สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 851 การเปลี่ยนแปลงของใต้หล้า
นกโง่สายตางุนงง เหม่อมองจั่วม่อซึ่งผมเผ้ากลายเป็นขาวโพลนดุจ
หิมะอยู่เป็นนาน ทันใดนั้นนางเปล่งเสียงร่าไห้คร่าครวญปานจะขาดใจ
สำเนียงแห่งวิหคเต็มไปด้วยความเศร้าสลดหดหู่!
นางยังคงจดจำได้ เด็กหนุ่มในบ้านน้อยอันเปลี่ยวร้างบนภูเขา ซึ่งวัน
ๆ เอาแต่นั่งนับจิงสือทุกชิ้นไม่เคยขาด ยังคงจดจำได้ว่านางเคยแบกร่างที่
ไม่ได้สติของเด็กหนุ่มผอมกะหร่อง ตะเกียกตะกายหลบหนีจากหน้าประตู
ใหญ่พรรคอัจฉริยะปราณอย่างไม่คิดชีวิต ยังคงจดจำได้ว่านางแอบมอง
ลอดช่องว่างของขนปีกของนาง ในตอนที่เด็กหนุ่มซึ่งปราศจากเสื้อผ้า
อาภรณ์ใช้เคล็ดเมฆฝนหล่นรินปกปิดส่วนสำคัญของมันเอาไว้ ยังคงจดจำ
ได้แม่นยำ ถึงบุคคลที่บุกบั่นข้ามแม่น้าขุนเขา เข่นฆ่าศัตรูนับไม่ถ้วนเพื่อ
ตามหานาง แต่หลังจากหานางพบในแดนลับที่เพิ่งเกิดใหม่ ก็ชี้หน้าด่าทอ
นางเป็นการใหญ่… …
นางเข้าใจว่านางแข็งแกร่งขึ้นมาก เข้าใจว่านางสามารถปกป้อง
คุ้มครองมันได้แล้ว เช่นเดียวกันกับบนเขาสุญตาเมื่อครั้งกระโน้น … …
แต่ไฉนยังคงเป็นเช่นนี้… …
น้าตาหลั่งรินลงมาจากดวงตานาง บทเพลงวิหคยิ่งปวดร้าวจับใจ
นางสยายปีกกว้าง เปลวไฟหนาแน่นพวยพุ่งขึ้นไปถึงชั้นฟ้า โชติช่วง
สว่างไสวไปทั่วที่ราบภาคกลางซึ่งกำลังจะล่มสลาย!
นกโง่กลับบังเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในช่วงเวลานี้ จั่วม่อทั้ง
ประหลาดใจ ทั้งปลาบปลื้มยินดีอย่างบอกไม่ถูก!
อาณาจักรนี้กำลังจะพินาศดับสูญ!
จั่วม่อไม่รีรอลังเลอีกต่อไป เปลวไฟสีทองลุกวาบขึ้นรอบกาย ปกคลุม
พวกเหวยเสิ้ง ชิงเสี่ยวและเหล่าเจ้าตัวเล็กไว้ภายใน มันร้องตวาดคำ “นก
โง่!”
นกโง่ท่ามกลางเปลวเพลิงเมื่อได้ยินเสียงตวาดของจั่วม่อ พลันย่อตัว
ลง
“ไป!” จั่วม่อพาทุกคนเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
นกโง่เปล่งเสียงร้องแหลม โบกสะบัดปีกที่ปกคลุมด้วยเปลวไฟ ไล่
ตามจั่วม่อไปติด ๆ
จั่วม่อในที่สุดค่อยมองเห็นรูปโฉมของนกโง่ชัดตา หางยาวของนาง
คล้ายแพรไหม ขนนกดุจดั่งสร้างขึ้นจากเปลวไฟ นางเมื่อเหินบิน ก็ทิ้ง
สะเก็ดไฟไว้เบื้องหลังเป็นทางยาว
ถ้อยคำหนึ่งวาบขึ้นใจจั่วม่อดุจสายฟ้าฟาด
เฟิ่งหวง! (นกฟินิกซ์)
เป็นเฟิ่งหวงที่แท้จริง!
