สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 892 เตรียมการ
เทียบกับเมื่อครั้งอดีต คุนหลุนในยามนี้เจริญรุ่งเรืองกว่าเดิมมาก ผู้คน
หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
หลายปีมานี้คุนหลุนเติบโตกล้าแข็งขึ้นมาก ถึงกับกล้าแข็งที่สุดในใต้
หล้า กลุ่มขุนศึกซึ่งนำโดยเสวียตงเปิดฉากรุกคืบไปทั่วทิศ ขยับขยายอาณา
เขตดินแดนคุนหลุนออกไปอย่างไพศาล
แต่เสวียตงยามนี้กลับมีอารมณ์ไม่สู้ดีนัก เหล่าศิษย์น้องทั้งหลายกำลัง
วิพากษ์วิจารณ์ศึกแม่น้าหมิงอ๋องอย่างออกรส
การศึกที่ริมแม่น้าหมิงอ๋องสะท้านไปทั่วหล้า ควรทราบว่าในศึกที่ราบ
ภาคกลางเมื่อครั้งกระโน้น ไม่มีผู้ที่เห็นเหตุการณ์รอดชีวิตออกมาบอกเล่า
ต่อโลกภายนอก ดังนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้คนได้เห็นว่าแท้จริงแล้วระดับเทพ
ยุทธ์กล้าแกร่งไร้เทียมทานเพียงใด แม้แต่ยอดแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่ง
แผ่นดินเช่นเสวียตง เมื่อได้ชมดูพลังสะท้านภพนั้น ยังอดไม่ได้ให้รู้สึกอับ
จนสิ้นหนทาง ไม่ว่ามันจะเค้นสมองครุ่นคิดหาวิธีสักเท่าใด แต่ในปัจจุบันนี้
ไม่มีสิ่งใดสามารถเทียบเคียงกับระดับเทพยุทธ์ได้
เทพยุทธ์สามารถทำลายอาณาจักร แล้วพลิ้วกายจากไปอย่างปลอด
โปร่ง
เสวียตงไม่อาจหาวิธีรับมือปัญหานี้ได้
มันลองคิดคำนวณดูอย่างถี่ถ้วน หากการพัฒนาพลังเทพยังคงรุดหน้า
ไปเช่นนี้ รอจนพลังฝีมือโดยเฉลี่ยของไพร่พลในกองทัพเพิ่มสูงกว่านี้อีก
สองขั้น หรือไม่เช่นนั้น พวกมันก็ต้องมียอดฝีมือระดับกึ่งเทพยุทธ์มากกว่า
ห้าคน บางทีอาจพอมีหนทางต่อกรกับเทพยุทธ์
แต่ทั้งสองประการนี้ล้วนเป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน ในกองทัพของมัน
ประกอบไปด้วยศิษย์ที่มีความสำเร็จสูงสุดของคุนหลุน เป็นกลุ่มยอดฝีมือ
ที่เป็นตัวแทนของผู้เข้มแข็งที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งมวล แต่หากคิดยกระดับ
พลังฝึกปรือของพวกมันอีกสองขั้น เกรงว่าต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสิบปี
ส่วนระดับกึ่งเทพยุทธ์ห้าคน ยิ่งเป็นไปไม่ได้มากยิ่งกว่า จนถึงยามนี้
หลังจากคร่าเคร่งฝึกปรือเป็นเวลาสิบกว่าปี ทั่วทั้งคุนหลุนเพียงมียอดฝีมือ
กึ่งเทพยุทธ์สองคนเท่านั้น
เมื่อครั้งที่หลินเชียนหลบหนีออกจากที่ราบภาคกลาง พอกลับมาถึง
คุนหลุน เคยบอกเล่าถึงความแข็งแกร่งของระดับเทพยุทธ์ต่อเสวียตง แต่
เสวียตงในยามนั้นไม่เชื่อมันแม้แต่น้อย คนผู้หนึ่งไหนเลยจะสามารถบรรลุ
ระดับพลังอันน่ากลัวถึงเพียงนั้นได้?
