สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 652 สู้ตาย
การที่จั่วมอจู่ ๆ โถมเข้าจู่โจมอย่างฉับพลัน ทำเอาอวี่ไสว้ถึงกับงงงันวูบ
ควรทราบว่ามันแม้ได้รับบาดเจ็บไม่เบา แต่ไม่ว่าจะอย่างไรยังคงมิใช่ผู้ที่
เซี่ยวม่อเกอจะเอาชนะได้ เจ้าผู้นี้ใช่ยังไม่ฟื้นคืนสติจากการศึกสะท้าน ฟ้า
เมื่อครู่หรือไม่?
หรือเซี่ยวม่อเกอเข้าใจว่าเมื่อหยิบยืมพลังของกรงเล็บพิฆาตมังกรก็
สามารถโค่นมันลงได้?
อวี่ไสว้บนใบหน้าเผยรอยยิ้มเบิกบานใจ สายตาทอแววเย้ยหยันดูแคลน
จริงอยู่ว่ากรงเล็บพิฆาตมังกรทรงพลังอำนาจล้นฟ้า มิหนำซํ้า อาการ
บาดเจ็บของมันยังไม่เบา แต่ไม่ว่ายอดศาสตราอันใด พลังที่สำแดง
ออกมาจะมากจะน้อยย่อมต้องขึ้นอยู่กับผู้ใช้เวลานี้มันแน่ใจแล้ว กรงเล็บ
พิฆาตมังกรแม้อยู่ในความครอบครองของเซี่ยวม่อเกอ แต่เซี่ยวม่อเกอยัง
ไม่มีปัญญาปราบพิชิตกรงเล็บพิฆาตมังกรอย่างสมบูรณ์
ในเมื่อมันยังไม่ถูกปราบพิชิต กรงเล็บพิฆาตมังกรก็คือศาสตรามารที่ ไร้ผู้
เป็นนาย!
อวี่ไสว้ดวงตาสาดประกายคมกล้า
เห็นจั่วม่อกับพวกทั้งหลายโถมเข้าหามันจากทุกทิศทาง อวี่ไสว้ไม่ เพียงไม่
หวาดกลัว มุมปากยังแย้มยิ้มเย้ยหยันเขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืน
สำแดงฤทธิ์เป็นคำรบสอง
ภายใต้พลังสุดหฤโหดของกรงเล็บพิฆาตมังกรเขตแดนหยาดพิรุณไม่ หวน
คืนเปราะบางราวแผ่นกระดาษ แต่เมื่อไม่มีกรงเล็บพิฆาตมังกรมา คอย
สะกดข่มเขตแดนหยาดพิรุณก็สำแดงพลังออกมาอย่างเต็มที่ ภายใต้
ความนุ่มนวลแฝงเร้นด้วยภัยร้ายที่สามารถปลิดชีวิตคน
สายฝนเรียวบางอ่อนโยนละมุนละไม พร่างพรมอ้อยอิ่งจากท้องนภา
ทว่า อวี่ไสว้ที่มุ่งสมาธิจิตใจแทบทั้งหมดไปยังเซี่ยวม่อเกอ กลับไม่ทัน
สังเกตว่าแสงสีม่วงในดวงตาอากุ่ยยิ่งมายิ่งแรงกล้ามากขึ้นทุกขณะ
ไม่มีใครสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งความจริงอากุ่ยรับบาดเจ็บหนักหนาสาหัสยิ่ง ทีแรกพลังเทพของนางถูก
เขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืนสะกดข่มจนแทบโงหัวไม่ขึ้น จากนั้น นางยัง
ตกอยู่ภายใต้พายุพลังที่เกิดจากการปะทะกันของกรงเล็บพิฆาต มังกร
และเขตแดนสวรรค์สิบอีกา
ทว่าในเวลานี้ สีหน้าของนางกลับคล้ายบ่งบอกว่านางไม่ได้รับ ผลกระทบ
แม้แต่น้อย เท้าเปล่าที่ขาวผ่องปานเย้ยหิมะไม่มีฝุ่นดินแปด เปื้อนแม้สัก
ธุลีเดียว
นางยืนนิ่งกลางอากาศราวกับเงาภูตพราย พลังสีม่วงในดวงตา หนาแน่น
เข้มข้นจนแทบจับต้องได้ หากจั่วม่อเห็นเช่นนี้มันจะต้องตื่นตระหนกตกใจ
แสงสีม่วงในดวงตาอากุ่ยเพิ่มความลี้ลับน่าพรั่นพรึงอีกส่วน หนึ่ง พลัง
สภาวะหนาแน่นหนักหน่วงยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
อากุ่ยสีหน้าเฉยชาเหมือนรูปสลัก นางเหลือบมองจั่วม่อแวบหนึ่ง ชั่ว
พริบตานั้นใบหน้ากระด้างเฉยชาดุจหินผาคล้ายหลอมละลายดั่งหิมะใต้
แสงตะวัน
ชั่วแวบเดียวนั้นแฝงไว้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกนับร้อยพันประการที่มี อาจ
บรรยายออกมา แต่เพียงชั่วแวบเดียวสีหน้านางก็กลับเป็นเฉยชาไร้
อารมณ์ดุจเดิม
สองเท้าเปล่าก้าวเดินขึ้นไปบนอากาศธาตุโดยไร้สุ้มเสียง จากนั้นนาง ร่าง
หายวับไปในบัดดล
จั่วม่อไม่ล่วงรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอากุ่ย ยามนี้มันมุ่งเน้น สมาธิ
จิตใจอยู่ที่อวี่ไสว้
ในใจมันไม่มีความคิดฟุ้งซ่านแม้แต่น้อย! เขตแดนสวรรค์สิบอีกา!
