สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 906 จุดจบของคนทรยศ
เสียกงจู่วิตกกังวลอยู่บ้าง
นางประสบความสำเร็จในการขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจของตระกูลตั้งแต่
หลายปีก่อน สมดังความตั้งใจในครั้งนั้น ภายใต้การนำของนาง หลายปีมา
นี้ตระกูลเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ต้องใช้ความพยายามมากมาย
ในการประสานรอยร้าวระหว่างขุมกำลังสำคัญต่าง ๆ ภายในตระกูล แต่นี่
เป็นสิ่งนางถนัดจัดเจน ด้วยรูปโฉมภายนอกอันนุ่มนวลชวนสนิทสนม แต่
หัวใจแข็งแกร่งมั่นคงดุจเหล็กกล้า นางแม้ล้มเหลว พลาดพลั้ง ผิดหวัง แต่
ไม่เคยท้อถอย คนในตระกูลทั้งเบื้องสูงเบื้องต่าล้วนเลื่อมใสศรัทธานาง
จากใจจริง
นางยังคงสะคราญปานหยาดฟ้ามาดินเฉกเช่นเดียวกันกับในเมือง
มหาสันติเมื่อครั้งกระโน้น แต่ให้ความรู้สึกของสตรีที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่มาก
กว่าเดิม
การถูกเรียกตัวอย่างกะทันหันทำให้นางหวาดวิตกไม่น้อย ลำพังวิหาร
เทพปิศาจก็เพียงพอให้นางต้องแหงนมองอยู่ไกลๆ แล้ว หมิงอ๋องยัง
แข็งแกร่งทรงพลังยิ่งกว่าวิหารเทพปิศาจอีก นางไหนเลยจะไม่ทั้งวิตก
กังวล ทั้งไม่แน่ใจในอนาคต การศึกระหว่างหมิงอ๋องกับวิหารเทพปิศาจ
เป็นสิ่งที่นางเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดในระหว่างนี้ การสู้รบรุนแรงยิ่ง วิหาร
เทพปิศาจนับว่าตกเป็นรองอยู่หลายขุม
หลังจากการล่มสลายของสหพันธ์จอมปิศาจและพันธมิตรวีรบุรุษ
วิหารเทพปิศาจมิอาจแสวงหาพันธมิตรใดจากในดินแดนร้อยเถื่อนอีก ทุก
คนเชื่อว่าการรวมเผ่าปิศาจของหมิงอ๋องเพียงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
แต่แล้วจอมคนผู้มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้ครองแดนปิศาจทั้งมวล กลับ
เจาะจงเรียกหานางเข้าพบอย่างกะทันหัน เสียกงจู่ไม่อาจคาดคะเนได้ ว่า
สิ่งที่รอนางอยู่เป็นโชควาสนาหรือชะตากรรมอันเลวร้ายกันแน่
“กงจู่เชิญเข้า องค์ราชารอท่านอยู่ด้านใน” แม่ทัพชั้นสูงผู้หนึ่งให้การ
ต้อนรับเสียกงจู่อย่างสุภาพเรียบร้อย
อันม่อต้องออกไปบัญชาการการสู้รบกับวิหารเทพปิศาจ ดังนั้น
คัดเลือกองครักษ์ส่วนตัวหลายคนให้ทำหน้าที่รับใช้ข้างกายองค์ราชา
คนเหล่านี้ล้วนติดตามอันม่อมานานปี ทั้งยังเข้าร่วมในระหว่างเจ็ดวัน
แห่งปาฏิหาริย์ ด้านความจงรักภักดีไม่มีปัญหา ความงามของเสียกงจู่ ทำ
ให้แม่ทัพหนุ่มผู้นั้นถึงกับตะลึงลานกับไปชั่วขณะ …องค์ราชาชมชอบ
นางงามเช่นนี้หรือ?
เสียกงจู่ปลุกปลอบกำลังขวัญ เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่อย่าง
ระมัดระวัง
บุรุษผมขาวผู้หนึ่งคล้ายกำลังทอดตามองไปในที่ห่างไกล เมื่อได้ยิน
เสียงเคลื่อนไหวของเสียกงจู่ก็หันกลับมามองทันที
“ไม่พบกันนานแล้ว” สุ้มเสียงทักทายแฝงแววยินดี ประกายตา
นุ่มนวลลง
เสียกงจู่พบเห็นใบหน้าที่ทั้งคุ้นตา ทั้งแปลกหน้าอยู่บ้าง พลันนิ่งขึง
ตะลึงงันอยู่กับที่ เนิ่นนานยังไม่รู้สึกตัว
จากนั้นน้าตาสองสายหลั่งรินลงโดยไม่อาจระงับยับยั้ง
กงเหยี่ยเสี่ยวหรงนำกองทัพของมันซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง
กำลังพลของมันในยามนี้หลงเหลือเพียงหนึ่งพันเท่านั้น แต่ไพร่พัน
ทั้งหนึ่งพันล้วนพร้อมใจกันติดตามมันเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง ทุกผู้คนทราบ
แน่แก่ใจ เทียนหวนจบสิ้นไปแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดท้อแท้ทอดอาลัย เนื่อง
เพราะต้าเหรินบอกพวกมันว่าทุกคนจะต้องใช้หยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ
ของพวกมัน เพื่อแสวงหาความอยู่รอดปลอดภัย และอนาคตอันดีงาม
ให้แก่ครอบครัวของพวกมัน
ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้ต้าเหรินยังนำพวกมันมาต่อสู้กับหมี่หนาน
หากถามว่าพวกมันเกลียดชังผู้ใดมากที่สุดในโลก ทุกคนล้วนตอบเป็น
เสียงเดียวกัน หมี่หนาน!
คนผู้นี้มีศักดิ์ฐานะสูงส่งในเทียนหวน ได้รับประโยชน์โพดผลจาก
เทียนหวนเหลือคนานับ แต่กลับเป็นมันเอง ที่เป็นต้นเหตุการล่มสลายของ
เทียนหวน! หากมีโอกาสที่จะได้ต่อสู้กับหมี่หนาน ย่อมไม่มีผู้ใดในเทียน
หวนยินยอมจากไป!
พวกมันตรงเข้าใกล้สมรภูมิอย่างเงียบเชียบ กองพันหมี่หนานไม่ได้
สังเกตเห็นพวกมัน
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายดุเดือดรุนแรงถึงที่สุด เมื่อดำเนินมาถึง
ขั้นนี้ แม้แต่กำลังพลเพียงหนึ่งคนยังมีค่ายิ่ง กองทัพหมี่หนานเรียกหน่วย
ลาดตระเวนทั้งหมดของพวกมันกลับมา ทุ่มเทกำลังทั้งมวลในการต่อสู้อัน
โหดร้ายนี้
กองพันมู่ซวงใกล้หมดสิ้นเรี่ยวแรงทีละน้อย แต่ที่นี่เป็นดินแดนของ
เทียนหวนเหนือ การที่จะมีกองทัพเข้ามาเสริมกำลังไม่ใช่เรื่องยาก ที่สำคัญ
คือแม้ว่ากองทัพของหมี่หนานล้วนเป็นกองพันชั้นยอด แต่พวกมันไม่มี
กำลังเสริมอีก
มู่ซวงในยามนี้กลายเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกผู้เลือดเย็น เสียสละชีวิต
ของกองพันสามัญนับไม่ถ้วน เพื่อเปลี่ยนสมรภูมิแห่งนี้ให้กลายเป็นโม่หิน
บดเนื้อ
กองพันสามัญซึ่งยามปกติเป็นเพียงแค่เบี้ยตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ ยามนี้
ปราศจากความกลัวเกรงโดยสิ้นเชิง เนื่องเพราะศัตรูของพวกมันคือหมี่
หนาน หมี่หนานผู้ที่เทียนหวนเคียดแค้นชิงชังมากที่สุด!
เนื่องเพราะคนผู้นี้ ในหมู่พวกมันมีคนนับไม่ถ้วนต้องประสบชะตา
กรรมบ้านช่องพินาศผู้คนล้มตาย สงครามภายในอันยาวนานระหว่าง
เทียนหวนเหนือและเทียนหวนใต้ ได้สลักความเกลียดชังฝังลึกลงในกระดูก
ของพวกมัน
พวกมันยังคงโถมเข้าแลกชีวิตกับศัตรูอย่างไม่ขาดสาย
ในสมรภูมิแห่งนี้ ชีวิตคนเป็นเพียงตัวเลขบอกจำนวน ทหารหาญแห่ง
เทียนหวนเหนือมากกว่าห้าหมื่นคนล้วนพลีชีพในที่แห่งนี้
ทว่าเมื่อข่าวการศึกแพร่กระจายไปยังแนวหลัง ไม่เพียงไม่ทำให้ผู้คน
ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัว แต่กลับยิ่งชักนำกองทัพมากมายยิ่งกว่าไหลบ่า
เข้ามาอย่างไม่มีที่สุดสิ้น บางกองทัพตระเตรียมไปจากเทียนหวนเหนือ รอ
ที่จะเข้าสู่ม่ออวิ๋นไห่ พอได้ยินข่าวพลันหันกลับมาทันที
ในบางกองทัพที่ผู้นำทัพไม่ยินดีย้อนกลับมา ทหารหาญมากมายพา
กันผละจากกองทัพ จัดตั้งขบวนทัพเล็ก ๆ ของพวกมันเอง มุ่งหน้ากลับมา
โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เพียงเพื่อฉุดลากคนทรยศหมี่หนานลงนรกไปพร้อม
กับพวกมัน
หากกระทั่งมู่ซวงต้าเหรินยังยินดีที่จะตายไปพร้อมกับหมี่หนาน
เทียบกันแล้วชีวิตเล็ก ๆ ของพวกมันยังจะมีคุณค่าความหมายอันใดเล่า?
หมี่หนานถูกล้อมกักอยู่ที่นี่ด้วย ‘เหล่าอาหารสัตว์กระสุนปืนใหญ่’ ที่
พวกมันเคยหยามดูแคลน หลายต่อหลายครั้งที่มันคิดว่าจะทะลวงฝ่า
ออกไปได้ แต่การโถมเข้าเข่นฆ่าแลกชีวิตอย่างคลุ้มคลั่ง โดยปราศจาก
ความกลัวเกรงของคนเหล่านี้ ทำให้โอกาสของมันต้องหลุดลอยไป
เมื่อมองดูรอบกาย เห็นขวัญกำลังใจที่ตกต่าถึงที่สุดบนใบหน้าไพร่พล
ของตนเอง หมี่หนานรู้สึกความเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจ
ไฉนเป็นเช่นนี้?
มันคือยอดแม่ทัพในทำเนียบ! กองทัพของมันคือกองพันล้าเลิศ!
แล้วเหตุใดพวกมันกลับถูกไล่ต้อนจนมีสภาพเช่นนี้?
กองทัพของมันหลงเหลืออยู่เพียงไม่ถึงครึ่ง ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ
นับตั้งแต่เมื่อคืนวาน กลับเริ่มปรากฏทหารหนีทัพจำนวนมาก หมี่หนาน
เป็นแม่ทัพคุมกำลังมาหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่กองทัพของมันปรากฏ
ทหารหนีทัพ!
มันทราบแน่แก่ใจ กองพันล้าเลิศซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของมัน อยู่ไม่
ไกลจากการล่มสลายทั้งกองทัพ
แต่มันกลับไม่มีหนทางแก้ไข มันกระทั่งไม่อาจหลบหนี หากการเข้า
ร่วมกับคุนหลุนของมันไม่อาจสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์ พวกมันจะไม่ได้
รับการปฏิบัติที่ดีอย่างที่พวกมันปรารถนา คุนหลุนเต็มไปด้วยอัจฉริยะมาก
หน้าหลายตา ไม่มีที่ว่างสำหรับคนนอก อย่าว่าแต่คนนอกที่ไร้ค่า หากมัน
ไม่สามารถกระทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง สิ่งที่รอคอยมันอยู่ในยามที่หวน
กลับไป จะมีแต่ความชืดชาไร้ไมตรี
คุนหลุนจะไม่เชื่อถือมันอีกต่อไป
คนในตระกูลของมันจะสูญเสียทุกสิ่ง พวกมันจะไม่มีวันมองเห็น
อนาคตอันเรืองรองอีกเป็นครั้งที่สอง
มันตายได้ แต่ไม่อาจหลบหนี!
ทว่ามันแม้ยินดีต่อสู้จนตัวตาย แต่กองทัพของมันกลับไม่ยินดี
กองทัพเทียนหวนต่อสู้สละชีวิตเพื่อคุนหลุน? นี่มันเรื่องเหลวไหลอันใด
กัน?
หมี่หนานท้อแท้ทอดอาลัยถึงที่สุด
สิ่งที่มันไม่ทันรู้ตัวก็คือ มีสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
หนึ่งพันคู่ กำลังจ้องมองมันจากในความมืด
การซุ่มจู่โจมของกงเหยี่ยเสี่ยวหรงคะเนเวลาได้อย่างหมดจดสมบูรณ์
กองพันหมี่หนานเพิ่งจะถอยร่นลงไปถึงแนวรับของพวกมัน ยังไม่ทัน
จะได้ปรับขบวนทัพรับศึก กงเหยี่ยเสี่ยวหรงพลันบุกโจมตีโดยไม่ทันให้ตั้ง
ตัว กองพันหมี่หนานเดินมาถึงริมขอบแห่งความพินาศในทุกขณะจิตแล้ว!
“ฆ่าหมี่หนาน!”
“ฆ่าหมี่หนาน!”
เสียงกู่คำรามดังกึกก้องไปทั่วสมรภูมิ
กองพันหมี่หนานเฉกเช่นฝูงแมลงวันไร้หัว หลายต่อหลายคนแตกตื่น
จนขวัญหนีดีฝ่อ หมุนตัวหลบหนีเอาชีวิตรอด หายลับไปในความมืด กิริยา
ท่าทางของพวกมันในยามนี้กระทั่งทหารใหม่ยังไม่ย่าแย่เท่า ไม่หลงเหลือ
ร่องรอยของกองพันล้าเลิศแม้แต่น้อยนิด
หมี่หนานคล้ายชราภาพลงนับสิบปีในชั่วอึดใจเดียว มันยืนเหม่อลอย
กลางสายลม คล้ายไม่ได้ยินเสียงพญามัจจุราชที่เข่นฆ่าใกล้เข้ามาทุกขณะ
ลำแสงคมกล้าสายหนึ่งฟันใส่ลำคอของมันอย่างหักโหม
มันยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับรูปสลักคนที่ทำจากไม้
ศีรษะหลุดลอยขึ้นกลางอากาศ
สีหน้านั้นยังคงแข็งทื่อราวกับท่อนไม้
คนทรยศผู้เป็นต้นเหตุความพินาศของเทียนหวน ชดใช้หนี้กรรมของ
มันในที่นี้
กองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ยหานยังคงเฝ้าวนเวียนอยู่รอบ ๆ กอง
พันมู่เซวียนติดต่อกันหลายชั่วยาม ราวกับว่าพวกมันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
มู่เซวียนไม่กล้าผ่อนคลายการระวังป้องกันแม้แต่น้อย นางรู้ว่าหาก
ประมาทพลั้งเผลอแม้แต่ชั่ววูบ เปี๋ยหานจะเผยคมเขี้ยวของมันในทันที
นางยังคงปลุกเร้ากองทหารของนางให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
ตราบใดที่พวกนางสามารถยืนหยัดต้านทานเปี๋ยหาน พวกนางจะเป็น
ฝ่ายชนะในท้ายที่สุด
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า
เวลายิ่งผ่านไปมากเท่าใด มู่เซวียนยิ่งหัวใจเย็นเฉียบมากขึ้นเท่านั้น
นางไม่เคยนึกฝันมาก่อน คนผู้หนึ่งไฉนยังคงสามารถรักษารูปแบบการ
เคลื่อนไหวอันละเอียดลออเช่นนี้ ติดต่อกันนานกว่าห้าชั่วยาม เส้นทาง
เคลื่อนที่ของเปี๋ยหานไม่เคยซ้าแบบเดิม นางไม่อาจคาดเดาการเคลื่อนไหว
ถัดไปของมันได้แม้แต่น้อย
คนที่น่ากลัวนัก!
มู่เซวียนบังเกิดสังหรณ์ร้าย แม้ว่านางจะพยายามกระตุ้นเตือนเหล่า
นักรบของนางอย่างต่อเนื่อง แต่มีคนจำนวนมากเริ่มไม่อาจยืนหยัด
ต้านทานได้อีก
และเมื่อมันเกิดขึ้น ดาบสังหารของเปี๋ยหานจะจู่โจมทันทีโดยไม่มี
วี่แววล่วงหน้า
กองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ยหานประดุจคมดาบสุดอำมหิต เจาะ
ทะลวงเข้ามาในช่องโหว่ของกองพันมู่เซวียนในบัดดล ชั่วพริบตานั้นโลหิต
ฉีดพุ่ง แขนขาปลิวกระเด็น!
หลายคนกระทั่งไม่ทันได้รู้สึกตัว ยามเมื่อเทพมฤตยูปลิดชีวิตของ
พวกนางไป
จู่โจมสังหารเพียงหนึ่งดาบ แล้วถอยทัพยืดระยะห่างออกไปทันที!
มู่เซวียนยังไม่ทันจะได้ตอบโต้ กองพันบาปเคราะห์ก็หนีห่างออกไป
รวดเร็วเหมือนสายฟ้าแลบ กลับสู่สภาพวนเวียนรอโอกาสดุจวิญญาณร้าย
เฝ้าทวงชีวิตดังเดิม
กองพันมู่เซวียนประกอบด้วยเซียนกระบี่หญิงทั้งสิ้น พวกนางแต่ละ
คนแม้ว่ากรำศึกมานักต่อนัก แต่สตรีจะอย่างไรยังคงเป็นสตรี ภาพโชก
เลือดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้พวกนางหน้าเปลี่ยนสี
พวกนางไม่ได้หวาดกลัวความตายหรือการต่อสู้ แต่ยังอดมีปฏิกิริยา
กับภาพโชกเลือดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
พวกนาง
คราวนี้ไม่มีผู้ใดกล้าย่อหย่อนอีก ทุกนางปลุกปลอบสมาธิจิตใจ ระวัง
ป้องกันอย่างเต็มที่
เปี๋ยหานกลับสู่สภาวะเฉื่อยชาคล้ายง่วงงุนของมันอีกครั้ง นำกองพัน
บาปเคราะห์วนเวียนอยู่รอบๆ กองพันมู่เซวียนโดยไร้รูปแบบ
จนกระทั่งราตรีกรายมาอีกครั้ง
มู่เซวียนยิ่งหวาดวิตกกว่าเดิม นางยิ่งมายิ่งตื่นตระหนกสุดระงับ แม้ว่า
นางพยายามทำทุกวิถีทาง แต่ยังคงไม่อาจติดต่อกับหมี่หนานและเสวียตง
ได้
เกิดเรื่องอันใดกับพวกมัน?
มู่เซวียนพลันบังเกิดลางสังหรณ์อัปมงคล
คนเช่นหมี่หนานเป็นที่หยามดูแคลนของนาง หากมีคนทรยศต่อคุน
หลุน นางจะเป็นคนแรกที่ตัดศีรษะของพวกมันลงมา หากมิใช่ว่าเจ้าสำนัก
ขอให้พวกนางปฏิบัติอย่างสุภาพต่อหมี่หนาน มู่เซวียนจะไม่
เกรงอกเกรงใจต่อคนเช่นนี้เป็นอันขาด และไม่ใช่แค่มู่เซวียนเพียงคนเดียว
ชาวคุนหลุนแทบทั้งหมดล้วนไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อหมี่หนาน
ความเป็นน้าหนึ่งใจเดียวของคุนหลุนยากที่คนภายนอกจะขบคิด
เข้าใจได้ ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงหยามดูแคลนหมี่หนาน ผู้ที่ทรยศได้แม้แต่
สำนักที่เคยฟูมฟักเลี้ยงดูมันและมอบผลประโยชน์นับไม่ถ้วนให้แก่มัน
แต่เสวียตงเล่า?
เป็นผู้ใดสามารถขวางทางเสวียตง?
นางไม่อาจเชื่อได้ลง
แต่จนกระทั่งถึงยามนี้ นางยังคงไม่เห็นวี่แววของกองทัพเสวียตง ที่
น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ แม้แต่จะติดต่อกับเสวียตง ยังไม่อาจกระทำได้
กองพันเสวียตงคือกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของคุนหลุน ศักดิ์ฐานะ
ของเสวียตงในคุนหลุนไม่มีแม่ทัพอื่นใดสามารถยกขึ้นเปรียบเทียบได้
เนื่องเพราะเหตุนี้ กองพันเสวียตงประกอบไปด้วยผู้เข้มแข็งที่สุดของคุน
หลุนแทบทั้งหมด
เหล่าบุตรแห่งคุนหลุนกว่าครึ่ง ล้วนอยู่ในกองพันเสวียตง
เซียนกระบี่ทุกคนในกองทัพ ผ่านการคัดเลือกและทดสอบไม่น้อย
กว่าหกรอบ แต่ละคนเป็นมือดีที่ยากจะพบพานในแดนดิน
เสวียตงมีฝีมือไร้ผู้ต้าน ผนวกกับกองทัพยอดเซียนกระบี่ที่ผ่านการ
คัดเลือกซ้าแล้วซ้าเล่า และยอดยุทธ์นับไม่ถ้วน การฝึกฝนอย่างเข้มงวด
และรุนแรง มู่เซวียนเชื่อว่าไม่มีกองทัพใดในโลกจะเทียบได้กับกองพันเส
วียตง กระทั่งขุนพลพยัคฆ์แห่งซีเซวียน กู่เหลียงเตา ผู้มีนามกระเดื่องไป
ทั่วทั้งสามภพ เมื่อเผชิญกับเสวียตงยังพ่ายแพ้อย่างเอนจอนาถ
ผู้ใดจะสามารถเอาชนะกองทัพเช่นนี้ได้?
มู่เซวียนจึงไม่มีเชื่อว่าโลกนี้มีผู้ใดกระทำได้
แม้ว่าเปี๋ยหานจะร้ายกาจ กองพันบาปเคราะห์ทรงพลังยิ่งกว่าที่นาง
คาดคิด แต่นางเชื่อว่าขอเพียงเสวียตงมาถึง เปี๋ยหานจะไม่มีโอกาสแม้แต่
น้อย
แต่ทว่า… …เสวียตงกำลังเผชิญกับปัญหาใดกันแน่?
สังหรณ์ร้ายยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ภารกิจครั้งนี้คล้ายต้องสะดุดในทุก
ที่
ต่อให้ไม่นับบุญคุนความแค้นระหว่างกัน ความขัดแย้งระหว่างคุน
หลุนและม่ออวิ๋นไห่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดศึกอย่างเต็มรูปแบบ
ทว่ากลับไม่มีการรุกไล่ประสบชัยชนะต่อเนื่อง อย่างที่นางจินตนาการ
ไว้ นางรู้สึกราวกับว่าคุนหลุนไม่ว่าไปยังที่แห่งใด ล้วนเผชิญกับอุปสรรค
ขวากหนามในทุกที่
การที่นางเพลี่ยงพล้าให้แก่การตอบโต้ของกงเหยี่ยเสี่ยวหรง นั่นเป็นเพราะ
นางไม่ทันระวัง แต่ในการต่อสู้กับกองพันบาปเคราะห์นางไม่ได้ออมรั้งสิ่ง
ใดไว้เลย แต่ยังคงถูกสยบอย่างสิ้นท่าในทุกรูปแบบ
เปี๋ยหานเก่งกล้าสามารถมากกว่าที่นางคิด นางถึงกับมีความรู้สึกว่า
เปี๋ยหานยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของมันด้วยซ้า
หรือว่านี่ก็คือแสนยานุภาพที่แท้จริงของม่ออวิ๋นไห่?