สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 513 ใครกำลังขึ้นฝั่ง?
“ดีๆๆ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินยิ้มอย่างสดใส การที่หลินหยวนสามารถปรากฏตัว
ต่อหน้าพวกเขาได้อีกครั้ง นั่นหมายความว่าก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้อย่างราบรื่น
เมื่อได้รับการยอมรับจากปากของหลินหยวนแล้ว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉิน
ก็รู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
กว่าล้านปีแล้ว ในที่สุดอารยธรรมมนุษย์ก็ให้กำเนิดผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนที่
10 หรือ?
ไม่ถูกต้อง
การมีอยู่ของหลินหยวน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดสามารถที่จะบรรยาย
ได้
“นับถือ นับถือ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเฉินกล่าวออกมาเบาๆ
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก เจ้ากลายเป็นผู้วิวัฒนาการมาได้ไม่ถึง
พันปี แต่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดได้แล้ว หากเป็นเมื่อก่อนข้าก็คงไม่กล้าที่
จะคิดเช่นนี้”
ไม่ต้องพูดถึงพลังต่อสู้และพื้นฐานของหลินหยวน แค่ความเร็วในการก้าว
เข้าสู่ระดับ 12 ก็เพียงพอที่จะสร้างแบบอย่างให้กับยุคจักรวาลนับไม่ถ้วนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นเส้นทางวิวัฒนาการที่หลินหยวนเลือกเดินนั้น คือการสร้างขึ้น
เองจากศูนย์ ซึ่งยากกว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่ฝึกฝนเส้นทางวิวัฒนาการที่
มั่นคงกว่าหลายเท่า
“ไม่ถึงพันปี? ตอนที่ข้าอายุพันปี ข้าก็ยังไม่ได้อยู่ในระดับ 8 เลย”
นึ่
ุ
ยู่
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของมนุษย์คนหนึ่งถอนหายใจออกมา ฟังดูเหมือน
เป็นการเยาะเย้ยตนเอง แต่สีหน้ากลับดีเป็นอย่างมาก
เพราะหลินหยวนเป็นผู้วิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์
“เป็นเพียงแค่ความโชคดีเท่านั้นครับ”
หลินหยวนกล่าวอย่างถ่อมตน
“ความแข็งแกร่งก็คือความแข็งแกร่ง จะพูดถึงความโชคดีไปทำไม”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนส่ายหน้าและกล่าว
“ใช่ เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้น การที่
พวกเราด้อยกว่าเจ้านั้น ถือเป็นความจริง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเฉินพยักหน้าและกล่าว
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ข้ามีเรื่องหนึ่งที่หวังว่าเจ้าจะยอมรับ”
ในขณะนั้น ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่มองไปยังหลินหยวน และอดไม่ได้ที่จะ
กล่าวออกมา
“เชิญว่ามา”
สีหน้าของหลินหยวนดูจริงจังเล็กน้อย
“ตอนที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกอยู่ในระดับ 11 ก็มีพลังต่อสู้ใน
ระดับ 12 แล้ว ในตอนนี้ที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 พลังต่อสู้ในตอนนี้ไปถึงระดับไหน
กัน?”
แววตาของผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่เต็มไปด้วยเจตจำนงในการต่อสู้
แต่เดิม เขาก็ก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดด้วยวิถีแห่งพลัง และพลังต่อสู้นั้นเกือบจะ
เทียบเท่ากับผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉิน เขาจึงอยากรู้โดยธรรมชาติว่าพลังที่แท้
จริงของหลินหยวนในตอนนี้ไปถึงระดับไหน
“ถูกต้อง เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเจ้ามีพลังมากขนาดไหนใน
ตอนนี้?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเฉินก็คาดหวังเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ หรือผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเฉินไม่ได้มีความ
คิดที่ไม่ดีต่อหลินหยวน และไม่ได้ไม่ยอมรับอะไร แต่เพียงแค่อยากรู้ว่าหลิน
หยวนในตอนนี้ไปถึงระดับไหนแล้ว
ตั้งแต่จักรวาลถือกำเนิดขึ้นมา ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่อยู่ในระดับสูงสุด
เมื่อรวมกันแล้วก็มีเพียงแค่ไม่กี่สิบคน และส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไร
กันได้
“ในจักรวาลแห่งนี้ ก็เกือบจะเทียบเท่ากับขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดแล้ว
มั้งครับ”
หลินหยวนกล่าวพูดอย่างสบายใจ
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด เป็นเพราะการกดดันของจักรวาลหากอยู่ใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลหลินหยวนสามารถระเบิดพลังต่อสู้ใน
ขอบเขตปกครองออกมาได้อย่างง่ายดาย
“ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด?”
“เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แต่กลับสามารถอยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
แล้ว?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่รู้สึกตกตะลึงอย่างมาก เช่นเดียวกับผู้แข็งแกร่งระดับ
12 คนอื่นๆ ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรมมนุษย์ ก็ได้ตัดสินว่าเมื่อหลิน
หยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว ย่อมต้องสามารถไปถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุดอย่างรวดเร็ว
แต่ในตอนนี้ กลับก้าวเข้าสู่ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดแล้ว?
ที่
พิ่
นั้
ไม่ได้บอกเหรอ? ว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 12 นั้นเป็นช่วง
ที่อ่อนแอที่สุดหรอกหรือ?
“เราสามารถทดสอบฝีมือกันได้”
หลินหยวนพูดพร้อมกับรอยยิ้ม เขารู้ว่าต้องทำอะไรถึงจะสนองความ
อยากรู้อยากเห็นของผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์
“ดี”
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอเริ่มก่อน”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และกล่าวออกมาโดยตรง
ในจักรวาลนั้นมีผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีเพียงแค่ 2 คน
เท่านั้น ก็คือเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทั้งสอง
เพียงแต่การลงมือของผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองนั้นมีข้อจำกัดมากมาย หาก
พวกเขาไม่ลงมือก็แล้วไป แต่ถ้าลงมือเมื่อใดย่อมต้องเผชิญหน้ากับการปราบ
ปรามของจิตสำนึกของจักรวาล เมื่อนั้น จึงเป็นเวลาที่พวกเขาต้องลงมืออย่าง
เต็มที่
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดที่ลงมืออย่างเต็มที่ ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่
ลี่ไม่ได้โง่ เลยไม่คิดที่จะเข้าไปท้าทายอย่างตั้งใจ
แต่หลินหยวนเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์เช่นกันผู้
แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่คิดว่าหลินหยวนคงจะไม่ลงมือกับเขาโดยที่ไม่ไว้หน้ากัน
“ท่านจะเริ่มก่อนหรือให้ผมเริ่มก่อน?”
หลินหยวนพยักหน้าและถาม
“เจ้าเริ่มก่อนเถอะ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่กล่าวอย่างจริงจัง
ที่
ขั้
นั้
ในการต่อสู้กับผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดนั้น แน่นอนว่าจะต้อง
เน้นไปที่การป้องกันเป็นหลัก เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจึงจะสามารถสัมผัสได้ถึงพลัง
ของผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดได้
“ผมจะใช้แค่พลังของร่างกาย”
หลินหยวนยกมือขวาขึ้น และกดไปยังผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่อย่างบางเบา
ครืนๆ
พลังของร่างกายที่น่าสะพรึงกลัว เริ่มที่จะส่งผลกระทบต่อกาลอวกาศ ผู้
แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่รู้สึกขนลุก และพยายามที่จะต้านทานอย่างเต็มที่ ต้องการที่
จะส่งผลกระทบต่อมือขวาที่กำลังกดลงมาอย่างช้าๆ ของหลินหยวน แต่กลับ
ไม่มีประโยชน์อะไร
หลังจากนั้นผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ก็วางแผนที่จะหลบหนีออกไปแต่กลับพบ
ว่ากาลอวกาศได้ก่อตัวขึ้นมาเป็นคุกไปแล้ว พลังของร่างกายที่แข็งแกร่ง ได้
ทำการแผ่ขยายพลังและชี้นำกาลอวกาศอย่างตามใจ และก่อตัวขึ้นเป็น
ขอบเขตเฉพาะของหลินหยวน
วูบๆ
ฝ่ามือของหลินหยวนกดลงมาอย่างช้าๆ ในสายตาของผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่
นั้น นั่นหมายถึงการพังทลายและดับสูญของจักรวาล เพียงแต่ในสายตาทั้งหมด
นั้นกลับมีเพียงแค่ฝ่ามือของหลินหยวน
“หยุดๆๆ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ตะโกนออกมาในทันที
เขายังมีไพ่ตายอีกมากมายที่ไม่ได้ใช้ แต่หากใช้ไพ่ตายเหล่านั้นแล้ว มันก็
จะไม่ใช่การทดสอบฝีมืออีกต่อไป ดังนั้นผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่จึงยอมแพ้โดยตรง
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก รีบหยุดเถอะ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเฉินตั้งสติ และกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
ที่
ลี่
ผู้
ู
ุ
เดิมทีเขาวางแผนที่จะรอให้ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ประลองเสร็จแล้วตนเองก็
จะเข้าไปต่อสู้กับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกสัก 2-3 กระบวนท่า
แต่เมื่อดูจากในตอนนี้แล้ว กลับไม่จำเป็นต้องทำให้ตนเองต้องอับอาย
ขนาดนั้น
“ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด น่ากลัวขนาดนี้เลยหรือ?”
เมื่อหลินหยวนเก็บมือขวาของตนเองกลับมาแล้ว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ก็อด
ไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาอย่างรู้สึกซาบซึ้ง
ภายใต้ฝ่ามือเมื่อครู่นั้น ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่รู้สึกว่าต่อให้ตนเองใช้ไพ่ตายที่
แข็งแกร่งที่สุด ยังคงต้องได้รับบาดเจ็บ นี่เป็นเพียงแค่ฝ่ามือที่หลินหยวนกดลง
มาอย่างสบายๆ เท่านั้น
“ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนมองไปยังหลินหยวนอย่างลึกซึ้ง
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด ที่จริงแล้วไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น สิ่งที่น่ากลัว
กลับเป็นตัวของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเอง
“ในเมื่อเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 อย่างราบ
รื่นแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อน”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนกล่าวออกมา
เดิมทีพวกเขาทั้ง 9 คนวางแผนที่จะอยู่ที่นี่อีกสักพัก ท้ายที่สุดแล้วผู้
แข็งแกร่งสูงสุดที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 12 มักจะเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด
หากมีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนอื่นๆ ฉวยโอกาสลงมือ นั่นถือเป็นเรื่องที่
ค่อนข้างลำบาก
จึงต้องการให้ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 คนอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องป้องกันเหล่าผู้
แข็งแกร่งระดับ 12
นี้
ที่
มื่
แต่ในตอนนี้หลังจากที่ได้เห็นฝ่ามือเมื่อครู่ของหลินหยวนแล้ว ผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนอื่นๆ ก็ดับความคิดที่จะปกป้องลง
ไป
ปกป้อง?
ใครปกป้องใคร?
คือพวกเขาปกป้องเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก หรือเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือกปกป้องพวกเขา?