เมื่อท้องฟ้ากลับกลายเป็นสีแดงเข้มอีกครั้ง หลายคนรีบเงยหน้าขึ้น มอง
อย่างลนลาน เขตแดนสวรรค์สิบอีกาที่เมล็ดผลึกสุริยันสำแดงพลัง ออกมา
ทรงอานุภาพเสียจนพวกมันหวาดผวาจากขั้วหัวใจ
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าพวกมันก็พบว่าเขตแดนสวรรค์สิบอีกาของ จั่วม่อ
หาได้ทรงพลังอำนาจเฉกเช่นก่อนหน้านี้ไม่
ด้วยเหตุนี้เอง อวี่ไสว้ยิ่งมีความเชื่อมั่นมากกว่าเดิม ว่าผู้ที่ต่อกรกับ กรง
เล็บพิฆาตมังกรไม่ใช่เซี่ยวม่อเกอ แต่เป็นสมบัติวิเศษอีกชิ้นหนึ่ง ยิ่งคิด ได้
เช่นนี้ รอยยิ้มเหยียดหยามดูแคลนยิ่งสยายกว้างกว่าเดิม นี่หมายความ
ว่ามันไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเขตแดนสวรรค์สิบอีกา ยิ่งไปกว่า
นั้น มันกลับขุ่นเคืองใจขึ้นมาแทน เขตแดนระดับด่านเจียงเช่นเขตแดน
สวรค์ สิบอีกา เซี่ยวม่อเกอผู้เหิมเกริมถึงกับบังอาจใช้ของเช่นนี้มาต่อกร
กับมัน!
ช่างยโสโอหังนัก!
เผ่าปิศาจถือสาเรื่องศักดิ์ฐานะและระดับชั้น ต่อหน้าจอมปิศาจด่าน ไสว้
ชนชั้นด่านเจียงไม่ต่างจากมดปลวก
อวี่ไสว้ครอบครองกองทัพอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร มิหนำซํ้าพลังฝีมือ ด่าน
ไสวของมันยังเพียงพอให้มันหยามดูแคลนทั่วหล้า จนกระทั่งถึงยามนี้ มัน
ที่ไม่ถือสาหาความชั่วม่อ เพียงเพราะนิสัยชื่นชอบยอดยุทธ์เยาว์วัยที่มี
พรสวรรค์เหนือลํ้า แต่ถึงตอนนี้ในใจมันอัดแน่นไปด้วยความคิดฆ่าฟันไม่
มีความเมตตากรุณาใด ๆ อีก!
ทันใดนั้น เขตแดนสวรรค์สิบอีกาเริ่มขับเคลื่อน เสาสีทองต้นหนึ่งพุ่งดิ่งลง
มาจากฟากฟ้า เสากระทั่งเมืองอีกาทองคำ!
รอยยิ้มเหยียดหยามของอวี่ไสว้ยิ่งกดลึก เซี่ยวม่อเกอผู้นี้ไม่รู้จักดีชั่ว ช่างโง่
งมราวกับวัว!