เสียงหัวร่อดังกระหึ่มไปทั่วฟ้า
หลังจากที่พวกจั่วม่อหายลับไปในรอยแยกบนท้องฟ้า ร่างหนึ่งปีนขึ้น
จากหลุม กลับเป็นผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเทียนหวน
มันเงยหน้ามองท้องฟ้า ทั่วแผ่นฟ้าแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับ
ไม่ถ้วน เปลวไฟพร่างพรมลงมาดุจห่าฝน สีหน้าของมันเลวร้ายยิ่ง ทรวง
อกยุบเข้าไปเกือบทั้งหมด
มันหัวร่ออย่างขมขื่น ชีวิตของมันจบสิ้นไปแล้ว หมัดสุดท้ายของ
จั่วม่อทำลายพลังทั้งหมดของมันอย่างสิ้นเชิง เหตุที่มันยังคงลุกขึ้นมาได้ ก็
เพียงเพราะลมหายใจอึดสุดท้ายเท่านั้น
มันสามารถตายได้ แต่เทียนหวนไม่สามารถ!
มันรวมรวบพลังน้อยนิดที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในกาย ทะยานร่างไป
ในอีกทิศทางหนึ่ง เปลวไฟจากฟากฟ้าตกใส่ร่างมัน แต่ผู้อาวุโสสูงสุดคล้าย
ไม่รู้สึกรู้สาแม้แต่น้อย
ชั่วครู่ให้หลัง สีหน้าค่อยทอแววปิติยินดี
หาพบแล้ว!
ไม่มีผู้ใดหลงเหลืออยู่ในตัวตึกบริเวณนั้นอีก ผู้อาวุโสสูงสุดพุ่งผ่านเข้า
ไปในห้องลับอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องลับ หลีเซียนเอ๋อร์พอพบเห็นผู้อาวุโสสูงสุด ต้องร้องเรียก
อย่างยินดี “ผู้อาวุโส!” แต่แล้วเมื่อสายตากวาดมาพบทรวงอกที่ไม่เหลือ
เค้าเดิมของผู้อาวุโสสูงสุด ความปิติยินดีพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึงพรึง
เพริด
“ผู้อาวุโสสูงสุด… ..ท่าน…ท่าน… …”
เป็นผู้ใดสามารถทำร้ายผู้อาวุโสสูงสุดได้ถึงขั้นนี้?
มองดูหลีเซียนเอ๋อร์ที่ยังอยู่รอดปลอดภัย ผู้อาวุโสสูงสุดเต็มไปด้วย
อารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อน เมื่อมันบรรลุด่านเทพยุทธ์ มันเต็มไปด้วย
ความฮึกหาญทะยานฟ้า คาดไม่ถึงว่าจะพบจุดจบในสภาพเช่นนี้ แต่มันจะ
อย่างไรไม่ใช่ชนชั้นธรรมดาสามัญ รีบระงับอารมณ์ความรู้สึกทันที เวลา
กระชั้นเข้ามามากแล้ว
หากว่ามันยังคงอยู่ หลีเซียนเอ๋อร์จะเป็นได้แค่เพียงศิษย์รุ่นใหม่ที่มี
ความสำเร็จมากที่สุด แต่มันในเมื่อต้องตกตาย หลีเซียนเอ๋อร์ก็จะเป็น
กุญแจสำคัญต่อการอยู่รอดของเทียนหวน!
“ไม่มีเวลาแล้ว” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างเคร่งเครียด “ข้าไม่อาจ
กลับไปได้อีก เจ้าเมื่อกลับไป ให้ลอบเข้าพบเจ้าสำนักเป็นอันดับแรก
หาทางตรึงสถานการณ์ภายในเอาไว้ก่อน โดยเฉพาะหมี่หนาน เจ้าต้อง
ระวังคนผู้นี้ให้จงหนัก!”
