สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 314 ปิศาจสังหารต่อเนื่อง
ยุทธภัณฑ์เวทตั้งแต่ระดับสี่ขึ้นไปมักจะมีค่ายกลทักษะยุทธ์อยู่ในตัว ยิ่งระดับสูง
เท่าใด ยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนั้นก็ยิ่งครอบครองค่ายกลทักษะยุทธ์มากขึ้นเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น ยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่ส่วนมากมีค่ายกลทักษะยุทธ์เพียงชุดเดียว
เฉพาะยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่ชั้นยอด จึงจะมีค่ายกลทักษะยุทธ์ถึงสองชุด ส่วน
ยุทธภัณฑ์เวทระดับห้า จะมีค่ายกลทักษะยุทธ์อยู่ระหว่างสองชุดถึงสี่ชุด ยุทธภัณฑ์
เวทระดับหก มีค่ายกลทักษะยุทธ์สี่ชุดถึงหกชุด
ค่ายกลทักษะยุทธ์สามารถดึงพลังของยุทธภัณฑ์เวทออกมาใช้ได้ถึงขีดสุด ค่าย
กลทักษะยุทธ์ที่เพิ่มขึ้นมาแต่ละชุด ย่อมหมายถึงมีท่าไม้ตายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกระบวน
ท่า
ไม่มีผู้ใดรังเกียจที่จะมีท่าไม้ตายเพิ่มมากขึ้น
ผู้อาวุโสหวังบัดนี้ทราบแน่แก่ใจ ว่าการโจมตีทั่วไปเมื่ออยู่เบื้องหน้าคนเหล่านี้
เกรงว่ายากจะระคายผิวพวกมัน
นานเท่าใดแล้วที่นางไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายสุดยอด? ผู้อาวุโสหวังบังเกิดความคิด
ฟุ้งซ่านอยู่บ้าง นับตั้งแต่ฝึกปรือจนถึงด่านจินตัน นางก็จดจ่อทุ่มเทอยู่กับการศึกษา
ค้นคว้าวิชาหลอมสร้าง ไม่เคยต้องลงมือด้วยตัวเองอีก คาดไม่ถึงว่าศึกแรกในฐานะจิน
ตัน ผลลัพธ์จะเป็นการถูกบีบบังคับเข้าสู่สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงถึงเพียงนี้!
รวบรวมสมาธิจิตใจอย่างแน่วแน่ ตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังบนท้องนภาค่อยๆ
หมุนควงอย่างแช่มช้า กลีบดอกไม้แต่ละกลีบเปล่งประกายเรืองรอง เพลิงไม้ไผ่หทัย
ครามเต้นระรัวเป็นจังหวะจะโคน ประหนึ่งการเต้นของหัวใจ เร่งเร้าปราณธรรมชาติ
ในฟ้าดินให้เต้นเร่าไปตามจังหวะเดียวกันกับมันด้วย
พลังจิตสำนึกของจั่วม่อเข้มแข็งใหญ่โตที่สุด มันเป็นคนแรกที่ค้นพบสิ่งผิดปกติ
อดแตกตื่นตะลึงลานไม่ได้
ตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังเห็นได้ชัดว่าไม่ต่ ากว่าระดับหก ยุทธภัณฑ์เวทระดับ
หกเมื่ออยู่ในมือของจินตัน พลานุภาพช่างน่าแตกตื่นสะท้านโลก!
ผู้อาวุโสเซียวก็สัมผัสได้เช่นกัน นางตะลึงอย่างรุนแรง ผู้อาวุโสหวังถึงกับลงมือ
อย่างสุดกำลังแล้ว!