กระบวนท่านี้ตั้งแต่แรกก็ไม่อาจส่งผลคุกคามต่อมัน แต่เซี่ยวม่อเกอ ยัง
กล้าใช้กระบวนท่านี้เป็นหนที่สอง ช่างน่าขันนัก
กระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวจ่อจี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า ทันใดนั้นหยาดพิรุณหมุน คว้างเข้า
มาผนึกรวมรั้ง ม้วนตลบไปยังจุดหนึ่ง
สายฝนนับไม่ถ้วนแหวกว่ายอย่างประเปรียว หมุนคว้างเข้าไป ล้อมรอบ
เสากระทั่งเมืองอีกาทองคำ
“คนโง่!” จั่วมอเองก็มีรอยยิ้มเหยียดหยามดูแคลนคล้าย ๆ กันจุดขึ้น ที่ริม
ฝีปากวูบหนึ่ง ก่อนที่สีหน้าจะกลับมาจดจ่อตั้งมั่นดังเดิม
นี่คือเสากระทั่งเมืองอีกาทองคำไม่ผิดแน่ มิหนำซํ้าพลังสภาวะยัง คล้าย
เหมือนกับเมื่อครั้งก่อนไม่มีผิดเพี้ยน
เมื่อม่านพิรุณหมุนคว้างเข้ามาล้อมกรอบเสากระทั่งเมืองอีกาทองคำ
สนามพลังแปลกประหลาดพลันก่อเกิดขึ้น ห้อมล้อมเสากระทั่งเมืองอีกา
ทองคำจากทุกทิศทุกทาง ฉับพลันนั้นเสากระทั่งเมืองอีกาทองคำราวกับ
จมลงไปในบึงโคลน ชะลอช้าลงทันที
แต่บนใบหน้าจั่วมอไม่มีร่องรอยตื่นตระหนก ดวงตาพลันทอประกายวาบ
มันแค่นเสียงเบา ๆ จากนั้นตวาดอย่างกราดเกรี้ยว “แตก!”
บึ้ม!
เสากระทั่งเมืองอีกาทองคำพลันแตกระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
เข็มลำแสงสีทองนับไม่ถ้วนสาดกระจายไปทั่วสี่ทิศแปดทาง ม่านพิรุณที่
ห้อมล้อมเสากระทั่งเมืองอีกาทองคำพลันระเหยหายไปในพริบตา ห่าเข็ม
แสงสีทองทะลวงผ่านเข้าไปในม่านพิรุณ
อวี่ไสว้แค่นเสียงหนัก ๆ ร่างสะท้านขึ้น!
มันคาดคิดไม่ถึงว่าจั่วม่อจะขุดหลุมพรางกับดักเอาไว้ สีหน้าของมัน ทั้งตก
ตะลึงทั้งเดือดดาล
ในยามที่เมล็ดผลึกสุริยันบังคับใช้เขตแดนสวรรค์สิบอีกา จั่วม่อได้ชมดู
กระบวนการทั้งหมดทั้งแต่ต้นจนจบ มันจดจำทุกการเปลี่ยนแปลงของ
เขตแดนสวรรค์สิบอีกาจนขึ้นใจ นี่เป็นสิ่งที่ในอดีตมันไม่เคยจินตนาการได้
ไม่มีผู้ใดกล้าโอ้อวดว่าพวกมันเข้าใจเขตแดนสวรรค์สิบอีกาเป็นอย่างดี
กระทั่งผู้เยากับเว่ยยังไม่ล่วงรู้สิ่งใดเกี่ยวกับเขตแดนสวรรค์สิบอีกามากนัก
นี่เป็นเรื่องที่จั่วม่อจำเป็นค้นคว้าลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง
มันไม่ได้คาดฝันว่าเมล็ดผลึกสุริยันจะหยิบยืมเขตแดนสวรรค์สิบอีกา เข้า
ต่อกรกับคู่มือชั้นยอดเช่นกรงเล็บพิฆาตมังกร เป็นเหตุให้ความลับ ทั้งหมด
ของเขตแดนสวรรค์สิบอีกาถูกเปิดเผยออกมาจนทะลุปรุโปร่ง พลัง
ระดับสูงยังชี้นำการเปลี่ยนแปลงทุกกระบวนท่าในเขตแดนสวรรค์สิบอีกา
ช่วยหนุนส่งให้แผนผังปิศาจของมันเติบโตเต็มที่
นี่ล้วนเป็นประโยชน์ต่อจั่วม่ออย่างมหาศาล