“อีกสักพักผมจะไปหาพวกท่าน”
หลินหยวนพยักหน้า
หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว เขาก็มีเรื่องอีกมากมายที่ต้องทำ
“อืม”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนมองไปยังหลินหยวน เหมือนจะนึกอะไรออก
และกล่าวในทันที
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก เจ้าเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 12 เจ้าต้องรีบ
ไปยังพื้นที่ของแม่น้ำแห่งกาลเวลาเพื่อที่จะขึ้นฝั่ง”
เมื่อผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดแล้ว หาก
สำเร็จ สาระสำคัญของชีวิตก็จะเปลี่ยนแปลง และสามารถ
หลุดพ้นจากพันธนาการของแม่น้ำแห่งกาลเวลาได้อย่างสมบูรณ์รวมไปถึง
สามารถเข้าไปยังพื้นที่ของแม่น้ำแห่งกาลเวลาได้ทันที
ต่อไปสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เพิ่งเลื่อนขั้นจะต้องทำก็คือการขึ้นฝั่ง
“เข้าใจแล้วครับ”
หลินหยวนกล่าว
ขึ้
ฝั่
สิ่
ที่
นี้
การขึ้นฝั่งเป็นสิ่งแรกที่เขาจะต้องทำในตอนนี้ ถึงแม้ว่าสาระสำคัญของ
ชีวิตของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เพิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปใหม่ๆ นั้นจะได้รับผลก
ระทบจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาน้อย
แต่ก็ต้องรีบขึ้นฝั่งให้เร็วที่สุด
ซูบๆๆ
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 8 คนทยอยจากไป
ในทันทีก็เหลือเพียงแค่หลินหยวนที่ยืนตระหง่านอยู่ภายใต้ห้วงอวกาศ
“หืม?”
หลินหยวนสังเกตเห็นการเฝ้าดูมากมาย นั่นก็คือการที่เหล่าผู้แข็งแกร่ง
ระดับ 12 กำลังแอบสอดส่องเขา
“เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ?”
หลินหยวนมองไปยังดินแดนของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ ในตอนนีสาระสำคัญ
ของชีวิตของเขาได้ก้าวกระโดดไปแล้ว และสามารถมองเห็นสิ่งที่มากกว่าเดิม
ได้ ข้อมูลมากมายที่อยู่ในกระท่อมไม้ที่ไม่โดดเด่นนั้น ทำให้เขาตกใจเป็นอย่าง
มาก
“ที่มาของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติต้องไม่ธรรมดา กระท่อมไม้นั้นเป็นสมบัติใน
ระดับขอบเขตโกลาหล?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ
“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกที่ได้ก้าวเข้าสู่
ระดับ 12”
ในขณะนั้นเอง ผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนหนึ่งของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติกลับส่งเสียง
มา ขอแสดงความยินดีที่อยู่ห่างกันครึ่งจักรวาล
ที่
“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกที่ได้ก้าวเข้าสู่
ระดับ 12”
เสียงของผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีกคนของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติก็ดังขึ้นมาเช่นกัน
“น้ำเสียงของทั้งสองคน”
หลินหยวนได้ยินถึงความเคารพเล็กน้อยจากน้ำเสียงของผู้แข็งแกร่งสูงสุด
ทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
นี่มันค่อนข้างเหลือเชื่อเกินไป ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัย
พิบัติก็อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด แม้ว่าจะไม่สามารถลงมือได้ตามปกติ
แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเกรงกลัวหลินหยวนมากเกินไป
แล้วไหนจะกระท่อมไม้ที่อยู่ในระดับขอบเขตโกลาหลนั่นอีก?
“หากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกมีเวลา สามารถมานั่งเล่นที่นี่ได้
พวกเราสามารถบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเรารู้”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่ยืนอยู่หน้ากระท่อมไม้กล่าวใน
ทันที
“ได้”
หลินหยวนพยักหน้า
ก็ไม่ได้กังวลว่าอีกฝ่ายจะมีกับดักอะไร
หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว หลินหยวนจึงไม่มีศัตรูอยู่ในจักรวาล
แห่งนี้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้หลินหยวนเดินทางไปยังดินแดนของเผ่าพันธุ์
ภัยพิบัติ ก็จะไม่ใช่ร่างจริงที่เดินทางไปด้วย ต้องสร้างร่างแยกไปเท่านั้น
“ถึงเวลาต้องไปขึ้นฝั่งแล้ว”
เมื่อหลินหยวนคิดเช่นนั้น เขาก็เข้าไปยังพื้นที่ของแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ฝั่
น้ำ
ริมฝั่งของแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แต่ละคนยืนตระหง่านอยู่ พวกเขากำลังจับตามอง
ภายในแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ในเมื่อเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 อย่างราบ
รื่นแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือการขึ้นฝั่ง
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวมากมายไม่สามารถเข้าใจ
พลังของหลินหยวนได้โดยตรงเหมือนกับผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอารยธรรม
มนุษย์ จึงสามารถตัดสินได้จากการขึ้นฝั่งของหลินหยวนเท่านั้น
ในแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้น ทุกชีวิตจะแสดงรูปร่างที่แท้จริงที่สุดออกมา ไม่
ว่าจะเป็นใต้แม่น้ำแห่งกาลเวลาหรือเหนือแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ยิ่งสาระสำคัญของชีวิตสูงเท่าไหร่ รูปร่างในแม่น้ำแห่งกาลเวลาก็จะยิ่ง
ใหญ่ขึ้นเท่านั้น
“นั่นมัน”
ในทันใดนั้น ผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนหนึ่งของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำก็มองไปยัง
ตำแหน่งตรงกลางของแม่น้ำแห่งกาลเวลาด้วยความตกตะลึง
ที่นั่นมีร่างของยักษ์ที่สง่างามกำลังค่อยๆ ยืดตัวขึ้นมา ยักษ์ตนนีใหญ่และ
สูงเกินไป หลังจากที่เขายืนขึ้นมาแล้ว ขาทั้งสองข้างยังอยู่ในแม่น้ำแห่งกาล
เวลา
แต่กระแสน้ำของแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้น สามารถท่วมได้เพียงแค่ตำแหน่ง
ต้นขาเท่านั้น ความกว้างของขาทั้งสองข้างนั้นได้ดันแม่น้ำแห่งกาลเวลาทั้งหมด
จนเต็ม
ครืนๆๆ
หลังจากที่ยักษ์ตนนี้ยืนขึ้นแล้ว เขาก็ยกเท้าขวาขึ้น และเดินไปยังริมฝั่ง
ของแม่น้ำแห่งกาลเวลา
นี้
มื่
ที่
ขนาดของยักษ์ใหญ่ตนนี้ เมื่อเทียบกับขนาดของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่อยู่
ริมฝั่งนั้น กลับมีความสูงเพียงแค่เข่าของเขา
ในระหว่างการขึ้นฝั่งนั้น ขนาดที่ใหญ่โตย่อมหมายถึงน้ำหนักทีมากโข
อย่างแน่นอน ริมฝั่งของแม่น้ำแห่งกาลเวลาทั้งหมดจึงถูกยักษ์กดดันจนสั่น
สะเทือน
การสั่นสะเทือนเล็กน้อย มาพร้อมกับการก้าวเดินทีละก้าวของยักษ์ตนนี้
และแผ่ขยายไปตามแม่น้ำแห่งกาลเวลาไปยังที่ที่ห่างไกลกว่าเดิม
ในชั่วพริบตา
การสั่นสะเทือนของแม่น้ำแห่งกาลเวลาที่ยักษ์อยู่ ได้ส่งต่อไปยังแม่น้ำแห่ง
กาลเวลาสาขาอื่นๆ แม่น้ำแห่งกาลเวลาสาขาเหล่านี้ได้พาดผ่านจักรวาลอื่นๆ
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ในจักรวาลแต่ละจักรวาลสามารถรับรู้ได้ถึงการ
สั่นสะเทือนนี้เช่นกัน ในใจของพวกเขาก็เกิดคลื่นยักษ์ และพร้อมใจกันเกิด
ความคิดหนึ่งขึ้นมา
“ใครกำลังขึ้นฝั่ง?”