สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 758 ยอมเชือดเนื้อ, ความคิดแล่นพล่าน
?” จั่วม่อดวงตาทอประกายเย็นเยียบ
“ไม่ผิดแน่! คนเหล่านี้แม้ไม่ได้สวมใส่ยุทโธปกรณ์เทพ แต่พวกมัน
ฝึกปรือพลังเทพหัวใจใบไม้ ต้าเหรินลองดูที่นี่” กล่าวจบคำ องครักษ์ผู้นั้น
ถลกแขนเสื้อของผู้ตายขึ้น บนฝ่ามือของร่างไร้ชีวิตเหล่านั้นเห็นรอย
สัญลักษณ์รูปกิ่งไม้ที่มีใบไม้หนึ่งใบ
“ต้าเหริน นี่คือรอยสัญลักษณ์ของพลังเทพหัวใจใบไม้ พวกมันบรรลุ
ถึงหนึ่งกิ่งก้านหนึ่งใบ”
“หนึ่งกิ่งก้านหนึ่งใบ?” จั่วม่อทวนคำเป็นเชิงถาม
“เมื่อพลังเทพหัวใจใบไม้บรรลุถึงระดับใหม่ รอยสัญลักษณ์ของพวก
มันเติบโตขึ้น มีใบไม้อื่น ๆ เพิ่มเข้ามาอีก” องครักษ์ผู้นั้นแจกแจงอย่าง
นอบน้อม
“เจ้าล่วงรู้ไม่น้อย” จั่วม่อถามอย่างประหลาดใจ “เจ้าเรียกว่าอะไร?”
“ผู้น้อยเฉียนเต๋อเวย” องครักษ์ผู้นั้นสีหน้าขวยเขินอยู่บ้าง “หน้าที่
ของผู้น้อยคือการตรวจสอบขบวนคาราวานของพ่อค้าที่เดินทางผ่านที่นี่
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่จึงได้ยินได้ฟังมาบ้าง”
“อ้อ เช่นนั้นลองบอกมาฟังดู ยังมีข่าวสารเกี่ยวกับนิกายซินเยี่ยอีก
หรือไม่?”
?” จั่วม่อคล้ายบังเกิดความสนใจต่อ
เฉียนเต๋อเวยผู้นี้มากกว่าเดิม
“ผู้น้อยสังเกตเห็นว่าพวกมันมักจะเที่ยวเลียบเคียงถามไปทั่ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของพลังเทพและยุทโธปกรณ์เทพ พวก
มันยังพยายามสอบถามถึงตำแหน่งที่ตั้งของเกาะเมฆอีกาทองคำ มิหนำซ้า
กลุ่มสินค้าที่พวกมันซื้อหาก็นับว่ากว้างขวาง คล้ายเลื่อนลอยไร้หลักเกณฑ์
พวกมันดูเหมือนว่าซื้อสิ่งละอันพันละน้อยหลายอย่าง แต่ในขณะเดียวกัน
?”
จั่วม่อสีหน้าเขียวคล้าจนดูไม่ได้
เนื่องเพราะเส้นทางเชื่อมต่อกับโลกภายนอกของม่ออวิ๋นไห่พึ่งพา
ค่ายกลเคลื่อนย้ายแทบทั้งหมด ค่ายกลเคลื่อนย้ายสู่โลกภายนอกทั้งเก้า
สิบแปดแห่ง อยู่ในอาณานักรอบยอกสุดยี่สิบสองอาณาจักร เฉลี่ยแล้วแต่
ละอาณาจักรมีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกมากกว่าสี่แห่ง
“บรรดาค่ายกลเคลื่อนย้ายทั้งเก้าสิบแปดแห่งนี้นำไปยังอาณาจักรที่
แตกต่างกันแทบทั้งหมด สี่สิบสองแห่งในจำนวนนั้นนำไปยังอาณาจักรของ
ซิวเจ่อ ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อกับเทียนหวนและคุนหลุน เคลื่อนกลเคลื่อนย้ายสี่
สิบสองแห่งนี้ส่วนมากมาจากเก้ามหานิกายพุทธและขุมกำลังขนาดเล็ก
อื่นๆ ยามนี้มาลองนึกดู ขุมกำลังเหล่านี้สมควรง่ายต่อการแทรกซึมเป็น
อย่างยิ่ง สำหรับเราในตอนนี้ ค่ายกลเคลื่อนย้ายเหล่านี้กลับกลายเป็น
จุดอ่อนร้ายแรงถึงชีวิต”
กงซุนชาเงยหน้ากวาดตามองไล่ไปทีละคน “วิธีที่ปลอดภัยที่สุด
สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ คือย้ายที่ตั้งของค่ายกลเคลื่อนย้ายทั้งหมด
ทางเลือกที่ดีที่สุดคือรวมศูนย์ค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้ในที่เดียว จัดตั้ง
อาณาจักรการค้าพิเศษเฉพาะ เพื่อที่จะได้จัดกำลังทหารไว้ารับประกัน
ความปลอดภัย หากทว่าแผนการนี้ก็มีปัญหาใหญ่อยู่ด้วยเช่นกัน นั่นคือใน
การก่อตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายชุดใหม่จะมีค่าใช้จ่ายมหาศาล และด้วย
วิธีการนี้ ต้นทุนสินค้าหลายสิ่งของเราจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ใน
ขณะเดียวกัน ขีดความสามารถทางการรบของเราก็จะลดน้อยลงเช่นกัน”
จั่วม่อฝืนยิ้มขื่น วิธีการของกงซุนชานับว่าเป็นไปได้มาก แต่อย่างที่
มันกล่าว แผนนี้จะต้องสิ้นเปลืองเงินทุนมหาศาล
ควรทราบว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายที่สามารถขนส่งสินค้าปริมาณมากไป
ยังอาณาจักรที่อยู่ห่างไกล ล้วนแล้วแต่มีราคาแพงมหาศาล กระทั่งด้วย
ความมั่งคั่งของจั่วม่อ ค่ายกลเคลื่อนย้ายเก้าสิบแปดแห่งนี้ยังได้มาด้วย
การสั่งสมมาตลอดช่วงระยะเวลาเจ็ดปีแห่งการพัฒนา หากมันต้องสร้าง
ค่ายกลเคลื่อนย้ายชุดใหม่จำนวนมากในคราวเดียว จำนวนเงินที่ต้องจ่าย
ออกไปเกรงว่าจะน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
นี่เป็นแผนการที่นับว่าค่อนข้างปลอดภัย แต่ราคาแพงเกินไปมาก
“ราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินไป!” จั่วม่อสั่นศีรษะ “เราไม่มีเงินทุนมากมาย
ปานนั้น
ทุกผู้คนพยักหน้าเห็นพ้อง แผนการนี้ต้องสิ้นเปลืองเงินมากเกินไป ใน
ความเห็นของพวกมัน ต่อให้ยึดครองอาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดยังไม่ต้อง
สิ้นเปลืองจิงสือมากมายถึงเพียงนั้น
กงซุนชาเองก็มิใช่ไม่ทราบว่าแผนการนี้ยากจะปฏิบัติได้จริง จึงกล่าว
ต่อไปว่า “เราแทบไม่จำเป็นต้องคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป คุนหลุน
และเทียนหวนย่อมจะใช้จุดอ่อนของเราอย่างเต็มที่ โดยการแทรกซึมเข้า
ไปในขุมกำลังอื่น ๆ ส่งพวกมันมาก่อกวนค่ายกลเคลื่อนย้ายของเรา หรือ
กระทั่งทำลายทิ้งหากมีมีโอกาสเหมาะสม เพื่อตัดขาดการเชื่อมต่อของเรา
กับโลกภายนอก”
ทั่วห้องประชุมเสียงสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บดังระงม ต่อให้คน
ที่รู้น้อยที่สุดยังตระหนักชัด หากสถานการณ์ล่วงเลยไปถึงขั้นนั้น คงไม่ต้อง
บ่งบอกว่าม่ออวิ๋นไห่จะประสบความเสียหายร้ายแรงสักเพียงใด!
“ปัญหาก็คือพวกเราแม้ทราบแน่แก่ใจว่าพวกมันคิดทำอะไรต่อไป
กลับไม่มีหนทางแก้ไขแม้แต่น้อย”
แม่นางน้อยสีหน้าดำทะมึน ดูขัดตายิ่ง มันเดิมทีเข้าใจว่าพวกมัน
สร้างม่ออวิ๋นไห่ขึ้นมาเป็นป้อมปราการที่ไม่อาจเจาะทะลวงได้ ผู้ใดจะ
คาดคิด ว่าที่แท้ยังหลงเหลือจุดอ่อนร้ายแรงเช่นนี้แฝงเร้นอยู่ด้วย
ในเวลานี้เอง นกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งพลันปรากฏขึ้น เหินร่อนลง
ไปในมือจั่วม่อ จั่วม่อหลังจากเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ค่อยกล่าวเสียงเย็น
เยียบ “ขบวนค่ายกลเคลื่อนย้ายสามแห่งถูกโจมตีพร้อมกัน มีแห่งหนึ่งถูก
ทำลายพินาศสิ้น”
ห้องประชุมพลันเงียบกริบเสมือนตาย ทุกผู้คนสีหน้าดำทะมึน
จั่วม่อทราบว่าม่ออวิ๋นไห่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันอันตรายยิ่ง ใน
เวลานี้มันต้องตัดสินใจ
“นอกเหนือจากค่ายกลเคลื่อนย้ายที่สำคัญไม่กี่แห่ง ที่อื่นล้วนปิดผนึก
ทั้งหมด” จั่วม่อกล่าวเสียงลึก ไฟโทสะลุกโชนอยู่ในดวงตา
ในหัวใจมันมีเลือดหยาดหยด การปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายแต่ละแห่ง
หมายถึงการสูญเสียจิงสือจำนวนมหาศาล
เศรษฐกิจของม่ออวิ๋นไห่กำลังเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก สำหรับ
เสี่ยวม่อเกอผู้รักสมบัติเท่าชีวิต นี่ไม่ต่างกับการเชือดเนื้อมันทิ้ง
ขัดขวางหนทางร่ารวยของผู้อื่น นี่เท่ากับความแค้นสังหารบิดา
มารดา
จั่วม่อใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดใจอย่างรุนแรง การกระทำ
อันชั่วร้ายของศัตรูทำให้มันเดือดดาลทะยานฟ้า
“หากเราไม่อาจอยู่สุขสบาย เช่นนั้นพวกมันก็อย่าหมายว่าจะได้อยู่
เป็นสุข! เราจะยอมสูญเสียอยู่ฝ่ายเดียวได้อย่างไร?” จั่วม่อเค้นเสียงลอด
ไรฟัน “อาคมหวงห้ามพิทักษ์ค่ายกลเคลื่อนย้ายของพวกเราเมื่อมีปัญหา
อาคมหวงห้ามประจำค่ายกลเคลื่อนย้ายของพวกมันไหนเลยจะไม่มีปัญหา
ที่คล้ายคลึงกันได้ พวกมันเมื่อสามารถแทรกซึมเข้ามาบ่อนทำลาย เราก็
สามารถยืมหอกสนองคืนผู้ใช้ ตอบโต้พวกมันด้วยวิธีการเดียวกัน!”
ม่ออวิ๋นไห่เคยยอมศิโรราบอย่างง่ายดายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน พอ
ฟังคำกล่าวอย่างเป็นเดือดเป็นแค้นของจั่วม่อ ทุกผู้คนคึกคักขึ้นอักโข ใน
ดวงแท้ที่ทอแววท้อแท้หดหู่พลันลุกโชนด้วยเพลิงพิโรธ
เป็นเพลิงพิโรธที่สามารถเผลาญทุกสรรพสิ่ง!
จั่วม่อพิโรธโกรธกริ้วยิ่งกว่าครั้งใด ๆ ดวงตาโชนแสงแวววามดุจสุนัข
ป่าในคืนเดือนมืด “พวกมันจะต้องเสียใจที่เริ่มต้นเรื่องนี้!”
“ถูกแล้ว!” สีหน้าดำทะมึนของแม่นางน้อยกลับเป็นปกติ รอยยิ้ม
คล้ายเด็กชายข้างบ้านสยายกว้างกว่าเดิม “การแทรกซึมบ่อนทำลายใน
ระดับย่อยเช่นนี้ แท้ที่จริงแล้วฝ่ายเราต่างหากที่มีข้อได้เปรียบมากกว่า
ดินแดนของเราไม่ใหญ่โต ง่ายต่อการระวังป้องกัน ดินแดนของพวกมัน
ต่างหากที่ใหญ่โตมโหฬาร เปิดโล่งอยู่ทุกแห่งหน ยากที่จะป้องกันการ
แทรกซึมบ่อนทำลายถึงที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันจำต้องมุ่งเป้ามาที่ค่าย
กลเคลื่อนย้ายของเรา แต่เราไม่เห็นจำเป็นต้องเฉพาะเจาะจงแต่ค่ายกล
เคลื่อนย้ายของพวกมันเสียหน่อย ดินแดนของพวกมันเมื่อเปิดกว้าง เราจะ
จู่โจมทำลายคลังสินค้า บดขยี้อาณาจักรทรัพยากร ก่อกวนทำลายมารดา
มันทุกวิธีทาง ขอเพียงเราสามารถแทรกซึมเข้าไปถึงแนวหลังของพวกมัน
รับรองว่าต้องให้พวกมันสำนึกเสียใจ”
วาจาของแม่นางน้อยประดุจเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ ความคิด
สร้างสรรค์ทุกชนิดพรั่งพรูออกมาทันที
“ใช่แล้ว เราสามารถลอบสังหารบุคคลสำคัญของพวกมัน”
“อันที่จริงการลอบสังหารบุคคลที่ไม่ได้มีตำแหน่งสูง แต่มี
ความสำคัญมาก จึงนับว่าคุ้มค่าที่สุด ยกตัวอย่างเช่นเหล่าต้าซือ
(ปรมาจารย์,
ห้องประชุมที่เดิมทีเงียบสงัดดุจป่าช้า บัดนี้เต็มไปด้วยการ
ปรึกษาหารืออันร้อนแรง
ฟังไปฟังไป กระทั่งจั่วม่อผู้ริเริ่มความคิดเหล่านี้ยังต้องหนาวสันหลัง
วูบ เจ้าคนพวกนี้…ไฉนชั่วร้ายถึงเพียงนี้… …
?”
“กำลังหนุนของอาณาจักรขุนเขาประจักษ์แจ้งมีการเคลื่อนไหวใด
หรือไม่?”
“มีกองทัพของจอมปิศาจด่านไสว้สองทัพกำลังเดินทางมา หนึ่งในนั้น
จะบรรลุถึงภายในเจ็ดวัน ส่วนอีกหนึ่งยังอยู่ห่างออกไป สมควรมาถึงในอีก
ยี่สิบวัน” ม้าฝานรายงานอย่างคล่องแคล่ว
ม้าฝานสู้รบอยู่ข้างกายแม่นางน้อยมาเป็นเวลานาน ความสามารถใน
การคาดคำนวณอันละเอียดถี่ถ้วนและทรงพลังของแม่นางน้อย เป็นที่นับ
ถือเลื่อมใสของมันมาโดยตลอด คราครั้งนี้เมื่อติดตามเปี๋ยหานทำศึกแดน
ไกล กลับได้ค้นพบอย่างตื่นตะลึง ทางด้านนี้ของเปี๋ยหานก็ถูกต้องแม่นยำ
ปานเทพยดาหนุนเสริม หาได้อ่อนด้อยกว่าแม่นางน้อยไม่
“กองพันถังจื่อให้รั้งทัพรอคำสั่งต่อไป กองพันอาซาเก๋อยังคงทำตาม
แผนเดิม” เปี๋ยหานออกคำสั่งบัญชาการอย่างรวบรัดหมดจดและเฉียบขาด
ฉับไว
“ทราบแล้ว!” เปี๋ยหานรีบรับคำ
“ส่วนเจ้าให้เฝ้ารักษาสถานที่นี้ ภารกิจของเจ้าคือหยุดยั้งการบุกจู่โจม
อย่างกะทันหันของกองทัพข้าศึก” เปี๋ยหานกล่าว
“รับคำสั่ง!” ม้าฝานตอบรับเสียงดังฟังชัด จากนั้นถามอย่าง
ระมัดระวัง “ต้าเหริน แล้วท่าน… …”
“ข้าจะโจมตีกำลังหนุนของพวกมัน” เปี๋ยหานยังคงทำเสมือนว่าวาจา
ของมันล้าค่าดุจทองคำ
ม้าฝานใบหน้าขาวเผือด “ในอาณาจักรขุนเขาประจักษ์แจ้งก็มีสอง
กองทัพของจอมปิศาจด่านไสว้… …”
ดูไปโดดเดี่ยวอ้างว้างถึงเพียงนั้น