เขตแดนสวรรค์สิบอีกาที่เติบใหญ่สมบูรณ์พร้อม หลังจากได้ชมดูการ
เปลี่ยนแปลงทุกกระบวนท่าของเขตแดนสวรรค์สิบอีกา มันก็ล่วงรู้ทิศ
ทางการฝึกปรือที่จะช่วยยกระดับพลังของมันขึ้นไปอีกขั้น
มันยังคงต้องใช้เวลาแยกแยะและฝึกปรือสิ่งที่มันได้รับในวันนี้ แต่ต่อ ให้
ยามนี้ไม่มีกรงเล็บพิฆาตมังกร ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังฝีมือของจั่วม่อ
ได้แปรเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
นี่คือสิ่งที่อวี่ไสว้ไม่มีทางคาดเดาได้ จั่วมอในตอนเริ่มศึกกับจั่วม่อใน ยาม
นี้ แทบจะเป็นคนละคนกันอย่างสมบูรณ์
มันจงใจใช้เสากระทั่งเมืองอีกาทองคำ เพียงเพื่อจะหลอกลวงอวี่ไสว้
ตั้งแต่แรก
รอจนเห็นอวี่ไสว้ร่างส่ายโงนเงน ก็ทราบว่ามันทำสำเร็จแล้ว! อย่างไร ก็
ตาม มันไม่ได้รู้สึกลำพองใจแต่อย่างใด การต่อสู้อันยากลำบากที่เดิมพัน
ด้วยชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
คิดฆ่าจอมปิศาจด้านไสว้ไหนเลยจะง่ายดายถึงเพียงนี้?
หากเป็นสถานที่อื่นและสถานการณ์ที่ต่างออกไป จั่วมือแน่นอนว่า ต้องไม่
เลือกวิถีทางที่สุ่มเสียงอันตรายถึงชีวิตเช่นนี้ แต่มันทราบกระจ่างแก่ ใจ
วันนี้หากไม่เข่นฆ่าอวี่ไสว้ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว สิ่งที่รอคอยพวกมันอยู่ก็คือ
การไล่ล่าที่ไม่มีจุดจบสิ้น อวี่ไสว้ผู้นี้มิใช่เพียงแค่มีพลังฝีมือสูงส่งสุดยอด
แต่ยังครอบครองกองทัพอันทรงพลัง หากปล่อยให้มีโอกาสพลิกฟื้น
เช่นนั้นความตายของพวกมันทั้งหมดก็เป็นเรื่องช้าหรือเร็วเท่านั้น
ดังนั้นจั่วม่อเมื่อตัดสินใจเด็ดขาด มันก็ทุ่มเดิมพันชีวิตโดยไม่รีรอลังเล
เมื่อกระบวนท่าแรกลงมือสำเร็จดังใจหมาย กระบวนท่าที่สองก็ ติดตาม
มาในบัดดล
เปี๋ยหานนำทัพกองพันบาปเคราะห์บุกเข่นฆ่าเข้าไปในแถวทัพศัตรู
ประหนึ่งมีดคมกล้าตัดผ่านเต้าหู
ในสายตาของมัน ช่องว่างรอยโหว่ในกระบวนทัพของกององครักษ์ หยาด
พิรุณเห็นได้ชัดเจนกระจ่างแจ้งดีเหลือเกิน ไพร่พลกองพันบาป เคราะห์
ของมันล้วนเป็นปิศาจที่ดวงวิญญาณไม่สมบูรณ์ พวกมันไม่รู้จัก ความ
กลัว ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ทุกคนจะปฏิบัติตามคำสั่งของเปี๋ยหาน อย่าง
เคร่งครัดทุกกระเบียดนิ้ว นับเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง
เบี๋ยหานผู้ซึ่งมักสงวนท่าที ยามนี้ประหนึ่งดาบคลุมกระบี่คลั่งที่ปก คลุม
ด้วยเปลวเพลิง บุกเข่นฆ่าอาละวาดราวกับพยัคฆ์โผนกลางฝูงแกะ
กององครักษ์หยาดพิรุณร้อยพันไม่คิด คิดไม่ถึงว่าศัตรูจะกล้าบุก โจมตีเข้า
มาในกระบวนทัพของพวกมันตรง ๆ !
