สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 518 ปราบปรามทั้งหมด
ห้วงอวกาศบริเวณขอบของจักรวาล
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหลายมีสีหน้าที่เคร่งเครียด ทางที่เชื่อมสวรรค์ที่ปู
ด้วยกฎนับหมื่นสายนั้นหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
ชายหนุ่มคนหนึ่งเหยียบย่ำกฎ เดินทางมา
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก!”
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดมากมายรู้สึกหนักอึ้งในใจ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่า
หลังจากที่ปฏิเสธข้อเสนอของอารยธรรมมนุษย์แล้วท้ายที่สุดแล้วจะต้องเผชิญ
หน้ากับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
แต่ช่วงเวลานี้กลับมาเร็วจนเกินไป
วินาทีก่อนหน้าที่พวกเขาเพิ่งปฏิเสธผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวน วินาที
ต่อมาเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก็มาถึงแล้ว
และด้วยพลังของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกแล้วสามารถที่จะมา
ถึงได้อย่างเงียบเชียบ แต่กลับมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้
มันหมายความว่าอย่างไร?
มันหมายความว่ามีความแข็งแกร่งที่แน่นอน
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกมีความมั่นใจในตนเองเป็นอย่างมาก
การที่จะสามารถฝึกฝนจนไปถึงระดับ 12 ได้นั้น ความเร็วในการทำงาน
ของความคิดจะต้องรวดเร็วขนาดไหน ในชั่วพริบตาก็ได้ข้อสรุปและการคาด
เดามากมาย
ที่
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ท่านไม่คิดที่จะให้ทางรอดแก่พวกเรา
จริงๆ หรือ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังในตอนนี้ผู้
แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมดได้รวมออร่าที่น่าสะพรึงกลัวเอาไว้ภายในร่างกาย พร้อม
ที่จะลงมืออย่างสุดกำลัง
ส่วนเรื่องการหลบหนี?
ทุกคนไม่ได้โง่ จักรวาลมีขนาดเพียงเท่านี้ จะหนีไปไหนได้?
ในทางกลับกัน การที่เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่อยู่ในที่เกิดเหตุพากันหลบ
หนี ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกโจมตีทีละคน
ในตอนนี้สิ่งเดียวที่เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดสามารถทำได้ก็คือการรวบรวม
พลังทั้งหมด พยายามที่จะต่อต้านเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
ตราบใดที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกทำอะไรพวกเขาไม่ได้ก็จะ
ถือว่าเป็นชัยชนะ
“ยอมจำนนต่อมนุษย์ มอบอาวุธและสมบัติล้ำค่าระดับ 12 จำนวน 9 ใน
10 ส่วน นี่คือทางรอดของพวกท่าน”
หลินหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบ
“การยอมจำนนต่อมนุษย์นั้นก็ทำได้ แต่อาวุธและสมบัติล้ำค่าระดับ 12
ขอมอบให้น้อยลงได้หรือไม่?”
สีหน้าของผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่เปลี่ยนไป แต่ในท้ายที่สุดก็
กล่าวออกมา
นี่คือการประนีประนอมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว อาวุธและสมบัติล้ำค่าระดับ 12
นั้นเกี่ยวข้องกับความมั่นใจที่เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดใช้ในการเผชิญหน้ากับการ
ล่มสลายของจักรวาล
ห้ามสูญเสียอย่างเด็ดขาด
ูญ
“ดูเหมือนว่าพวกท่านยังคงมีความหวังลมๆ แล้งๆ อยู่”
หลินหยวนมองไปยังเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดมากมาย
ที่จริงแล้วการมอบอาวุธและสมบัติล้ำค่าระดับ 12 จำนวน 9 ใน 10 ส่วน
นั้นก็ถือได้ว่าหลินหยวนใจดีแล้ว เมื่อคำนึงถึงว่าการฝึกฝนจนไปถึงระดับ 12
นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ให้พวกเราได้เห็นหน่อยว่าในตอนนี้
ท่านมีพลังอยู่ในระดับไหน!”
ที่หว่างคิ้วของผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่มีแสงสว่างส่องประกาย
ออกมา พระราชวังที่สง่างามครอบคลุมเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมด
พระราชวังแห่งนี้เป็นอาวุธประจำเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์ห
ยู่ ได้รับมาจากช่วงต้นของการเปิดจักรวาล เมื่อตกลงมาจากความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล
พระราชวังที่สง่างามเป็นสมบัติลับในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดในทาง
ทฤษฎีแล้วสามารถป้องกันการโจมตีของขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดได้อย่าง
สมบูรณ์ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือใช้พลังงานมากเกินไป
แต่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดมากมายที่อยู่ในที่แห่งนี้ เมื่อกระจายพลังงานออกไป
ให้ผู้แข็งแกร่งสูงสุดแต่ละคน ย่อมต้องดีขึ้นกว่าเดิมมาก
การที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่กล้าที่จะต่อรองกับหลินหยวน ก็
เพราะอาศัยสมบัติลับประเภทป้องกันในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
ถึงแม้ว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะอยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุดแล้วอย่างไร?
จะแข็งแกร่งกว่าขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดโดยทั่วไปอย่างไร?
ตราบใดที่ยังอยู่ในขอบเขตของบุกเบิกวิถี ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไร
พระราชวังแห่งนี้ได้
อื่
นั้
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนอื่นๆ มากมายเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมา
เล็กน้อย แรงกดดันที่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
โดยตรงนั้นมากเกินไป การที่มีพระราชวังแห่งนี้คอยกั้นเอาไว้ย่อมดีกว่า
“หวังว่าเมื่อเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้เห็นพลังของพระราชวัง
แห่งนี้แล้ว จะถอยออกไปด้วยตนเอง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่คิดในใจ
ถึงแม้ว่าพระราชวังนี้จะสามารถขวางเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
เอาไว้ได้ แต่เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดเหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะหลบซ่อนอยู่ใน
พระราชวังได้ตลอดไป
ดังนั้นการเจรจาสงบศึกกับอารยธรรมมนุษย์ กับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือกนั้นจึงเป็นจุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่คิดว่าการอาศัยพระราชวังแห่งนี้
สามารถช่วงชิงพื้นที่ที่มากกว่าเดิมให้กับตนเองได้
อย่างน้อยก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่ไม่มีทางที่จะตอบโต้ได้
ดินแดนเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
หน้ากระท่อมไม้ที่ลึกลับที่ไม่สามารถรับรู้ได้
หลินหยวนนั่งเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
“สมบัติลับในการป้องกันในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทางขวาเลิกคิ้วขึ้น มองไปยังหลินหยวนและกล่าว
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ต้องการให้พวกเราช่วยเหลือหรือไม่?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัตินั้นได้รับการกดดันจาก
จิตสำนึกของจักรวาล เมื่อลงมือแล้วย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกปราบปราม
ที่
ที่
แต่ตราบใดที่สามารถผูกมิตรกับหลินหยวนที่เป็นการกลับชาติมาเกิดของ
ผู้ยิ่งใหญ่ได้แล้ว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติก็ยินดีที่จะทำ
เช่นนั้น
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลออร่าของมหาปราชญ์นั้นยิ่งใหญ่เกิน
ไป และส่วนใหญ่ผู้ที่ทำการกลับชาติมาเกิดมักจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งความ
โกลาหล
มีเพียงแค่มหาปราชญ์ที่เดินไปจนถึงความสมบูรณ์แบบในขอบเขต
