สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 467 นายน้อยแห่งเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกมาขอพบ
ตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์มาปรากฏตัวยังเรือนที่ตระกูลเหลียนเตรียมเอาไว้ให้พวกเขาก็เป็นเวลารุ่งสางของวันถัดมาแล้ว
ซือหม่าโยวหลินได้กลิ่นสุราบนตัวเธอจึงขมวดคิ้วพูดว่า “เจ้าดื่มสุรามาหรือ”
“อืม ดื่มกับตาเฒ่าสองคนนั้นมาเล็กน้อยน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เรื่องของเหลียนหงเป็นเช่นไรบ้างแล้ว”
“จัดการเรียบร้อยแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวหลินพูด “ตระกูลเหลียนยอมรับตัวตนของเหลียนหงแล้ว เมื่อครู่ก็เรียกตัวเขาไปแต่เช้าเลย บอกว่าจะเขียนชื่อของเขาลงในสาแหรกตระกูลน่ะ”
“พี่ใหญ่โฉวเล่า”
“ไปด้วยกันนั่นแหละ”
“ข้าขอไปพักผ่อนสักหน่อย หลังจากนั้นพวกเราค่อยมาหารือเรื่องในอนาคตกัน ห้องของข้าเล่า”
ซือหม่าโยวหลินชี้ห้องห้องหนึ่งให้เธอ เธอจึงผลักประตูเข้าไปอย่างมึนเมา
ตาเฒ่าสองคนนั้นดึงตัวเธอเอาไว้ให้ดื่มสุราตลอดทั้งคืน เปลี่ยนคำเรียกหาเธอจากเจ้าเด็กน้อยกลายเป็นสหายน้อย สุดท้ายชายชราทั้งสองดื่มจนล้มฟุบไปเธอจึงได้โอกาสกลับมา
เป่ยกงถังออกมาจากห้อง เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้นของเธอจึงส่ายหน้าแล้วรำพึงว่า “เจ้าคนผู้นี้ทำเหมือนตัวเองเป็นบุรุษจริงๆ ไม่รู้จักควบคุมตนเองเสียบ้าง ดื่มจนกลายเป็นสภาพนี้ได้”
“เจ้าไปดูแลนางสักหน่อยเถิด” ซือหม่าโยวหลินพูด
โอวหยางเฟยยืนอยู่กลางทางเดิน สองมือกอดอกพลางถามว่า “เช่นนี้พวกเราก็ไม่ต้องไปยังเมืองว่านชิงกันแล้วใช่หรือไม่”
“น่าจะใช่นะ” เป่ยกงถังพูด “เดิมทีพวกเราจะไปเมืองว่านชิงก็เพื่อส่งเหลียนหงไปยังสถานที่ปลอดภัยสักแห่ง ตอนนี้เขากลับเข้าสู่ตระกูลแล้ว ตอนนี้พวกเราก็ไม่ต้องไปแล้วล่ะ”
“เช่นนั้นรอนางตื่นขึ้นมาหารือเรื่องในภายหน้าก็แล้วกัน” ซือหม่าโยวหลินพูดจบแล้วกลับไปยังห้องของตนเอง
ตอนซือหม่าโยวเย่ว์ตื่นขึ้นมาก็เกือบจะเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว เมื่อได้ยินเสียงโฉวเซี่ยวเทียนและเหลียนหง เธอจึงลุกขึ้นจากเตียง ก็เห็นกาน้ำที่เตรียมเอาไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เธอหยิบมันขึ้นมาแล้วดื่มจากกาโดยตรงสองอึก หลังจากนั้นจึงเปิดประตูออกไป
เมื่อเห็นเธอออกมา โฉวเซี่ยวเทียนจึงยิ้มพลางเอ่ยหยอกล้อว่า “เมื่อครู่พวกเรายังพูดอยู่เลยว่าเจ้าจะตื่นขึ้นมาอีกทีพรุ่งนี้เลยหรือไม่”
“ข้าจะนอนได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือไร” เธอเลิกคิ้วแล้วเดินไปยังศาลาพักร้อน ก่อนจะหยิบผลไม้ทิพย์ผลหนึ่งขึ้นมากัด
“ได้ยินว่าเจ้ากับตาเฒ่าสองคนนั้นดื่มกันตลอดทั้งคืนเลยหรือ”
“ก็ไม่ใช่ทั้งคืนหรอก คว่ำพวกเขาสองคนลงได้ก็กลับแล้วละ”
“หนึ่งต่อสองยังดื่มชนะเจ้าไม่ได้ พวกเขาคออ่อนเกินไป หรือเจ้าดื่มเก่งเกินไปกันแน่เล่า” โฉวเซี่ยวเทียนพูดยิ้มๆ
“ทั้งคู่นั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย “แต่ถ้าหากดื่มกับเจ้าของโรงเตี๊ยมอย่างท่าน เช่นนั้นก็ไม่แน่แล้ว”
“เช่นนั้นพวกเราจะดื่มกันเมื่อไหร่ดีเล่า”
“ช่างมันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์ถูหว่างคิ้ว ตอนนี้เธอยังเมาค้างอยู่เลย “ใช่แล้ว เหลียนหง เรื่องของเจ้าเป็นเช่นไรบ้างเล่า”
เหลียนหงลุกขึ้นยืนแล้วคารวะซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “ขอบคุณท่านมากที่ให้ผู้อาวุโสตระกูลขาวช่วยพูดให้ข้า ไม่อย่างนั้นเกรงว่าเรื่องราวคงจะไม่ได้ดีเช่นในตอนนี้หรอก”
“หืม?”