ภายใต้สภาวะเข่นฆ่าอย่างบ้าคลั่งของฝ่ายตรงข้าม พวกมันประสบ ความ
สูญเสียอย่างใหญ่หลวงทันที
กองพันบาปเคราะห์กอรปด้วยสภาวะดุจอัสนีบาตฟาดทลาย สะบั้น กอง
องครักษ์หยาดพิรุณอันใหญ่โตออกเป็นสองส่วนในไม่กี่อึดใจ
หากมีคนมองลงมาจากท้องฟ้า พวกมันจะเห็นชัดตาว่าเส้นทางที่กอง พัน
บาปเคราะห์บุกทะลวงเข้าไป กลับไม่ได้เป็นเส้นตรงดิ่งอย่างที่เข้าใจ แต่
เป็นเส้นทางอันคดเคี้ยวอย่างน่าประหลาด
สำหรับเบี๋ยหาน เส้นทางในการบุกทะลวงแต่ละครั้งส่วนถูกต้อง แม่นยำ
ทุกตำแหน่งที่มันเข่นฆ่าผ่าน ล้วนเป็นช่องว่างรอยโหว่ที่มันเฝ้า สังเกตอยู่
ตลอดเวลา!
กององครักษ์หยาดพิรุณในที่สุดค่อยฟื้นตื่นจากความแตกตื่นตะลึง
จากนั้นพวกมันพบว่าแถวทัพอันแน่นขนัดของพวกมันกลับถูกศัตรู ตัดแบ่ง
ออกเป็นสองส่วน! ซากศพกลาดเกลื่อนอยู่ทั่วทุกแห่งหน กระบวน ทัพของ
พวกมันสับสนอลหม่าน เสียขบวนรวนเรไปหมด กององครักษ์ หยาดพิรุณ
ที่มักทระนงถือดีไหนเลยจะทนทานรับสภาพนี้ได้ ล้วนพิโรธ โกรธกริ้วกัน
ถ้วนหน้า!
เคยมีคนกล้าบุกโจมตีกององครักษ์หยาดพิรุณตั้งแต่เมื่อใดกัน?
และความสามารถในการรบของกององครักษ์หยาดพิรุณ เคยมีผู้คน กล้า
มองข้ามศีรษะของพวกมันตั้งแต่เมื่อใด?
ยามนี้กององครักษ์หยาดพิรุณค่อยสำแดงรากฐานอันลึกลํ้าของพวก มัน
ออกมา แม้ว่าอวี่ไสว้ไม่อยู่ที่นี่ แม่ทัพนายกองด่านเจียงหลายคนก็เริ่ม
ควบคุมกระบวนทัพอย่างจัดเจนเหล่ายอดยุทธ์องครักษ์หยาดพิรุณที่โชค
ดีรอดชีวิตจากศึกรอบแรก รีบหวนกลับไปยังตำแหน่งในแถวทัพของพวก
มันทันที ส่วนบรรดายอดยุทธ์ที่อารักขาอยู่ข้างรถศึก พากันโถมออกไป
ด้านหน้าสุด ด้วยหวังจะยื้อเวลาให้กองทัพใหญ่ได้ตั้งหลักมั่น
แต่น่าเสียดายที่พวกมันประเมินระดับพลังของแม่ทัพบัญชาการศึกที่ ต้อง
เผชิญหน้าด้วยตํ่าทรามเกินไปมาก
ใบหน้าเย็นชาของเบี๋ยหานพลันแสยะยิ้ม
มันรู้สึกราวกับว่าโลหิตเดือดพล่านในใจอัดแน่นไปด้วยความ กระหายการ
ต่อสู้ แทบคิดแหงนหน้าคำรามให้ถึงชั้นฟ้า
“ฆ่า!” เสียงตวาดดังกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน
กองพันบาปเคราะห์ลงมือเข่นฆ่าเป็นคำรบสอง!
จั่วม่อหวาดระแวงเขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืนของอวี่ไสว้เป็นอย่าง ยิ่ง
ดังนั้นเลือกทำศึกในระยะประชิด
มันยามนี้เริ่มคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงในเขตแดนสวรค์สิบอีกา แต่ หนึ่ง
นั้น มันเพิ่งจะได้พบเห็นมาเพียงครั้งเดียว ยังไม่ได้เชี่ยวชาญเจนจัดใน
การเปลี่ยนแปลงทุกกระบวนท่าเหล่านั้น และสองเขตแดนสวรรค์สิบอีกา
ในระดับชั้นด่านเจียง ย่อมมิใช่คู่มือของเขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืนที่
จัด อยู่ด้านไสว้ ตัวมันเองมิใช่เมล็ดผลึกสุริยันไม่อาจใช้พลังชั้นสูงได้
จั่วม่อเต็มไปด้วยสีหน้าท่าทีชนิดที่ว่าไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันกับอวี่ไสว้
อวี่ไสว้มีศักดิ์ฐานะสูงส่งมาเป็นเวลานาน หลายปีมาแล้วที่ไม่มีผู้ใด ขวัญ
กล้าบังอาจพอที่จะล่วงเกินมัน อย่าว่าแต่ไม่ยินยอมทำตามที่มัน ต้องการ!