โกลาหลเท่านั้น ที่มีความมั่นใจว่าการกลับชาติมาเกิดของตนเองจะไม่ล้มเหลว
กลางคัน ส่วนผู้ยิ่งใหญ่ทั่วไปนั้น การกลับชาติมาเกิดนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการรน
หาที่ตาย
เหล่ามหาปราชญ์ใช่ว่าจะกล้ากลับชาติมาเกิดอย่างง่ายๆ เหล่ามหา
ปราชญ์และผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหลนั้น ถือเป็นมหาปราชญ์ทั้งคู่ แต่ระดับ
ของความทรงจำที่นำมาด้วยหลังจากการกลับชาติมาเกิดนั้นแตกต่างกัน
“ข้าจัดการเองได้”
หลินหยวนยิ้ม ในตอนร่างที่นั่งอยู่เป็นเพียงแค่ร่างแยก ร่างจริงนั้นอยู่ต่อ
หน้าเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดกว่าสิบคน
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่และเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนอื่นๆ ยืน
ตระหง่านอยู่ในห้วงอวกาศ พระราชวังที่สง่างามครอบคลุมเหล่าผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดทั้งหมดเอาไว้ ออร่าที่แผ่ออกมาจากพระราชวังนั้นหนาแน่นเป็นอย่าง
มาก
“ใหญ่อะไรแบบนี้”
หลินหยวนตรวจสอบพระราชวังที่สง่างามอย่างละเอียด และเหล่าผู้
แข็งแกร่งสูงสุดมากมายที่อยู่ในพระราชวัง
“คุกชัดๆ”
ที่
นั้
พระราชวังที่สง่างามนั้นเป็นสมบัติลับประเภทป้องกันในขอบเขตบุกเบิก
วิถีขั้นสูงสุดก็จริง ในด้านคุณภาพก็ใกล้เคียงกับสมบัติลับระดับสูงสุดที่อยู่ใน
ขอบเขตบุกเบิกวิถีทั้ง 7 ชิ้นที่ ‘ชังเวยหยาง’ ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองได้ทิ้ง
เอาไว้
“หมายความว่าอย่างไร?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่งุนงงเล็กน้อย
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกบอกว่าสมบัติลับประเภทป้องกันใน
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดหลังนี้คือคุกขนาดใหญ่?
ยังไม่ทันที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่จะเข้าใจคำพูดนี้ ร่างนับสิบก็
ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่ารอบด้าน ล้อมรอบพระราชวังที่สง่างามที่
ครอบคลุมเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมดเอาไว้
“นั่น? ร่างแยกของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก?”
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดนับสิบคนมีสีหน้าที่สงสัย พวกเขาได้สังเกตเห็นว่า
ร่างนับสิบที่ล้อมเข้ามานั้น ล้วนแล้วแต่เป็นร่างแยกทีหลินหยวนได้สร้างขึ้น
วิธีสร้างร่างแยกนั้นเป็นเรื่องปกติ พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ต้องพูดถึงผู้
แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 ขนาดผู้แข็งแกร่งในระดับ 9 และระดับ 10 ก็สามารถ
ที่จะทำได้อย่างง่ายดาย
เพียงแต่ความแข็งแกร่งของร่างแยกนั้นอ่อนแอกว่าร่างจริงเป็นอย่างมาก
ร่างแยกของผู้แข็งแกร่งในระดับ 11 คาดว่าสู้ผู้แข็งแกร่งในระดับ 9 และระดับ
10 ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ในอดีตเหล่าร่างแยกของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เคยสร้างขึ้นนั้นโดยพื้น
ฐานแล้วก็เอาไว้รังแกเหล่าสิ่งมีชีวิตพิเศษและเทพโบราณในระดับ 11 ขั้น
สมบูรณ์แบบเท่านั้น
ส่วนการที่จะเอามาสู้กับผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันนั้น?
นั้
ร่างแยกนั้นอ่อนแอเกินไป
หลินหยวนต่อให้อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด การสร้างร่างแยกขึ้นมา
นั้น ก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมาก อย่างมากก็แค่แข็งแกร่งกว่าระดับ 11 ขั้น
สมบูรณ์แบบ
ร่างแยกเช่นนี้ หากมีสิบร่าง ร้อยร่าง พันร่างหรือนับหมื่นร่างแล้วจะมี
ประโยชน์อย่างไร?
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกต้องการทำอะไร?”
“สร้างร่างแยกขึ้นมานับสิบร่าง?”
“เขาไม่คิดว่าการอาศัยร่างนับสิบเหล่านี้จะสามารถจัดการกับพวกเราได้
จริงๆ ใช่ไหม?”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเห็นพวกเราเป็นพวกที่อยู่ในระดับ 11
ไปแล้วหรือ?”
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดมากมายที่อยู่ในพระราชวังต่างก็พูดคุยกัน
ทุกคนรู้ดีถึงความแตกต่างของพลังระหว่างร่างแยกกับร่างจริง
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะคิดว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือก แต่ก็ไม่คิดว่าแค่ร่างแยกจะสามารถจัดการกับตนเองได้
“ยังคงต้องระมัดระวัง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่ที่ควบคุมพระราชวังถึงแม้ว่าจะสงสัย
เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด คอยระมัดระวังอย่างเต็มที่
“ร่างนับสิบ”
ในดินแดนเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
ก็สับสนเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม
ในขณะต่อมา
ภายใต้การจับตามองของผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมด ร่างนับสิบทีล้อม
พระราชวังอยู่นั้นก็ลงมือพร้อมๆ กัน
ในชั่วพริบตา กาลอวกาศส่วนใหญ่ก็เริ่มพังทลายลงและค่อยๆดับสูญ
สมบัติลับประเภทป้องกันในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดทีคอยปกป้องเหล่าผู้
แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมดนั้น พระราชวังที่สง่างามราวกับว่าเป็นเรือที่โดดเดี่ยวที่
ล่องลอยอยู่บนท้องทะเล พร้อมที่จะล่มสลายได้ทุกเมื่อ
“นี่มัน?”
“เป็นไปไม่ได้?”
“แค่ร่างแยก แต่กลับสามารถระเบิดพลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้?”
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมดที่อยู่ในพระราชวังต่างก็สับสนพวกเขา
สามารถรับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนของพระราชวัง สมบัติลับประเภทป้องกันใน
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดหลังนี้กำลังถูกบดขยีโดยพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่
เกือบจะเกินขีดจำกัด
หลินหยวนมองไปยังพระราชวังที่สง่างามที่กำลังพลิกคว่ำและสั่นสะเทือน
อย่างเงียบๆ
ขีดจำกัดของพลังต่อสู้สูงสุดของจักรวาลหลักนั้นถูกกำหนดเอาไว้ที่
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด นี่คือกฎเหล็ก เว้นแต่ว่าจะมีพลังที่จะต่อต้าน
จักรวาลได้ ไม่เช่นนั้นย่อมต้องถูกกดดัน
และการที่จะต่อต้านจักรวาลนั้น?
ตัวจักรวาลเองก็มีขนาดเทียบเท่ากับผู้ยิ่งใหญ่ตามปกติ ทำให้ผู้ยิ่งใหญ่
ทั่วไปต้องมาติดอยู่ในจักรวาล และต้องถูกกดดัน
ที่
นี้
แน่นอนว่าหากเป็นมหาปราชญ์ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนี้ถึงแม้ว่ามหา
ปราชญ์จะไม่สามารถลบร่องรอยของจักรวาลออกไปได้อย่างสมบูรณ์ แต่กลับ
สามารถทำลายพลังต้นกำเนิดของจักรวาล ทำให้ก้าวเข้าสู่การล่มสลายก่อน
กำหนดได้
หลินหยวนก็เช่นกัน
ถึงแม้ว่าจะก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว พลังต่อสู้ของหลินหยวนก็มาถึงระดับ
ขอบเขตปกครอง แต่ในจักรวาลแล้ว ขีดจำกัดของพลังต่อสู้ที่สามารถ
แสดงออกมาได้นั้น คือขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
แต่ถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับพลังต่อสู้ที่เท่ากัน หลินหยวนก็แข็งแกร่งกว่า
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดโดยทั่วไปมาก
สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือร่างแยกที่หลินหยวนได้รวมตัวขึ้นมานั้นมีพลังต่อสู้
ที่เกือบจะอยู่ในระดับขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
จักรวาลจำกัดขีดจำกัดของพลังต่อสู้สูงสุดเอาไว้ที่ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุด แต่ไม่ได้จำกัดจำนวนของขีดจำกัดของพลังต่อสู้สูงสุด
“น่าเสียดาย ประสิทธิภาพยังน้อยเกินไป”
หลินหยวนส่ายหน้าในใจ หากไม่มีการกดดันของจักรวาลแล้วด้วยพลังของ
เขา การที่จะจัดการกับเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 เหล่านีก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง
ลำบากขนาดนี้
กระตุ้นเจตจำนงแห่งจิตใจ——ดวงตาแห่งห้วงลึก
ด้วยดัชนีเจตจำนงแห่งจิตใจในปัจจุบันของหลินหยวนที่ 60 ล้านจุด เมื่อใช้
《ดวงตาแห่งห้วงลึก》แล้ว จิตสำนึกของผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีระดับ 12
เหล่านี้จะต้องจมดิ่งลงอย่างแน่นอน
ดัชนีเจตจำนงแห่งจิตใจแตกต่างกันมากเกินไป
“ประนีประนอมไปก่อนก็แล้วกัน”
ที่
หลินหยวนคิดในใจ และตรวจสอบพระราชวังที่สง่างามอย่างละเอียด
“กาลอวกาศ”
หลินหยวนลงมือด้วยร่างจริง ร่างนับสิบโจมตี ทำลายรากฐานของ
พระราชวังที่สง่างาม
หลังจากนั้นก็ทำการบีบอัดกาลอวกาศ
ในทันที
พระราชวังที่สง่างามเดิมก็เริ่มที่จะหดเล็กลง และตกลงมาในฝ่ามือของ
หลินหยวน
พระราชวังที่สง่างามเดิมที่คอยปกป้องเหล่าเผ่าพันธุ์ต่างดาว แต่ในตอนนี้
กลับกลายเป็นคุกที่คอยกักขังพวกเขา
“ไม่”
“ทำไม ทำไมร่างแยกของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกถึงได้แข็งแกร่ง
ขนาดนี้?”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก พวกเราผิดไปแล้ว พวกเรายินดีที่จะ
ยอมจำนนต่ออารยธรรมมนุษย์ตลอดไป ยินดีที่จะมอบอาวุธและสมบัติล้ำค่า
ระดับ 12 จำนวน 9 ใน 10 ส่วน”
ภายในพระราชวังที่สง่างาม เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดแต่ละคนต่างก็ตกใจ ใน
ตอนนี้พวกเขาถูกปราบปรามอยู่ในพระราชวังอย่างสมบูรณ์ถึงแม้ว่าในตอนนี้
จะยังไม่มีปัญหาอะไร
แต่กลับสูญเสียอิสรภาพ สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว
สิ่งนี้น่ากลัวเกินไป สิ่งนี้ทำให้เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกสามารถที่
จะคิดหาวิธีการจัดการกับพวกเขาได้อย่างช้าๆ
ที่
ต่อให้ยังคงไม่สามารถสังหารพวกเขาได้ ในตอนที่จักรวาลล่มสลาย ก็
สามารถทิ้งพระราชวังลงไปยังส่วนลึกที่สุดของจักรวาลได้
พลังของการล่มสลายของจักรวาล สามารถส่งผ่านพระราชวังมายังตัว
พวกเขาได้ ในตอนนั้นเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมดถูกกักขังอยู่ในพระราชวัง
ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ทำได้เพียงแค่รับพลังแห่งการทำลายล้างอย่างต่อ
เนื่อง การดับสูญจึงแทบจะกลายเป็นสิ่งที่แน่นอน
“ในตอนนี้เพิ่งจะรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว? สายเกินไป!”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย เขาได้ให้โอกาสแก่เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุด
เหล่านี้แล้ว
ในความเป็นจริงแล้วอารยธรรมมนุษย์ตั้งแต่ช่วงเวลาที่หลบซ่อนตัวอยู่
อย่างเงียบๆ ในยุคที่ห่างไกล ไปจนถึงก่อนที่หลินหยวนจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง
สูงสุด รวมถึง 2 ล้านกว่าปีของปฏิทินดวงดาว
มีผู้วิวัฒนาการมากมายที่ไม่รู้ว่าดับสูญไปเท่าไหร่เพราะเหล่าผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดเหล่านี้
ถึงแม้ว่าเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดเหล่านั้นจะไม่ลงมือกับผู้ที่อ่อนแอกว่า แต่
การต่อสู้ของพวกเขาส่งผลกระทบออกไป ทำให้เขตดาวฤกษ์และดาวเคราะห์
น้อยใหญ่มากมายต้องเกิดการสูญเสีย
“อะไรกัน?”
ในดินแดนเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
ก็ตกอยู่ในความสับสน แม้แต่สมบัติลับประเภทป้องกันในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุดที่แม้แต่พวกเขายังรู้สึกว่ายากที่จะจัดการ
กลับถูกหลินหยวนปราบปรามได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นหรือ?
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
ทั้
ที่
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติมองไปยังร่างนับสิบที่กำลัง
ค่อยๆ จางหายไป แต่จิตใจกลับสั่นเทาเล็กน้อย
ร่างนับสิบเหล่านั้นมีพลังต่อสู้ที่เกือบจะอยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด?
