สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 740 พิโรธ
หมิงเยวี่ยเยี่ยนั้นนับตั้งแต่ถือกำเนิดเกิดมาก็มีศักดิ์ฐานะสูงส่ง เข้า
ร่วมสมาพันธ์อัจฉริยะตั้งแต่อายุยังเยาว์ จากนั้นก็ทะยานขึ้นเป็นผู้อาวุโสที่
อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้ยังเป็นผู้ที่มีแนวโน้มมากที่สุดว่าจะขึ้น
เป็นประมุขคนต่อไปของสภาผู้อาวุโสแห่งภพอสูร ในชีวิตนางไม่ว่าเมื่อใด
ล้วนมีผู้พิทักษ์มากมายให้การปกป้องคุ้มครอง นางประหนึ่งจันทร์สกาว
กลางเวหาหาว เมื่อใดที่นางปรากฏกาย รัศมีเรืองรองผ่องอำไพของนางจะ
ข่มสรรพสิ่งรอบกายให้หม่นหมองสี
ผู้สูงส่งเช่นนางจะเคยถูกผู้คนแค่นเสียงเรียกว่า ‘นางหนูน้อย’ ตั้งแต่
เมื่อใดกัน
หมิงเยวี่ยเยี่ยพอได้ยินวาจานี้ ถึงกับอึ้งงันไปครึ่งค่อนวัน แม้แต่
บรรดาผู้อาวุโสรอบกายนางยามกระทันหันยังไม่รู้ตัวว่าต้องมีปฏิกิริยาเช่น
ไร
ก่อนหน้านี้มันกระทั่งมีความรู้สึกที่ดีต่อเซี่ยวม่อเกออยู่บ้าง แต่ชั่ว
พริบตานี้ ความรู้สึกที่ดีทั้งหมดอันตรธานหายไป แทนที่ด้วยความไม่ชอบ
ใจและเคียดแค้นชิงชังอย่างลึกล้า
มันจ้องมองตรงไปที่เซี่ยวม่อเกออย่างไม่สะทกสะท้าน กล่าวเสียงเย็น
ชา “เซี่ยวเซียนเซิง อย่าได้ไม่ระวังปากจนตอแยเภทภัยใส่ตัว!”
“เภทภัย
จั่วม่อยิ้มกว้างแทบเป็นแสยะ เผยให้เห็นฟันขาววับราว
หิมะสองแถว
วาจายังไม่ทันจะกล่าวจบ เห็นเมฆหมอกสีรุ้งกลุ่มหนึ่งผุดขึ้นจากพื้น
อย่างกะทันหัน ตรงเข้ารัดพันรอบสองขาของฟงซิ่นจื่อ
สำหรับคนทั่วไป ความเข้าใจที่พวกมันมีต่อฟงซิ่นจื่อนั้นเรียกได้ว่า
จำกัดจำเขี่ยยิ่ง ผู้คนเพียงล่วงรู้ว่ามันเคยทำศึกทลายคุกประสบชัยครั้ง
หนึ่งเท่านั้น กระทั่งท่ามกลางสภาผู้อาวุโสแห่งเผ่าอสูร น้อยคนนักที่จะ
ล่วงรู้ว่าฟงซิ่นจื่อเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการไขปัญหาพลังเทพ!
นอกจากนี้ยังแทบไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ในบรรดาสมาชิกแกนหลักของกลุ่มนี้
นอกจากหมิงเยวี่ยเยี่ยแล้ว มันนับเป็นคนที่สองซึ่งยังไม่บรรลุถึงด่านอสูร
ฟ้า เพียงแต่มันซุกซ่อนภูมิปัญญารอบรู้อันยิ่งใหญ่ไว้ภายใน ไม่เคยสำแดง
ออกนอกหน้า ดังนั้นจึงยากที่ผู้ใดจะค้นพบได้
ฟงซิ่นจื่อตวาดด้วยโทสะ ผลุบผลุบผลุบ เห็นมวลบุปผาสีขาวราว
หิมะเบ่งบานขึ้นรอบกายของมันอย่างฉับพลัน
บุปผากลีบบางเหล่านี้ซุกซ่อนพลังอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ กลับ
ผลักดันเมฆหมอกสายรุ้งซึ่งรัดพันรอบสองขาของมันออกไป ฟงซิ่นจื่อ
กำลังจะฉวยโอกาสนี้ล่าถอยออกจากจุดอันตราย แต่แล้วทันใดนั้นเมฆ
สายรุ้งกลับผุดขึ้นล้อมกรอบมันเอาไว้เป็นคำรบสอง ซ้าร้ายยังมากมาย
และร้ายกาจกว่าเมื่อครู่อีกหลายขั้น
มันรู้สึกทั่วร่างตึงแน่น ถูกสนามพลังประหลาดลี้ลับสะกดตรึงอยู่
โดยรอบ
ทันใดนั้นฟงซิ่นจื่อดวงตาสาดประกายวาบ เสียงตวาดดังสดใส ดอก
ผักตบชวาสีขาวหิมะพลันแตกระเบิดอย่างรุนแรง กลีบบุปผาขาวพราว
พร่างนับไม่ถ้วนปกคลุมร่างของมันไว้ภายใน
กลีบดอกผักตบชวาเหล่านี้กอรปไปด้วยพลังเทพ ราวกับร่ายเวทวิชา
สะกดตรึง หยุดค้างอยู่กลางอากาศอย่างพิสดาร
เมื่ออยู่ท่ามกลางมวลกลีบบุปผา ฟงซิ่นจื่อรู้สึกว่าแรงกดดันลด
น้อยลงมาก กลีบดอกผักตบชวาเหล่านี้ก่อตัวเป็นตาข่ายร่างแหขนาด
มหึมา นี่เป็นสนามพลังของฟงซิ่นจื่อ!
เนื่องเพราะมันถูกเมฆหมอกสีรุ้งสะกดตรึงเอาไว้ บริเวณสนามพลัง
ของฟงซิ่นจื่อจึงถูกบีบอัดให้แคบลงจนถึงขีดสุด แต่นี่ก็ทำให้สนามพลัง
ผนึกรวมรั้งจนกล้าแข็งถึงขีดสุดเช่นกัน!
เมฆหมอกสีรุ้งอันแปลกประหลาดถูกกลีบบุปผาสีขาวบอบบางปิดกั้น
ไว้
? ใช่รำคาญในการมีชีวิตสืบต่อแล้วหรือไม่ อ้อ ข้า
เรียกนางว่านางหนูน้อยแล้วจะเป็นไร?
? พวกเจ้าไม่ยอมรับ พวกเจ้า
กลุ่มนางหนูน้อย! นางหนูน้อยเอ๊ย! อาฮ่า ตอแยเภทภัยเช่นนั้นรึ?
จัวม่อแสยะยิมกว้างเผยฟันขาวสองแถว ทีดูไม่ผิดจากคมเขียวเงาวับ
สองแถว
หมดน้าที่สร้างขึ้นด้วพลังหยินบริสุทธิ์ หากเป็นปิศาจทั่วไปอาจเป็น
วัตถุดิบสำหรับใช้ในบ่อโอสถหรือใช้หลอมสร้างศาสตรามาร แต่สำหรับ
จั่วม่อ นี่คืออาวุธสังหารอันน่าขนพองสยองเกล้า!
ไข่มุกหยินประลัยกัลป์!
ท่าสังหารซึ่งจั่วม่อใช้ครั้งแรกเมื่อยามที่เพิ่งออกท่องโลกกว้าง แม้จะ
ร้างราจากการใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่มันยังจดจำ ‘ตำรามุกหยิน
ประลัยกัลป์’ ได้แม่นยำทุกบททุกตอน มิหนำซ้าเมล็ดพันธุ์เพลิงไฟของมัน
ในยามนี้กลายเป็นเพลิงเทพสุริยันอันร้ายกาจ
จั่วม่อกางสองมือออกกว้าง จากั้นทำท่าคว้าจับไข่มุกหยินบริสุทธิ์
หลายสิบลูกล่องลอยมาอยู่เบื้องหน้ามัน ไฟสีทองพลันพวยพุ่งออกจากฝ่า
มือของมัน ลุกโชนและห่อหุ้มรอบไข่มุกหยินประลัยกัลป์บริสุทธิ์ที่ลอยเข้า
หา
รอจนเปลวไฟจางหายไป ในฝ่ามือของจั่วม่อก็ปรากฏไข่มุกกลม
เกลี้ยงที่ปกคลุมด้วยลวดลายสีทองหลายสิบลูก
ไข่มุกกลมเกลี้ยงเหล่านี้ไม่อาจเรียกว่ามุกหยินประลัยกัลป์อีกต่อไป
แต่เป็นไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์!
จั่วม่อหัวร่ออย่างเย็นชา ตวัดมือซัดไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์เข้า
หาฟงซิ่นจื่ออย่างไม่รีรอ!
