สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 303 อ้าลาขุนเขาน้อย
“อา เวลานี้เมื่อบรรดาคนเจ็บพอจะทุเลาลงบ้างแล้ว เราต้องออกจากที่แห่งนี้ให้
เร็วที่สุด” จั่วม่อกล่าวอย่างเฉียบขาด “อาณาจักรขุนเขาน้อยไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย”
“ออกเดินทางเมื่อใด?” กงซุนชาถามต่อ
“ให้ทุกคนเร่งเก็บข้าวของ เตรียมออกเดินทางทันที บอกพวกมันเตรียมพร้อม
ให้ดี ที่ปากแม่น้ าอาณาจักร ด้านหน้าพรรคฟ้ากระจ่าง อาจมีการต่อสู้อย่างหนักอีก
ครั้ง”
“ทราบแล้ว” กงซุนชารีบออกไปเตรียมการ
ทุกคนในเมืองอีกาทองคำเริ่มช่วยกันจัดเตรียมอย่างเร่งรีบ จั่วม่อปลอดปล่อย
นักโทษจากหอสำนักนอกทั้งหมด บรรพชนฟ้ากระจ่างถูกสังหาร ส่งผลกระทบ
ร้ายแรงต่อบรรดาซิวเจ่อหอสำนักนอก เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ ไม่มีผู้ใดยินยอมขายชีวิต
ให้แก่พรรคฟ้ากระจ่างอีก
ข่าวเมืองอีกาทองคำทำศึกประสบชัย สะท้านไปทั่วอาณาจักรขุนเขาน้อย
บรรพชนฟ้ากระจ่างถูกฆ่าตาย!
ข่าวนี้น่าตื่นตะลึงถึงที่สุด ทุกผู้คนล่วงรู้ว่าท้องฟ้าของอาณาจักรขุนเขาน้อยแปร
เปลี่ยนไปแล้ว
ไม่มีผู้ใดยินดีอยู่ในกรง ภายในช่วงไม่กี่วัน ซิวเจ่อที่ยังหลงเหลืออยู่ในอาณาจักร
ขุนเขาน้อยเกือบทั้งหมด ล้วนรีบรุดมารวมตัวกันนอกเมืองอีกาทองคำ
พวกมันจ้องมองเมืองน้อยที่หลงเหลือเพียงครึ่งเมืองอย่างหวาดหวั่นพรั่นพรึง
ทุกคนรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นความหวังที่จะได้ออกจากอาณาจักรขุนเขาน้อย ไม่มีผู้ใด
คิดก่อเรื่องสร้างปัญหา พวกมันเพียงแค่เฝ้ามองจากที่ห่างไกล เมื่อค่ายจูเชวี่ย
ลาดตระเวนผ่านมา หลายคนยังค้อมกายคำนับทักทายอย่างนอบน้อม
มองแต่ไกล เห็นเหล่าซิวเจ่อหนาแน่นแออัด เต็มพรืดอยู่นอกเมืองอีกาทองคำ
“จะมีปัญหาหรือไม่?” เหนียนลู่ถามอย่างวิตกกังวล
“ผู้ใดกลัว?” เหลยเผิงกลับไม่แยแสสนใจ “พวกมันมากันเท่าใด เราก็สามารถ
เข่นฆ่าพวกมันได้เท่านั้น”
“ฮ่า นั่นก็ใช่แล้ว!” ใบหน้าเหนียนลู่ทอประกายทระนงถือดี “หากย้อนกลับไป
สักหน่อย ผู้ใดจะคาดคิดว่าวันหนึ่งจะเป็นเช่นนี้? ต่อให้ข้าตายตอนนี้ก็คุ้มค่าแล้ว!”
เหลยเผิงคำราม “เชิญเจ้าตายไปคนเดียวเถอะ ข้าไม่คิดตายตอนนี้ เหล่าป่าน
ยังคงมีสิ่งที่ดีมากมายอยู่ในแขนเสื้อ บางทีเราอาจจะฝึกปรือจนถึงจินตันได้ใน
อนาคต”
“เจ้าช่างกล้าที่จะคิดจริงๆ … …” เหนียนลู่มองไปที่ห่างไกลอย่างสบายอกสบาย
ใจ
ทันใดนั้น สัญญาณเรียกรวมตัวส่งมาจากด้านล่าง ทั้งสองสบตากันวูบ พวกมัน
กำลังจะออกเดินทางแล้ว!
เหล่าซิวเจ่อของอาณาจักรขุนเขาน้อยที่เฝ้าจับตาดูเมืองอีกาทองคำ พลันระเบิด
เสียงฮือฮาทันที
หลังจากนั้นสักครู่ ค่ายจูเชวี่ยเป็นกองทัพแรกที่เหินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ค่ายจู
เชวี่ยเจ็ดร้อยกว่าคนชื่อเสียงโด่งดังสะท้านอาณาจักรขุนเขาน้อย เมื่อเหล่าวิหคเพลิง
จัดกระบวนทัพโผพุ่งขึ้นฟ้า ผู้คนมากมายที่เฝ้ามองจากที่ห่างไกล พากันทอดถอน
ชมเชยไม่หยุดปาก
“ดูสิ! นั่นคือค่ายจูเชวี่ย! กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรขุนเขาน้อย!”
“โอ้! พลังสภาวะน่ากลัวเสียจริง!”
“ข้าอยากรู้ว่าพวกมันยังรับคนเพิ่มหรือไม่? หากสามารถเข้าร่วมกองทัพเช่นนี้ได้
ต่อให้ตายก็คุ้มค่าแล้ว!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงท่ามกลางฝูงชน ผู้คนจ้องมองกองทัพอันทรงพลัง
เต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใสระคนครั่นคร้าม แม้ว่ากองกำลังนี้จะมีกันอยู่เพียงเจ็ด
ร้อยกว่าคน แต่ไม่มีผู้ใดกล้าประมาทพวกมัน
ค่ายจูเชวี่ยพอทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก็กระจายตัวออกอย่างรวดเร็ว พวกมันทั้ง
ตื่นตัวและระมัดระวัง
ติดตามหลังพวกมันมา เป็นเรือขนส่งทาสขนาดยักษ์ห้าลำ กำลังลอยตัวขึ้นมา
อย่างแช่มช้า บนเรือขนส่งทาสลำหน้าสุด เห็นกองทัพองครักษ์เกราะดำหนึ่งพันคนยืน
ทะมึนจังก้า นั่นคือค่ายเว่ยที่โด่งดังคับฟ้าด้วยศึกครั้งเดียว พวกมันบินไม่ได้ เรือขนส่ง
ทาสลำโตและมั่นคงเหมาะสมกับพวกมันเป็นที่สุด ทหารองครักษ์หนึ่งพันคนยืนอยู่บน
ดาดฟ้าเรือ แผ่ซ่านแรงกดดันอันไร้คู่เปรียบต่อผู้คนทั้งหมด
พลังสภาวะของค่ายเว่ย ทำให้เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นอีกครั้ง
ซิวเจ่อที่ได้ชมดูการต่อสู้สะท้านขวัญวิญญาณด้วยตัวเอง บรรยายถึงความ
แข็งแกร่งอันน่าพรั่นพรึงของค่ายเว่ยให้แก่ผู้คนรอบข้าง
พลังสังหารอันแข็งกล้าและชุดเกราะโบราณที่พวกมันสวมใส่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สูญ
หายไปนานแล้วในสายธารแห่งประวัติศาสตร์ กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุด
ของผู้คน
เรือขนส่งทาสลำอื่นๆ ถูกนำมาใช้สำหรับค่ายตะวันออก ค่ายตะวันตกและเหล่า
ซิวเจ่อที่ไม่ใช่สายต่อสู้ ส่วนเรือขนส่งทาสลำสุดท้ายเต็มไปด้วยวัตถุดิบทุกชนิด
แน่นอนว่าเปาอี้ไม่ยอมห่างจากเรือลำสุดท้ายนี้
เรือขนส่งทาสนั้นใหญ่โตมโหฬาร ในอาณาจักรขุนเขาน้อย เรือขนส่งทาสห้าลำ