เป็นไปได้อย่างไร?
“แค่ร่างแยก ก็มีพลังต่อสู้เกือบจะอยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดแล้ว
ร่างจริงของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก อย่างน้อยต้องมีพลังในขอบเขต
ปกครอง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทางขวามองไปยังหลินหยวนที่มี
สีหน้าที่สงบ และกลืนน้ำลายลงคอ
เมื่อเทียบกับสถานะที่สับสนของเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่ถูกปราบปราม
แล้ว พวกเขาทั้งสองคนสามารถที่จะคาดเดาได้มากกว่า
อย่างแรกพลังต่อสู้ของร่างแยกนั้นย่อมต้องต่ำกว่าร่างจริงเป็นอย่างมาก นี่
ไม่มีอะไรต้องสงสัย ร่างแยกนั้นเกิดจากการรวมตัวของจิตสำนึกเพียงเล็กน้อย
จะเทียบได้กับร่างกายและจิตวิญญาณที่ถูกหล่อหลอมมานับครั้งไม่ถ้วน
ของร่างจริงได้อย่างไร?
การที่ร่างนับสิบของหลินหยวนแสดงพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นออกมา
ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือพลังต่อสู้ของร่างจริงนั้นย่อมต้องสูงกว่า
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
ในตอนนี้ร่างจริงของหลินหยวนอยู่เพียงแค่ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
นั่นก็เพราะขีดจำกัดสูงสุดในจักรวาลแห่งนี้คือขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
“ข้าขอตัวก่อน”
หลินหยวนกวาดสายตาไปยังผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
ที่ตกอยู่ในความเงียบ และร่างก็หายไป
นี้
กี่
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ในตอนนี้ข้าไม่มีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับ
การที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเป็นการกลับชาติมาเกิดของมหา
ปราชญ์อีกแล้ว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทางซ้ายกล่าวด้วยความรู้สึก
มากมาย
เดิมทีพวกเขาคิดว่าการที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แต่กลับอยู่ในขอบเขต
บุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดถือเป็นขีดจำกัดแล้ว
ใครจะคิดว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะทะยานไปถึงขอบเขต
ปกครองโดยตรง?
ถึงแม้ว่าจะอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลขอบเขตปกครองก็
ถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่ง ตราบใดที่ไม่เข้าไปยังสถานทีอันตราย ก็ยากที่จะดับสูญ
ไปอย่างสมบูรณ์
ผลปรากฏว่าหลินหยวนที่เพิ่งเข้าสู่ระดับ 12 กลับไปถึงขอบเขตปกครอง
แล้ว?
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดนับสิบคนถูกหลินหยวนปราบปรามและเก็บเข้าหีบ
เรื่องนี้ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในห้วงอวกาศ
เหล่าผู้แข็งแกร่งในระดับ 11 ของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดเหล่านั้นเมื่อรู้ว่า
บรรพบุรุษของตนเองล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในมือของหลินหยวนก็มีสภาพจิตใจที่
ใกล้จะพังทลาย
“บรรพบุรุษถูกเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจับไปแล้ว?”
“บรรพบุรุษของข้าก็อยู่ในระดับสูงสุด ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ”
เหล่าผู้แข็งแกร่งในระดับ 11 ของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดต่างก็ไม่อยากที่จะ
เชื่อ แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้รับความจริงจากร่างแยกทีบรรพบุรุษของตนเองได้
ทิ้
ทิ้งเอาไว้ในเผ่าพันธุ์
วูบ
หลินหยวนเก็บพระราชวังที่สง่างาม หันหลังและก้าวเท้า ร่างกายก็ลง
มายังสถานที่สำคัญหมายเลข 3 ของอารยธรรมมนุษย์อีกครั้ง
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีก 9 คนต่างก็สับสน
วุ่นวาย ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้พวกเขายังคงหารือถึงวิธีการทีจะจัดการกับเหล่า
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นับสิบคน คิดว่าจะต้องเกิดการต่อสู้ที่ยากลำบาก และอาจ
จะต้องใช้เวลานาน
ผลปรากฏว่า
ยังไม่ได้ที่จะได้พูดอะไร
แต่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก็สามารถจัดการกับเหล่าผู้แข็งแกร่ง
ระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาว
ทั้งหมดแล้ว?