“มีคนในตระกูลบางคนที่ไม่อยากให้เหลียนหงกลับเข้าตระกูลน่ะสิ” โฉวเซี่ยวเทียนพูด “คนพวกนั้นคงจะเป็นพวกที่มีความสัมพันธ์ไม่ดีกับบิดาเขาก่อนหน้านี้ บอกว่าบิดาเขาถูกขับออกจากตระกูลไปแล้ว เด็กคนนี้จึงไม่ใช่คนของตระกูลอะไรก็ไม่รู้ หลังจากนั้นผู้อาวุโสตระกูลขาวก็เข้ามา แล้วบอกว่าให้เหลียนหงกลับเข้าตระกูล เข้าสู่สาแหรกตระกูล คนเหล่านั้นจึงมิอาจพูดอะไรได้อีก”
“แล้วเหลียนเทียนเล่า”
“เมื่อวานไม่ได้บอกว่าจะจัดการอย่างไร” โฉวเซี่ยวเทียนพูด “เหลียนเทียนผู้นั้นรู้ว่าเสี่ยวเหลียนจื่อมีตัวตนอยู่มาโดยตลอด ตอนนั้นที่เหลียนอันกลับมา คนที่ได้พบก็คือเขา เขารู้ว่าเสี่ยวเหลียนจื่อกำลังถูกไล่ล่าสังหาร แต่กลับบอกกับคนในตระกูลว่าบิดาของเขาไม่เป็นไร แต่หนีไปไกลสุดหล้าฟ้าเขียวแล้ว หลายปีมานี้ความเคลื่อนไหวของตระกูลเฟ่ยก็ถูกเขาใช้สถานะมากดดันเอาไว้ทั้งหมดเลย”
“แล้วเหตุใดเขาจึงต้องจับตัวเหลียนหงด้วยเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เข้าใจ
“บางทีอาจเป็นเพราะได้รับสิ่งของที่ท่านพ่อทิ้งเอาไว้ให้ข้าแล้วกระมัง” เหลียนหงพูด
“เช่นนั้นเหลียนเทียนก็ต้องพอมีเส้นสายภายในตระกูลอยู่บ้าง คิดจะจัดการเขา ก็ต้องดูว่าประมุขตระกูลว่าอย่างไรแล้วล่ะ” โฉวเซี่ยวเทียนดูคล้ายจะมีอารมณ์ขึ้นมา
“โยวเย่ว์ ตอนแรกพวกเราจะส่งเขาไปยังเมืองว่านชิง ตอนนี้ไม่ไปแล้ว เช่นนั้นพวกเราจะกลับกันเลยหรือไม่” เป่ยกงถังถาม
“ไม่ไปแล้ว อีกสองวันพวกเราก็กลับกันได้แล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “สถานการณ์ทางด้านเจ้าวิหคน้อยก็ค่อนข้างเร่งด่วน นอกจากนี้พวกเรายังต้องไปที่แคว้นกลางด้วย ในเมื่อเหลียนหงได้รับการยอมรับจากตระกูลแล้ว พวกเราอยู่ที่นี่ไปก็เสียเวลาเปล่า”
“พวกท่านจะไปกันแล้วหรือ” เหลียนหงถามอย่างตกตะลึง
“เดิมทีพวกเราก็มาเพื่อส่งเจ้าอยู่แล้ว ตอนนี้เจ้าปลอดภัยดีแล้ว พวกเราก็ต้องกลับกันแล้วน่ะสิ”
“เสี่ยวเหลียนจื่อ รอให้เจ้าปรับตัวได้แล้ว อาจารย์ก็ต้องไปเช่นกัน” โฉวเซี่ยวเทียนพูดอย่างกะทันหัน
“ท่านอาจารย์ ท่านก็ต้องไปเช่นกันหรือ”
“เดิมทีข้าก็เป็นศิษย์ของสำนักหนึ่งในแคว้นกลาง จากมาตั้งเก้าสิบปีแล้ว ก็ควรจะกลับไปดูสักหน่อย” โฉวเซี่ยวเทียนพูดอย่างอ่อนไหวอยู่บ้าง
เหลียนหงเองก็รู้ดีว่าหลายปีมานี้โฉวเซี่ยวเทียนเสียสละเพื่อตนมากมายเพียงใด การปกป้องคุ้มครองตลอดเก้าสิบปี ย่อมมิใช่สิ่งที่จะแสดงออกมาในคำพูดประโยคเดียวได้
ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้นเอง วิหคสี่ปีกตนหนึ่งก็เดินเข้ามา
“นายน้อย”
“ทำไมหรือ”
“องค์ราชาเพิ่งจะให้คนส่งข่าวมาเมื่อครู่” วิหคสี่ปีกพูดแล้วหยุดครู่หนึ่ง พลางมองพวกเหลียนหง
“เจ้าวิหคน้อยหรือ ข่าวอันใดเล่า”