นับเป็นขบวนมหึมา รวมกับค่ายจูเชวี่ยและค่ายเว่ย นี่เป็นกองเรือที่แข็งแกร่งที่สุดใน
อาณาจักรขุนเขาน้อยอย่างแน่นอน
จั่วม่อมองเมืองอีกาทองคำที่อยู่ต่ าลงไป เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอัน
ซับซ้อน
อาจจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วัน แต่เมืองอีกาทองคำก็เปลี่ยนสภาพไป
อย่างสิ้นเชิง ทั้งแตกหักและพังทลาย ในอนาคตอาจจะเป็นไปได้ ว่าสถานที่แห่งนี้จะ
กลายเป็นซากปรักหักพังของเมืองโบราณ
มันเงยหน้า มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยซิวเจ่อแน่นขนัด ดุจเมฆหนาทึบไม่
มีที่สิ้นสุด มันอดทอดถอนอีกครั้งไม่ได้ หลังจากการเดินทางหนนี้ อาณาจักรแห่งนี้จะ
กลายเป็นดินแดนแห่งความตายที่ร้างไร้ผู้คน
อาจบางทีอาจกลายเป็นสนามรบแนวหน้า ดังเช่นที่มหานครนภาโลหิตเคยเป็น
เป็นสวรรค์ของบรรดาอสูรปิศาจ
โอ้ แต่กับเรื่องนี้มันไม่มีความเห็นอันใด นึกถึงผูเยาในทะเลแห่งจิตสำนึก จั่ว
ม่อฝืนยิ้มบิดเบี้ยว
อย่างไรก็ตาม พวกมันในที่สุดก็สามารถออกไปจากสถานที่แห่งนี้… …
มันหันไปมองอากุ่ยที่ข้างกาย เห็นอากุ่ยนั่งเงียบๆ ตามปกติ พลันหันกลับไป
บอกกงซุนชา “ออกเดินทางได้!”
เรือขนส่งทาสห้าลำค่อยๆ บินรุดหน้าอย่างแช่มช้า หลายคนเหลียวมองเมือง
อีกาทองคำ ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ เมืองน้อยแห่งนี้มอบ
ความหวังและความอบอุ่นให้แก่พวกมัน ทุกคนทราบดี เมืองน้อยแห่งนี้จะกลายเป็น
สถานที่ที่พวกมันระลึกถึงไปจนชั่วชีวิตของพวกมัน
ฝูงชนยิ่งใหญ่เคลื่อนขบวนไปยังแม่น้ าอาณาจักรที่นำไปยังอาณาจักรวารีฟ้า
ระหว่างทางมีกระแสผู้คนมากมายผสานรวมเข้ากับกองคาราวานของพวกมัน
ฝูงชนขยายใหญ่ขึ้นไม่หยุดยั้ง แต่ละคนใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นคึกคัก พวกมัน
พากันมองร่างที่ยืนตระหง่านอยู่บนดาดฟ้าเรือขนส่งทาสลำหน้าสุดอย่างหวั่นเกรง
ระคนเลื่อมใจสุดหัวใจ
ไม่มีแสงระยิบระยับจากเกราะปราณ รูปร่างไม่สูงใหญ่องอาจ ไม่มีพลังสภาวะ
ยิ่งใหญ่อหังการ บุรุษหนุ่มที่ดูธรรมดาสามัญผู้นี้ กลับเป็นบุรุษหนุ่มผู้หาญกล้าบ้าบิ่น
เป็นผู้ที่มอบความหวังของการมีชีวิตรอดให้แก่พวกมัน และนำพวกมันออกจากกรงขัง
ที่เป็นขุมนรกแห่งนี้
ไม่ไกลจากขบวนอพยพอันยิ่งใหญ่นี้นัก กองทัพอสูรกองหนึ่งเฝ้ามองส่งพวกมัน
จากไป
“ต้าเหริน เราไม่ไล่ติดตามพวกมันไปหรือ?”
“ไม่ต้อง พวกเราเหน็ดเหนื่อยเกินไป”
“แต่… …”
“คำสั่งจากสภาผู้อาวุโสคือเข้ายึดอาณาจักรขุนเขาน้อยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่าทำนอกเหนือคำสั่ง”
“ทราบแล้ว!”
จั่วม่อไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิด ว่าแคล้วคลาดปลอดภัยไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!
หยงเวยกลับมาเข้าร่วมกองคาราวานระหว่างทาง
เมื่อเห็นฉากนี้ นางลอบทอดถอนในใจ หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ เจ้าเมืองอีกา
ทองคำกลายเป็นราชาที่แท้จริงของอาณาจักรขุนเขาน้อย หากตอนนี้มันประกาศตัว
จะต้องมีผู้คนมากมายยินดีขายชีวิตให้แก่มัน ในบรรดาซิวเจ่อที่หลงเหลืออยู่ใน
อาณาจักรขุนเขาน้อย ไม่มีบุคคลที่สองที่สามารถยกขึ้นเทียบกับมันได้
ซิวเจ่อของอาณาจักรขุนเขาน้อยเลือกที่จะจากไปทั้งหมด ภารกิจของนางไม่มี
คุณค่าความหมายใดอีกแล้ว
อาศัยองครักษ์จวนเพียงหยิบมือเดียวที่มาพร้อมกับนาง หยงเวยไม่คิดว่านางจะ
สามารถสืบสวนหรือเสาะหาอันใดได้จากอาณาจักรขุนเขาน้อยที่กำลังจะกลายเป็น
แดนร้าง ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนางในตอนนี้ คือการเดินทางจากไปพร้อมกับขบวน
ของเจ้าเมืองอีกาทองคำ
กับเจ้าเมืองอีกาทองคำผู้นี้ นางมีความเห็นต่อมันอย่างสูง รวมกับกลุ่มคนใต้
อำนาจของมัน เจ้าเมืองอีกาทองคำไม่ว่าไปยังที่ใด สมควรไร้ผู้ต้านติด ในการต่อสู้ครั้ง
นั้น นางได้เห็นพลังอันร้ายกาจของเจ้าเมืองอีกาทองคำด้วยสายตาตัวเอง
ส่งฟืนไฟกลางหิมะ เมื่อผู้อื่นอยู่ในช่วงที่ยากลำบากที่สุด มอบน้ าใจไมตรีให้แก่
พวกมัน มักเป็นสิ่งที่ทำกำไรได้เสมอ
“ท่านเจ้าเมือง สบาย!” หยงเวยตรงเข้าหา ประสานมือค้อมกายคารวะ จากนั้น
กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ขออาศัยเดินทางไปกับพวกท่านด้วยได้หรือไม่!”
จั่วม่อแย้มยิ้มเป็นกันเอง “คุณหนูหยงเกรงอกเกรงใจเกินไปแล้ว” กล่าวจบก็หัน
ไปสั่งให้ผู้คนจัดเตรียมสถานที่ให้แก่นาง
หยงเวยก็ไม่เกรงอกเกรงใจ ก้าวลงไปบนเรือขนส่งทาส เหล่าองครักษ์จวนโหว
ยืดอก หลังตั้งตรง เชิดหน้าน้อยๆ พลอยอาศัยบารมีไปด้วย
“ท่านเจ้าเมืองคิดทำอย่างไรต่อไป?”
หยงเวยเอียงคอถาม
“เมื่อไปถึงที่นั่น คงต้องเดินไปพลาง คิดอ่านไปพลาง” ต่อหน้าสตรีซิวเจ่อผู้มา
สืบสวนเรื่องดาวพร่างกลางทิวานางนี้ จั่วม่อระแวงระวังอยู่ไม่น้อย
“อาณาจักรวารีฟ้าเป็นสถานที่ที่ไม่เลว ท่านเจ้าเมืองสามารถพิจารณาได้” หยง
เวยเสนอ
จั่วม่อกลับสั่นศีรษะทันควัน “อันตรายเกินไป กองทัพอสูรสามารถเข้าสู่
อาณาจักรขุนเขาน้อยได้ทุกเมื่อ อาณาจักรวารีฟ้าอยู่ติดกับอาณาจักรขุนเขาน้อย
นับว่าอันตรายอยู่บ้าง”
หยงเวยงงงันวูบ แต่หลังจากขบคิดอย่างถี่ถ้วน นางพลันไม่กล่าวชักชวนอีก
วาจาของอีกฝ่ายสมเหตุสมผลยิ่ง นางกระทั่งตัดสินใจว่าเมื่อกลับไปถึง สมควรขอให้
โหวเหยียย้ายจวนอู่โหวไปยังอาณาจักรอื่นดีหรือไม่
ผูเยาจู่ๆ โพล่งขึ้นในใจจั่วม่อ “ถามนางว่ามีแผนที่อาณาจักรหรือไม่?”
ได้ยินเช่นนี้ จั่วม่อหวั่นไหวใจทันที รีบถามหยงเวย “จะว่าไปแล้ว ข้ามีสิ่งหนึ่ง
ต้องขอรบกวนคุณหนูหยง”
“อ้อ ท่านเจ้าเมืองเชิญกล่าว” หยงเวยมีทีท่าระมัดระวัง
“แผนที่อาณาจักรของข้าสูญหายไป คิดขอหยิบยืม คัดลอกแผนที่อาณาจักรของ
คุณหนูหยงสักครา” จั่วม่อกล่าวลื่นไหลโดยที่หน้าไม่แดง หัวใจไม่เต้นรัวสักนิด
พอฟังคำขอ หยงเวยค่อยคลายใจลง นางกล่าว “ไม่มีปัญหา เพียงแต่แผนที่ของ
ผู้น้อยทำเครื่องหมายไว้ไม่มาก รายละเอียดมีจำกัดยิ่ง หวังว่าท่านเจ้าเมืองจะไม่
ผิดหวังมากนัก”
จั่วม่อรีบกล่าวขอบคุณ หยิบม้วนหยกว่างเปล่าออกมาคัดลอกโดยเร็ว
หลังจากเสร็จสิ้น มันคืนม้วนหยกแผนที่อาณาจักรให้แก่หยงเวย สนทนา
เล็กน้อย แล้วขอตัวกลับไปยังห้องท้องเรือของตน
ทันทีที่เข้าไปในห้องท้องเรือ มันทนรอไม่ไหวอีกต่อไป นำแผนที่อาณาจักร
ออกมาชมดูโดยด่วน
เห็นในแผนที่อาณาจักรเต็มไปด้วยชื่ออาณาจักรและแม่น้ าอาณาจักรที่เชื่อมต่อ
กับพวกมัน จั่วม่อรู้สึกเปิดหูเปิดตาในทันที เพิ่งวันนี้เองที่มันได้ค้นพบสถานที่ตั้งทั่วไป
ของอาณาจักรนภาจันทร์และอาณาจักรขุนเขาน้อย
อาณาจักรนภาจันทร์และอาณาจักรขุนเขาน้อยอยู่ที่มุมเล็กๆ ของแผนที่
อาณาจักรทั้งหมด!
จริงดังคาด เป็นสถานที่ในชนบทถึงเพียงนี้… …
มันอ่านอย่างใจจดใจจ่อ ยกมือลูบคาง จุปากอย่างสุดทึ่ง ไม่ได้สังเกตเห็นว่าผู
เยายื่นหน้าเข้ามาสุมหัวรวมกัน กำลังตรวจสอบแผนที่อาณาจักรเช่นกัน
“แผนที่อาณาจักรเล็กๆ นี่มันอะไรกัน?” ผูเยาน้ าเสียงเหยียดหยามเล็กน้อย
“นี่มากมายยิ่ง มีมากกว่าสามร้อยอาณาจักรเขียนไว้ในนี้!”
“สามร้อยอาณาจักรนี่เรียกว่ามากมายแล้ว?” ผูเยาคล้ายได้ฟังเรื่องน่าขบขัน
ใหญ่โต “เจ้าบ้านนอก!”
จั่วม่อแสร้งไม่สนใจผูเยา นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้เห็นแผนที่อาณาจักร ในใจ
กระหายใคร่รู้ยิ่ง ป้ายกำกับที่เขียนไว้บนแผนที่มีรายละเอียดมาก รวมไว้กระทั่งสินค้า
พิเศษของแต่ละอาณาจักร มันอ่านอย่างสนอกสนใจ ด้านนอกของอาณาจักรเหล่านี้
เป็นพื้นที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ อาจเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีคนสำรวจมาก่อน
มันค้นพบอย่างรวดเร็ว ว่าในแผนที่อาณาจักรชุดนี้ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวอ่อน
เมฆวารี
“ผู อาณาจักรใดผลิตตัวอ่อนเมฆวารี?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร” ผูเยาขุ่นข้องรำคาญ “ข้าไม่คุ้นเคยกับภพเซียนของพวก
เจ้า”
“เจ้าไม่ใช่อสูรฟ้าหรอกหรือ? กระทั่งเรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้?” จั่วม่อตอกกลับอย่างไม่
ไว้หน้า
ผูเยาเอียงคอ ยิ้มเยาะเย็นชา “ข้าย่อมรู้ว่าอยู่ที่ใด แต่มันอยู่ในอาณาจักรของภพ
อสูร เจ้ากล้าไปหรือไม่เล่า?”
จั่วม่อพูดไม่ออก ดูเหมือนรอจนไปถึงอาณาจักรวารีฟ้า ค่อยลองค้นหาดูอีกที
เมื่อกองกำลังอพยพอันใหญ่โตมโหฬารไปถึงพรรคฟ้ากระจ่าง กลับพบว่า
สถานที่ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ จั่วม่อผู้ซึ่งคาดว่าจะมีการต่อสู้รุนแรงอีกครั้ง ต้องรู้สึก
ประหลาดใจมาก
เมื่อพวกมันพบว่าศิษย์พรรคฟ้ากระจ่างล้วนหลบลี้หนีหน้าไปหมดแล้ว เสียง
ไชโยโห่ร้องดังกึกก้องไปทั้งกองคาราวาน จั่วม่อไม่สงสัยเลยว่า หากตัวตนของศิษย์
พรรคฟ้ากระจ่างคนใดถูกเปิดเผย และพบพานกับซิวเจ่อที่หลบหนีออกจากอาณาจักร
ขุนเขาน้อยเหล่านี้ พวกมันจะต้องตายอย่างน่าอนาถ
บรรดาซิวเจ่อที่รอดตายออกจากอาณาจักรขุนเขาน้อยทุกคน ล้วนชิงชังพรรค
ฟ้ากระจ่างเข้ากระดูกดำ
สิ่งที่จั่วม่อรู้สึกเสียดายที่สุด คือสมบัติทั้งหมดในพรรคฟ้ากระจ่างถูกกวาดไปจน
เกลี้ยงเกลา มันไม่หยุดเสียเวลาอีกต่อไป ออกเดินทางแล่นไปตามแม่น้ าอาณาจักร
เหินฟ้ามุ่งหน้าสู่อาณาจักรวารีฟ้า
เมื่อพวกมันเข้าสู่น่านฟ้าเหนือแม่น้ าอาณาจักร น้ าตาของซิวเจ่อหลายคนโถม
ทะลักออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
พวกมันในที่สุดค่อยเชื่อว่า พวกมันกำลังจะออกไปจากกรงขังอันเป็นนรกนี้
จริงๆ!
ในที่สุดพวกมันก็สามารถหวนกลับไปใช้ชีวิตปกติธรรมดาที่คุ้นเคย นี่ทำให้ทุก
คนตื่นเต้นเบิกบานเป็นที่สุด
ไชโยโห่ร้อง สะอึกสะอื้นรำพัน กู่คำรามระบายอารมณ์… …
ท้องฟ้าเหนือแม่น้ าอาณาจักรสับสนอลหม่านยิ่ง
จั่วม่อไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากนัก มันเหลือบมองอากุ่ยที่นั่งเงียบงันอยู่ข้างกาย
ดวงตาแน่วแน่มั่นคง
ปลายอีกด้านหนึ่งของแม่น้ าอาณาจักรสายนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นใหม่เท่านั้น!