ เพียะ เพียะ!
สายฟ้าแกร่งปะทุดังสนั่น พลังงานสายฟ้าคล้ายเหล่าอสรพิษน้อยแล่นพล่าน
ห่อหุ้มรอบๆ ดรรชนีของมัน
บรรพชนฟ้ากระจ่างคล้ายไม่สะดุ้งสะเทือน ยกมือขึ้นเพ่งพินิจสายฟ้าแกร่ง
เหล่านั้น กระแสไฟฟ้าสีเงินส่องประกายสะท้อนบนใบหน้ามัน บัดเดี๋ยวสุกสว่าง บัด
เดี๋ยวมืดสลัว
“ความคิดอันชาญฉลาด ช่างหาได้ยากนัก หาได้ยากโดยแท้!” บรรพชนฟ้า
กระจ่างสีหน้าทอแววประหลาดใจอยู่บ้าง นอกจากความแปลกใจ ยังคล้ายนิยมชมชื่น
ไม่เบา
วาจายังไม่ทันจะกล่าวจบ สองดรรชนีเรียวยาวขาวเนียนบีบขยี้ สายฟ้าแกร่งที่
ถูกคีบจับพลันแตกระเบิดเป็นเศษเล็กเศษน้อยนับไม่ถ้วน เลือนหายไปจากหว่างดร
รชนีของมัน
เมืองอีกาทองคำเงียบกริบดุจป่าช้า
ฉากเบื้องหน้าทำให้ทุกผู้คนขวัญวิญญาณสั่นสะท้าน กระทั่งจั่วม่อยังมีสีหน้า
ประหวั่นพรั่นพรึง
นั่นมันสายฟ้าแกร่งมิใช่หรือ… …
ใช้สองนิ้วบดขยี้สายฟ้าแกร่ง นี่…นี่เป็นไปไม่ได้!
จั่วม่อสมองขาวว่างเปล่า พลังฝีมืออันร้ายกาจของบรรพชนฟ้ากระจ่างเหนือล้ า
กว่าที่มันคาดคิดเอาไว้มาก!
มันยืนเหม่อมองอย่างซึมเซาอยู่กับที่
บรรพชนฟ้ากระจ่างก็ไม่รีบไม่ร้อน เพียงถามเบาๆ “เป็นผู้ใดสร้างหอรบค่ายกล
สงครามเหล่านี้? พวกมันจะได้รับการละเว้นชีวิต”
จั่วม่อค่อยๆ ฟื้นคืนสติ นึกถึงความแตกตื่นลนลานเมื่อครู่ อดอับอายอยู่บ้าง
ไม่ได้ ที่แท้มันก็กลัวตายถึงเพียงนี้! รอบข้างเงียบสนิทเสมือนตาย เมืองอีกาทองคำถูก
ตาเฒ่าตัวร้ายข่มขวัญอย่างสมบูรณ์ บางคนถึงกับมีสีหน้าสิ้นหวัง
จั่วม่อเหลือบมองสตรีซิวเจ่อข้างกายอย่างไม่ตั้งใจ เหมือนเช่นปกติ นางยังคงยืน
นิ่งเงียบงันอยู่ข้างกายมันราวกับมนุษย์ไม้ นางไม่ได้สะทกสะท้านต่อบรรพชนฟ้า
กระจ่างแม้แต่น้อย
จั่วม่อยิ่งอับอายขายหน้ามากกว่าเดิม เกอกระทั่งสตรีนางหนึ่งยังสู้ไม่ได้
มันเงยหน้า จ้องมองบรรพชนฟ้ากระจ่างบนท้องฟ้า ไฟโทสะลุกฮือโหม
ตาเฒ่าผู้นี้หน้าไหว้หลังหลอก จิตใจลึกซึ้งชั่วร้ายยิ่ง ในสายตาของเฒ่าโสโครกผู้
นี้ ชีวิตของผู้อื่นไม่ได้มีค่าเทียบเท่าจิงสือด้วยซ้ า!
จั่วม่อยิ่งครุ่นคิดยิ่งเดือดดาล หากมิใช่เพราะเฒ่าโสโครกผู้นี้ มันคงไปจาก
อาณาจักรขุนเขาน้อยตั้งนานแล้ว ไม่ต้องมาคอยหวาดหวั่นกังวลอยู่ทุกวี่วันเหมือน
ตอนนี้!
มาเถอะ วันนี้เกอจะเล่นกับเจ้าให้ถึงที่สุด!
จั่วม่อกลายเป็นแน่วแน่เฉียบขาด ความหวาดหวั่นขวัญผวาปลิวหายวับ
“ยิงต่อไป อย่าหยุด!”
จั่วม่อออกคำสั่งอย่างดุร้ายกระหายเลือด ผู้คนงงงันวูบ ยิงต่อไป? แต่นั่นไม่ใช่ว่า
ไม่ได้ผลอย่างสิ้นเชิงหรอกหรือ! อย่างไรก็ตาม พอพวกมันหันไปเห็นสายตาดุดัน
อำมหิตของจั่วม่อ พลันสะดุ้งสุดตัว เหล่าป่านหักใจสู้สุดชีวิตแล้ว!พวกมันปลุกปลอบ
ขวัญกำลังใจขึ้นมาอย่างเต็มที่ ความหวาดกลัวที่มีต่อบรรพชนฟ้ากระจ่างบรรเทาเบา
บางลงไปมาก
หอรบค่ายกลสงครามส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง!
บรรพชนฟ้ากระจ่างที่หางตาเผยแววเหยียดหยาม
คลื่นลำแสงเจิดจ้าคลุมฟ้า กระแสสายฟ้าแกร่งโหมสาดใส่บรรพชนฟ้ากระจ่าง
ดุจห่าพิรุณอันแน่นขนัด
“ยิงเข้าไป อย่าหยุด!”
เสียงตวาดของจั่วม่อได้ยินชัดเจนทั่วเมือง เหล่าซิวเจ่อในหอรบค่ายกลสงคราม
สะท้านใจวูบ ทุ่มเทเรี่ยวแรงกำลังไม่คิดชีวิต
คลื่นสายฟ้าแกร่งประหนึ่งพายุฝนฟ้าคะนอง กึกก้องเกรี้ยวกราดแทบหูดับ
เสียงหัวร่อแผ่วเบา กังวานออกมาจากภายในพายุฝนสายฟ้าแกร่งอันแน่นขนัด
ไม่มีสายฟ้าแกร่งเส้นใดสัมผัสถูกแม้แต่ชายเสื้อของบรรพชนฟ้ากระจ่าง คราวนี้
มันไม่ได้เคลื่อนหายไปจากจุดนั้น แต่หลบหลีกอย่างว่องไวอยู่ท่ามกลางห่าพิรุณ
สายฟ้าแกร่งที่สมควรจะไร้ช่องว่างรอยโหว่ ไม่ทราบเพราะเหตุใด ท่าร่างของมันไม่
นับว่ารวดเร็ว ทว่ากลับไม่มีสายฟ้าแกร่งกระทบถูกมันแม้แต่สายเดียว
เมื่อเสียงหัวร่อแผ่วเบาของบรรพชนฟ้ากระจ่างเข้าหูของบรรดาซิวเจ่อในหอรบ
ค่ายกลสงคราม ราวกับราดน้ ามันใส่กองเพลิง พวกมันโทสะลุกฮือโหม พากันโหมเร่ง
เร้าพลังปราณในร่างเข้าไปในหอรบค่ายกลสงครามอย่างบ้าคลั่ง
สามสิบหกหอรบค่ายกลสงครามสว่างเจิดจ้าเสียจนไม่อาจมองเห็นพวกมันได้
โดยตรง
สายฟ้าแกร่งยิ่งมายิ่งหนาแน่น ยิ่งนานยิ่งหนักหน่วงประดุจพายุสายฟ้า พกพา
สภาวะป่าเถื่อนดุดัน ไหลบ่าครอบฟ้าคลุมดิน!
เสียงหัวร่อจางๆ ของบรรพชนฟ้ากระจ่าง ผ่านเข้าไปในหูของทุกผู้คนอย่าง
ชัดเจนอีกครั้ง
จั่วม่อเม้มปากแน่น ทันใดนั้นมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย
กริ๊ง!
บนท้องฟ้าเหนือเมืองอีกาทองคำ ห่วงเสียงพุทธะระเบิดกลุ่มแสงสีทองออกมา
คลื่นเสียงสังวัธยายมนตร์ที่ล่องลอยอ้อยอิ่ง พลันคำรามกระหึ่มสะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
คลื่นเสียงที่มองไม่เห็น มีเมืองอีกาทองคำเป็นศูนย์กลาง กวาดวาบออกไปอย่าง
เกรี้ยวกราด!
กระบวนท่าสังหารของค่ายกลวงแหวนฟ้าสำเนียงจันทร์ ‘คลื่นเสียงสังหารระฆัง
จันทรา!’
บรรพชนฟ้ากระจ่างผู้สงบราบเรียบมาตั้งแต่ต้น ทันใดนั้นชะงักวูบอย่างแปลกใจ
ไม่อาจหลบหลีกได้ทันเวลา สายฟ้าแกร่งสายหนึ่งฟาดใส่ใบหน้าของมันอย่างถนัดถนี่!
เพียะ!
กลุ่มอสรพิษสายฟ้าเต้นเร่าอยู่บนใบหน้าของมัน บรรพชนฟ้ากระจ่างตัวแข็งทื่อ
เพียะ เพียะ เพียะ!
สายฟ้าแกร่งอีกหลายสาย โหมกระหน่ าฟาดใส่ร่างกายมันไม่ขาดสาย
บึม!
อสรพิษสายฟ้าสะบัดพลิก กระแทกชนใส่กันอย่างรุนแรง แตกระเบิดดังสนั่น
หวั่นไหว เปล่งแสงเจิดจ้าบาดตา บรรพชนฟ้ากระจ่างถูกสายฟ้าแกร่งห่อหุ้มเอาไว้
อย่างสิ้นเชิง ยากที่จะมองเห็นร่างของมันชัดตา
“ฮ่า!” จั่วม่อลิงโลดยินดีจนแทบกระโดดตัวลอย
เหตุผลที่มันสั่งให้สามสิบหกหอรบโหมจู่โจมบรรพชนฟ้ากระจ่างอย่างสุดชีวิต ก็
เพื่อหลอกให้บรรพชนฟ้ากระจ่างหลงคิดไปว่าหอรบค่ายกลสงครามเป็นอาวุธที่ร้าย
กาจที่สุดของพวกมัน จั่วม่อจิตใจเชื่อมโยงกับเจดีย์น้อย จังหวะเวลาที่ใช้คลื่นเสียง
สังหารระฆังจันทราออกมา นับว่าเหมาะเจาะพอดีถึงที่สุด
ฮี่ฮี่ เป็นจินตันแล้วอย่างไร? ไม่ใช่ถูกเกอหลอกลวงจนหัวหมุนเหมือนกันหรือ?
