สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 745 ยุคใหม่!
ในห้วงกลียุคอันสับสนวุ่นวาย การเปลี่ยนแปลงของโลกมักจะอุบัติขึ้น
อย่างเร่งร้อนและรวดเร็วเสียจนผู้คนตาลายละลาน เพียงชั่วข้ามคืน ใต้
หล้าก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในช่วงระยะนี้ เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายประการ
เหตุการณ์ใหญ่โตซึ่งดึงดูดความสนใจมากที่สุด ไม่มีใดเกินงานฉลอง
เฉือนแบ่งดินแดนของวัดเสวียนคง ขุมกำลังนับไม่ถ้วนกระโจนเข้ามาร่วม
วงประดุจฝูงสุนัขป่าหิวโหยรุมทึ้งเหยื่อ ผู้ที่ฉกฉวยผลประโยชน์ได้มาก
ที่สุดคือคุนหลุนและเทียนหวน พลังอำนาจของทั้งสองเพิ่มพูนขึ้นอย่าง
มหาศาล กลายเป็นสองยักษ์ใหญ่มหาอำนาจ ที่ใหญ่โตมโหฬารจนน่า
หวาดสะพรึง
ต่อมาเป็นเหตุการณ์ทางด้านแดนปิศาจ แดนปิศาจซึ่งเคยคับคั่งไป
ด้วยขุนศึกผู้กล้าเริ่มปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยของการผนวกรวมตัวเป็นปึกแผ่น
ในดินแดนร้อยเถื่อนนับวิหารเทพปิศาจมีขุมกำลังกล้าแข็งที่สุด ลำดับถัด
มาเป็นสหพันธ์จอมปิศาจด่านไสว้ ซึ่งมีตี๋ไสว้เป็นผู้นำ ในขณะเดียวกัน
พันธมิตรวีรบุรุษซึ่งนำโดยหาวไสว้ก็เรียกได้ว่าไม่รวบรัดธรรมดาเช่นกัน
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่ดินแดนร้อยเถื่อนมีการเปลี่ยนแปลง
มากมาย ในดินแดนแห่งความมืดอันไกลโพ้นกลับบังเกิดความ
เปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่าดินยิ่งกว่า จักรพรรดิองค์แรกแห่งดินแดน
ภายใต้การนำของยอดอัจฉริยะเซี่ยว ผู้เดิมทีเป็นเพียงนักบัญชีตัวเล็ก
ๆ ในซีเซวียน การพัฒนาดินแดนของกู่เหลียงเตาเป็นไปอย่างดุเดือดและ
รวดเร็วยิ่ง
กู่เหลียงเตา ซวงอวี่และเซี่ยว คนทั้งสามล้วนถือกำเนิดจากซีเซวียน
แต่บัดนี้รัศมีอันเรืองรองของพวกมันกลับสะกดข่มซีเซวียนจนหม่น
ประกาย พวกมันถูกขนานนามคู่กันว่าสามอัจฉริยะแห่งซีเซวียน ซึ่ง
แน่นอนว่าซีเซวียนต่อให้หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้
นอกเหนือจากทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว ยังมีขุมกำลังอีกฝ่ายหนึ่ง ที่
ดึงดูดความสนใจจากขุมกำลังทุกฝ่ายโดยไม่มีผู้ใดคาดฝันถึงมาก่อน …
ม่ออวิ๋นไห่ฉวยโอกาสเปิดศึกสายฟ้าแลบ ประดุจเทพวายุหนุนเสริม
ใช้เวลาเพียงหกเดือนบุกเข้ายึดครองห้าสิบหกอาณาจักรในรวดเดียว
ภายในช่วงหกเดือนนั้น พวกมันพิชิตขุมกำลังหลายสิบแห่งที่รุมล้อมเข้ามา
บดขยี้กองทัพนับร้อยขบวนอย่างต่อเนื่อง บีบบังคับให้ทุกฝ่ายถอยร่นไม่
เป็นท่า ซึ่งในจำนวนนั้นยังรวมถึงทัพจากคุนหลุนและเทียนหวน ทั้งสอง
มหาอำนาจด้วย
ด้วยพลังทำลายล้างสุดเกรี้ยวกราดอหังการนี้เอง บันดาลให้ขุมกำลัง
โดยรอบพากันอกสั่นขวัญแขวนไปตาม ๆ กัน
ขณะที่ทุกผู้คนเข้าใจว่าอีกหนึ่งมหาอำนาจกำลังจะถือกำเนิดขึ้น โดย
ไม่มีผู้ใดคาดคิด ม่ออวิ๋นไห่หลังจากเขมือบกลืนห้าสิบหกอาณาจักรลงไป
กลับหยุดการรุกคืบโดยไม่มีวี่แววล่วงหน้า
ในเวลานั้นยังไม่มีผู้ใดทันได้ขบคิดถึงความหมายเบื้องหลังของเรื่องนี้
การล่มสลายของวัดเสวียนคงเป็นงานเลี้ยงฉลองครั้งยิ่งใหญ่หาใด
เทียบ ทั้งขนาดใหญ่โตมหึมาและทรัพยากรอันมั่งคั่งบริบูรณ์ถึงที่สุดของ
มัน เมื่อเปรียบกับบรรดาขุมกำลังที่ล่มสลายลงในช่วงหลายพันปีมานี้ยัง
จัดอยู่ลำดับแรกโดยไร้ข้อกังขา พื้นที่เพียงแค่ห้าสิบหกอาณาจักรนั้น เป็น
เพียงส่วนยิบย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ของงานเลี้ยงฉลองสุดอลังการนี้เท่านั้น
สายตาของฝ่ายต่าง ๆ หันเหไปยังดินแดนที่ยังไม่ถูกตัดแบ่งออกไป
ผู้ที่หยิบฉวยดินแดนได้มากที่สุดคือคุนหลุน เทียนหวน และเก้า
มหานิกายพุทธที่ลดลงจากสิบมหานิกายพุทธ คุนหลุนและเทียนหวนอัน
ทรงพลังเฉือนแบ่งดินแดนของวัดเสวียนคงไปฝ่ายละหนึ่งในห้าส่วน เก้า
มหานิกายพุทธครอบครองสองในห้าส่วนของวัดเสวียนคง และส่วนที่เหลือ
อีกหนึ่งในห้า ถูกตัดแบ่งออกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยโดยขุมกำลังอื่น ๆ ที่
เหลือ
วัดเสวียนคงอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงหนึ่งในสี่มหา
สำนักผู้ครอบครองใต้หล้า บัดนี้ถูกบดขยี้จนล่มสลายสิ้น นับจากนี้จะคงอยู่
แต่ในบันทึกประวัติศาสตร์เท่านั้น
ขุมกำลังมากมายคลุ้มคลั่งจนสองตาแดงฉาน ปรารถนาจะเคลื่อนพล
ไปบดขยี้ม่ออวิ๋นไห่ในบัดดล เหล่าขุมกำลังที่เคยปราชัยย่อมไม่มีกำลัง
ขวัญมากพอที่จะเสนอหน้ามาอีก แต่ฝ่ายอื่น ๆ ซึ่งเข้าใจว่าตนกล้าแข็งพอ
ล้วนถูกอาณาจักรทรัพยากรห้าสิบหกอาณาจักรดึงดูดใจอย่างลึกล้า
แต่เมื่อยกทัพมาจ่อประชิดชายแดนของห้าสิบหกอาณาจักร พวกมัน
กลับต้องตกตะลึงพรึงเพริด เห็นป้อมปราการอาคมหวงห้ามเรียงรายแน่น
ขนัด ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ทว่าลำพังประกายเจิด
จรัสบาดตาซึ่งสาดส่องออกมาจากขบวนค่ายกลที่เรียงรายเป็นชั้น ๆ ก็
บันดาลให้ผู้คนหนังศีรษะชาซ่าน ได้แต่สูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ
ทั้งความมั่งคั่ง กำลังคนและกำลังทรัพยากรของม่ออวิ๋นไห่สะท้านใจ
ทุกผู้คน พวกมันไม่อาจขบคิดเข้าใจได้ ขบวนป้อมปราการค่ายกลอัน
ยิ่งใหญ่เกรียงไกรถึงเพียงนี้ คนเหล่านี้จะสามารถสร้างสำเร็จเสร็จสิ้น
ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ได้อย่างไร พวกมันเพียรตระเวนสำรวจไปทั่ว
ทุกพื้นที่ แต่ไม่อาจเสาะพบช่องว่างรอยโหว่แม้สักตำแหน่งเดียว
มีแม่ทัพบัญชาการศึกมากประสบการณ์บางคน ทุ่มเทใช้เวลา
มากมายทำการตรวจสอบวิเคราะห์ขบวนค่ายกลทั้งหมดบนแนวชายแดน
รอจนพวกมันวาดแผนที่ตำแหน่งของป้อมปราการเสร็จสิ้น พวกมันค่อย
พบว่าป้อมปราการอาคมหวงห้ามเหล่านี้เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อเกิด
เป็นขบวนค่ายกลป้องกันอันกล้าแข็งสุดเปรียบปานชุดหนึ่ง
ป้อมปราการค่ายกลเหล่านี้ไม่ได้เรียบง่ายแค่เพียงออกแบบมาเพื่อ
ป้องกันแม่น้าอาณาจักรเท่านั้น พวกมันแต่ละป้อมเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน
จัดวางไว้ในตำแหน่งที่คิดคำนวณมาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ เป็นระเบียบ
เรียบร้อยอย่างสมบูรณ์ ความสลับซับซ้อนของค่ายกลแทบจะเหนือล้ากว่า
หากศัตรูต้องการบุกโจมตี นอกจากจู่โจมทำลายไปทีละป้อม ๆ แล้ว
เกรงว่าไม่มีวิธีการอื่นใดอีก
ถึงยามนี้ผู้คนค่อยประจักษ์ชัด แผนการขยับขยายของผู้อื่นผ่านการ
คิดอ่านวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนเหลือเชื่อ! ผู้ที่มีใจละเอียดอ่อนเมื่อ
ดูจากแนวป้องกันนี้ ยังอ่านได้ถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อการ
ขยายตัวของขุมกำลังลึกลับนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจม่ออวิ๋นไห่อย่างแท้จริง
คือการหวนคืนสู่มาตุภูมิของกงเหยี่ยเสี่ยวหรง เมื่อกงเหยี่ยเสี่ยวหรงนำทัพ
ที่เหลือบุกฝ่าเอาชีวิตรอดกลับถึงเทียนหวน พวกมันหลงเหลือไพร่พลเพียง
เก้าร้อยกว่าคนเท่านั้น ทั่วทั้งเทียนหวนล้วนปลาบปลื้มยินดีเป็นล้นพ้น
ในไม่ช้าผู้คนก็ได้รับรู้ว่ากงเหยี่ยเสี่ยวหรงที่ต้องระหกระเหินในแดน
ปิศาจจนแทบเอาตัวไม่รอด เนื่องเพราะครั้งหนึ่งมันเคยปราชัยต่อกงซุนชา
เรื่องนี้หนุนส่งให้ชื่อเสียงของกงซุนชาพุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับชั้นหนึ่ง
ขณะที่ผู้คนกำลังกระหายใคร่รู้ ความลับอีกประการหนึ่งพลันผุด
ขึ้นมาโดยมีเค้าลางล่วงหน้า นั่นคือราชันแห่งม่ออวิ๋นไห่ จั่วม่อ ที่แท้มันก็
คือเซี่ยวม่อเกอผู้ก่อกวนแดนปิศาจจนแทบถล่มทลาย! เรื่องนี้มิทราบว่าทำ
ให้ขุมกำลังต่าง ๆ หนาวสะท้านมากน้อยเท่าใด และแล้วความลับประการ
ทุกฝ่ายที่เข้าร่วมศึกพิโรธเดือดดาลแทบคลุ้มคลั่ง แต่จวบกระทั่ง
หลายปีผ่านไป พวกมันยังสืบเสาะไม่พบเบาะแสใด
เหล่าผู้ก่อการคล้ายล่องหนหายไปในความว่างเปล่าเสียเฉย ๆ ไม่ทิ้ง
ร่องรอยไว้แม้สักน้อยนิด หลายปีมานี้ เหล่าปรมาจารย์ผู้มีฝีมือในการ
ทำนายทายทักเฝ้าพากเพียรค้นหาเบาะแส แต่ไม่เคยค้นพบสิ่งใด เป็นที่
แน่ชัดว่าโจรร้ายมีฝีมือเป็นพิเศษในการซ่อนเร้นตัวตน ใช้วิธีการอัน
ซับซ้อนปกปิดอำพรางญาณหยั่งรู้ของทุกผู้คนไว้อย่างสนิท
ล่วงมาถึงยามนี้ ทั้งภพเซียน แดนปิศาจและภพอสูร ทั่วทั้งโลกหล้า
พร้อมใจกันเข้าสู่ช่วงเวลาสั้น ๆ ของความสงบสุขชั่วคราวอันเปราะบาง
… …
… …
ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขดำเนินต่อไปเป็นเวลาห้าปีเต็ม
สำหรับม่ออวิ๋นไห่ ระยะเวลาห้าปีนี้มีความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งสำหรับกระบวนการพัฒนาพลังเทพของพวกมัน
เมื่อห้าปีที่แล้ว สำหรับคนทั่วไปพลังเทพยังคงเป็นสิ่งลี้ลับที่ห่างไกล
จนเกินเอื้อม เป็นขอบเขตซึ่งมีแต่ขุมกำลังสูงสุดไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถ
สัมผัสถึง แต่เวลาล่วงเลยมาถึงยามนี้ หลังจากห้าปีของการพัฒนา พลัง
เทพสารพัดชนิดพากันผุดขึ้นไม่ขาดสายราวกับดอกเห็ดหลังฝนตก
ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือที่สุด คือพลังเทพกระบี่แห่งคุนหลุนและยันต์
เทพยดาแห่งเทียนหวน ซีเซวียนมีพลังเทพห้าธาตุ แต่เป็นที่เห็นพ้อง
ต้องกันว่าพลังเทพห้าธาตุที่บริสุทธิ์และเหนือล้ายิ่งกว่า กลับเป็นพลังเทพ
ออกไปอยู่ดี ซึ่งความจริงภายใต้การเร่งฝึกปรือผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ การ
ระวังป้องกันไม่ให้เคล็ดฝึกปรือพลังเทพขั้นพื้นฐานแพร่กระจายออกไป
นับเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญจนมิอาจกระทำได้
แต่ในไม่ช้าไม่นาน ผู้ที่ได้รับเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพเมฆาไร้รูปค่อย
ได้ค้นพบอย่างเจ็บปวดใจ ว่าเมื่อเทียบกับพลังเทพอื่น ๆ แล้ว พลังเทพ
เมฆาไร้รูปยากจะฝึกปรือมากที่สุด เนื่องเพราะมันจำต้องฝึกปรือพลังทั้ง
สามเสียก่อน ซึ่งหมายความว่าผู้ฝึกต้องใช้เวลามากกว่าปกติอย่างน้อย
สามเท่าตัว
ผู้คนพากันหมดสิ้นความสนใจในพลังเทพเมฆาไร้รูปอย่างรวดเร็ว
พวกมันหันไปให้ความสนใจกับพลังเทพที่ถือกำเนิดจากพลังปราณแทน
คนเหล่านี้ในฐานะซิวเจ่อ ย่อมคุ้นเคยกับพลังปราณเป็นที่สุด พลังเทพที่ใช้
พลังปราณเป็นรากฐานจึงเหมาะสมพอดีกับความต้องการของพวกมัน ไม
ว่าพลังเทพเมฆาไร้รูปจะเลิศล้าสักปานใด พวกมันได้แต่ใช้เป็นตัวอย่าง
สำหรับอ้างอิงเท่านั้น
เคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพขั้นพื้นฐานของคุนหลุนและเทียนหวนจึง
แพร่กระจายออกไปด้วยประการฉะนี้เอง เคล็ดวิชาพื้นฐานเหล่านี้อาจไม่
เพียงพอที่จะช่วยให้ผู้คนบรรลุถึงพลังเทพ แต่ยังคงมอบแนวคิดแรง
บันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่สำนักอื่น ช่วยให้พวกมันเข้าใจถึงเส้นทางที่พวก
มันควรพัฒนารุดหน้าไป วิถีทางของคุนหลุนและเทียนหวนแผ้วถาง
เส้นทางที่พวกมันปรารถนา
ความจริงหลังจากนั้นยังพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดแจ้ง ว่าชนชั้นอัจฉริยะ
มิได้มีอยู่แต่ในสำนักใหญ่เท่านั้น
เหล่าอัจฉริยบุรุษแห่งสำนักต่าง ๆ พากันปิดด่านฝึกตนกันพร้อมหน้า
เพื่อคิดค้นพลังเทพของสำนักพวกมันเอง
ในช่วงเวลานี้เอง พลังเทพทุกชนิดถูกคิดค้นออกมาไม่เว้นแต่ละวัน
พวกมันส่วนใหญ่กระทั่งชั้นที่สองตามกฏเกณฑ์ของผูเยายังไม่อาจบรรลุ
ถึงได้ แต่ในหมู่พลังเทพเหล่านั้น ยังปรากฏพลังเทพมากมายที่มีเอกลักษณ์
ไม่เหมือนผู้ใด
สำหรับผู้คนทั้งหลาย พลังเทพไม่ใช่ความลี้ลับที่อยู่ไกลเกินเอื้อมอีก
ต่อไป
ในขณะที่พลังเทพยังคงพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ความแตกต่าง
ระหว่างบรรดาสำนักชั้นนำต่าง ๆ ก็ยิ่งลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ภพซิวเจ่อดู
เหมือนกลับคืนสู่ความสมดุลครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม บางสำนักยังคง
กระเสือกกระสนดิ้นรนต่อไป อีกหลายสำนักยังคงเร่งมือเพื่อฉกฉวย
ประโยชน์จากโอกาสครั้งนี้
พลังเทพใหม่ ๆ ถูกสร้างขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ระบบพลังเทพแห่งภพ
เซียนถูกเสริมสร้างขัดเกลา เข้าใกล้ความสมบูรณ์เข้าไปทุกขณะ นี่เป็นยุค
สมัยอันครึกครื้น และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ผู้คนคึกคักกระตือรือร้น ที่คิดค้นก็คิดค้น ที่ฝึกปรือก็ฝึกปรือ ทุกผู้คน
เต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้และคาดหวังต่อพลังใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้
นี่คือยุคสมัยอันเรืองรอง นี่คือยุคสมัยอันครึกครื้น เปี่ยมล้นไปด้วย
พลังขับเคลื่อน เป็นยุคสมัยที่ร้อยบุปผาบานสะพรั่ง ยุคสมัยที่โอกาสและ
อันตรายอยู่รวมกันเป็นเนื้อเดียว นี่คือยุคสมัยของเหล่าอัจฉริยะ
นี่เป็นยุคสมัยใหม่อย่างสมบูรณ์
ยุคสมัยแห่งพลังเทพ!