สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 781 โอกาส
“เซียวหรูเจี้ยน เหอซือและอันไห่ล้วนตายแล้ว พวกมันถูกคนฆ่า
ตาย” ถานซวี่สุ้มเสียงเฉยชา ราวกับว่ากำลังเอ่ยถึงเรื่องที่ไม่มีส่วน
เกี่ยวข้องกับมันแม้แต่น้อย
“เป็นเรื่องราวใด? พวกมันดูเหมือนว่ากำลังวางแผนการจะทำอะไร
บางอย่าง ที่แท้เกิดอะไรขึ้น?” เนี่ยเฉินขมวดคิ้ว
“พวกมันมีแผนการต่อปลาหมึกยักษ์โบราณในเส้นทางทะเลดำ” ซิว
เจ่อสตรีผู้กล่าววาจารูปโฉมงดงามสะคราญ แต่สีหน้ายะเยียบเย็นชาราว
กับน้าค้างแข็ง นางคือราชินีน้าแข็งผู้เลื่องลือแห่งคุนหลุน เจินหลิงเมิ่ง ผู้
เป็นที่หมายปองของเหล่าศิษย์คุนหลุนไม่รู้ว่าเท่าใด นางไม่เพียงแต่
สะคราญปานหยาดฟ้ามาดิน ยังมีพรสวรรค์อันเด่นล้า มุ่งมั่นฝึกปรืออย่าง
ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พลังฝีมือของนางรุดหน้ารวดเร็วดุจติดปีกบิน แม้แต่
เหล่าบุรุษมากมายยังต้องละอายใจ ไม่มีผู้ใดกล้าเปิดเผยจิตปฏิพัทธ์ที่มีต่อ
นาง
ถานซวี่กระทั่งหางคิ้วยังไม่ขยับ กล่าวอย่างเย็นชา “พวกมันถึงกับ
กล้าตกตายใต้เงื้อมมือผู้อื่น ฮึ่ม ในเมื่อฝีมือไม่กล้าแข็งพอ คิดตายก็ตายไป
แต่อย่าได้เสื่อมเสียมาถึงคุนหลุนเรา!”
เนี่ยเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย มันไม่ค่อยพอใจกับท่าทีของถานซวี่นัก แต่
ก็ล่วงรู้นิสัยใจคอของสหายร่วมสำนักผู้นี้ดี
ถานซวี่ผู้นี้โดดเดี่ยวแปลกแยก นิสัยใจคอแปลกประหลาด ไม่เป็นที่
ต้อนรับในหมู่ศิษย์ทั้งหลาย แต่เนี่ยเฉินกลับแตกต่างเป็นตรงกันข้าม รูป
โฉมของมันแม้ไม่อาจบอกว่าหล่อเหลา แต่สดใสมีชีวิตชีวา แม้ว่ามีพลัง
ฝีมือกล้าแกร่งโดดเด่น แต่ยังคงมีน้าใจไมตรีต่อศิษย์ทั่วไปอย่างไม่ถือตัว
เป็นที่รักใคร่ชื่นชมของพวกมันอย่างลึกล้า นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์
อันดีกับหลินเชียน เมื่อหลินเชียนขึ้นกุมอำนาจของคุนหลุนในปัจจุบัน ศักดิ์
ฐานะของเนี่ยเฉินก็ทะยานขึ้นเช่นกัน
มันกล่าวทักท้วง “ศิษย์น้องหรูเจี้ยนฝีมือไม่เลว ทั้งมีนิสัยรอบคอบ
ระมัดระวัง มันเมื่อกล้าลงมือ ก็เป็นไปได้มากว่าต้องเตรียมการไว้เป็นอย่าง
ดี เหอซือกับอันไห่แม้พลังฝีมือพื้นเพธรรมดา แต่เมื่อออกไปยังโลก
ภายนอกพวกมันก็นับได้ว่าเป็นยอดฝีมือชั้นสูง ศิษย์น้องหญิงเหอยังมีค่าย
กลกระบี่ภูตเดินหนซึ่งอาจารย์อาเหอมอบให้เป็นของคุ้มกาย อันไห่มีเม็ด
ยากระบี่วิญญาณร้อยภูตวินาศของอาจารย์อาอู่ หากมิใช่ว่าศัตรูเข้มแข็ง
เกินไป พวกมันไหนเลยจะตกตายใต้เงื้อมมือผู้อื่นได้?”
เมื่อเห็นว่าเจินหลิงเมิ่งและถานซวี่ไม่มีความสนใจต่อเรื่องนี้ เนี่ยเฉินก็
ไม่ยกขึ้นมาสนทนาอีก ภารกิจของพวกมันในครั้งนี้ยากลำบากไม่น้อย ทุก
คนล้วนต้องแบกรับแรงกดดันอันหนักหน่วง
พวกมันต้องช่วงชิงตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพจากซากโบราณสถานมาให้
จงได้ คุนหลุนมีหูตาอยู่ทั่วทุกที่ ทันทีที่ซากโบราณสถานถูกค้นพบ คุนหลุน
ก็ทราบข่าวด้วย หลังจากนั้นคุนหลุนก็เริ่มทุ่มเทพลังในการทำนาย สืบหา
ร่องรอยเบาะแสทุกประการ
เมื่อผู้อื่นยังคงไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในซากโบราณสถาน คุนหลุนก็
ทำนายออกมาแล้วว่ามีตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพอยู่ภายใน ขุมกำลังระดับสูง
แทบทุกประเภทถูกส่งเข้าไปแทรกซึมในดินแดนเก้ามหานิกายพุทธอย่าง
ต่อเนื่อง เครือข่ายข่าวสารของพวกมันทำงานอย่างเต็มกำลัง ดำเนิน
แผนการทุกชนิดเพื่อช่วงชิงตราสัญลักษณ์สำหรับเข้าสู่ซากโบราณสถาน
เนี่ยเฉินกับพวกทั้งสามเป็นหนึ่งในศิษย์ที่มีความสำเร็จสูงล้าที่สุดใน
บรรดาศิษย์รุ่นใหม่ของคุนหลุน ก่อนหน้านี้พวกมันไม่ใช่ผู้มีพรสวรค์อันใด
แต่หลังจากฝึกปรือพลังเทพ พลังฝีมือก็ทะยานขึ้น ทวีความกล้าแข็งขึ้นไม่
เว้นแต่ละวัน
หลายปีมานี้พวกมันคร่าเคร่งฝึกปรือพลังเทพอันเป็นพลังชนิดใหม่
ภายใต้การสนับสนุนอย่างสุดความสามารถของคนรุ่นก่อน คุนหลุนประสบ
ความสำเร็จในการเพาะสร้างเหล่าศิษย์รุ่นใหม่ผู้มีพรสวรรค์สูงล้าและพลัง
เทพอันกล้าแกร่ง ศิษย์เหล่านี้ล้วนมีความสามารถ เพื่อเพาะสร้างยอดยุทธ์
รุ่นใหม่กลุ่มนี้ คุนหลุนต้องจ่ายค่าตอบแทนออกไปอย่างใหญ่หลวง พวก
มันทุกคนจิตใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว คร่าเคร่งฝึกปรืออย่างไม่ย่อท้อ ไม่ได้
สร้างความผิดหวังให้แก่ความเสียสละของคุนหลุน แต่ละคนเติบโตกล้า
แข็งอย่างรวดเร็ว
ศิษย์กลุ่มนี้มีชื่อเฉพาะอยู่ภายในคุนหลุน พวกมันถูกเรียกว่าบุตรแห่ง
คุนหลุน
บุตรแห่งคุนหลุนแต่ละคนมีศักดิ์ฐานะพิเศษในคุนหลุน พวกมันได้รับ
การสนับสนุนที่ดีที่สุด รับการปฏิบัติอย่างดีที่สุด ทุกคนอยู่ภายใต้บัญชา
ของหลินเชียนโดยตรง
บุตรแห่งคุนหลุนไม่ว่าคนใด ล้วนมีพลังฝีมือลึกล้าสุดหยั่ง
ด้วยพรสวรรค์อันสูงล้า ทรัพยากรอันเพียบพร้อมสมบูรณ์ ผนวกกับ
จิตปณิธานแห่งคุนหลุนอันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวและอดทนอด
กลั้น ก่อเกิดเป็นคลื่นลูกใหม่ของเหล่าศิษย์อันแกร่งกล้าทรงพลัง บุตรแห่ง
คุนหลุนยังหมายถึงพลังอันแข็งแกร่ง พวกมันเป็นสุดยอดกองกำลังที่มี
พลังต่อสู้สูงล้าที่สุดของคุนหลุน จงรักภักดีต่อคุนหลุนโดยไม่มีเงื่อนไข
พวกมันมีความสามารถในการควบคุมตัวเอง ทั้งขยันหมั่นเพียร พวกมันไร้
อารมณ์ความรู้สึก จิตใจเย็นชา มักจะปรากฏตัวในภารกิจที่อันตรายมาก
ที่สุด เป็นแบบอย่างที่ศิษย์คุนหลุนทุกผู้ทุกนามเทิดทูนบูชา
นับตั้งแต่บุตรแห่งคุนหลุนถูกก่อตั้งขึ้น นี่เป็นภารกิจแรกที่บุตรแห่ง
คุนหลุนสามคนถูกส่งออกมาด้วยกัน ดูจากเรื่องนี้ ก็เห็นได้ว่าคุนหลุนมุ่ง
มาดปรารถนาในตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพมากเพียงใด
“ข้าจะฝึกฝีมือ” ถานซวี่กล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป
เจินหลิงเมิ่งก็จากไปโดยไม่เอ่ยคำใด เนี่ยเฉินถูกทิ้งไว้ตามลำพัง ได้แต่
ฝืนยิ้มอย่างอับจนปัญญา
… ….
… …
“วัดดอกบัวสูงศักดิ์อยู่ที่ด้านหน้าแล้ว” ผู้ดูแลขบวนคาราวานสีหน้าปิ
ติยินดี พวกมันสามารถเอาชีวิตรอดจากเส้นทางทะเลดำอย่างปลอดภัย
นับว่าสวรรค์เมตตาปราณีมากแล้ว
วัดดอกบัวสูงศักดิ์เคารพเทิดทูนดอกบัว ดอกบัวทุกชนิดสามารถพบ
เห็นได้ตลอดรายทาง ล้วนแล้วแต่วิจิตรงดงามและสูงสง่า อย่างไรก็ตาม
นอกจากจงหยูที่ชื่นชมไม่รู้เบื่อ คนอื่นๆ กระทั่งเหลือบแลยังไม่เหลือบแล
แต่ละคนเฝ้ามองรอบด้านอย่างระแวดระวัง
พวกมันค้นพบคนหลายกลุ่มที่มีกลิ่นอายอันตราย ศัตรูอันทรงพลัง
เหล่านี้ผ่านพวกมันไปชนิดที่แทบจะไหล่เฉียดไหล่
ผู้ที่สามารถทำให้พวกมันสำเหนียกถึงอันตราย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ล้วนแล้วแต่มีพลังฝีมือกล้าแข็ง
ในช่วงเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ ไม่ว่ายุคใด มักปรากฏยอดอัจฉริยะขึ้น
เป็นจำนวนมาก ม่ออวิ๋นไห่อาจรุดหน้าก้าวไกลไม่เว้นแต่ละวัน แต่ผู้อื่น
ไหนเลยจะยินดีถูกทิ้งล้าหลัง พลังฝีมือของคนหลายกลุ่มเมื่อครู่ กระทั่ง
เหวยเสิ้งยังอดจับตามองไม่ได้
ดูท่าว่าตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพจะดึงดูดใจผู้คนยิ่งกว่าที่พวกมันคาดคิด
ไว้เสียอีก
จั่วม่อยืนอยู่ที่ด้านหน้าเรือ จิตใจสั่นสะท้าน มันมีดวงตาแหลมคม
เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เมื่อครู่มันพบเห็นกระทั่งอสูรและปิศาจด้วย อด
ตื่นตะลึงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อหวนคิดทบทวน ค่อยเข้าใจกระจ่าง ยุทธภัณฑ์เทพ
รูปแบบอาภรณ์เป็นอาวุธอันยิ่งใหญ่ มีคุณค่าเชิงกลยุทธ์อย่างสูงล้า ไม่ว่า
ขุมกำลังใดหากพอมีโอกาสแม้สักส่วนเสี้ยว ย่อมไม่มีผู้ใดยินดีรามือตั้งแต่
ยังไม่ทันได้ทดลองดู
ทันใดนั้นเอง นักบวชนิกายพุทธในกาสาวพัสตร์ขาวผู้หนึ่ง บนแขน
เสื้อมีดอกบัวดอกหนึ่ง ทะยานร่างเข้าหาพวกมันอย่างรวดเร็ว
ทั้งกองเรือระวังป้องกันในทันที
ผู้มาคล้ายมองไม่เห็นสายตาระแวงระวังของพวกมัน เพียงประสาน
มือคารวะ จากนั้นกล่าวว่า “อาคันตุกะจากม่ออวิ๋นไห่ นายข้าขอเชิญพวก
ท่านสักครา”
จั่วม่อหนังตากระตุก ฝ่ายตรงข้ามล่วงรู้ความเป็นมาของพวกมัน!
มันไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธ เพ่งมองอีกฝ่ายอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวว่า
“ท่านมาจากวัดดอกบัวสูงศักดิ์?”
ฝ่ายตรงข้ามยิ้มละไม “ผู้น้อยไป๋เหลียนจุนเจ่อ (ผู้สูงศักดิ์ดอกบัวขาว)
แห่งวัดดอกบัวสูงศักดิ์”
ผู้ดูแลกองคาราวานสีหน้าแปรเปลี่ยน เหลาเต๋อกวงใบหน้าซีดขาว
มันรีบแหวกทางไปยังข้างกายจั่วม่ออย่างระมัดระวัง กระซิบเสียงเบาว่า
“วัดดอกบัวสูงศักดิ์มีผู้สูงศักดิ์สี่ท่าน เขียว แดง ขาว ดำ สี่ผู้สูงศักดิ์ดอกบัว
มีศักดิ์ฐานะสูงส่งในสำนัก เพียงเป็นรองเจ้าอาวาสเท่านั้น”
ผู้เป็นนายของไป๋เหลียนจุนเจ่อ? เช่นนั้นไยมิใช่กำลังกล่าวถึงเจ้า
อาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์
จั่วม่อพลันตระหนักว่าการเดินทางของมันถูกเปิดเผยแล้ว ดังนั้นไม่
พยายามปกปิดซ่อนเร้น เพียงกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “เช่นนั้นรบกวนท่านนำ
ทาง”
ภายใต้การนำของผู้สูงศักดิ์ดอกบัวขาว พวกมันมาถึงสถานที่ที่ไม่มีสิ่ง
ใดโดดเด่นสะดุดตาแห่งหนึ่ง
ผู้ที่รอต้อนรับพวกมัน คือเจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์จริงดังคาด!
เก้ามหานิกายพุทธเป็นเป้าหมายที่ม่ออวิ๋นไห่ให้ความสำคัญมาโดย
ตลอด จั่วม่อสามารถจดจำเจ้าอาวาสทุกคนของเก้ามหานิกายพุทธได้เป็น
อย่างดี
แต่เมื่อสายตาของจั่วม่อกวาดไปพบบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายเจ้า
อาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์ พลันตะลึงงันไปชั่ววูบ
หย่างหยวนเฮ่า!
ยอดแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งเก้ามหานิกายพุทธ หย่างหยวนเฮ่า!
มันมาทำอะไรที่นี่?
จั่วม่อสีหน้าสงบเยือกเย็น แต่ในใจปั่นป่วนดุจพายุโหม ทันใดนั้นมัน
พลันตระหนักว่า การพบปะครั้งนี้อาจเป็นโอกาสอันดีที่ยากจะพบพาน
บึม บึม บึม!
เสียงระเบิดสะเทือนโสตประสาทดังระรัวไม่หยุดยั้ง ลำแสงพร่างพรม
ไปทั่วฟ้าดุจลมคลุ้มฝนคลั่ง ส่องต้องใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ของเปี๋ยหาน
จนดูสว่างโพลนขึ้นมา
กองทัพทั้งสองฝ่ายต่อสู้พัวพันเป็นกลุ่มก้อน เข้าสู่การรบพุ่ง
ประจัญบานอย่างแท้จริง
การละทิ้งยุทธวิธี และบุกเข้าเข่นฆ่าอย่างซึ่งหน้าของเปี๋ยหาน นับว่า
เหนือความคาดหมายของไห่จินอวิ๋นและซ่างอวี่เซิง พวกมันคาดไม่ถึงว่า
เปี๋ยหานจะกล้าเปิดฉากบุกโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งที่จำนวนไพร่พลตก
เป็นรองฝ่ายพวกมันอยู่ไม่น้อย
แต่ทั้งสองมิใช่คนธรรมดาสามัญ การบุกโจมตีของเปี๋ยหานแม้เหนือ
ความคาดหมาย แต่พวกมันก็ตอบโต้อย่างทันท่วงที
บุกทะลวงปะทะบุกทะลวง!
กองทัพของไห่จินอวิ๋นประดุจราชสีห์คำราม โผนเข้ารับหน้ากองพัน
บาปเคราะห์ที่พุ่งดิ่งเข้ามา ตรงเข้าปะทะหักหาญอย่างดุดัน กองทัพของ
ซ่างอวี่เซิงรักษาระยะห่างจากไห่จินอวิ๋น มันประหนึ่งมีดสั้นคมกล้า หลบ
ซ่อนอยู่ในเงามืด เฝ้ารอโอกาสจู่โจมปลิดชีพ!
สองทัพกระแทกปะทะอย่างหักโหม แสงประกายสาดกระเซ็นไปทั่ว!
“ฆ่า!” ไห่จินอวิ๋นพุ่งทะยานอยู่ด้านหน้าสุด ใบหน้าสีทองอ่อนบิด
เบี้ยวเกรี้ยวกราด มันเปล่งแสงสีทองอำไพราวกับดวงอาทิตย์ ซึ่งผู้คนไม่
อาจจ้องมองตรง ๆ ในสมรภูมิรบนับมันโดดเด่นสะดุดตาที่สุด
มันไม่หวาดหวั่นพรั่นพรึง ในมือขวางดาบสีดำขนาดมหึมาไว้ด้านหน้า
พาหนะปิศาจที่มันขับขี่กู่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด ไห่จินอวิ๋นยามนี้ประดุจ
เทพสงครามเข่นฆ่าเข้าหาศัตรูคู่อริ
เหล่าองครักษ์ยอดฝีมือตามติดอย่างกระชั้นชิด ป้องกันไม่ให้ไห่จิน
อวิ๋นตกหลุมพรางข้าศึก ไห่จินอวิ๋นไม่วอกแวกวุ่นวาย พาหนะปิศาจที่ควบ
ขี่พลันเผ่นโผนไปเบื้องหน้า ดาบดำเล่มมหึมาในมือสาดประกายสีทองเจิด
จรัส ตวัดฟันลงอย่างดุดัน!
ปราณดาบสีทองยาวหลายสิบจั้งแผ่ซ่านกลิ่นอายทำลายล้าง ฟาดฟัน
มาข้างหน้าโดยไร้ผู้ต้านติด!
พลังงานสีทองกะพริบวาบ ๆ สะท้อนบนใบหน้าของเหล่าไพร่พลกอง
พันบาปเคราะห์ บัดเดี๋ยวมืดมัว บัดเดี๋ยวสว่างวาว แต่พวกมันยังคงมีสีหน้า
เย็นชา ไม่มีร่องรอยสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ราวกับว่ามองไม่เห็นปราณ
ดาบอันน่าตระหนกนี้ก็มิปาน
ดวงตาสีขาวเทาไร้ซึ่งกลิ่นอายของชีวิต ใบหน้าเย็นชาปราศจาก
อารมณ์ความรู้สึก พวกมันคล้ายมาจากโลกอื่น
ชั่วพริบตาที่ปราณดาบจะฟาดฟันใส่ร่างของพวกมัน ยุทโธปกรณ์
เทพของไพร่พลกองพันบาปเคราะห์พลันสว่างวาบด้วยอักขระแสงชุดหนึ่ง
รอยอักขระแสงเหล่านี้ดูคล้ายกับลวดลายยันต์ ทำให้ใบหน้าปราศจาก
อารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกกองพันบาปเคราะห์ปรากฏร่องรอยเจ็บปวด
ขึ้น
พวกมันดูคล้ายกำลังอดทนต่อความเจ็บปวด ทว่าสิ่งที่ย้อนแย้งกับ
ความเจ็บปวดบนใบหน้า คือดวงตาสีเทาขาวอันไร้ชีวิตจิตใจของพวกมัน
พลันกลับกลายเป็นกระจ่างสดใสราวกับดวงตาของทารก
พวกมันราวกับว่าเป็นครั้งแรกที่ลืมตาขึ้นมาดูโลก
เผชิญหน้ากับปราณดาบอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ ไพร่พลกองพันบาป
ห้าสิบคนพลันก้าวออกมาเบื้องหน้า พลังแสงนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกจาก
ฝ่ามือ เพียงชั่วพริบตาเดียว ลำแสงมากมายเหลือคนานับก็ก่อตัวเป็นตา
ข่ายแสงมหึมาผืนหนึ่งที่กลางอากาศ
ซี่ ซี่ ซี่!
ลำแสงทุกสายโหมจู่โจมใส่ปราณดาบสีทองอย่างพร้อมเพรียง ก่อเกิด
การระเบิดสะท้านขวัญวิญญาณ เสียงระเบิดรัวเร็วเร่งร้อนถึงที่สุด บันดาล
ให้ผู้คนหนังศีรษะชาซ่าน ทหารหาญแห่งกองพันบาปเคราะห์กลับไม่รู้สึกรู้
สา กระบวนท่าของพวกมันรวดเร็วดุจสายฟ้า การจู่โจมของพวกมัน
ต่อเนื่องไม่ขาดตอน นี่เป็นขีดความสามารถที่แทบจะหลุดพ้นจากขอบเขต
ของสิ่งมีชีวิต
ลำแสงซัดโหมดุจพายุฝน จู่โจมถูกปราณดาบสีทองอย่างแม่นยำ
ลำแสงเมื่อซัดถูกปราณดาบหนึ่งสาย ปราณดาบจะสั่นไหวหนึ่งครั้ง
ลำแสงนับไม่ถ้วนระดมโจมตีพร้อมกัน ปราณดาบถึงกับสั่นไหวเป็นระลอก
เพียงชั่วอึดใจเดียว ลำแสงพลังนับพัน ๆ สายระดมซัดใส่ปราณดาบ
ราวกับใยแมงมุมหลายพันเส้นรัดพันปราณดาบอย่างแน่นเหนียว หลังจาก
ทนรับการโจมตีหลายพันครั้ง ปราณดาบยาวหลายสิบจั้งอันน่าตื่นตาตื่นใจ
พลันแตกสลายหายไป!
สมแล้วที่เป็นกองพันบาปเคราะห์!
อาศัยเพียงสมาชิกกองพันบาปเคราะห์ไม่กี่สิบคน ก็สามารถปิดสกัด
การโจมตีเต็มกำลังของไห่จินอวิ๋น ช่างกล้าแกร่งเกรียงไกร! ก่อนที่ยุคสมัย
แห่งพลังเทพจะมาถึง ไห่จินอวิ๋นเป็นเพียงขุนพลปิศาจธรรมดาสามัญผู้
หนึ่ง แต่หลังจากฝึกปรือพลังเทพ มันก็กลับกลายเป็นแม่ทัพบัญชาศึกอัน
ทรงพลัง ซึ่งเหนือล้ากว่าจอมปิศาจด่านไสว้!
ปราณดาบถูกทำลายอย่างหมดจด แต่กลับปลุกเร้าจิตวิญญาณการ
ต่อสู้ของไห่จินอวิ๋นมากกว่าเดิม ท่ามกลางเสียงกู่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด
ประกายแสงสีทองบนร่างยิ่งทวีความกล้าแข็งขึ้นทุกขณะ
พลังสภาวะของมันพลันระเบิดวาบ พลุ่งพล่านขึ้นอย่างรุนแรง ไห่จิ
นอวิ๋นไม่ต่างจากกองเพลิงสีทองที่ลุกโชนสว่างไสว แผดแสงแรงกล้าจน
ผู้คนไม่อาจจ้องมองตรง ๆ!
เมื่อได้ยินเสียงกู่คำรามอย่างเกรี้ยวกราดจากผู้นำทัพของพวกมัน
ทหารปิศาจรอบข้างพากันตวาดอย่างพร้อมเพรียง ในหมู่พวกมันผู้ใดไม่
ทระนงถือดี? พวกมันเคยต้องเพลี่ยงพล้าเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด? พลังสภาวะ
ของกองทัพพุ่งทะยานขึ้น ขวัญกำลังใจแทนที่จะสั่นคลอน กลับเพิ่มสูงขึ้น
กว่าเดิม!
บึม!
ทหารปิศาจหลายพันคนแผดคำรามอย่างพรักพร้อม เปลวไฟสีทอง
อันเกรี้ยวกราดระเบิดวาบออกจากร่างของพวกมัน พวกมันประดุจกองไฟ
สีทองหลายพันดวงที่กำลังลุกไหม้อย่างดุเดือดรุนแรง
กองทัพปิศาจทั้งทัพเสมือนกลายเป็นตัวตนหนึ่งเดียว พวกมัน
สามารถเชื่อมโยงถึงซึ่งกันและกัน พลังสภาวะคล้ายผสานรวมเป็นหนึ่ง
ปราศจากช่องว่างรอยโหว่ใด ๆ
ประกายแสงสีทองคล้ายมีชีวิตจิตใจ พากันไหลบ่าไปยังไห่จินอวิ๋น
ด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
ประกายแสงสีทองของไห่จินอวิ๋นทวีพลังมากขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า!
มันกลับกลายเป็นดวงอาทิตย์อันเจิดจ้าบาดตา จนผู้คนไม่กล้าจ้อง
มองตรง ๆ!
เสียงตวาดอย่างพิโรธโกรธกริ้วแผดลั่นออกมาจากกลุ่มแสง ดังสนั่น
หวั่นไหวไปทั่วสนามรบ
ปราณดาบสีทองหลายร้อยสายระเบิดวาบออกจากดวงอาทิตย์
ปราณดาบแต่ละเล่มยืดยาวหลายลี้ แทงทะลวงเข้าหากองพันบาปเคราะห์
ดุจพายุโหม!