จั่วม่อรู้สึกภาคภูมิใจยิ่ง ทั้งยังเบิกบานสำราญใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับกินผล
โสมเข้าไปทั้งต้น
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้หวังว่าสายฟ้าแกร่งจะรุนแรงพอที่จะสังหารบรรพชนฟ้า
กระจ่างได้อยู่แล้ว วิธีอวดโอ่ด้วยการใช้มือเปล่าบดขยี้สายฟ้าแกร่งของอีกฝ่าย ยืนยัน
ได้อย่างชัดเจนว่าสายฟ้าแกร่งระดับนี้ยังไม่อาจทำให้มันบาดเจ็บสาหัสได้
แต่หลังจากโจมตีใส่บรรพชนฟ้ากระจ่างได้สำเร็จ ขวัญกำลังใจของไพร่พลก็
เพิ่มพูนขึ้น แรงกดดันอันหนักหน่วงที่กดทับลงมาในเมืองก่อนหน้านี้ถูกกวาดออกไป
ทุกผู้คนสีหน้าลิงโลด แม้ว่าซิวเจ่อในเมืองอีกาทองคำส่วนใหญ่เป็นหนิงม่าย ซึ่งอยู่ห่าง
จากจินตันเพียงด่านเดียว แต่เก้าในสิบส่วนไม่เคยเห็นการต่อสู้ของจินตันมาก่อน
บรรพชนฟ้ากระจ่างนับตั้งแต่มาถึงก็ดำเนินการข่มขวัญมาโดยตลอด แต่ละการ
กระทำล้วนสำแดงความเหนือชั้นออกมาอย่างไม่สิ้นสุด บันดาลให้ผู้คนรู้สึกสิ้นหวัง
ทว่าจั่วม่อใช้การกระทำของมัน เพื่อพิสูจน์ว่าจินตันก็สามารถถูกทุบตีได้!
ทุกผู้คนคึกคักฮึกเหิม พวกมันทุกคนเชื่อว่าการต่อสู้ครั้งนี้แม้ลำบากยากเย็นสุด
เปรียบปาน แต่พวกมันยังคงมีโอกาสได้ชัย พวกมันไม่หวั่นเกรงว่าการต่อสู้จะ
ยากลำบาก แค่เพียงหวาดกลัวว่าความพยายามทั้งหมดของพวกมันจะสูญเปล่า
แสงสีเงินเจิดจ้าค่อยๆ เลือนหายไป บรรพชนฟ้ากระจ่างปรากฏขึ้นต่อหน้าทุก
คนอีกครั้ง
เมื่อเห็นสภาพของบรรพชนฟ้ากระจ่างชัดตา ทุกผู้คนล้วนหัวร่องอหาย
เสื้อคลุมสูงสง่าของบรรพชนฟ้ากระจ่างมีรูปุพรุนไปทั่ว ราวกับขอทานผู้หนึ่ง แต่
สิ่งที่ทำให้พวกมันสุดจะยับยั้งเสียงหัวร่อจริงๆ คือใบหน้าที่ถูกแผดเผาจนดำมืดเหมือน
ก้อนถ่าน
จั่วม่อแหงนหน้าหัวร่อดังกึกก้อง ทันใดนั้นมันบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ชูมือขวาขึ้น
สูง พลางตะโกนบอกคนในเมือง “ทุกคนฟังให้ดี กล่าวตามข้า!”
ทุกผู้คนชะงักเสียงหัวร่อ เงยหน้าขึ้นมอง รวบรวมพลังปราณอย่างบ้าคลั่ง ทุก
ใบหน้าลิงโลดยินดี แฝงแววคาดหวัง
จั่วม่อหมุนตัวกลับ เผชิญหน้ากับบรรพชนฟ้ากระจ่าง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ชี้
หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ครั่นคร้าม ตะโกนสุดเสียงว่า “ผายลมเก่า!”
ผู้คนเจ็ดพันกว่าคนในเมืองอีกาทองคำ แผดเสียงตะโกนด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
อย่างพร้อมเพรียง “ผายลมเก่า!”
เสียงตะโกนอย่างพรักพร้อมของคนเจ็ดพันกว่าคน ดังสนั่นลั่นโลกจนแม้แต่ยอด
เขายังสั่นสะเทือน สะท้อนสะท้านกลับไปกลับมา
จั่วม่อถลึงตาอย่างพิโรธโกรธกริ้ว ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกาย คำรามสุดเสียง
“อย่ามาโอ้อวดที่นี่!”
เมืองอีกาทองคำทั้งเบื้องสูงเบื้องต่ า ตะโกนตามอย่างพร้อมเพรียง “อย่ามาโอ้
อวดที่นี่!”
จั่วม่อโก่งคอตะโกนต่อเนื่อง “โอ้อวดเกินไปแล้วเป็นอย่างไร ถูกฟ้าผ่าใส่จนหน้า
ดำ!”
ทุกผู้คนรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นไปบนศีรษะ โดยไม่ต้องคิด เร่งเร้าพลังปราณ
ทั่วร่างไปถึงขีดสุด มากกว่าเจ็ดพันคนคำรามอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมกัน “โอ้อวด
เกินไปแล้วเป็นอย่างไร ถูกฟ้าผ่าใส่จนหน้าดำ!”
สุ้มเสียงกวาดวาบออกไปทุกทิศทุกทาง คลื่นเสียงระเบิดออกโดยมีเมืองอีกา
ทองคำเป็นศูนย์กลาง เสียงดังไม่ด้อยกว่าคลื่นเสียงสังหารระฆังจันทราก่อนหน้านี้
แม้แต่น้อย!
ยอดเขาโดยรอบสะท้อนเสียงกลับไปกลับมา “ถูกฟ้าผ่าใส่จนหน้าดำ –ดำ –
ดำ!”
จั่วม่อรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ยกสองมือเท้าสะเอว แหงนหน้าจนแทบหงายหลัง
แผดเสียงหัวร่ออย่างคลุ้มคลั่ง “วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ทุกผู้คนใบหน้าสูบฉีดจนแดงก่ า พวกมันลอกเลียนจั่วม่ออย่างไม่มีผิดเพี้ยน เท้า
สะเอว แหงนหน้าหัวร่อโดยพร้อมเพรียง “วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
เสียงหัวร่อที่เต็มไปด้วยความคึกคักฮึกหาญของผู้คนเจ็ดพันกว่าคน สามารถได้
ยินไปไกลโข
หยงเวยอ้าปากค้าง ตะลึงลานอยู่กับที่
บุรุษกลางคนใบหน้ามีแต่ความตระหนกตกใจ แต่บุรุษร่างใหญ่กลับตื่นเต้นเสีย
จนเกือบกระโดดเข้าไปร่วมวงก่นด่าด้วย เอาแต่พึมพำไม่หยุด “สมใจ!สมใจ! สมใจ
นัก!”
บรรพชนฟ้ากระจ่างใบหน้าบัดเดี๋ยวเขียวคล้ า บัดเดี๋ยวซีดขาว ความเยือกเย็น
อันใด ท่วงท่าสภาวะของยอดฝีมืออันใด ล้วนเหวี่ยงทิ้งออกไปจากใจ
มันผมเผ้าสยายกระเซิง ดวงตาสาดประกายดุร้ายรุนแรง ราวกับอสรพิษอาฆาต
เฝ้ารอฉกกัดคู่แค้น!
จั่วม่อดูคล้ายเสียสติอย่างสมบูรณ์ มันชูมือขึ้นอีกครั้ง ทุกคนเห็นมันยกมือขึ้น
รีบหุบปากตัวเอง เมืองอีกาทองกลายเป็นเงียบสงัด จนหากมีเข็มตกพื้นสักเล่มคงได้
ยินอย่างชัดเจน
จั่วม่อดวงตาแดงฉาน คำรามอย่างกระหายเลือด “พี่น้อง!”
มันหยุดเล็กน้อย แล้วระเบิดเสียงออกมา “เหยียบมันให้จมดิน!”
หลายพันคนใต้อำนาจจั่วม่อกระทั่งคิดยังไม่คิด ช่วยกันตะโกนอย่างพร้อม
เพรียง”เหยียบมันให้จมดิน!”
จั่วม่อสัมผัสได้ว่าอารมณ์ทั้งหมดปะทุไปถึงจุดเดือด เพิ่มระดับเสียงอีกครั้ง
คำรามอย่างขุ่นแค้น “เชือดมันทิ้ง!”
ทุกคนถลึงตากว้าง กรีดร้องพร้อมกัน “เชือดมันทิ้ง!”
รังสีอำมหิตพลุ่งพล่านรุนแรงจนฟ้าดินยังเปลี่ยนสี!