สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 352 ศาสตร์บำบวงแดนร้างหวนคืนสู่โลกหล้า
เงาสีเทาสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากสองหัตถ์ของจั่วม่อ
เงาสีเทาประหนึ่งสัตว์ร้ายแดนร้างหลุดออกจากกรง ขยายใหญ่ขึ นอย่างรวดเร็ว
เปล่งเสียงคำรนแหบลึก สะท้านขวัญสั่นวิญญาณผู้คน
ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัย!
ไพ่ตายใบสุดท้ายในมือจั่วม่อ เรื่องราวเมื่อมาถึงขั นนี มันก็ร่ายออกไปอย่างไม่
ลังเล
ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก สีหน้าของผูเยาในเวลานี หากจั่วม่อพบเห็น ต้องคิด
ว่าป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก เนื่องเพราะมันเต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อน เปี่ยมไปด้วย
ความขมขื่นและหวนหาอาวรณ์ ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยเป็นศาสตร์อสูรที่
เหล่าซือของมันสรรค์สร้างขึ น เหล่าซือไม่เคยปิดบังมัน ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของ
ศาสตร์อสูรอันเลิศภพจบพสุธานี ให้มันท่องถอยหลังยังได้ แต่กระนั น ไม่ว่าจะผ่าน
ล่วงไปกี่พันปี มันก็ไม่เคยร่ายศาสตร์อสูรสุดหวงแหนวิชานี สำเร็จแม้แต่ครั งเดียว
หวนนึกถึงฉายานาม ‘สารานุกรมศาสตร์อสูรเคลื่อนที่’ ของมัน ช่างดูคล้าย
ประชดแดกดันอย่างร้ายกาจเสียจริง
ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยแม้ดูรวบรัดเรียบง่าย แต่แท้ที่จริงแล้วมีหลาย
ส่วนที่ซับซ้อนลึกลำ มิเช่นนั น ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานถึงปานนี ผูเยายังจะไม่มี
ปัญญาฝึกปรือสำเร็จอยู่อีกหรือ? คราวนั นมันเพียงต้องการทดลองดูเท่านั น จึงเพียง
แค่ชี แนะออกไปไม่กี่คำ ไม่ได้คาดหวังว่าจั่วม่อจะสำเร็จวิชานี จริงๆ
และวันนี ท่วงท่าของจั่วม่อแม้ยังติดขัดไม่ลื่นไหล แต่ก็ร่ายศาสตร์อสูรออกมา
สำเร็จอีกครั ง เพียงพอจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มันคว้าจับหัวใจสำคัญของยอด
วิชาแขนงนี เอาไว้มั่น ความสำเร็จของมันไม่ใช่แค่เรื่องของโชคดีอีกแล้ว
ยอดวิชาศาสตร์อสูรที่ยากอย่างเหลือเชื่อในสายตาของผูเยา น่าขันที่ในมือจั่วม่อ
ช่างง่ายดายอย่างสุดแสน ปราศจากความยากลำบากใด นอกเหนือจากฝืนยิ มขมขื่น
เยาะหยันตัวเอง ผูเยายังอดนับถือเลื่อมใสพรสวรรค์ของจั่วม่อไม่ได้ หวนนึกย้อนกลับ
ไปอย่างระมัดระวัง มันพบว่าจั่วม่อที่ไร้ประสบการณ์ในอดีต เมื่อเทียบกับปัจจุบัน ทุก
ด้านล้วนธรรมดาสามัญกว่านี มาก
เจ้าผู้นี ยิ่งมายิ่งแข็งแกร่งขึ นทุกขณะ!
ผูเยาหัวร่อฮี่ฮี่ออกมาอย่างฉับพลัน พลังจิตสำนึกของมันทรงพลังกว่าจั่วม่อ
สนามประลองในคุกแม้สามารถปิดกั นพลังจิตสำนึกของจั่วม่อ แต่ย่อมไม่อาจหยุดยั ง
จิตสำนึกของผูเยาได้ ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ นด้านนอก ผูเยาล้วนทราบกระจ่าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเห็นสีหน้าจดจ่อรอคอยของบรรดาอสูรผู้ชม อารมณ์
ของมันแทบพลิกกลับตาลปัตร จากหน้ามือเป็นหลังมือ
อาจบางทีการมีลูกศิษย์เช่นนี คนหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่เลว แม้ว่าจั่วม่อจะไม่ใช่เผ่า
อสูร ถึงกับเป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง แต่ในสายตาของผูเยาผู้ซึ่งมักจะมีพฤติการณ์นอกคอก
เสมอมา นี่ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
บางทีสักวันหนึ่งข้างหน้า มันจะต้องรบเร้าจั่วม่อมายังภพอสูรสักครา
ลองก่อกวนพายุฝนฟ้าคะนองให้ถล่มทลายมารดามันสักคราว ช่างน่าเล่นยิ่งนัก!
นึกถึงสีหน้าตื่นตะลึงของบรรดาตาเฒ่าเหล่านั น มันอดไม่ได้ ต้องแผดเสียงหัวร่อ
ดังกระหึ่มกึกก้อง
ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก เสียงหัวร่อเป็นบ้าเป็นหลังของผูเยาฟังดูคล้ายเสียสติ
อยู่บ้าง
จั่วม่อไม่ได้ยินเสียงหัวร่อของผูเยา สมาธิจิตใจของมันจดจ่ออยู่กับการร่าย
ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัย
พลังสภาวะอันเรียบง่ายทว่าทรงอำนาจสยบทั่วหล้า ประหนึ่งสัตว์ร้ายแดนร้าง
สุดอหังการ ค่อยๆ เยื องย่างออกจากม่านหมอก พลังสภาวะที่เพิ่งจะปรากฏออกมา
ทำให้ผู้คนถึงกับหายใจไม่ออก!
การเยื องย่างของมันไม่รวดเร็ว แต่เต็มไปด้วยท่วงท่าสงบเยือกเย็นและเฉื่อยชา
ทันใดนั นมันหยุดก้าวเดิน
เหล่าอสูรที่เฝ้าชมดูรู้สึกลำคอตึงแน่น ราวกับมีห่วงเชือกรัดอยู่รอบคอ ดึงรั งจน
พวกมันแทบหายใจไม่ออก
ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงสายหนึ่งพลุ่งขึ นจากปลายเท้าอย่างเฉียบพลัน แผ่ซ่าน
ความเย็นเยียบเสียดกระดูกไปทั่วร่าง พวกมันล้วนสมองขาวว่างเปล่าอย่างสิ นเชิง
พวกมันคล้ายมองเห็นสัตว์ร้ายแดนร้างจากบรรพกาล ร่างใหญ่โตเท่าภูเขาเลา
กา ทอดตามองพวกมันอย่างเหยียดหยันและไม่แยแส
พลังสภาวะหนักหน่วงดุจขุนเขาครอบฟ้าคลุมดิน กดทับลงมาประดุจขุนเขาไท่
ซาน
เหล่าอสูรความกล้าหาญพังทลายในบัดดล พวกมันต้องการหมุนตัววิ่งหนีไป
ทันที ผู้ที่ขวัญอ่อนอยู่บ้างถึงกับเข่าอ่อนยวบ ทรุดร่างแปะลงกับพื น แม้แต่ผู้ที่คิดว่า
ตนเองเข้มแข็งแกร่งกร้าว เวลานี ยังหน้าเผือดสี
ลมหายใจวารีของเชียนหลิวต้าเหริน กว้างไพศาลและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
แต่เงาร่างสีเทานี อัดแน่นไปด้วยความอหังการและการทำลายล้าง!
คุกชั นสอง
อสูรที่มีชื่อเสียงหลายตน ทันใดนั นชะงักมือในเวลาเดียวกัน ล้วนเงยหน้าขึ นมอง
อย่างตื่นตะลึง
พลังสภาวะสุดอันตรายที่เต็มไปด้วยความอหังการและการทำลายล้าง กวาด
ผ่านพวกมันไปราวกับพายุอันเกรี ยวกราด
คุกชั นที่สองอันกว้างใหญ่มหึมา พลันจมลงไปในความเงียบงันอันแปลก
ประหลาด
สักครู่ให้หลัง บรรดาอสูรที่คร่ าเคร่งฝึกปรืออย่างไม่ลดละ พากันละทิ งทุกสิ่งทุก
อย่างโดยไม่ลังเล เริ่มทะยานร่างไปในทิศทางเดียวกัน หากมีคนมองลงมาจากด้านบน
เหนือคุกชั นที่สอง จะพบว่าเงาร่างนับไม่ถ้วนคล้ายถูกดึงดูดไปยังจุดเดียวกัน
นั่นคือประตูสู่คุกชั นแรก
สัมผัสถึงภัยคุกคามที่ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยแผ่ซ่านออกมา ลมหายใจ
วารีอันไพศาลที่เมื่อสักครู่ยังอบอุ่นและสงบเงียบ พลันเดือดพล่านในบัดดล
จั่วม่อคล้ายยืนอยู่ท่ามกลางทะเลคลั่ง คลื่นยักษ์มหึมาสูงเสียดฟ้าอาจสามารถ
กลืนกินมันได้ทุกเมื่อ คลื่นที่โกรธแค้นคลุ้มคลั่งเหล่านี อัดแน่นไปด้วยพลังที่สามารถ
พลิกขุนเขาผันสมุทร หากกระทบถูกสักเล็กน้อย ต่อให้มันครอบครองสังขารปิศาจ
มหาทิวา เกรงว่ายังคงมีผลลัพธ์เพียงหนึ่งเดียวเท่านั น …ร่างฉีกขาดกระดูกป่นสลาย!
จากความสงบสันติสุดขีด จู่ๆ พลิกกลับตาลปัตรอย่างสิ นเชิง สนามประลองใน
คุกบัดนี กลายเป็นย้อนแย้งสุดขั ว จั่วม่อเข้าใจทันที นี่เป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะที่แท้จริง
ของลมหายใจวารี มันเคยเดินทางผ่านน่านนำมหาสมุทรไร้ขอบเขต ย่อมทราบ
กระจ่างแก่ใจ ว่ายามที่สายนำพิโรธ สามารถบรรลุถึงพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวปาน
ใด
รอบกายมันพลันเต็มไปด้วยไอนำอันเปี่ยมล้นสมบูรณ์
แทบจะชั่วพริบตาเดียว ผืนนำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ปรากฏขึ นใต้ฝ่าเท้าจั่วม่
ออย่างฉับพลัน
เล็กกะจ้อยร่อยดุจฝุ่นธุลี… ความรู้สึกเล็กจ้อยด้อยค่าของจั่วม่อหวนกลับมาอีก
ครั ง!
ต่อหน้าลมหายใจวารีกว้างไพศาลที่กำลังพิโรธโกรธเกรี ยว ผู้คนอดไม่ได้ ต้อง
รู้สึกถึงความเล็กกะจ้อยร่อยอันไร้คุณค่าความหมายของตน
จั่วม่อเม้มปากแน่น ฝืนรั งจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เอาไว้อย่างเต็มที่ สองหัตถ์
ของมันยังคงกรีดวาดกลางอากาศอย่างวิจิตรบรรจง
พลังทั งหมดในร่าง ปะทุขึ นในบัดดล!
มาเถอะ!