ไม่ทราบเพราะเหตุใด นางเมื่อตระหนักว่าผู้อาวุโสหวังลงมือสุดกำลัง กลับไม่
บังเกิดความตื่นเต้นฮึกเหิมตาม แต่ในใจรู้สึกพรั่นพรึงอย่างบอกไม่ถูก บุรุษหนุ่มเบื้อง
หน้ากับปีกสีทองกึ่งโปร่งใสคู่นั้น แรงกดดันที่มีต่อนาง ดูเหมือนจะเพิ่มพูนทวีคูณขึ้นใน
ชั่วพริบตา
จั่วม่อค้นพบอย่างเฉียบไวว่าจิตใจของผู้อาวุโสเซียวกำลังสั่นคลอน โอกาสอันดี
งาม! ดวงตามันสาดประกายวาบ ร่างหายวับไปในบัดดล
ผู้อาวุโสเซียวหัวใจแทบกระดอนออกมา กระบี่บินสีชมพูในมือนางตวัดฟันขึ้น
โล่ปราณกระบี่หลายชั้นปรากฏขึ้นข้างกายนาง นางไม่รอดูผล รีบสลับเท้าถลันหลบ
ออกมาทันที แต่สังหรณ์เลวร้ายกลับเพิ่มขึ้นไม่หยุดยั้ง ภายใต้อาการแตกตื่นลนลาน
นางสะบัดกระบี่บิน ทิ่มแทงกลับไปยังด้านหลังอย่างฉับพลัน
เช้ง!
พลังมหาศาลโถมทะลักผ่านมาทางกระบี่บิน นางแขนขวาชาด้าน ง่ามมือฉีกขาด
กระบี่บินปลิวลิ่วออกจากมือ
นางกัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าหยุดยั้งรั้งรอ ทุ่มเทใช้ท่าร่างหลบหลีกสุดกำลัง
เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่อย่างต่อเนื่อง
แต่ถึงกระนั้น เจตจำนงเย็นเยียบสายหนึ่งยังวาบผ่านแผ่นหลังของนาง นำมาซึ่ง
โลหิตสาดกระจายเป็นฟูฝอย
ผู้อาวุโสเซียวหอบหายใจอย่างหนักหน่วง จ้องมองบุรุษหนุ่มที่อยู่ห่างไกลออกไป
อย่างอัศจรรย์ใจ หลังมือข้างขวาของนางยังคงหลั่งโลหิต บนแผ่นหลังของนางก็มี
บาดแผลสายหนึ่ง นางถึงกับได้รับบาดเจ็บสองครั้งซ้อน ภายใต้เงื้อมมือของหนิงม่ายผู้
หนึ่ง!
นางเหม่อมองจั่วม่อราวกับพนพานสัตว์ประหลาด
สายตาของนางเลื่อนผ่านไปยังปีกสีทองกึ่งโปร่งใสบนแผ่นหลังของจั่วม่อ
พยายามเค้นสมองครุ่นคิดว่านี่เป็นพลังอภิญญาประเภทใด สิ่งที่นักบวชเซนฝึกปรือ
คืออภิญญา ในความเห็นของนาง ปีกคู่นี้สมควรเป็นอภิญญาประเภทหนึ่ง อาศัยพลัง
อภิญญาอันพิสดารพันลึกถึงเพียงนี้ เกรงว่าความเป็นมาของบุรุษหนุ่มผู้นี้ ย่อมไม่
ธรรมดาสามัญ
วันนี้พวกนางเตะถูกแผ่นเหล็กเข้าอย่างถนัด
จั่วม่อรู้สึกว่าทั้งร่างของมันเต็มไปด้วยเรี่ยวแรงพลังอย่างเปี่ยมล้น เต็มปรี่เสียจน
แทบครวญครางออกมา สังขารปิศาจมหาทิวาสมดังคำร่ าลือโดยแท้!บัดนี้จั่วม่อค่อย
บังเกิดความรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่ามีเพียงการแปลงร่างของสังขารปิศาจเท่านั้น จึงสามารถ
สำแดงพลังที่แท้จริงของสังขารปิศาจชนิดนั้นออกมาได้อย่างสุดกำลังความสามารถ
ปีกแสงศูนยตาบนแผ่นหลังคล้ายหยั่งรากฝังลึกเข้าไปในร่างกาย ภายในร่างกาย
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด แต่กล้ามเนื้อและกระดูกมากมายคล้ายตื่นขึ้นจาก
การหลับใหล พลังอันล้นปรี่ไม่ได้มาจากปีกแสงศูนยตา แต่มาจากส่วนลึกในร่างกาย
ของมันเอง ปีกแสงศูนยตาคล้ายเป็นกุญแจที่เปิดขุมพลังเหล่านั้นออกมา
ทรงพลังยิ่ง!
พลังที่ตื่นขึ้นมาอัดแน่นสั่นสะเทือนไปทั้งร่าง แทบแตกระเบิดออกมา
ถึงยามนี้ จั่วม่อค่อยเข้าใจความหมายที่แท้จริงของวิถีบำเพ็ญเพียรสังขารปิศาจ
สังขารร่างกายเปรียบประหนึ่งถ้ าสมบัติล้ าค่า เป็นถ้ าสมบัติที่ลึกล้ าจนมิอาจหยั่งถึง
แต่ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ ถ้ าสมบัติแห่งนี้มักจมอยู่ในห้วงนิทรา สังขารปิศาจประดุจ
ภาชนะ ต้องฝึกปรือเพื่อให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง รุดหน้าขึ้นตามลำดับ ค่อยๆ ขุดค้น
สมบัติภายในถ้ าออกมา ยิ่งแข็งแกร่งทรงพลังขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งปลดปล่อยพลังออกมาใช้
งานได้มากขึ้นเท่านั้น
จ้องมองผู้อาวุโสเซียวที่ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน จั่วม่อทันใดนั้นเต็มไปด้วย
ความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ความเชื่อมั่นที่มาจากพลังอำนาจอันเข้มแข็งเกรียงไกร
เผชิญหน้ากับจินตัน มันไม่ได้อับจนหนทางอีกต่อไป!
เหลือบมองตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังที่ลุกโชนอยู่กลางนภา มันตกลงใจปิดฉาก
การต่อสู้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ปีกแสงศูนยตาบนแผ่นหลังกระพือเบาๆ ขุมพลังอันแกร่งกร้าวกวาดวาบ ร่างมัน
หายวับไปในอากาศธาตุอีกครั้ง!
บนท้องฟ้า ตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังเริ่มลุกไหม้ กลายเป็นลูกไฟสีฟ้าขาว เต้น
เป็นจังหวะจะโคนอันพิเศษเฉพาะประการหนึ่ง ผู้อาวุโสหวังร่ายมนตร์เสียงเบาต่ า
“ทะเลไห่ถังหทัยคราม!”
บึม!
ท้องฟ้าอันว่างเปล่าประดุจกองฟืนแห้ง ทันใดนั้นโหมไหม้อย่างรุนแรง
พริบตาดุจประกายไฟ เปลวไฟลุกลามแผ่กระจายไปทุกทิศทุกทาง ท้องฟ้าเบื้อง
บนผู้อาวุโสหวังเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิงในบัดดล เห็นทะเลเพลิงสีฟ้าขาวปกคลุมท่วม
แผ่นฟ้า
ซู่หลงเงยหน้ามอง กระทั่งแสงตะวันยังถูกปิดกั้นไว้ด้วยทะเลไฟอันพิสดารผืนนี้
กลายเป็นเงามืดผืนใหญ่ทาบลงบนใบหน้ามัน มองทะเลไฟอันกว้างใญ่ไพศาล ผู้คนอด
หวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้ ทะเลสีฟ้าขาวของเปลวเพลิงแผ่ลามออกไปอย่างบ้าคลั่ง เส้น
ใยเปลวไฟสีฟ้าขาวเหลือคณานับโปรยปรายลงจากฟากฟ้า ราวกับหัตถ์เพลิงสีฟ้าขาว
นับพันนับหมื่น สาดพุ่งเข้าหาเรือขนส่งทาสทั้งห้าลำอย่างดุร้าย!
เหล่าผู้คนบนเรือ อย่างเช่นผู้คนของค่ายหลอมสร้าง ล้วนสีหน้าแปรเปลี่ยน
อย่างพร้อมพรียง ทะเลเพลิงอันเกรี้ยวกราดกรายเข้ามาถึงเหนือศีรษะพวกมัน ปิดฟ้า
คลุมดิน รายล้อมทุกสรรพสิ่ง ให้ความรู้สึกว่าไม่อาจหลบหนีรอดพ้น
มีเพียงซู่หลงกับเหล่าสหายค่ายเว่ยที่ยังยืนนิ่งงัน ไร้การคลื่อนไหว มั่นคงราวกับ
หินผา แต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของพวกมันถูกทะเลเพลิงบนฟากฟ้าปลุกเร้าจน
โชติช่วง พลังงานสีดำรอบกายพวกมันยิ่งมายิ่งหนาหนักขึ้นทุกขณะ
พลังงานสีดำที่ม้วนตัวอยู่เหนือศีรษะพวกมันรวมตัวกัน ก่อกำเนิดร่างอสรพิษอีก
ครั้ง พญาอสรพิษมหึมาต่อให้เทียบกับทะเลเพลิงเต็มฟ้า ยังไม่อ่อนด้อยกว่าแม้แต่
น้อย ชั่วพริบตานั้น ซู่หลงชูมือซ้ายขึ้น มือซ้ายของมันก็ห่อหุ้มด้วยพลังงานสีดำ ทุก
ผู้คนของค่ายเว่ยก็ชูมือซ้ายที่ปกคลุมด้วยพลังงานสีดำขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
อสรพิษดำอ้าปากกว้าง สูบกลืนพลังงานสีดำในลมหายใจเดียว
พลังงานสีดำดุจดั่งเปลวไฟ เปล่งประกายระยิบระยับ แบ่งแยกออกจากกลุ่ม
พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เปลวไฟสีฟ้าขาวโหมกระหน่ าลงมาจากฟ้า ขณะที่พลังงานสีดำเสมือนไฟพวยพุ่ง
ขึ้นรับหน้า ระหว่างเปลวไฟสีขาวกับสีดำ เป็นอสรพิษดำขนาดมหึมาตัวหนึ่ง ภาพ
เบื้องหน้าเต็มไปด้วยพลังอำนาจสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นขยุ้ม
หัวใจผู้คนเอาไว้แน่น ผู้คนในเรือขนส่งทาสเงยหน้าเหม่อมองโดยไม่ปริปาก ในชั่วอึด
ใจนี้ พวกมันหลงลืมความหวาดกลัวไปหมดสิ้น
จุดไฟสีดำบนฟากฟ้า ไหลบ่าเข้าไปในปากของอสรพิษดำอย่างเร่งร้อน
ปากกว้างของอสรพิษดำประดุจหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง ดูดกลืนพลังงานสีดำทุกหยาด
หยดที่พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าอย่างหมดจดเกลี้ยงเกลา พลังงานสีดำรอบกายซู่หลงกับพวก
ยามนี้เบาบางลงมาก ชุดเกราะดำเงางามสูญเสียประกาย
ดวงตาเย็นชาของอสรพิษดำเผยแววเจ็บปวดอยู่บ้าง สองปุ่มปมบนหน้าผากของ
มันนูนสูงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับบางสิ่งที่อยู่ภายในกำลังผลักดันอย่างรุนแรง ต้องการจะ
ทะลวงออกมา ทันใดนั้นดวงตาอสรพิษระเบิดแสงเจิดจ้า แผดเสียงคำรามเกรี้ยวกราด
กว้ากกกก!
เปลวไฟที่กระหน่ าลงเป็นทางจากฟากฟ้าพลันหยุดชะงักอย่างกะทันหัน ไม่
สามารถรุดหน้าได้แม้แต่คืบเดียว
ระหว่างอสรพิษดำกับทะเลเพลิงสีฟ้าขาว คล้ายมีกำแพงล่องหนชั้นหนึ่ง หยุดยั้ง
เส้นเปลวไฟสีฟ้าขาวนับหมื่นเอาไว้ในฉับพลัน
ผู้อาวุโสหวังสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง นางไม่ได้สังเกตเห็นว่าตนกัดริม
ฝีปากจนเลือดไหลหยดลงมา นางกำลังถูกไล่ต้อนจนตรอก! กระทั่งหนทางล่าถอยยัง
ถูกปิดผนึกเอาไว้โดยไม่รู้ตัว หากยามนี้นางเลือกถอยหนี ทะเลเพลิงบนท้องฟ้าจะ
ระเบิดต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ นางยากจะหลีกเลี่ยงจากความตายได้
เพียะ ปิ่นปักผมบนเรือนผมนางแตกสลาย เรือนผมยาวสยายลงมา ถูกลม
กระโชกใส่จนยุ่งเหยิง เหมือนภูตผีกำลังเต้นรำ
นางไม่รีรอลังเล พลังปราณเส้นสายสุดท้ายไหลบ่าอย่างบ้าคลั่งไปยังทะเลเพลิง
‘เพลิงกำเนิดไห่ถัง!’
ทะเลไฟแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง ดอกไห่ถังสีฟ้างอกเงยออกมาจากทะเลไฟ เติบโต
เบ่งบาน แล้วเหี่ยวเฉา
กลีบบุปผาที่เหี่ยวเฉาโรยรา ร่วงหล่นลงไปในทะเลไฟ กลายเป็นเถ้าถ่าน ทะเล
ไฟพลันหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ควบรวมสู่ศูนย์กลาง ปราณธรรมชาติทั่วทั้งหุบเขาร้อย
บุปผาถูกดึงดูดเข้ามา บุปผาปราณมากมายที่ปลูกไว้ทั่วหุบเขาก็ตกอยู่ในแรงดึงนี้
เช่นกัน พวกมันปลิดปลิวออกจากกิ่งก้าน ถูกดูดจมหายเข้าไปในทะเลเพลิง
ซูเยวี่ยเหม่อมองภาพนี้ ในหัวใจมีเลือดหยาดหยด สำหรับพันธมิตรร้อยบุปผา
บุปผาปราณเหล่านี้เป็นแหล่งจิงสือที่สำคัญที่สุดของพวกนาง วันนี้ทุกอย่างราพณาสูร
หากไม่มีเวลาอีกยี่สิบปี เป็นไปไม่ได้ที่จะฟื้นตัวดังเดิม
หลังจากการศึกในวันนี้ ไม่ว่าพวกนางจะพ่ายแพ้หรือได้ชัย พันธมิตรร้อยบุปผา
จะเสื่อมทรุดลง บางทีพวกนางอาจกระทั่งไม่มีปัญญารักษาหุบเขาร้อยบุปผาเอาไว้ได้
อีกต่อไป
“พวกเราสมควรไปช่วยเหลือค่ายเว่ยหรือไม่?” จงหยูดวงตาทอแววสยดสยอง
วูบหนึ่ง กระทั่งมันผู้สงบเยือกเย็นที่สุด มองไปยังทะเลเพลิงบนฟากฟ้า ยังรู้สึกหัว
ใจเต้นกระหน่ าไม่เป็นจังหวะ
กงซุนชาแย้มยิ้ม “อย่าห่วงไปเลย ซู่หลงกับพวกไม่ได้อ่อนแอแม้แต่น้อย”
แม้ว่าศิษย์พี่จะไม่เคยบอกมันว่าผู้ใดเป็นคนดูแลรับผิดชอบค่ายเว่ย แต่มันก็
ทราบดี ตั้งแต่เมื่อใดกันที่มันจะต้องไปห่วงกังวลแทนคนลึกลับผู้สามารถทำลายล้าง
มันจนยับเยินในหมากรุกสงคราม?
แม้แต่มันยังกระหายใคร่รู้ ว่าค่ายเว่ยที่แท้แข็งแกร่งปานใดกันแน่
กงซุนชาระงับความอยากรู้อยากเห็นของตนอย่างยากเย็น เบนสายตากลับไปยัง
สมรภูมิที่มันรับผิดชอบ เฝ้ามองค่ายจูเชวี่ยบุกทะลวงใส่ฝ่ายตรงข้ามเป็นระลอก จิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้อันบ้าคลั่งสาดประกายอยู่ในดวงตา แม้ว่าจะเป็นคนลึกลับที่
สามารถสยบมันอย่างราบคาบในหมากรุกสงคราม มันก็ไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะ
ยอมรับความพ่ายแพ้
การประมือของพวกมันเปลี่ยนจากหมากรุกสงคราม มาสู่สมรภูมิในความเป็น
จริง
จะมีสิ่งใดสามารถทำให้มันตื่นเต้นมากไปกว่านี้อีก?
อาจเป็นเพราะความตื่นเต้นเร้าใจนี้เอง สองข้างแก้มของมันมีสีแดงซ่านลอยขึ้น
นี่ทำให้มันยิ่งดูขวยเขินเอียงอายมากขึ้นไปอีก แต่สุ้มเสียงที่ออกจากปากเต็มไปด้วย
เจตนาสังหาร
“รวบตาข่าย!”
ทะเลแห่งไฟกำลังแปรเปลี่ยน อสรพิษดำบนท้องฟ้าก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุด
ในการแปลงร่างเช่นกัน สองปุ่มปมบนหน้าผากเติบโตอย่างต่อเนื่อง ราวกับตุ่มพุพอง
ขนาดใหญ่โตสองจุด
กว้ากกก!
อสรพิษดำแผดเสียงเจ็บปวดอีกครั้ง ร่างใหญ่โตดุจขุนเขาสะบัดไปมาอย่างบ้า
คลั่ง ทุกหนแห่งที่มันกวาดผ่าน เกิดแรงสั่นสะเทือนกระชากขวัญวิญญาณผู้คน เพียะ
ผิวหนังของปุ่มปมบนหน้าผากเริ่มปริแตก เขาสีดำสองเขาดูคล้ายท่อนไม้แห้งเจาะ
ทะลวงออกมา
สองเขาสีดำยังคงยืดขยายไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งพวกมันมีขนาดราวสองฉื่อ ค่อย
หยุดลงในที่สุด
อสรพิษแปลงมังกร!
อสรพิษดำในที่สุดก็แปลงร่างขั้นสำคัญที่สุดเสร็จสิ้น นับจากวันนี้ไป มันจะ
เรียกว่ามังกรดำ
พลังสภาวะน่าหวาดหวั่น กวาดผ่านไปทั่วท้องฟ้าราวกับสายลมอันแกร่งกร้าว
ทุกผู้คน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจั่วม่อหรือฝ่ายพันธมิตรร้อยบุปผา ล้วนชะงักค้าง ยืน
ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
คนผู้เดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบมีเพียงจั่วม่อ ปีกแสงศูนยตาบนหลังของมัน
สั่นสะเทือน ช่วยปิดกั้นพลังสภาวะอันน่าสะพรึงกลัวนี้เอาไว้ แต่จั่วม่อยังคงตกใจกับ
พลังสภาวะอันทรงพลานุภาพของมังกรดำ เห็นมังกรดำยาวยี่สิบจั้ง เหาะเหิน
เดินอากาศอย่างสบายอกสบายใจ
ดวงตาคู่นั้นไม่แข็งทื่อเย็นชาเหมือนที่ผ่านมา แต่ทอแววสง่างามและทระนงถือดี
อีกทั้งยังลุ่มลึกสุดประมาณ
ทันใดนั้นมังกรดำชูศีรษะขึ้น เห็นทะเลไฟควบรวมเป็นดอกไห่ถังเพลิงขนาดยักษ์
ดอกหนึ่ง ดอกไห่ถังยักษ์ประจันหน้ากับมังกรดำ ค่อยๆ ขยับช้าๆ
ซู่หลงบนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ พลังงานสีดำบนร่างของมันเบาบาง
ยิ่ง ทำให้รอยยิ้มน้อยๆ ของมันดูเปราะบางอยู่บ้าง ไพร่พลค่ายเว่ยคนอื่นๆ ก็มีสีหน้า
ซีดขาว แต่ใบหน้าของพวกมันเบิกบานใจ
พวกมันฝึกปรือค่ายกลปิศาจสังหารภูตอีกาขั้นที่สองสำเร็จแล้ว!
กระบวนท่าสังหารท่าที่สองของค่ายกลปิศาจสังหารภูตอีกา …ปิศาจสังหาร
ต่อเนื่อง!