วิหคสี่ปีกอีกตนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วพูดกับซือหม่าโยวเย่ว์ว่า “นายน้อย ข้าน้อยคือเผิงหรง หลังจากที่นายน้อยจากมาไม่นาน พวกเราก็ได้รับข่าวด่วนมาว่าราชาเหยี่ยวนกเขาและตระกูลเฟ่ยสมรู้ร่วมคิดกันวางแผนจัดการพวกเรากับตระกูลเหลียน ได้ยินว่าเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาออกมาจากถิ่นที่อยู่แล้ว เตรียมตัวจะลงมือกับตระกูลเหลียนในระยะเวลาอันใกล้นี้”
ซือหม่าโยวเย่ว์ตกตะลึง “ข่าวถูกต้องแน่หรือ”
“ถูกต้องแน่นอน” เผิงหรงพูดอย่างแน่ใจ
สีหน้าของทุกคนในที่นั้นกลายเป็นเคร่งขรึมอย่างยิ่ง ข่าวของตระกูลเหลียนถูกเหลียนเทียนเลือกปิดบังมาโดยตลอด เพื่อป้องกันความไม่พอใจ ถ้าหากบวกกับการเข้าร่วมของเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขา สถานการณ์ของตระกูลเหลียนในคราวนี้ไม่ต้องคิดก็รู้แล้ว
“ข้าจะไปบอกท่านประมุขตระกูล!” เหลียนหงลุกขึ้นยืนหมายจะจากไป
“เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อนสิ” โฉวเซี่ยวเทียนดึงตัวเหลียนหงเอาไว้ “ลองฟังดูก่อนว่าโยวเย่ว์ว่าอย่างไร”
“เจ้าวิหคน้อยได้พูดอะไรหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“หลังจากที่องค์ราชาทราบข่าวนี้แล้วก็ให้ข้ามารายงานนายน้อยทันทีเลย นอกจากนี้ยังส่งคนจำนวนหนึ่งมาด้วย ตอนนี้รวมตัวกันอยู่นอกเมือง บอกว่าให้เชื่อฟังตามที่นายน้อยสั่งการทั้งหมด ถ้าหากจะร่วมมือกับตระกูลเหลียน คนเหล่านั้นก็จะเชื่อฟังการจัดการของนายน้อยอย่างไร้เงื่อนไข ถ้าหากนายน้อยไม่ร่วมมือกับตระกูลเหลียน คนเหล่านี้ก็จะมาคุ้มครองความปลอดภัยของนายน้อยขอรับ” วิหคสี่ปีกเอ่ยตอบ
ซือหม่าโยวเย่ว์อบอุ่นหัวใจขึ้นมา เจ้าวิหคน้อยได้ยินข่าวนี้แล้วคงจะร้อนใจแทบตาย ถึงแม้ว่าตัวเองจะมาไม่ได้ ส่งคนมาคุ้มครองเธอก็ยังดี
“ตระกูลเฟ่ยกับเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาร่วมมือกัน…” ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้นิ้วมือเคาะโต๊ะเบาๆ คนที่รู้จักเธอดีต่างรู้ว่าเธอทำเช่นนี้แสดงว่ากำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่
“เผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขานี้ช่างน่ารังเกียจเสียจริง คิดจะร่วมมือกับตระกูลเฟ่ยจัดการเจ้าวิหคน้อย ถ้าหากพวกเราร่วมมือกับตระกูลเหลียนแล้วชิงทำลายกำลังของพวกเขาในคราวนี้ก่อน ต่อไปหากต่อกรกันขึ้นมาก็คงจะสบายขึ้นหน่อยหนึ่งแล้ว”
“โยวเย่ว์…” เหลียนหงมองเธออย่างเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “ไปกันเถิด พวกเราไปคารวะประมุขตระกูลเหลียนอย่างเป็นทางการสักครา…”
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น ทหารรับใช้หน้าประตูห้องหนังสือของเหลียนเจวี๋ยก็เขามาแล้วพูดว่า “ท่านประมุขตระกูล นายน้อยของวิหคสี่ปีกกับนายพลหรงมาขอพบขอรับ”
นัยน์ตาเหลียนเจวี๋ยฉายแววสงสัย เผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกมีนายน้อยตั้งแต่เมื่อใดกัน
…………………………………