จั่วม่อทันใดนั นแหงนเงยขึ น ดวงตาสีแดงฉานส่องวาบ
แทบจะในเวลาเดียวกัน บนเงาสีเทาปรากฏลูกไฟสีแดงก่ าสองดวง เปล่ง
ประกายสว่างไสว พวกมันประดุจดวงตาอันโหดเหี ยมเย็นชาคู่หนึ่ง ใหญ่โตเท่าตะเกียง
สีแดงฉาน ราวกับแต่งแต้มประกายชีวิตให้แก่ภาพวาด เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ร่างเงาสีเทา
ของสัตว์ร้ายแดนร้างที่คล้ายเลือนรางอยู่บ้าง กลับกลายเป็นไม่เหลือเค้าลางของความ
เลื่อนลอยอีกต่อไป
มันมีชีวิต!
แม้ว่ารูปลักษณ์ของสัตว์ร้ายแดนร้างยังไม่เที่ยงแท้แน่นอน แต่บรรดาอสูร
ทั งหมดล้วนบังเกิดความรู้สึกอย่างรุนแรง ว่ามันยังมีชีวิต!
พลังสภาวะสุดอหังการเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง ทันใดนั นระเบิดวาบออกมา
ประหนึ่งภูเขาไฟปะทุ พุ่งทะลวงเข้าไปในชั นเมฆ!
มันมีชีวิตอย่างแท้จริง!
เหล่าอสูรผู้ชมดูสะท้านขึ นทั งร่าง สองพลังสภาวะอันน่าประหวั่นพรั่นพรึง
ตระเตรียมหำหั่นกัน เหล่าผู้ชมไม่ต่างจากโฉมงามที่เพิ่งถูกข่มเหงรังแกมา พลันถูกข่ม
เหงรังแกอีกครั ง!
ท่ามกลางฝูงชนเผ่าอสูร เห็นแสงสว่างวาบขึ นนอกสนามประลองเป็นครั งคราว
แสงวาบแต่ละครั งหมายถึงอสูรที่ไม่อาจต้านทานพลังสภาวะอันร้ายกาจ ถูกบังคับให้
ออกจากคุกสิบนิ ว
ภายในคุกสิบนิ ว ไม่ว่าผู้ใดหากการป้องกันทางจิตใจถูกทำลาย พวกมันจะถูกขับ
ออกจากคุกสิบนิ วในทันที สถานการณ์เช่นนี นับว่าหาได้ยากยิ่ง เผ่าอสูรฝึกปรือ
จิตสำนึก ในเรื่องความเข้มแข็งทางจิต พวกมันนับว่าเหนือลำกว่าซิวเจ่อและเผ่าปิศาจ
มาก
แต่วันนี หลังจากถูกพลังสภาวะไร้ผู้ต้านสองขุมกระหน่ าซัดใส่ไม่หยุดยั ง เหล่า
อสูรที่มักจะฝึกปรืออยู่ในคุกชั นแรกไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป กระทั่งหนานเยว่
ยังยืนอยู่ได้เพียงสามอึดใจ ก่อนจะถูกดีดออกจากคุกสิบนิ วอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
เทียบกันแล้วสถานการณ์ของเหลิ่งเยวี่ยกับชางเจิ งนับว่าดีกว่ามาก พวกมัน
มักจะฝึกปรืออยู่ในคุกชั นสอง แต่บนใบหน้าพวกมันก็หาได้ผ่อนคลายสบายอารมณ์แต่
อย่างใด กลับดูคล้ายกลำกลืนต้านรับเอาไว้อย่างเต็มฝืน เหล่าอสูรที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ล้วนมีสีหน้าเจ็บปวด แต่ไม่มีผู้ใดคิดล่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ทุกผู้คนล่วงรู้กันดี ว่าการเผชิญหน้าระหว่างสองพลังสภาวะเบื องหน้า จะต้อง
เป็นการปะทะอันสะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
เพื่อให้ได้ชมดูการต่อสู้ระดับนี ด้วยสายตาตัวเอง อย่าว่าแต่ความเจ็บปวดเพียง
เล็กน้อย ต่อให้พวกมันต้องจ่ายค่าตอบแทนที่ยิ่งใหญ่กว่านี พวกมันยังคงเลือกกระทำ
ต่อไปอย่างไม่ลังเล โอกาสเช่นนี หาได้ยากนัก!
ดวงตาโหดเหี ยมขนาดเท่าตะเกียงพลันสาดแสงสีแดงเจิดจ้า มวลคลื่นยักษ์ที่ปิด
ฟ้าคลุมดิน ดูคล้ายไม่มีผลกระทบต่อมันแม้แต่น้อย
ทันใดนั นสัตว์ร้ายบรรพกาลอ้าปากกว้าง
ปากที่อ้ากว้าง พลันบังเกิดแรงดึงดูดอันน่าอกสั่นขวัญแขวน
คลื่นยักษ์มากมายถูกแรงดูดนี ดึงออกจากผืนนำอันไพศาล ไหลบ่าไปยังปากที่อ้า
กว้างของสัตว์ร้ายแดนร้าง มหาสมุทรพิโรธพลันชะงักงันวูบหนึ่ง
พื นผิวของมหาสมุทรพลันสงบนิ่ง ระลอกคลื่นราบเรียบลงทันที อาศัยความสงบ
นิ่ง พยายามต่อต้านแข็งขืนต่อแรงดึงดูดนี
ในเงาสีเทา ดวงตาขนาดมหึมาสองดวงเปล่งแสงเจิดจ้ากว่าเดิม แรงดูดทวีคูณ
ขึ นในบัดดล!
วู้ม วู้ม!
ประดุจปลาวาฬอ้าปากสูบนำ เห็นเสานำหลายสายถูกดูดเข้าไปในปากของสัตว์
ร้ายแดนร้าง ในปากที่อ้ากว้างของสัตว์ร้ายแดนร้างราวกับหลุมลึกไร้ก้นบึ ง ไม่ว่าจะ
สูบกลืนนำเข้าไปมากมายเท่าใด ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยายตัวออกไป
แต่มหาสมุทรสุดไพศาลที่สร้างขึ นจากลมหายใจวารี ไหนเลยจะพ่ายแพ้อย่าง
ง่ายดายถึงปานนี ?
นี่คือลมหายใจวารีที่คงหมิงเชียนหลิวต้าเหรินทิ งเอาไว้เบื องหลัง!
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลง ทันใดนั น ใต้นำปรากฏ
ฝูงปลามากมาย ฝูงปลาเหล่านี แตกต่างจากฝูงปลาโปร่งใสที่ปรากฏขึ นก่อนหน้านี
พวกมันเต็มไปด้วยเลือดเนื อ
ชีวิต!
จั่วม่อพลันตระหนักในทันที ฝูงปลาเหล่านี เป็นชีวิตแท้จริงที่ลมหายใจวารีสร้าง
ขึ นมา!
ฝูงปลาปรากฏขึ นมากมายสุดคณานับ พวกมันกระโจนเข้าหาสัตว์ร้ายแดนร้าง
อย่างบ้าคลั่ง พลังชีวิตอันเข้มแข็งของพวกมันเดือดพล่านดุจนำเดือด ทำให้ผู้คนใจสั่น
สะท้านอย่างบอกไม่ถูก
พลังชีวิตที่เดือดพล่านย่อมไม่ใช่อาหารเลิศรส แต่เป็นพิษร้าย
การโจมตีอันเกรี ยวกราดระลอกนี สำหรับบรรดาอสูรที่ฝืนต้านทานอยู่ด้านนอก
สนามประลอง ไม่ต่างจากฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อูฐหลังหัก
แสงนับไม่ถ้วนวาบขึ นไม่ขาดสาย ภายในชั่วไม่กี่อึดใจ ข้างสนามประลองก็ไม่
หลงเหลืออสูรตนใดอยู่อีก!
สัตว์ร้ายแดนร้างเผยทีท่าระแวงระวังออกมาเป็นครั งแรก เหล่าชีวิตอัน
เปราะบาง กลับทำให้สัตว์ร้ายแดนร้างผู้เหี ยมหาญสัมผัสได้ถึงอันตราย ทำเอาจั่วม่อป
ระหลาดใจยิ่ง!
ขณะที่จั่วม่อยังคงประหลาดใจ ดวงตาเท่าตะเกียงของสัตว์ร้ายแดนร้าง พลันหรี่
ลงอย่างมีเลศนัย
พฤติการณ์ที่คล้ายผู้คนของสัตว์ร้ายแดนร้าง ทำเอาจั่วม่อถึงกับตะลึงงัน
ทันใดนั นร่างของสัตว์ร้ายเริ่มแปรเปลี่ยนไป
ร่างกายของมันพลันกลายเป็นเงา แบ่งออกเป็นครึ่งบนกับครึ่งล่าง
แทบจะในเวลาเดียวกัน สองหัตถ์ของจั่วม่อคล้ายหลุดออกจากการควบคุมของ
มัน เริ่มขยับร่ายวิชาออกมาด้วยตัวเอง
ศาสตร์อสูรน้อย หมายเลขหนึ่ง หมายเลขห้าร้อย
ครึ่งบนของของเงาสีเทาทันใดนั นเริ่มหมุนปั่นตามเข็มนาฬิกาอย่างเกรี ยวกราด
ในขณะที่ครึ่งล่างหมุนไปในทิศทวนเข็มนาฬิกา
ความรู้สึกย้อนแย้งสุดขั ว และตรงกันข้ามคนละสุดปลายปรากฏขึ นอีกครั ง
จั่วม่อรู้สึกราวกับถูกรถม้าสองคันดึงไปในทิศทางตรงข้ามกัน อึดอัดขัดข้องอย่างบอก
ไม่ถูก
นี่ย่อมเป็นประสบการณ์อันคุ้นเคย จั่วม่อตระหนักในบัดดลว่ามันต้องทำอะไร
รูปแบบทะลุผ่านโดยตรง!
พลังที่ไม่เข้มแข็งสายหนึ่ง พุ่งทะลวงใจกลางของศาสตร์อสูรทั งสองวิชาอย่าง
ฉับพลัน
ด้านใต้ฝ่าเท้าของสัตว์ร้ายแดนร้างที่เปลี่ยนเป็นพายุหมุน กลุ่มแสงสีขาวพลัน
สว่างขึ น และทางด้านเหนือศีรษะ ความมืดดำทะมึนเริ่มแพร่กระจาย
ภายในชั่วพริบตา เงาสีเทาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวดำที่แบ่งแยกอย่างชัดเจน
โม่หินขาวดำ!
โม่หินที่หมุนคว้างอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อยแรงดึงดูดที่กล้าแข็งกว่าครั งก่อนร้อย
เท่าพันทวี
ฝูงปลาที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ประดุจลำธารเล็กๆ นับไม่ถ้วน สายเกิน
กว่าจะต่อสู้แข็งขืน ถูกลากเข้าไปในโม่หินไม่หยุดยั ง
ไม่มีเลือดเนื อสาดกระเซ็น ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบเชียบจนดูคล้ายภาพวาด
ในใจกลางโม่หินขาวดำ ลูกแก้วผลึกใสค่อยๆ ก่อตัวขึ น
ลมหายใจวารีอันไพศาลที่เต็มไปด้วยชีวิตพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ลูกแก้วที่ใจ
กลางโม่หินยิ่งมายิ่งเม็ดใหญ่ขึ นเรื่อยๆ เหมือนผลึกนำค้างแข็งที่ค่อยๆ พอกพูน
ดวงตาสีแดงฉานของจั่วม่อค่อยๆ จางลง พลังจิตสำนึกของมันแห้งเหือดเกือบ
หมดสิ น
จั่วม่อเมื่อฟื้นฟูสติสัมปชัญญะ การกระทำแรกของมันคือรวบรวมเรี่ยวแรงอึด
สุดท้าย คว้าเม็ดลูกแก้ว โยนเข้าปากอย่างไม่รีรอ
สายตามันกลายเป็นมืดทะมึน สิ นสติไปในบัดดล