ทว่าหลังจากได้เห็นศึกริมแม่น้าหมิงอ๋องตั้งแต่ต้นจบจบ เสวียตงไม่
อาจข่มตาหลับไปหลายวัน
มันไม่อาจครุ่นคิดหาวิธีการใด ที่จะต่อกรกับหมิงอ๋องคนใหม่ผู้นั้นได้
เดิมทีพวกมันเข้าใจว่าดินแดนแห่งความมืด สมควรตกอยู่ในความ
สับสนวุ่นวายไปสักระยะหนึ่ง แต่หลังจากได้ชมดูภาพมายาที่ส่งกลับมา
ในสายตาของเสวียตง ม่ออวิ๋นไห่เป็นเพียงผลไม้ที่ค่อย ๆ สุกงอมมาก
ขึ้นทุกวัน เมื่อถึงเวลาจะสามารถปลิดลงจากขั้วอย่างง่ายดาย
แต่แล้วทันใดนั้นหมิงอ๋องผู้หนึ่งไม่ทราบผุดขึ้นจากที่ใด ทั้ง
ครอบครองพลังฝีมือเลิศภพจบพสุธา เสวียตงบังเกิดสังหรณ์อันตรายอย่าง
รุนแรง ด้วยพลังสะท้านภพของหมิงอ๋องคนใหม่ มันต้องไม่ยินดีจับเจ่าอยู่
แต่ในดินแดนแห่งความมืดเป็นแน่
พอฉุกใจคิดขึ้นมา เสวียตงสีหน้ากลายเป็นเขียวคล้า
ดินแดนร้อยเถื่อน!
หมิงอ๋องหากย่างเท้าออกจากรัง เป้าหมายแรกจะต้องเป็นดินแดน
ร้อยเถื่อนไม่ผิดแน่! เสวียตงเป็นยอดแม่ทัพลำดับต้น ๆ ล่วงรู้เบื้องลึก
เบื้องหลังของทุกฝ่ายเป็นอย่างดี มันแทบสามารถบอกผลลัพธ์ได้ทันที
ดินแดนร้อยเถื่อนซึ่งรบพุ่งวุ่นวายมานานปี ไม่มีปัญญาหยุดยั้งฝีเท้าอัน
ดุดันของหมิงอ๋องได้เป็นอันขาด
หมิงอ๋องผู้นี้มีโอกาสอย่างมาก ที่จะกลายเป็นราชาองค์แรกในรอบ
หมื่นปี ซึ่งสามารถรวมเผ่าปิศาจให้เป็นหนึ่งเดียว
เสวียตงมีความเข้าใจในธรรมชาตินิสัยของเผ่าปิศาจเป็นอย่างดี หาก
เรื่องนี้บังเกิดขึ้นจริง เผ่าปิศาจทั้งหมดจะมีขุมกำลังกล้าแข็งอย่างที่ไม่เคย
ปรากฏขึ้นมาก่อน ชาวปิศาจไม่ชมชอบความขัดแย้งภายใน หากมิใช่ว่าห
มิงอ๋องคนก่อนสิ้นอายุขัย ไห่ซินปิงจะไม่มีวันก่อกบฏอย่างแน่นอน เผ่า
ปิศาจยังมีระเบียบวินัยเคร่งครัดที่สุดในสามเผ่าพันธุ์ ความกระตือรือร้น
ต่อการเทิดทูนราชาของพวกมัน ยังคงเป็นไปตามแบบแผนของ
ขนบประเพณีสมัยโบราณ
และนั่นคือสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ภายใต้การนำของราชา พวกมัน
จะเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันจนแทบจะเรียกได้ว่าคลั่งไคล้
บัดซบ!
หมิงอ๋องที่รวมเผ่าปิศาจเป็นปึกแผ่น จะกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่
ที่สุดในการครองแผ่นดินของคุนหลุน
ในเวลานี้เอง เจตจำนงกระบี่อันน่าแตกตื่นสะท้านโลกสายหนึ่งระเบิด
ขึ้นจากเขตภูเขาด้านหลัง
เสวียตงตะลึงลานวูบ สมองลั่นอึงอล
ศิษย์พี่ใหญ่!
มันโถมออกจากห้องอย่างลืมตัว เห็นเงาร่างอันคุ้นตาสายนั้น
ปลดปล่อยพลังกระบี่สะท้านโลกแทงทะลวงขึ้นไปบนท้องฟ้า
หลินเชียนออกจากการปิดด่านฝึกตนสิบกว่าปี!
มันกลายเป็นเทพยุทธ์!
ภายใต้การคิดอ่านวางแผนของคุนหลุน ข่าวสะท้านใต้หล้านี้แพร่
สะพัดไปทั่วแดนซิวเจ่อดุจไฟลามทุ่ง ขุมกำลังทุกฝ่ายตื่นตัวขึ้นมาทันที คุน
หลุนแต่เดิมก็แข็งแกร่งทรงพลังอยู่แล้ว ทุกผู้คนเพิ่งได้ชมดูพลังของเทพ
ยุทธ์ผู้หนึ่งจากศึกริมแม่น้าหมิงอ๋อง แล้วทันใดนั้น หลินเชียนพลันออกจาก
การปิดด่านสิบปี
ข่าวของคุนหลุนบดบังรัศมีของหมิงอ๋องทันที
นี่แตกต่างจากดินแดนแห่งความมืด คุนหลุนคือสำนักเข้มแข็งอันดับ
หนึ่งในใต้หล้ามากกว่าพันปี ถึงยามนี้พวกมันมิเพียงไม่มีทีท่าว่าจะเสื่อม
ทรุดลง กลับมีแต่จะยิ่งเติบโตกล้าแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ
บัดนี้หลินเชียนปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะเทพยุทธ์ ยิ่งผลักดันคุนหลุน
ขึ้นสู่เกียรติภูมิที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในสายตาของผู้คนทั่วหล้า คุนหลุนกลับเป็นขุมกำลังที่มีโอกาสรวม
แผ่นดินมากที่สุดอีกครั้ง
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมายังน่าตกตะลึงไม่แพ้กัน นั่นคือหมี่หนานประกาศ
ทันที เทียนหวนใต้ทั้งหมดจะเข้าร่วมกับคุนหลุน! หลังจากเทียนหวนแบ่ง
ออกเป็นเทียนหวนเหนือและเทียนหวนใต้ พวกมันต่างฝ่ายต่างเสื่อมทรุด
ลงอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เทียนหวนใต้ซึ่งปกครองโดยหมี่หนาน
ยังคงครอบครองดินแดนกว่าครึ่งของเทียนหวนดั้งเดิม
หมี่หนานเมื่อเข้าร่วมกับคุนหลุน ขุมกำลังของคุนหลุนพลันทะยาน
ขึ้นถึงระดับที่ชวนอกสั่นขวัญผวา
ในอาณาเขตของสวรรค์สี่ดินแดนดั้งเดิม คุนหลุนนับว่าครอบครองถึง
สองดินแดน
ขณะเดียวกันม่ออวิ๋นไห่ครอบครองดินแดนแห่งหนึ่ง เทียนหวนเหนือ
ของหลีเซียนเอ๋อร์ถือครองครึ่งดินแดน ส่วนอีกครึ่งดินแดนที่เหลือแบ่ง
ออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ อย่างเช่นกู่เหลียงเตาและสี่มหานิกายพุทธซึ่งยังไม่ได้
เข้าข้างฝ่ายใด
ต่อให้หมิงอ๋องเข้ายึดครองดินแดนร้อยเถื่อนได้จริง ยังไม่อาจ
เทียบเท่าคุนหลุนในยามนี้
คุนหลุนมีเทพยุทธ์ที่กล้าแข็งที่สุด พวกมันยังมีสามยอดแม่ทัพใน
ทำเนียบสิบยอดแม่ทัพ เสวียตง มู่เซวียนและหมี่หนาน พวกมันครอบครอง
พื้นที่ถึงสองดินแดน
สถานะของคุนหลุนตั้งมั่นจนยากที่ผู้ใดจะสั่นคลอนได้
หย่างหยวนฮ่าวในใจเต็มไปด้วยความขมขื่น มันกลับไม่อาจกระทำ
ตนเช่นหมี่หนาน เก้ามหานิกายพุทธแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย ห้านิกาย
ยืนอยู่ฝ่ายคุนหลุน แต่พวกมันอีกสี่นิกายไม่ได้เข้าร่วมกับฝ่ายใด
หย่างหยวนฮ่าวทราบแน่แก่ใจ ไม่ว่าตัวมัน กู่เหลียงเตาหรือหลีเซียน
เอ๋อร์ ล้วนไม่มีขีดความสามารถต่อกรกับคุนหลุน
เรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้ ขุมกำลังเดียวที่สามารถต่อสู้กับคุนหลุน มี
เพียงม่ออวิ๋นไห่เท่านั้น
น่าเสียดาย จนบัดนี้ยังคงไม่มีข่าวคราวของจั่วม่อ ม่ออวิ๋นไห่เท่ากับ
โอบกอดพิษร้ายกำเริบช้าไว้ในอ้อมอก ยามนี้หลินเชียนยังมาสำเร็จด่าน
เทพยุทธ์อีก หย่างหยวนฮ่าวได้ข้อสรุปเดียวกันกับเสวียตง นั่นคือในอีก
หลายปีนับจากนี้ ไม่มีหนทางใดหยุดยั้งปรมาจารย์ด่านเทพยุทธ์ได้
นับว่าตึงมือโดยแท้!
หย่างหยวนฮ่าวนวดขยับด้วยอาการปวดเศียรเวียนเกล้า มันไม่อาจ
กระทำตนเช่นหมี่หนาน ไม่อาจลดตัวไปเข้าร่วมกับหลินเชียนได้ ด้วย
เหตุผลบางประการ มันไม่ชมชอบพฤติการณ์ของคุนหลุน
หากเพียงจั่วม่อยังอยู่… … หย่างหยวนฮ่าวลอบทอดถอนใจ จู่ ๆ มันก็
คิดถึงเจ้าคนที่ละโมบโลภมากและลึกซึ้งชั่วร้ายผู้นั้นจับใจ
ทันใดนั้นเอง นกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งเหินร่อนเข้ามาในห้องของ
มัน
หย่างหยวนฮ่าวตะลึงลานวูบ เหม่อมองนกกระเรียนกระดาษตัวนั้น
อยู่เป็นนาน นกกระเรียนกระดาษตัวนี้ไฉนดูคุ้นตาอยู่บ้าง
หรือว่าเป็นคนที่มันรู้จัก?
หย่างหยวนฮ่าวตะลึงงันอยู่เป็นครึ่งค่อนวัน
… …
กู่เหลียงเตานั่งเหม่อลอย ข้างจอนผมของมันแทรกแซมด้วยผมขาว
ในศึกช่วงชิงแผ่นดินซีเซวียนเมื่อครั้งกระโน้น มันพ่ายแพ้ต่อเสวียตงอย่าง
หมดรูป
ความหวังที่จะยึดครองดินแดนซีเซวียนของมันพังพินาศย่อยยับ
หลังจากศึกนั้น มันสละดินแดนส่วนใหญ่ที่เคยวางแผนจะยึดครอง
ให้แก่ม่ออวิ๋นไห่ หนึ่งนั้นเพื่อขอบคุณกงซุนชาที่ยกทัพมาช่วยเหลือ
“ศิษย์น้องไม่ต้องเป็นห่วง” เหวยเสิ้งสีหน้าเคร่งขรึม “เมื่อมีพวกเรา
อยู่ด้วย จะไม่ยอมให้คุนหลุนก้าวเข้ามาในม่ออวิ๋นไห่แม้แต่ก้าวเดียว”
หลัวหลี หว่อหลี จงหยูและเขิงเหลียนเอ๋อร์ผงกศีรษะเห็นพ้อง พวก
มันจะรีบรุดกลับไปยังม่ออวิ๋นไห่โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีเพียงอากุ่ยที่
รั้งอยู่ข้างกายจั่วม่อ
หลินเชียนสำเร็จการปิดด่านฝึกตน หมี่หนานเข้าสวามิภักดิ์ต่อคุน
หลุนทันที ทำให้ม่ออวิ๋นไห่ตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมอันตราย
รอจนคุนหลุนปรับโครงสร้างภายในแล้วเสร็จ พวกมันจะระดมกำลัง
หันปลายกระบี่ไปยังม่ออวิ๋นไห่ในบัดดล
“ทางด้านนี้ข้าจะรีบจัดการโดยเร็วที่สุด” จั่วม่อกล่าวอย่าง
เคร่งเครียด
การเตรียมการของมันเองก็เสร็จสิ้นแล้ว ก่อเกิดเป็นร่างแหตาข่าย
ขนาดใหญ่โตมโหฬาร
จั่วม่อทราบกระจ่างแก่ใจ นับตั้งแต่วันนี้ไป พวกมันจะเริ่มเข้าสู่ศึก
ตัดสินขั้นสุดท้ายที่แท้จริง
ถึงเวลาที่พวกมันต้องลงมือแล้ว