สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 628 ศิษย์ไม่เอาไหน
“พวกเราอยู่ไม่ไกลจากกองทัพของกู่เหลียงเตาแล้ว”
กงซุนชาเหม่อมองแผนที่อาณาจักรอย่างซึมเซา
การเดินทัพของพวกมันรวดเร็วยิ่ง การทำศึกอย่างดุเดือดหลายครั้ง
หลายหนในตอนเริ่มแรกกลับเป็นเหตุให้ชื่อเสียงของพวกมันขจรขจายไป
ทั่ว ขุมกำลังใหญ่ระหว่างทางผ่านของพวกมันพากันครั่นคร้ามยำเกรง
มิหนำซ้าด้วยการที่มีกองพันอาซาเก๋อนำอยู่เบื้องหน้า อีกทั้งในค่ายจูเชวี่ย
ยังประกอบด้วยสมาชิกเผ่าปิศาจจำนวนไม่น้อย ไม่มีผู้ใดกังขาว่าพวกมัน
เป็นซิวเจ่อ แรงต้านทานที่พวกมันต้องเผชิญนับว่าน้อยกว่ากู่เหลียงเตา
มากนัก
ที่สำคัญไปกว่านั้น เมื่อขุมกำลังที่ขวางอยู่เบื้องหน้าพวกมันยินยอม
เปิดทางให้แต่โดยดี ขุมกำลังถัด ๆ ไปก็รีบเลียนเยี่ยงขุมกำลังแรก ปล่อยให้
พวกกงซุนชากรีฑาทัพผ่านไปโดยไม่ขัดขวาง รอจนกองทัพของกงซุนชา
รุดหน้าไปเป็นลำดับ เป้าหมายของพวกมันก็คล้ายจะค่อยๆ เห็นชัดเจน
ขึ้นเรื่อยๆ
ขุมกำลังทั้งหมดล้วนสังเกตเห็น หากกองทัพของกงซุนชายังคง
รุดหน้าไปในเส้นทางนี้ต่อไป ก็มีโอกาสสูงยิ่งที่จะจบลงด้วยการปะทะกับกู่
เหลียงเตา!
Page 1 of 12
หรือว่ายอดกองทัพที่ไม่ทราบความเป็นมานี้ จะมุ่งเป้าไปที่กู่เหลียง
เตา?
การคาดเดานี้ทำให้หลายคนใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที! พลังอันกล้า
แกร่งเกรียงไกรของกู่เหลียงเตาก่อเกิดความหวาดกลัวในหมู่ปิศาจใน
ละแวกนี้ทั้งหมด ขุมกำลังที่มีความกล้าอยู่บ้างและอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
กับกองทัพกู่เหลียงเตาพากันหอบครอบครัวโยกย้ายหลบหนีอย่างเร่งรีบ
การบุกตะลุยรุดหน้าอย่างไร้ผู้ต้านของกู่เหลียงเตา สูบเอาความหวัง
ของคนเหล่านี้ไปจนหมดสิ้น
หากยอดกองทัพอันลึกลับนี้ มุ่งเป้าไปที่กู่เหลียงเตาจริง… …
กองกำลังปิศาจระหว่างเส้นทางนอกจากจะเปิดทางให้ พวกมันยังเฝ้า
จับตามองกองทัพของกงซุนชาอย่างใกล้ชิด ในใจบังเกิดความคาดหวังรอ
คอย
อาจกล่าวได้ว่ากู่เหลียงเตาผู้นี้มาพร้อมกับโชควาสนาขนานใหญ่ ทุก
จุดที่มันเข้าตีล้วนเหมาะเจาะพอดี ในพื้นที่ไม่มีขุมกำลังอันกล้าแกร่งอยู่
เลย
ขณะที่ทุกผู้คนกำลังสิ้นหวัง ทันใดนั้นกองทัพอันกล้าแกร่งเกรียงไกร
ก็ผุดขึ้นอย่างกะทันหัน เดินทัพทางไกลบุกตรงเข้าหากู่เหลียงเตาด้วย
สภาวะดุจอสนีบาตฟาดทลาย ปิศาจเหล่านี้ไหนเลยจะไม่รู้สึกมีความหวัง
ขึ้นมาได้?