ปะทะหักหาญในระยะประชิด? อย่าได้นึกว่ามันจะหวั่นเกรง!
กระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวหายวับไปจากมือ โดยไม่เห็นมันมีท่าทางใด เพียง
พลิกฝ่ามีอวูบ ทำท่าคว้าจับไปทางจั่วม่อ
ฟอ!
ประดุจเสียงขู่ของอสรพิษ เงากรงเล็บมหึมาพุ่งวาบออกจากมือของ อวี่
ไสว้จู่โจมเข้าหาจั่วม่ออย่างดุดัน
จั่วม่อรู้สึกในสายตาดับมืดวูบ เงากรงเล็บมหึมาครอบฟ้าคลุมดิน ปิดบัง
ม่านสายตาของมันอย่างแยบคาย กระแสลมอันน่าสะพรึงกลัวฉก วาบเข้า
หามันดุจอสรพิษร้าย
จั่วมอในดวงตาสาดประกายพลุ่งพล่าน มันไม่หลบหลีก ประกบสอง มือ
เข้าหากัน ร่างสาดพุ่งดิ่งเข้าหาเงากรงเล็บอย่างหักโหม
ทันใดนั้น แสงสีทองที่มีรูปทรงคล้ายหนามแหลมห่อหุ้มทั่วร่างของ จั่วม่อ
กอรปด้วยพลังสภาวะแหลมคมสุดเปรียบปาน ตรงเข้าปะทะกับเงา กรง
เล็บมหึมาของอวี่ไสว้อย่างไม่กลัวเกรง
หนามด้ายทอง! หนึ่งในสิบร่างแปลงของอุปกรณ์สวรรค์สิบอีก! สองพลัง
กระแทกปะทะอย่างหักโหม เต็มไปด้วยความเหี้ยมหาญดุดัน
ตูม!
จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง ในม่านสายตามีแต่แสงเจิดจ้าบาดตา เผชิญ แรง
กระแทกสะท้อนหนักหน่วงรุนแรงดุจสายฟ้าฟาด มันแค่นเสียงหนัก ๆ
อย่างช่วยไม่ได้ แต่มือทั้งสองของมันยังมั่นคง ไม่สั่นสะท้านแม้แต่น้อย
สายตาค่อยเห็นชัดแจ้ง มันโถมทะยานผ่านเงากรงเล็บเข้าไป!
จั่วม่อความเชื่อมั่นเพิ่มพูนไม่หยุดยั้ง ลำแสงสีทองเจิดจ้าสาด ประกายอีก
ครั้ง คราครั้งนี้พลังสภาวะยังแหลมคมกว่าเดิมเสียอีก
และในเวลานี้เอง ทหารยันต์ทองคำดำกับอากุ่ยพากันลอบเข้า ประชิดอวี่
ไสว้จากคนละด้าน
ฝ่ายพวกมันล้อมกรอบอวี่ไสว้เอาไว้แล้ว!
ทว่าอวี่ไสว้บนใบหน้าไม่มีวี่แววแตกตื่นลนลาน มันไม่สะทกสะท้าน แม้แต่
น้อย ราวกับว่าเงากรงเล็บที่ถูกทำลายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับมัน
อวี่ไสว้เพียงเพ่งมองจั่วม่อ จากนั้นจู่ ๆ ก็แย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทั้ง
สาแก่ใจ ทั้งเหยียดหยามดูแคลน
ทันใดนั้นเอง จั่วม่อรู้สึกว่าถูกพลังดูดอันกร้าวแกร่งและแปลก ประหลาด
ฉุดดึงร่างของมันไปทางหนึ่ง
นี่มัน! จั่วม่อตะลึงงัน
“หรือเจ้าคิดจริง ๆ ว่าเขตแดนของด้านไสว้ จะมีเพียงความสามารถ
ธรรมดาสามัญเท่านั้น?”
ในพื้นที่สามสิบจั้งรอบกายอวี่ไสว้จู่ๆ ม่านฝนก็เริ่มสาดเทอย่างหนา หนัก
ท่ามกลางม่านพิรุณอันแปลกประหลาด สุ่มเสียงเย้ยหยันของอวี่ไสว้ ดัง
กังวานเข้าหูของจั่วม่ออย่างชัดเจน
เขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืน!