สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 417 ทะเลทรายผลึกทอง
ในครรลองสายตาของพวกมันเป็นเนินทรายไม่มีที่สิ้นสุด
ผืนทรายสีทองอร่ามเรืองรองคลับคล้ายทะเลทองคำทอดยาว
สุดสายตา เนินทรายอันสูงชันประหนึ่งมวลคลื่นถาโถมกลางทะเล
ทองคำ
ภาพเบื้องหน้ายิ่งใหญ่ตระการตาสุดบรรยาย!
ทันใดนั้นค่ายจินวูที่อยู่ด้านหลังของขบวนคาราวาน พลันพ
ลุ่นพล่านปั่นป่วนขึ้นมา
“นี่คือทรายผลึกทอง! สวรรค์ ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นทรายผลึก
ทอง!”
“โฮ สวรรค์ของข้า! นี่ล้วนเป็นทรายผลึกทองจริงๆ!”
“สวรรค์! นี่มันสถานที่อันใด? ไฉนมีทรายผลึกทองมากมาย
สุดคณานับถึงเพียงนี้?”
ความพลุ่งพล่านปั่นป่วนที่ด้านหลังลุกลามมาถึงด้านหน้า จั่วม่
ออดตะลึงงันไม่ได้ มันก้มลงกอบทรายขึ้นมากำมือหนึ่ง เมื่อทรายสี
ทองเข้ามาอยู่ในมือ ความคิดแรกของมันคือ ‘หนัก!’ เมื่อลอง
เพ่งมองดู ทรายสีทองที่แท้กึ่งโปร่งใส แต่ละเม็ดเป็นผลึกสี่เหลี่ยม
ลูกบาศก์ ใจกลางผลึกสี่เหลี่ยมลูกบาศก์เป็นเส้นสีทองเบาบางเท่า
เส้นผม เหตุที่ทรายเป็นสีทองจัดจ้าเช่นนี้ ก็เนื่องเพราะเส้นสีทองที่
เบาบางเป็นอย่างยิ่งเหล่านี้เอง!
นี่เป็นทรายผลึกทองไม่ผิดแน่!
ทรายผลึกทองระดับห้า!
สวรรค์ของข้า!
จั่วม่อเหม่อมองทะเลทรายสีทองเบื้องหน้าอย่างโง่งม สมองขาว
ว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง ปล่อยให้เม็ดทรายผลึกทองไหลผ่านร่องนิ้ว
มือลงไปอย่างเลอะเลือน
“นี่คือบริเวณที่สัญลักษณ์ศึกของชนเผ่าสุริยันตกลงมา ดังนั้น
เป็นดินแดนแห่งพระอาทิตย์ตกดิน ชนเผ่าสุริยันนับถือดวงอาทิตย์
เป็นสัญลักษณ์ศึกของพวกมัน มีนักรบชนเผ่าที่แข็งแกร่งนับไม่
ถ้วน เป็นหนึ่งในชนเผ่าที่เข้มแข็งที่สุดในทุกอาณาจักร”
อสุภะประหลาดสุ้มเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ไม่มีร่องรอยใด
ราวกับว่ากำลังบอกเล่าเรื่องราวธรรมดาทั่วไป
จั่วม่อค่อยได้สติจากความเลอะเลือนมึนงง รีบก้มลงจ้วงทราย
ผลึกทองใส่ลงไปในแหวนอย่างคลุ้มคลั่ง!
สวรรค์! นี่คือทรายผลึกทอง! ทรายผลึกทองระดับห้า! ในโลก
ภายนอกแทบจะนับขายกันเป็นเม็ด! หากมันละทิ้งโอกาสเช่นนี้ไป
สวรรค์จะต้องลงทัณฑ์มันแน่!
จั่วม่อไม่เคยรู้สึกรํ่ารวยล้นเหลือถึงเพียงนี้มาก่อน!
ไม่ใช่แค่มันคนเดียว ซิวเจ่อทั้งหมดของค่ายจินวูล้วนตาแดง
ฉาน ช่วยกันตักตวงทรายผลึกทองอย่างบ้าคลั่ง สิ่งมหัศจรรย์เบื้อง
หน้านี้ทำเอาพวกมันหัวใจเต้นกระหนํ่าอย่างคลุ้มคลั่ง เลือดลม
เดือดพล่าน ต่อหน้าทะเลทรายผลึกทองสุดลูกหูลูกตา ทุกคนมีแต่
บ้าคลั่งเท่านั้น!
อสุภประหลาดเอียงคอถาม “สิ่งนี้ก็เป็นประโยชน์สำหรับเจ้า?”
“นี่คือทรายผลึกทอง!” จั่วม่อตอบอย่างเร่งร้อนทั้งที่ไม่ยอมเงย
หน้า เอาแต่มุ่งมั่นกอบโกยทรายผลึกทองใส่ลงในแหวนอย่างเอา
เป็นเอาตาย “เป็นวัตถุดิบระดับห้า! ในโลกภายนอกสิ่งนี้กระทั่งคิด
ซื้อหายังไม่มีที่ใดขายให้! ท่านทราบหรือไม่ สิ่งนี้ลํ้าค่ายิ่ง! มิ
ผิด! คราวนี้เรารํ่ารวยแน่แล้ว!”
“ที่นี่กว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ เจ้าจะเอาไปทั้งหมดได้
อย่างไร?” อสุภประหลาดกล่าวพลางชี้กราดไปยังทะเลทรายอันไร้
ที่สิ้นสุด
จั่วม่อมือไม้แข็งค้าง หัวใจเย็นเฉียบ เหม่อมองไปตามนิ้วมือ
ของอสุภประหลาด ทะเลทรายไร้ที่สุดสิ้นตรงหน้าคล้ายกำลังบอก
เตือน คล้ายเย้ยหยัน และคล้ายสมเพชเวทนา ว่าทรายผลึกทองที่
มันกำลังตักตวงอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นี้ เป็นเพียงแค่นํ้าค้างหยด
เดียวในมหาสมุทรสุดไพศาลเท่านั้น ความเบิกบานสราญใจ
กลายเป็นความทุกข์ระทมขมขื่น จั่วม่อนํ้าตาทะลักจากเบ้าดุจ
เขื่อนแตกทลาย!
ทะเลทรายผลึกทองอยู่ต่อหน้าต่อตามัน เพียงเอื้อมมือออกก็
สามารถกอบโกยหรือกระทั่งลงไปดำผุดดำว่ายได้ แต่มันกลับไม่มี
ปัญญาครอบครองพวกมันทั้งหมด ในชีวิตยังจะมีความเจ็บปวด
รวดร้าวใดยิ่งใหญ่และสาหัสไปกว่านี้อีกเล่า!
เหม่อมองทะเลทรายอันไพศาล จั่วม่อนิ่งขึงซึมเซาไปนาน
หลังจากนั้นไม่ทราบว่านานเท่าใด มันค่อยได้สติ เค้นเสียงลอด
ไรฟันออกมาสองคำ “ตั้งค่าย!”
กองกำลังก่อตั้งค่ายพักในบัดดล ทุกผู้คนยังคงตื่นเต้นแทบ
คลุ้มคลั่ง เรี่ยวแรงกำลังมากมายผิดธรรมดา ลงมือทำงานอย่าง
คึกคักกระตือรือร้นกว่าปกติ
“หลอมสร้าง หลอมสร้างมารดามันทั้งหมด! กระบี่บิน ชุด
เกราะปราณ หลอมสร้างทั้งหมดด้วยทรายผลึกทอง!”
จั่วม่อตะโกนดังก้องไปทั่วทั้งค่าย ทุกผู้คนหัวใจโลดขึ้น
สมาชิกค่ายจินวูทั้งหมดดวงตาแดงกํ่าด้วยสายเลือด สำหรับซิวเจ่อ
สายการผลิต ไหนเลยจะต้านทานวัตถุดิบระดับสูงเช่นนี้ได้ ค่ายจู
เชวี่ยก็ลิงโลดยินดีเช่นกัน พวกมันทราบจากสหายค่ายจินวู ว่า
ทรายผลึกทองเป็นยอดวัตถุดิบสำหรับหลอมสร้างกระบี่บิน กระบี่
บินที่หลอมสร้างจากทรายผลึกทองยากจะทำลาย คมกล้าสามารถ
ตัดผ่าทุกสิ่ง ที่สำคัญไปกว่านั้น กระบี่บินเหล่านั้นอย่างน้อยเป็น
ระดับห้า!
กระบี่บินระดับห้า เพียงพอให้เซียนกระบี่ผู้หนึ่งยินยอมเสี่ยง
เป็นเสี่ยงตายทุกอย่าง!
ดินแดนแห่งดวงอาทิตย์ลาลับแห่งนี้เต็มไปด้วยรัศมีกลิ่นอาย
ของดวงอาทิตย์ พลังของไฟอีกาทองคำเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
ซิวเจ่อแห่งค่ายจินวูพากันเริ่มงานหลอมสร้างทรายผลึกทองอัน
ยากลำบากของพวกมัน ใช่ นี่ลำบากยากเข็ญยิ่ง พวกมันส่วน
ใหญ่มาจากชนชั้นรากหญ้า อย่าว่าแต่วัตถุดิบระดับห้า กระทั่ง
วัตถุดิบระดับสี่ ยังเคยพบเห็นน้อยครั้งจนน่าสมเพช
ยิ่งไปกว่านั้นไฟอีกาทองคำยังเป็นเพียงไฟระดับสี่ ต่อให้พลัง
เพิ่มพูนขึ้นมาก แต่คิดหลอมสร้างทรายผลึกทองยังคงไม่ใช่เรื่อง
ง่าย คนส่วนใหญ่ได้แต่ค่อยๆ หลอมสร้างทีละเม็ดเท่านั้น
อสุภประหลาดเฝ้ามองคนกลุ่มนี้อย่างสนอกสนใจ
พอสงบใจลงได้ จั่วม่อพลันตระหนักว่านี่เป็นโอกาสมหัศจรรย์
ที่หาได้ยากยิ่ง เมื่อมีทรายผลึกทองมากมายถึงเพียงนี้ นอกจาก
คุณค่าในตัวทรายผลึกทองเองแล้ว ยังสามารถช่วยให้ทุกคนได้มี
โอกาสฝึกปรือด้วยวัตถุดิบชั้นสูง โดยไม่ต้องห่วงพะวงสิ่งใดเลย
ใช้ทรายผลึกทองเพื่อฝึกฝนฝีมือหลอมสร้าง สำหรับซิวเจ่อนัก
หลอมสร้างผู้หนึ่ง ยังจะมีอะไรหรูหราฟุ่มเฟือยไปมากกว่านี้อีกเล่า?
จั่วม่อค่อยอารมณ์ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมา ใช้วัตถุดิบระดับ
ห้ามาฝึกฝน ประสบการณ์ที่ได้ย่อมจะมากมายและลึกซึ้งกว่า
วัตถุดิบทั่วไป กระทั่งจั่วม่อยังเริ่มหันมาหยิบจับวิชาหลอมสร้างที่
มันละทิ้งไปนานแล้ว เริ่มต้นกลั่นเกลาทรายผลึกทองเป็นอันดับแรก
อสุภประหลาดก็ไม่ได้เร่งรัดพวกมัน เพียงจับตามองการหลอม
สร้างของจั่วม่ออย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องราวทังหมดนี้แปลกใหม่
สำหรับมันไม่น้อย
“เปลวไฟของเจ้าเหนือลํ้ากว่าพวกมัน” อสุภประหลาดแม้ไม่
เข้าใจวิชาหลอมสร้าง แต่ยังคงมีสายตาแหลมคม
“ใช่แล้ว ข้าเป็นหัวหน้า” จั่วม่อยืดอกเล็กน้อย แต่สองมือไม่ได้
ชะงักลงแม้แต่วูบเดียว
“หัวหน้า?” อสุภประหลาดทวนคำอยู่หลายครั้ง คล้ายกำลังทำ
ความเข้าใจคำนี้ จากนั้นเงยหน้าขึ้นถาม “เจ้าหมายถึงผู้นำ?”
“ผู้อาวุโสปราดเปรื่องยิ่งนัก” จั่วม่อไม่พลาดโอกาส
ประจบประแจง แล้วถามอย่างใคร่รู้ “ผู้อาวุโส แล้วในยุคสมัยของ
ท่านหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เวทกันอย่างไร?”
“ยุทธภัณฑ์เวท? ยุทธภัณฑ์เวทคืออะไร?” อสุภประหลาดถาม
อย่างงุนงง
“อ้อ อย่างเช่นกระบี่บินที่พวกมันใช้ ก็เป็นยุทธภัณฑ์เวทชนิด
หนึ่ง ซึ่งความจริงมันก็คือสิ่งที่สร้างขึ้นจากวัตถุดิบต่างๆ เพื่อช่วย
เพิ่มพลังของพวกเรา” จั่วม่ออธิบาย
อสุภะประหลาดยังดูงงงวยอยู่บ้าง “กระบี่ของพวกเจ้า อ้อ กระบี่
บินสินะ เป็นวิธีการที่ปราดเปรื่องไม่น้อย แต่คุณภาพวัตถุดิบไม่
ค่อยดีนัก เพิ่มพลังได้น้อยเกินไป ทั้งยังละเอียดอ่อนซับซ้อนเกินไป
ซึ่งความจริงมีหลายที่ที่ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ขอเพียงวัตถุดิบมีจิต
วิญญาณมากพอ พวกมันจะผสานรวมเข้าด้วยกันเอง มีพลานุ
ภาพมากขึ้น”
จั่วม่อกระอักกระไอ ได้แต่ย้อนถามว่า “ผู้อาวุโส ในยุคสมัย
ของท่านมีวัตถุดิบที่มีจิตวิญญาณอยู่มากมายเลยใช่หรือไม่?”
“ทุกหนทุกแห่ง” อสุภประหลาดมีสีหน้าไม่ใส่ใจ แล้วชี้กราดไป
ทั่วพื้นทราย “สิ่งของเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดต้องการ”
จั่วม่อแทบกระอักเลือด ทรายผลึกทองที่เป็นสมบัติลํ้าค่าใน
สายตาพวกมัน ถึงกับเป็นสิ่งของที่ไม่มีผู้ใดต้องการ อย่างไรก็ตาม
จั่วม่อพอครุ่นคิดดูก็เข้าใจกระจ่าง ในสมัยโบราณจำนวนผู้บำเพ็ญ
เพียรไม่ได้มากมายเท่าปัจจุบัน หลังจากพัฒนารุดหน้าและล้าง
ผลาญทรัพยากรมานานปี หลังจากเก็บเกี่ยวและแบ่งสันปันส่วนมา
หลายต่อหลายรุ่น แม้แต่วัตถุดิบจำนวนมากมายมหาศาลจนคล้าย
จะใช้ไม่หมด ก็เป็นธรรมดาที่จะไม่หลงเหลืออยู่มากนัก
พอคิดเช่นนี้ จั่วม่อเห็นว่านี่เป็นความสมดุลประการหนึ่ง “ยุค
สมัยแตกต่างกัน หากตอนนี้นำสิ่งของเหล่านั้นออกมา จะต้องถูก
พิจารณาว่าเป็นสิ่งที่ดี วัตถุดิบที่มีจิตวิญญาณทั้งลํ้าค่าและหายาก
เกินไป”
อสุภะประหลาดก็เป็นบุคคลอันปราดเปรื่องยิ่ง มันผงกศีรษะ
อย่างเข้าใจ กล่าวว่า “ไม่ต้องแปลกใจเลยที่พวกเจ้าพัฒนาวิธีการ
อันชาญฉลาดขึ้นมาชดเชย”
แต่วาจาถัดไปของมันทำเอาเปลวไฟของจั่วม่อถึงกับไหววูบ
ทรายผลึกทองตรงใจกลางเปลวไฟที่กำลังจะหลอมละลาย พลัน
กลับกลายเป้นผลึกดังเดิม
“ในผืนทรายนี้ยังมีบางอย่างที่ดีกว่านี้”
“บางอย่างอันใด?” จั่วม่อถามอย่างร้อนใจ สิ่งที่ดีกว่าทราย
ผลึกทอง เช่นนั้นอย่างน้อยมิใช่ระดับหกหรือ?
วัตถุดิบระดับหก… …
ชั่วพริบตานี้ จั่วม่อถึงกับรู้สึกพรั่นใจอยู่บ้าง วัตถุดิบระดับห้า
แม้หาได้ยาก แต่มันยังคงถือครองอยู่หลายชิ้น แต่วัตถุดิบระดับหก
มันกระทั่งคิดยังไม่เคยกล้าคิดฝันถึง วัตถุดิบระดับหกแม้เพียงส่วน
เสี้ยวเล็กๆ ก็เพียงพอจะชักนำเภทภัยใส่ตัว
อย่างไรก็ตาม ความประหวั่นพรั่นพรึงเล็กๆ นี้เลือนหายไป
อย่างรวดเร็ว นับแต่โบราณกาล คนกล้าท้องแตกตาย คนตาขาว
ตายเพราะความหิว! ที่สำคัญมันยังมีพี่น้องมากมาย อนาคตไม่ใช่
สิ่งที่จะเป็นไปตามที่ผู้คนต้องการอยู่แล้ว
จั่วม่อสายตาเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนอย่างรวดเร็ว
อสุภประหลาดเอียงคอ กวาดตามองผ่านผืนทราย จากนั้น
สายตาจับจ้องอยู่ที่เนินทรายแถบหนึ่งเขม็งนิ่ง ยื่นดรรชนีจี้ใส่ครา
หนึ่ง
ปัง!
เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นโลก เนินทรายที่ห่างไกลพลันแตก
กระจาย ฝุ่นผงพวยพุ่งขึ้นไปถึงชั้นฟ้า!
จั่วม่ออ้าปากหวอ ถลึงตามองแทบถลนจากเบ้า เนินทรายแห่ง
นั้นสูงใหญ่ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยจั้ง เทียบเท่าภูเขาย่อมๆ ลูกหนึ่ง แต่
อสุภประหลาดเพียงชี้นิ้วใส่ แล้วระเบิดทั้งเนินเป็นผุยผง! เนินทราย
ที่รวมตัวขึ้นจากทรายผลึกทองสมควรหนักไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านจิน
ภายใต้ดรรชนีที่จี้ออกตามสบายนี้ ถึงกับแหลกลาญราบคาบเป็น
หน้ากลอง!
จั่วม่อลอบสยิวกายอย่างหนาวเหน็บ เคราะห์ดีที่มันไม่
พยายามสู้ตายกับตัวประหลาดนี้
อสุภประหลาดทำท่าคว้าจับกลางอากาศอย่างสงบเยือกเย็น
เงาสีทองทะลวงผืนทราย หมุนคว้างขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นหักเห
เปลี่ยนทิศ ตรงเข้าสู่มือที่ทำท่าคว้าจับข้างนั้น
นั่นเป็นลูกไฟสีส้มดวงหนึ่ง!
ความร้อนแผดเผารุนแรงพลุ่งเข้าปะทะหน้า จั่วม่ออดผงะถอย
หลังหลายก้าวไม่ได้
ต้านทานคลื่นความร้อนระลอกแล้วระลอกเล่า มันรู้สึกขนคิ้ว
กำลังลุกไหม้ จั่วม่อจ้องมองลูกไฟในมืออสุภประหลาดอย่างตื่น
ตระหนก!ความร้อนอันร้ายกาจ! เปลวไฟอันร้ายกาจ!
กลุ่มไฟสีส้มแดงแตกปะทุดุจดวงอาทิตย์น้อยๆ เปลวไฟนี้
ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวไฟใดที่จั่วม่อเคยรู้จัก ท่ามกลางเปลวไฟสีส้ม
แดง อาจมองเห็นเม็ดทรงกลมเล็กๆ อย่างเลือนราง
“นี่เรียกว่าเมล็ดผลึกสุริยัน ในอดีตเป็นเมล็ดของสัญลักษณ์
ศึกแห่งชนเผ่าสุริยัน อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ชนเผ่าสุริยัน
สมควรดับสูญไปหมดสิ้นแล้ว ของสิ่งนี้ไม่อาจกลายเป็นสัญลักษณ์
ศึกสุริยันได้อีกต่อไป” อสุภประหลาดกล่าวพลางจ้องมองจั่วม่อ
“เจ้าอยากได้หรือไม่?”
สมบัติ! สุดยอดสมบัติลํ้าค่า! ของวิเศษอันยากจะหาใดเสมอ
เหมือน!
จั่วม่อเป็นมือเก่าอันชํ่าชองเกี่ยวกับสมบัติ เพียงมองปราด
เดียวมันก็ทราบได้ทันที ว่ามูลค่าของลูกไฟนี้ยังเหนือลํ้ากว่าทุกสิ่ง
ทุกอย่างในร่างกายมันรวมกันเสียอีก จับจ้องมองดูลูกไฟ ในใจรู้สึก
หวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่ยังกัดฟันตอบรับอย่างไม่ลังเล “อยากได้!”
อยากได้! ย่อมอยากได้! ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม!
“อืมม์ มันยังร้อนแรงเกินไปบ้าง เจ้ายังไม่สามารถทานทนได้
ข้าจะช่วยเจ้าผนึกเอาไว้ก่อน วันหนึ่งเมื่อเจ้ามีพลังเพียงพอ ค่อย
ปลดผนึกมันออกมา”
อสุภประหลาดพอกล่าวจบคำ ไม่เห็นมันกระทำอันใด แต่
ลูกไฟสีส้มแดงมืดมัวลงอย่างรวดเร็ว เผยเมล็ดทรงกลมที่เป็นโฉม
หน้าแท้จริงออกมา มันเป็นเมล็ดทรงกลมที่ดูคล้ายผลึกทรงกลม
ธรรมดาทั่วไป ไม่มีแสงประกายใด
จั่วม่อรับลูกผลึกกลมจากอสุภประหลาด มือดิ่งวูบลงทันควัน
ม่านตาเบิกตา!
หนักมาก!
อาศัยสังขารปิศาจมหาทิวาของมัน จั่วม่อแข็งแกร่งทรงพลัง
จนคนในค่ายไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ แต่มันแทบจะถือลูกผลึกกลม
เล็กๆ นี้ไม่ไหว!
จั่วม่อคาดเดาว่าลูกผลึกทรงกลมนี้สมควรหนักไม่น้อยกว่า
หนึ่งหมื่นจิน
นำผลุกทรงกลมใส่ลงไปในแหวนอย่างทุลักทุเล มันค่อยระบาย
ลมหายใจอย่างโล่งอก อสุภประหลาดยังช่วยแก้ปัญหาใหญ่ให้แก่
มันไปพร้อมกันด้วย หลังจากผนึกแล้ว ลูกผลึกทรงกลมก็ดูสามัญ
ธรรมดา ไม่มีใดโดดเด่นสะดุดตา ขอเพียงไม่ได้ลองถือดู จะไม่มี
ผู้ใดคิดว่าลูกผลึกหม่นมัวนี้ จะเป็นวัตถุดิบอย่างน้อยระดับหกชั้น
ยอด
อสุภประหลาดหลังจากโยนลูกผลึกให้จั่วม่อ มันก็ไม่สนใจอีก
ต่อไป ยังคงไม่เร่งรัดพวกมัน เริ่มหันไปเพ่งพิศผู้คนที่กำลังหลอม
สร้างอย่างสนอกสนใจตามเดิม
สมาชิกค่ายจินวูทั้งหมดกลั่นเกลาวัตถุดิบทรายผลึกทองอย่าง
ลืมตัวลืมตน โอกาสฝึกฝีมือด้วยวัตถุดิบระดับห้าเช่นนี้ อาจไม่
ปรากฏขึ้นอีกเป็นหนที่สอง
ทันใดนั้นเอง อสุภประหลาดร่างหายวับ แล้วปรากฏขึ้นข้าง
กายจั่วม่อ กล่าวว่า “พายุทรายกำลังมา”
“พายุทราย?” จั่วม่องงงันวูบ จากนั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่าง
รุนแรง ทรายผลึกทองเป็นวัตถุดิบชั้นยอด นั่นมิผิด! แต่หากพายุ
ทรายก่อเกิดด้วยทรายผลึกทอง อานุภาพระดับนั้นมัน… …