สิ่งที่ทำให้กงซุนชาแทบหัวร่อ ก็คือบางกองกำลังถึงกับส่งคนมาถาม
ไถ่ และบอกว่าพวกมันยินดีมอบกำลังพลและเสบียงกองทัพให้ด้วย!
Page 2 of 12
การที่จู่ ๆ ต้องกลับกลายวีรบุรุษผู้ช่วยเหลือในสายตาของเหล่าปิศาจ
กงซุนชาให้รู้สึกอัศจรรย์ใจยิ่ง แต่มันย่อมปฏิเสธไป
ทว่าบรรดาปิศาจกลับเข้าใจว่ากงซุนชาที่ปฏิเสธ เนื่องเพราะยอด
กองทัพนี้มีความทระนงถือดีของตน ดังนั้นจงใจทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์และ
เสบียงทัพไว้ในระหว่างทางโดยไม่จัดผู้คนคอยเฝ้ารักษา ปล่อยให้พวกกง
ซุนชาหยิบฉวยได้ตามความพอใจ ขุมกำลังที่อยู่ถัด ๆ ไปล้วนเห็นดีเห็นงาม
ด้วย พากันเลียนเยี่ยงคนก่อนหน้า กลายเป็นข้อตกลงที่ไม่กล่าวออกมา
ประการหนึ่ง
ความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงนี้ มิเพียงช่วยให้ความเร็วในการ
เดินทางของพวกมันเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่ต้องเผชิญกับการ
ขัดขวางระหว่างทาง ยังช่วยบรรเทาความยุ่งยากและความอ่อนล้าจาก
การเดินทัพทางไกลได้เป็นอย่างมาก
ทัพของกงซุนชาประดุจมีดคมกล้า แทงทะลวงผ่านอาณาจักรแล้ว
อาณาจักรเล่าอย่างไม่หยุดยั้ง
จนกระทั่งพวกมันเกือบจะบรรลุถึงจุดหมายปลายทาง!
ที่จะมาย่อมต้องมา สิ่งที่พวกมันต้องเผชิญในท้ายที่สุด ก็คือกองทัพ
ของกู่เหลียงเตา!
กู่เหลียงเตาแม้ต้องเผชิญพบการต่อต้านแข็งขืนมากมาย แต่กำลังพล
ของมันมีมากกว่าแม่นางน้อย อาศัยตัวตนอันยิ่งใหญ่เช่นซีเซวียนหนุนหลัง
มันค่อย ๆ กวาดทลาย รุกคืบเข้ามาอย่างแช่มช้า พิชัยยุทธ์ของมันแม้
เชื่องช้า แต่ไร้ผู้ต้านทาน ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งการรุกคืบของมันได้
Page 3 of 12
อาณาจักรทุ่งโบราณ อาณาจักรเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนี้ เป็น
เป้าหมายของแม่นางน้อยในครั้งนี้
และดูจากเส้นทางรุดหน้าที่กู่เหลียงเตาเข้ายึดครอง อาณาจักรทุ่ง
โบราณก็เป็นจุดหมายถัดไปของมันเช่นกัน
กงซุนชาเงยหน้าขึ้น กวาดตามองดูเหล่าแม่ทัพนายกองใต้ร่มธงของ
มัน คนเหล่านี้แม้ว่าต้องเดินทัพยาวไกล เร่งรุดเดินทางโดยไม่ได้พักผ่อน
มาโดยตลอด ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าของพวกมันสามารถเห็นได้ชัดเจน
แต่พวกมันยังคงเต็มไปด้วยขวัญกำลังใจและจิตวิญญาณการต่อสู้อย่าง
เปี่ยมล้น!
กู่เหลียงเตา ขุนพลพยัคฆ์แห่งซีเซวียน!
กงซุนชาพลันแย้มยิ้มเอียงอาย ดวงตาสุกใสคู่นั้นร้อนแรงดั่งเปลว
เพลิง ไม่ต่างจากเด็กชายข้างบ้านที่พบพานของเล่นใหม่
เหล่าแม่ทัพนายกองคึกคักขึ้นอักโข พวกมันทราบว่าการศึกที่แท้จริง
กำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว
“เราต้องชนะศึกครั้งนี้” แม่นางน้อยสุ้มเสียงอ่อนโยน ราวกับกำลัง
บรรยายถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่วาจาของมันแต่ละคำล้วนทำให้ผู้คนตัว
สั่นสะท้าน ประหนึ่งบังเกิดกระแสไฟฟ้าแลบปลาบไปตามผิวหนังของพวก
มัน ทุกผู้คนเผ่นผึงขึ้นยืนตัวตรงแน่ว แทบลืมหายใจ!
“ต้องชนะเท่านั้น!”
… …
Page 4 of 12
นครมหาสันติที่พินาศเสียหายเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง พื้นหินที่เคย
ราบเรียบงดงาม บัดนี้เต็มไปด้วยหลุมบ่อ คล้ายซากโบราณสถานแห่งหนึ่ง
ซือเยวี่ยอี้ยืนนิ่งอยู่ตรงใจกลางนครมหาสันติ แผนผังปิศาจวงหนึ่ง
พลันสว่างวาบที่ใต้ฝ่าเท้าของมัน ในเวลาที่กองโจรกำลังรุกคืบกดดันเข้า
มาอย่างเกรี้ยวกราด ไม่มีผู้ใดทันได้สังเกตเฉิงจู่ของเมืองที่กำลังจะล่ม
สลายผู้นี้
ใบหน้าเหี่ยวย่นของซือเยวี่ยอี้เต็มไปด้วยความเศร้าโศกอันล้าลึก สี
ขาวปนเทาเริ่มไล่ขึ้นจากโคนเส้นผมไปจนสุดปลายผมทุกเส้น เพียงชั่วไม่กี่
อึดใจ ผมเผ้าคิ้วเคราของมันล้วนเปลี่ยนเป็นสีขาวปนเทาอันอัปมงคล
มันไม่กล่าวคำใด แผนผังปิศาจสว่างเรืองรองอยู่ใต้ฝ่าเท้า ประดุจเถา
ไม้เลื้อยที่ตื่นขึ้นจากการนิทรานับร้อยปี เริ่มแผ่กระจายออกไปทุกทิศทุก
ทางอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้า ทั่วทั้งนครมหาสันติก็กลับกลายเป็นสว่างเรืองรองด้วย
แผนผังปิศาจ สว่างไสวดุจยามเที่ยง
แสงสว่างของแผนผังปิศาจยังไม่หยุดลงเพียงเท่านี้ มันแผ่ไล่ไปตาม
กำแพงเมืองที่พังทลาย ทั้งยังลุกลามออกไปด้านนอก
แผนผังปิศาจบนพื้นถนนแผดแสงแรงกล้า แผนผังปิศาจที่มุมกำแพง
ทอประกายเจิดจรัส แผนผังปิศาจบนสิ่งปลูกสร้างสว่างเรืองรอง
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั่วทั้งเมืองมหาสันติก็ถูกปกคลุมอยู่ภายใต้
แผนผังปิศาจอันโชติช่วง
Page 5 of 12
ผู้คนพลันตระหนักด้วยความอัศจรรย์ใจ นครมหาสันติถึงกับสลัก
แผนผังปิศาจเอาไว้ในทุกซอกทุกมุม!
จั่วม่อยังสะดุ้งขึ้นอย่างประหลาดใจ มันปากอ้าตาค้าง เหม่อมองดู
แผนผังปิศาจที่แทบจะครอบคลุมทั่วนครมหาสันติ เมื่อครั้งที่เมืองนี้
ก่อสร้างขึ้น พวกมันสลักแผนผังปิศาจมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้ลงไปได้
อย่างไร ช่างยากจะจินตนาการได้จริง ๆ
เป็นแผนงานอันใหญ่โตมโหฬารจนเหลือเชื่อ!
กองโจรบนฟากฟ้าพอเห็นภาพนี้ ยังต้องประหลาดใจและตื่น
ตระหนกเช่นกัน พวกมันล่าถอยโดยพลัน
“เหล่าซือ!”
ซือเยวี่ยอี้ร่าไห้อย่างโศกสลด หยาดน้าตาตกกระทบแผนผังปิศาจที่
ใต้ฝ่าเท้าของมัน แผนผังปิศาจคล้ายสดับฟังความโศกเศร้ารันทดของมัน
แสงสว่างไหววูบ จากนั้นแผ่กระจายออกไปในบัดดล
มันมองดูซากปรักหักพังของนครมหาสันติ มองดูกองโจรตระกูลหมิง
ที่จ่อประชิดกำแพงเมือง เพียงชั่วกะพริบตา ความรุ่งโรจน์แห่งนครมหา
สันติกลับถึงกาลสิ้นสุดลง
ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของมันยิ่งกดลึกจนเห็นได้ชัดกว่าเดิม ซือ
เยวี่ยอี้แก่ตัวลงด้วยระดับความเร็วที่เห็นได้ชัดตา
“เหล่าซือ ศิษย์ช่างใช้การไม่ได้นัก!”
ดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายน้าตาพลันกลับกลายเป็นเด็ดเดี่ยว มันชู
สองแขนขึ้นสูง ราวกับปรารถนาจะโอบกอดท้องนภา
Page 6 of 12
ตูม!
แผนผังปิศาจอันเรืองรองที่ปกคลุมทั่วนครมหาสันติ พลันระเบิดแสง
เจิดจรัสออกมา ลำแสงแรงกล้าพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
นครมหาสันติที่ซือจื่อหมิงลงมือก่อสร้างด้วยตนเอง คล้ายสัตว์
ประหลาดยักษ์ที่ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราพันปี เปิดตาขึ้นมาอย่างแช่มช้า
ทะเลดำที่ล้อมรอบนครมหาสันติเริ่มยกตัวขึ้นด้วยระดับความเร็วอัน
น่าตระหนก พลุ่งพล่านปั่นป่วนอย่างคลุ้มคลั่ง ราวกับว่ามีบางอย่างสั่นไหว
อยู่ใต้ท้องทะเลลึก
ม่านน้าสีดำผืนหนึ่งแผ่พุ่งขึ้นจากทะเลดำ ก่อตัวเป็นโล่วารีดำขนาด
ใหญ่โตมโหฬารที่กลางอากาศ ปกคลุมเหนือนครมหาสันติในชั่วพริบตา
กองโจรตระกูลหมิงแตกตื่นตระหนก รีบถอยทัพอย่างฉับพลัน พวก
มันแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์โชกโชน มีความรู้สึกเฉียบไวต่อภัย
อันตราย ม่านน้าผืนนี้แม้ดูเบาบางยิ่ง แต่พวกมันสูดได้กลิ่นอายอันตราย
อย่างแรงกล้า
ผู้คนในนครมหาสันติพากันทอดถอนใจอย่างโล่งอก หลายคนกำลังใจ
มาเป็นกอง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น ยามนี้ก็ดูเหมือนว่าจะปลอดภัยแล้ว
“เฉิงจู่! เฉิงจู่!”
สุ้มเสียงตะโกนอย่างร้อนรนขู่ขวัญผู้คนจนแตกตื่น รอจนพวกมัน
เหลียวกลับไปมองเฉิงจู่ ซือเยวี่ยอี้ ไม่ว่าผู้ใดล้วนตกตะลึงพรึงเพริด
เห็นซือเยวี่ยอี้ยืนนิ่งไม่ไหวติง ทั่วร่างเป็นสีขาวปนเทา คนคล้ายสลัก
ขึ้นจากก้อนหิน ไร้ชีวิตอย่างสิ้นเชิง
Page 7 of 12
มันกลับกลายเป็นรูปสลักหิน!
เสียกงจู่กับเหล่าสตรีถูกภาพตรงหน้าขู่ขวัญจนประหวั่นพรั่นกลัว
พวกนางยกมือปิดปาก น้าตาหลั่งรินลงมา บรรดาปิศาจนครมหาสันติเริ่ม
ร่าไห้รำพัน ซือเยวี่ยอี้เป็นเฉิงจู่ที่สุภาพอ่อนโยน รอบรู้กว้างขวาง มีอิทธิพล
ต่อผู้คนทั้งหมด ทั้งยังเป็นที่เคารพรักอย่างสุดซึ้งของผู้คนในนครมหาสันติ
จั่วม่อจ้องมองซือเยวี่ยอี้อย่างลึกซึ้ง ในใจลอบทอดถอนอย่างโศกสลด
อยู่บ้าง มันมีความรู้สึกที่ดีต่อเฉิงจู่นครมหาสันติผู้นี้ไม่น้อย
แต่มันไม่ได้โศกเศร้ามากนัก ระหว่างพวกมันเพียงพบหน้าไม่กี่ครา
ยังไม่ได้เพาะสร้างความสัมพันธ์อย่างลึกล้า มิหนำซ้าเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลา
ที่เหมาะสมต่อการโศกเศร้าเสียใจ
มันเหินทะยานขึ้น กวาดตามองสำรวจแผนผังปิศาจรอบด้าน พลัน
เข้าใจสถานการณ์ในบัดดล
ในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่นี่ มันอาจไม่ใช่ผู้ที่มีพลังฝีมือร้ายกาจที่สุด
แต่มันเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในแผนผังปิศาจมากที่สุดอย่างแน่นอน
ซือจื่อหมิงทรงพลังอำนาจอย่างที่คิด!
จั่วม่อในใจเต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใส รอจนมันกลับลงไป ค่อย
เรียกทุกคนมารวมกัน
“ม่านน้าสามารถยืนหยัดเป็นเวลาสามวัน” จั่วม่อลดเสียงแทบเป็น
กระซิบ แต่กระนั้นประโยคนี้ยังหวดฟาดเข้าไปในใจผู้คนจนสะท้านสั่นไหว
ทว่าผู้คนที่อยู่ที่นี้ล้วนมิใช่คนธรรมดาสามัญ พวกมันแม้หวาดกลัว
แต่ใบหน้ายังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ สำหรับพวกมันนี่นับเป็นข่าวดี
Page 8 of 12
ในความสิ้นหวัง สามวันเป็นช่วงเวลาที่มีค่า เพียงพอให้พวกมันได้พัก
หายใจ และพอให้พวกมันได้รักษาอาการบาดเจ็บ ฟื้นฟูพลังฝีมือ อย่าง
น้อยยังมีทุนรอนต่อต้านแข็งขืนสักครา
แม้ว่าในความเห็นของหลายคน พวกมันต่อให้รวมกำลังกันทั้งหมด
แต่ต่อหน้ากองโจรอันแกร่งกร้าวเช่นกองโจรตระกูลหมิงยังไม่นับเป็นอะไร
ได้ก็ตาม
“ท่านทั้งหลาย ให้รีบฉวยโอกาสนี้ฟื้นฟูพลังฝีมือรักษาบาดเจ็บ”
จากนั้นจั่วม่อหันไปทางเหมียวจุน “เหมียวจุน ให้ใช้เวลาทั้งหมดจัด
กระบวนทัพองครักษ์เหล่านี้ เร่งฝึกฝนพวกมัน”
เหมียวจุนคิดกล่าววาจาสักคำ แต่กลับถูกจั่วม่อตีขัดไว้ก่อน
“ลับหอกยามจวนตัว แม้ไม่คมแต่ก็เงา12” จั่วม่อปรายตามองเหมียว
จุน แล้วกล่าวต่อไปว่า “หากผู้ใดไม่เชื่อฟัง ล้วนประหารฆ่าโดยไม่ละเว้น!”
“น้อมรับคำสั่ง!” เหมียวจุนผงกศีรษะ หมุนตัวจากไปดำเนินการทันที
จากนั้นจั่วม่อเรียกหาสองพี่น้องตระกูลหลัน
หลันเทียนหลงเพ่งตามองจั่วม่อ พลางกล่าวว่า “พี่เซี่ยว หากมีเรื่องใด
คิดใช้สอยพวกเราสองพี่น้อง ขออย่าได้เกรงใจ ให้บอกมาตามตรง ต่อให้
ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย พวกเราก็จะไม่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า!”
หลันหยงพยักหน้า “พี่เซี่ยว บอกมาเถอะ!”
12 หมายถึง ในยามคับขันจวนตัว เพิ่งจะมาลับคมหอก แม้ว่าจะไม่คมนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นเงาวับมากกว่าตอน
ที่ไม่ได้ลับ เป็นคำปลอบขวัญ เป็นเชิงว่าแม้ในวาระสุดท้ายก็ต้องมุ่งมานะพยายาม ไม่ละทิ้งความหวัง ดีกว่าไม่
ทำอะไรเลย
Page 9 of 12
จั่วม่อกล่าวเสียงเบาต่า “สามวัน มีเวลาเพียงแค่สามวัน พวกเราไม่
อาจนั่งรออยู่เฉย ๆ นครมหาสันติมีผู้คนมากมาย พวกมันล้วนสามารถสู้รบ
แม้ว่าไม่มีเวลามากพอที่จะฝึกฝนกระบวนทัพ แต่ยิ่งมีผู้คนมากเท่าใดก็ยิ่ง
มีข้อได้เปรียบมากเท่านั้น”
พี่น้องตระกูลหลันฉุกใจคิด
“เราต้องรีบกะเกณฑ์ผู้คนให้มากขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตอบสนอง
ยิ่งได้คนมามากเท่าไรก็ยิ่งดี!” จั่วม่อกล่าว
พี่น้องตระกูลหลันล้วนชาญฉลาด พอฟังเช่นนี้พลันตระหนักทันที รอ
จนขุมกำลังอื่นเริ่มบังเกิดปฏิกิริยา คิดกะเกณฑ์ผู้คนบ้างก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แล้ว
ทั้งสองสบตากันวูบ แล้วพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง “เข้าใจแล้ว!”
กล่าวจบคำ สองพี่น้องรีบจากไปเงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยคำที่สอง
กงจู่ทั้งสามทอดตามองจั่วม่อ รู้สึกนิยมชมชื่นจากใจจริง ในขณะที่ทุก
คนหัวหมุนงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก เซี่ยวม่อเกอกลับสามารถสั่งการ
อย่างต่อเนื่อง ความคิดจิตใจของมันกระจ่างชัดเจน คล้ายคุ้นเคยกับการ
กระทำเช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง ท่วงท่าสภาวะเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ไม่รีรอลังเล
แม้แต่น้อย
ผู้คนรอบข้างล้วนถูกท่วงท่าสภาวะอันเยือกเย็นของจั่วม่อระบาดใส่
ค่อยฟื้นฟูสมาธิจิตใจจากความตื่นตระหนก พวกมันคล้ายบังเกิดความ
เชื่อมั่นขึ้นมาบ้างโดยไม่ทันรู้สึกตัว
Page 10 of 12
กระทั่งจูเข่อกับอีกสองยอดฝีมือยังต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อจั่วม่อ
พวกมันเดิมทีเข้าใจว่าจั่วม่อมีเพียงพรสวรรค์เชิงยุทธ์เหนือคนทั่วไป ไม่ได้
คาดฝันว่ามันยังเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่เด่นล้าด้วย
จั่วม่อไม่ล่วงรู้ความคิดของคนเหล่านี้ ในใจมันกำลังสับสนอลหม่าน
สามวัน!
มีเวลาเพียงสามวัน มันสามารถทำอะไรได้บ้าง?
จั่วม่อครุ่นคิดอย่างหนัก อาศัยกำลังคนที่มันมีอยู่ในมือ คิดทะลวงฝ่า
ออกไป มีความเป็นไปได้น้อยมาก
มันต้องคิดหาหนทางอื่น!
“เตี้ยนเซี่ย!” ฟู่ฟงสีหน้าหวาดวิตก
“อา?” เปี๋ยหานเบือนหน้ามามองเล็กน้อย
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เตี้ยนเซี่ยจะต้องฝ่าออกไปให้ได้!” ฟู่ฟงกล่าว
อย่างกะทันหัน
เปี๋ยหานนิ่งเงียบงันไปนาน จนกระทั่งจู่ ๆ เอ่ยถามว่า “กองโจร
ตระกูลหมิงนี้ร้ายกาจนักรึ?”
ฟู่ฟงงงงันวูบ จากนั้นตอบสนองทันควัน “ร้ายกาจยิ่ง พวกมันเป็น
กองโจรที่ร้ายกาจที่สุด!”
“อ้อ” เปี๋ยหานพยักหน้ารับรู้ แล้วเงียบงันไปอีกครา
“เตี้ยนเซี่ย!” ฟู่ฟงเร่งรัด “ท่านต้องรับปากบ่าว! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ท่านจะต้อง… …”
Page 11 of 12
เปี๋ยหานยกมือตัดบทวาจาของฟู่ฟง หันกลับมากล่าวอย่างเย็นชา
“อย่าห่วงไปเลย ข้าจะแสดงให้พวกมันได้เห็นว่าไฉนพวกมันเป็นได้
แค่กองโจร!”
Page 12 of 12