ชวพรบตาทไขมุกเทพหยนประลยกลปกระทบถูกกลบบุปผาขาว
ของฟงซิ่นจื่อ แสงสีทองระเบิดวาบในบัดดล! พลังแกร่งกร้าวสุดเปรียบ
ปานของพลังเทพสุริยันกวาดวูบออกไปทุกทิศทุกทาง นำพาเปลวไฟสีทอง
ลุกโหมไปทั่ว กลีบดอกไม้ขาวพอแตะถูกเพลิงเทพสีทองพลันถูกแผดเผา
จนสิ้นสูญ
ฟงซิ่นจื่อล้ายถูกอัสนีบาตฟาดใส่กลางศีรษะ ร่างสะท้านขึ้นโดยแรง!
ไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์หลายสิบเม็ดพลันระเบิดขึ้นติดต่อกันใน
พื้นที่
ไข่มุกเทพหยินระเบิดหนึ่งเม็ด ฟงซิ่นจื่อก็สะท้านขึ้นหนึ่งครั้ง ชั่ว
พริบตานั้นมันไม่รู้ว่าร่างสะท้านติดต่อกันกี่ครั้งกี่ครา ชั่วอึดใจให้หลัง มันสี
หน้าขาวเผือด กลีบบุปผารอบกายแหลกสลายเกือบหมดสิ้น แทบไม่
หลงเหลือให้เห็น
ภายใต้การโจมตีอย่างเกรี้ยวกราดดุดันของไข่มุกเทพหยินประลัย
กัลป์ ฟงซิ่นจื่อบาดเจ็บสาหัสปางตาย
กระทั่งผู้นำเทพปิศาจยังพ่ายแพ้อย่างยับเยินภายใต้ ‘สวนสวรรค์
จักรพรรดิต้องห้าม’ นับประสาอะไรกับฟงซิ่นจื่อที่อ่อนด้อยกว่ามาก
ทุกผู้คนล้วนแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ พลานุภาพของไข่มุกเทพยิน
ประลัยกัลป์สีทองเหนือความคาดหมายของพวกมันไปมาก ชนชาวปิศาจ
มักภาคภูมิใจในสังขารร่างกายอันกล้าแกร่งของพวกมัน แต่สิ่งที่เซี่ยวม่อ
เกอ ใช้ออกมาไม่ใช่กระบวนท่าของเผ่าปิศาจอย่างแน่นอน
ทว่าพลานุภาพสะท้านฟ้าสะเทือนดินโดยแท้… …
แรงระเบิดของไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์แต่ละเม็ดนันปานอัสนีบาต
ฟาดทลาย ชวนให้ผู้คนใจสั่นสะท้าน หลายคนอดคิดไม่ได้ ‘หากเปลี่ยนเป็น
ตัวมันเองถูกถล่มด้วยของร้ายกาจนี้เล่า?’ หลังจากขบคิดอยู่ชั่วครู่ พวกมัน
พบว่านอกจากหลบหลีกให้พ้นแล้ว ก็ไม่มีหานทางปก้ไขอื่นใดอีก หากพวก
มันฝืนต้านรับซึ่งหน้าอาจไม่มีชีวิตรอดกลับมา แต่ละคนสีหน้ากลายเป็น
ขัดตายิ่ง
ซึ่งความจริงอย่าว่าแต่ผู้อื่น กระทั่งจั่วม่อเองยังแตกตื่นจนขวัญหนีดี
ฝ่อกับพลังของไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์ แต่มันรีบซ่อนอาการแตกตื่นไว้
อย่างรวดเร็ส พลังหยินในที่แห่งนี้ทั้งหนาแน่นและบริสุทธิ์ยิ่ง ไข่มุกเทพ
หยินประลัยกัลป์ที่มันหลอมสร้างขึ้นจึงกล้าแข็งถึงเพียงนี้
เมื่อหวนคิดทบทวน จั่วม่อยิ่งตื่นเต้นระทึกใจกว่าเดิมราวกับถูกฉีด
ด้วยเลือดไก่
มันทราบดีว่าเหตุบังเอิญเช่นนี้เป็นเรื่องของโชควาสนา มันอาจ
สามารถนำวังจักรพรรดิต้องห้ามติดตัวไปด้วย แต่มิใช่เส้นชีพจรปราณ
ปฐพีพลังหยิน จั่วม่อตกลงใจทันที ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องสนุกสนานให้
เต็มที่เสียคราวนี้
มันกวักมือเบา ๆ วู้ม ไข่มุกหยินบริสุทธิ์อีกนับร้อยลูกปรากฏขึ้นอีก
ครั้ง
ไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์แม้เกรี้ยวกราดทรงพลัง แต่อันที่จริงยังมี
จุดอ่อนใหญ่หลวง หากเป็นการต่อสู้ตามปกติทั่วไป ผู้ใช้พลังเทพคนใดไม่
? ก่อนที่ไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์จะทันกระทบถูก
คู่ต่อสู้ก็หายไปจากตำแหน่งนั้นตั้งแต่แรก
แต่ภายในวังจักรพรรดิต้องห้าม นี่กลับเป็นท่าสังหารที่ร้ายกาจสุด
เปรียบปาน หมอกสีรุ้งสร้างขึ้นจากค่ายกลยันต์และแผนผังปิศาจ สำแดง
ฤทธิ์ประหนึ่งบึงโคลนดูดไร้ก้นบึ้ง สะกดตรึงฟงซิ่นจื่อไว้ภายใน จนไม่มี
ปัญญาหลุดรอดออกไปได้ จากนั้นไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์จะสามารถ
เปล่งอานุภาพได้ถึงขีดสุด
การใช้สังขารร่างกายของตนต้านทานอานุภาพของไข่มุกเทพหยิน
ประลัยกัลป์อย่างซึ่งหน้า กระทั่งเผ่าปิศาจที่เลื่องชื่อด้านสังขารปิศาจอัน
กร้าวแกร่งเกรียงไกรยังไม่มั่นใจว่าจะกระทำได้ อย่าว่าแต่ฟงซิ่นจื่อซึ่งเป็น
เพียงอสูรที่มีร่างกายบอบบาง
“หน้าด้านไร้ยางอาย!” ฟงซิ่นจื่อตวาดอย่างเดือดดาล เส้นเอ็นปูด
โปนบนขมับ มันถึงกับเห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมดของจั่วม่อได้ชัดตา แต่จน
ใจที่สายหมอกรอบกายแกร่งกร้าวดุจโซ่เหล็ก รัดพันมันจนไม่มีปัญญา
ขยับเคลื่อนไหว
“ฮ่าฮ่า ถูกของเจ้า!” จั่วม่อหัวร่ออย่างชอบใจ ไม่ปิดบังเค้าอำมหิต
เหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของตน เพียงแค่นเสียงอย่างชิงชังรังเกียจ “หากข้า
ไม่ไร้ยางอายยิ่งกว่าพวกเจ้า ไหนเลยจะชำระสะสางตัวไร้ยางอายเยี่ยง
พวกเจ้าอย่างหมดจดได้
มันกล่าวไปก็หลอมสร้างไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์ไป ภายในชั่ว
กะพริบตาเดียว ไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์หลายสิบลูกก็ปรากฏขึ้น
ฟงซินจือหน้าเปลียนสี
จากการโจมตีครั้งก่อนมันก็รับบาดเจ็บหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ที่
สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ข่ายฟ้าผักตบชวาของมันก็ถูกทำลายสิ้นแต่แรก
“เซี่ยวม่อเกอ! เจ้าคิดเป็นศัตรูกับสภาผู้อาวุโสเผ่าอสูรเราจริง ๆ
หมิงเยวี่ยเยี่ยอดรนทนไม่ไหว ต้องสอดปากแทรกแซง ตวาดเสียงแข็งกร้าว
จั่วม่อเดือดดาลทะยานฟ้า “เกอขอเหยียดหยามเจ้า นางหนูน้อย
ตั้งแต่เริ่มแรกก็เป็นพวกเจ้าสร้างปัญหาให้แก่เกอ อาฮ่า ยามนี้พอพบว่า
ไม่ใช่คู่มือของเกอ กลับพลิกลิ้นบอกว่าเกอจะกลายเป็นศัตรูกับสภาผู้
อาวุโสแล้ว?”
หมิงเยวี่ยเยี่ยตะลึงงัน
จั่วม่อกล่าวอย่างดูแคลน “เกอจะทุบตีสภาผู้อาวุโสเจ้า แล้วจะ
เป็นไร เจ้าไม่ยินยอม?
กู่เหลียงเตาสีหน้ากระอักกระอ่วน เสกระแอมไอเบา ๆ แล้วกล่าวเป็น
เชิงปกป้องตัวเองอย่างอ่อนแรงว่า “กระทั่งกระต่ายพอจนตรอกยังขบกัด
คน… … หรือพูดอีกอย่างก็คือยามปฏิบัติต่อศัตรู ต้องดุร้ายเหี้ยมเกรียมดุจ
สายลมฤดูใบไม้ร่วงปลิดใบไม้ลงจากต้น อะแฮ่ม… … ส่วนเรื่องจรรยาของ
?
? เกอต้องการคิดบัญชี
กับพวกเจ้ามานานแล้ว!”
โดยไม่เอ่ยคำใดอีก ไข่มุกเทพหยินประลัยกัลป์นับร้อย ๆ ลูกที่ส่อง
ประกายสีทองอยู่ในมือ พลันตวัดซัดใส่ผู้อาวุโสเผ่าอสูรทั้งกลุ่มอย่างดุร้าย
ไม่เลือกหน้า!