หลีเซียนเอ๋อร์ใบหน้าซีดขาว แตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ หากว่าผู้อาวุโส
สูงสุดเสียชีวิต เช่นนั้นเทียนหวน… …
นางถึงกับไม่กล้าครุ่นคิดสืบต่อ
ผู้อาวุโสสูงสุดนึกยินดีอยู่บ้าง ยามเมื่อมันปิดตายอาณาจักรนี้ได้ทิ้ง
เส้นทางลับสายหนึ่งเอาไว้ นี่เป็นเพียงนิสัยเคยชินของมัน คิดไม่ถึงว่าความ
เคยชินนี้จะกลายเป็นมีคุณค่ามหาศาลในเวลาเช่นนี้
ในระหว่างการต่อสู้ มันย่อมไม่มีโอกาสใช้เส้นทางลับสายนี้ แต่ในยาม
นี้กลับกลายเป็นหนทางรอดเพียงหนึ่งเดียวของเทียนหวน
“ไปเถอะ”
ผู้อาวุโสสูงสุดไม่มีปัญหาสนใจเรื่องอื่นใดอีก มันรีดเค้นพลังที่ยังเหลือ
เพียงน้อยนิด เริ่มการเคลื่อนย้ายทางไกลครั้งสุดท้าย
ไม่นานหลังจากนั้น หลีเซียนเอ๋อร์หายตัวไปพร้อมกับสีหน้าประหวั่น
พรั่นพรึงไม่คลาย
ศึกหฤโหดในดินแดนที่ราบภาคกลางสะท้านไปทั่วโลก!
นี่มัน… …นี่คือการเปิดฉากงานเลี้ยงฉลองใหญ่อีกครั้งหนึ่งมิใช่หรือ!
หลังจากงานฉลองตัดแบ่งวัดเสวียนคงเมื่อครั้งนั้น หลายคนยังคงหิว
กระหายมาโดยตลอด แต่ละคนที่เข้าร่วมงานฉลองครั้งนั้นล้วนได้กำไรเป็น
กอบเป็นกำ
การล่มสลายของอีกหนึ่งมหาอำนาจดังเช่นซีเซวียน แน่นอนว่าดึงดูด
ใจไม่น้อยไปกว่าวัดเสวียนคง
ทว่าเรื่องราวกลับพัฒนาไปในทิศทางที่เหนือความคาดหมายของคน
ทั้งหมด
กองทัพของม่ออวิ๋นไห่เข้ายึดอาณาจักรสำคัญหลายแห่งอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจัดตั้งค่ายคูประตูรบ วางแนวป้องกันอย่างพร้อมสรรพใน
ระยะเวลาอันกระชั้นสั้น พวกมันไม่ได้พยายามจะยึดครองซีเซวียนทั้งหมด
แต่ผู้ที่มีสายตาแจ่มใส สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าหากม่ออวิ๋นไห่กระทำ
การสำเร็จ พวกมันจะสามารถควบคุมพื้นที่เกือบสองในสามของดินแดนซี
เซวียน!
ผู้ที่บุกเข้าสู่ซีเซวียนพร้อมกับม่ออวิ๋นไห่ ยังมีกองทัพของกู่เหลียงเตา
อีกหนึ่งขุมกำลังที่เคลื่อนไหวรวดเร็วไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือคุนหลุน
เสวียตงนำทัพมาด้วยตัวเอง บุกเข้าสู่ซีเซวียนอย่างเร่งร้อน มู่เซวียนผู้
กำลังสู้รบติดพันกับมู่ซีในแดนอสูรพลันหันกลังกลับ บุกตะลุยเข้าสู่ดินแดน
ซีเซวียนในทันที
ผู้คนในที่สุดค่อยเข้าใจกระจ่าง เป้าหมายที่แท้จริงของคุนหลุนกลับ
ไม่ใช่มู่ซี แต่เป็นซีเซวียนตั้งแต่แรก
ไม่เหมือนกับคุนหลุนซึ่งทุกคนเข้าใจว่ามีโอกาสมากกว่าในการทำศึก
พิชิตดินแดน ไม่มีผู้ใดคิดว่าม่ออวิ๋นไห่จะประสบความสำเร็จ เนื่องเพราะ
ในบริเวณใกล้เคียงเต็มไปด้วยป้อมปราการและค่ายทัพของเทียนหวน
เทียนหวนไหนเลยจะยอมเบิกตาดูม่ออวิ๋นไห่เขมือบกลืนซีเซวียนลงไปถึง
สองในสามได้
แต่เรื่องราวยังเหนือความคาดหมายของผู้คนนัก เทียนหวนกลับไม่
ขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย พวกมันถึงกับเอาแต่เบิกตามองดูม่ออวิ๋นไห่
ๆ
?
เทียนหวนพลันแบ่งแยกออกเป็นสองส่วน!
ข่าวนี้พอรั่วไหลออกไป ใต้หล้าล้วนตกตะลึงพรึงเพริด
ในตอนนี้เอง ข่าวการเสียชีวิตของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเทียนหวนได้
แพร่กระจายออกไป จนถึงยามนี้ รายละเอียดจำนวนมากเกี่ยวกับการต่อสู้
ในที่ราบภาคกลางค่อยเปิดเผยออกมา
จั่วม่อ เหวยเสิ้ง จงหยู อากุ่ย เขิงเหลียนเอ๋อร์และหลัวหลี!
ความเสียหายของม่ออวิ๋นไห่สุดที่ผู้ใดจะเทียบได้
ซีเซวียน เทียนหวน ม่ออวิ๋นไห่ นี่คือการต่อสู้ที่ทั้งสามฝ่ายล้วนพ่าย
แพ้ทั้งสิ้น
ในขณะที่ผู้คนเข้าใจว่าม่ออวิ๋นไห่ซึ่งสูญเสียจั่วม่อและเหล่ายอดฝีมือ
ชั้นสูงสุดจะแตกสลายอย่างรวดเร็วเหมือนเช่นเทียนหวน แต่โดยไม่คาดคิด
ม่ออวิ๋นไห่มิเพียงไม่ได้พังทลายลง กลับยิ่งทวีความกล้าแข็งมากขึ้น
กว่าเดิม
ทัพใหญ่ที่นำโดยกงซุนชา จัดตั้งแนวป้องกันอันมั่นคงในซีเซวียน
อย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้เอง กองทัพของกู่เหลียงเตาเผชิญพบกับกองทัพเสวียตง
กองพันกู่เหลียงเตาประสบความเสียหายอย่างหนัก แต่ในชั่วขณะที่ดู
เหมือนว่าพวกมันกำลังจะพ่ายศึก กงซุนชาพลันนำกำลังเข้าหนุนเสริม
อย่างทันท่วงที ตั้งทัพขนาบด้านข้างของกองพันเสวียตง เสวียตงได้แต่ต้อง
ถอนกำลัง หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องเสี่ยงต่อการถูกกลุ้มรุมกระหนาบ กองพันกู่
เหลียงเตาในที่สุดรอดมาได้อย่างเฉียดฉิว
สองยอดแม่ทัพในทำเนียบผนึกกำลังต่อกรกับกองทัพเสวียตง
กองทัพมู่เซวียนที่มุ่งตรงมาจากแดนอสูร พอล่วงล้าเข้าสู่ซีเซวียน
แต่หย่างหยวนเฮ่าฝืนทนแรงกดดันจากทางต้นสังกัด เพื่อเอาชนะ
กองทัพมู่เซวียน เป็นเหตุให้เก้ามหานิกายพุทธขัดแย้งถึงขั้นแตกหัก ฝ่าย
หนึ่งประกอบด้วยวัดสำเนียงวัชระ วัดดอกบัวสูงศักดิ์ วัดพุทธธรรม
เรืองรองและนิกายศูรางคม เพียงสี่สำนัก ส่วนอีกห้าสำนักที่เหลือยืนอยู่
ฝ่ายคุนหลุน ในเวลานี้ไม่มีผู้ใดคาดหวังต่อเทียนหวน
ทั่วทั้งซีเซวียนปกคลุมไปด้วยไฟสงคราม การต่อสู้อันดุร้ายอำมหิต
บันดาลให้ขุมกำลังอื่น
ๆ ไม่มีที่ใดปลอดภัยอีกแล้ว
ในแดนอสูร อาศัยการทำศึกประสบชัยอย่างงดงามของมู่ซี หมิงเยวี่ย
เยี่ยในที่สุดสร้างความมั่นคงให้แก่ขุมกำลังของนางเป็นผลสำเร็จ ใน
ขณะเดียวกันก็เริ่มทำการกวาดล้างครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในแดน