สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 718 ศักดิ์ฐานะจ้าว
ส่วนลึกที่สุดของสายเลือด พลังรากฐานมากมายที่ควบแน่นเป็นรอย
ประทับพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นคล้ายความว่างเปล่าคล้ายมายา
พร้อมกับการที่จิตใจของหลินหยวนจมลึกลงไปอย่างต่อเนื่องข้อมูล
มากมายหลั่งไหลเข้าสู่สมอง
“พลังศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้…”
หลินหยวนตกใจในใจ
เมื่อเทียบกับพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายเจ็ดครั้งก่อนหน้าที่ได้รับมา
พลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายที่ตื่นขึ้นในครั้งนี้พิเศษอย่างยิ่งยวด
มิใช่ทั้งพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘เชิงรุก’
มิใช่ทั้งพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘เชิงรับ’
แต่เป็น…
ศักดิ์ฐานะ
ศักดิ์ฐานะจ้าว
“ศักดิ์ฐานะจ้าวรึ?” หลินหยวนสัมผัสถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆของพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้ ในใจเต็มไปด้วยความทึ่ง
“หรือว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้มีที่มาจากจ้าวเทียนกวง?”
“พระองค์ทะลวงสู่ระดับ 14 ล้มเหลว ทำให้ตนเองร่วงหล่น ศักดิฐานะพัง
ทลาย กระจัดกระจายเข้าไปในสายเลือดของสรรพชีวิตในโลกต้นกำเนิดแห่ง
นี้?”
ที่
“ส่วนเราใช้เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ ขัดเกลาพลังรากฐานที่สุดของสาย
เลือด ควบแน่นศักดิ์ฐานะชนิดนี้ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจรึ?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ
สิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ฐานะจ้าว เป็นตัวแทนของระดับและสถานะที่จ้าวแห่ง
กาลเวลาตนหนึ่งดำรงอยู่ ยิ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจส่วนหนึ่งของจ้าวแห่งกาลเวลา
เองด้วย
กล่าวให้เจาะจงแล้ว
หลังจากควบแน่นรอยประทับศักดิ์ฐานะจ้าวนี้แล้ว
หลินหยวนก็ครอบครองความสามารถบางส่วนที่มีเพียงจ้าวแห่งกาลเวลา
เท่านั้นจึงจะครอบครองได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ประการแรกก็คือ เส้นเวลาอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของหลินหยวน
ค่อยๆ เริ่มถูกผนึก
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นยากที่จะหยั่งรู้สังเกตการณ์ได้
การหยั่งรู้เส้นเวลาของจ้าวตนหนึ่ง ยากกว่าการหยั่งรู้สิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาระดับเดียวกันมากนัก
ระดับ 13 ทั่วไปหากฝืนหยั่งรู้สังเกตการณ์ฝ่ายแรก จะได้รับผลสะท้อน
กลับจากเส้นเวลา
“เส้นเวลาของเราเองถูกผนึกแล้วเหรอ?”
ใบหน้าของหลินหยวนปรากฏรอยยิ้ม
ตลอดมา เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นในห้วงมิติเดียวกัน
หลินหยวนล้วนเป็นเป้าหมายที่ถูกสังเกตการณ์
การสังเกตการณ์เช่นนี้แม้จะช่วยให้หลินหยวนประหยัดปัญหาไปได้
มากมาย ตัวอย่างเช่นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเหล่านั้นย่อมไม่กล้าเป็นศัตรูอย่าง
แน่นอน
แต่การสังเกตการณ์หลายครั้งในภายหลัง ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำให้สิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาเหล่านั้นมองเห็นไส้พุงของตนเองจนหมดเปลือก
ในใจของหลินหยวนไม่อาจกล่าวได้ว่าต่อต้าน แต่ก็ย่อมไม่ค่อยยินดีนัก
เพียงแต่ต่อให้ไม่ยินดี ก็ไม่มีหนทาง ไม่บรรลุระดับ 13 ภายใต้ความแตก
ต่างของระดับขั้นแห่งชีวิตที่มากเกินไป
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเหล่านั้นมองดูเส้นเวลาของตนเองได้อย่างง่ายดาย
แต่บัดนี้แตกต่างออกไปแล้ว
ภายใต้การเสริมพลังของศักดิ์ฐานะจ้าว ความยากในการหยั่งรู้เส้นเวลา
อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของหลินหยวน ไม่ต้องกล่าวว่าเทียบเท่ากับจ้าวแห่ง
กาลเวลาตนหนึ่ง ก็คงไม่ต่างกันมากนัก
ต้องรู้ว่า การต่อสู้ระหว่างสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 เดิมพันกันที่ว่า
ใครมองเห็นเส้นเวลาในอนาคตได้มากกว่าและไกลกว่าหากเส้นเวลาในอนาคต
ของฝ่ายหนึ่งไม่อาจหยั่งรู้ได้ ก็เท่ากับว่ากุมอำนาจในการริเริ่มไว้ในมือ
ความได้เปรียบนั้นใหญ่หลวงเพียงใด สามารถจินตนาการได้
เหตุใดจ้าวแห่งกาลเวลาจึงอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา? นอกจากพลัง
โดยตรงของตนเองแล้ว
ก็คือเพราะการควบคุมเส้นเวลา และการค่อยๆ ผนึกรวบรวมเส้นเวลา
ทำให้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นยากที่จะหยั่งรู้ได้
ภายใต้การเสริมพลังของศักดิ์ฐานะจ้าว นอกจากเส้นเวลาอดีตปัจจุบัน
และอนาคตของตนเองจะถูกผนึกแล้ว การมองดูเส้นเวลาในอนาคต ก็กลาย
เป็นเรื่องง่ายดายมากขึ้นด้วย
ราวกับเป็นลูกรักของเส้นเวลาทีละเส้นๆ
ดิ์
ที่
“เราสัมผัสได้ว่า ศักดิ์ฐานะจ้าว ต้องรอจนถึงระดับ 13 ที่แท้จริงจึงจะ
สามารถแสดงอานุภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนตอนนี้รึ? ทำได้เพียงแสดง
อานุภาพออกมาบางส่วนเท่านั้น”
จิตใจของหลินหยวนเปี่ยมสุข
เมื่อมีรอยประทับศักดิ์ฐานะจ้าวนี้แล้ว หลินหยวนก็เท่ากับเป็นกึ่งจ้าวแห่ง
กาลเวลา
แน่นอนว่า กึ่งจ้าวแห่งกาลเวลาในที่นี้ เป็นเพียงระดับขั้นโดยแท้จริง ส่วน
ด้านพลังโดยตรงเล่า? ย่อมด้อยกว่ามากอย่างแน่นอน
ความแข็งแกร่งของจ้าวแห่งกาลเวลา หลินหยวนเคยเห็นมาแล้วบนตัว
เทพมาร
เป็นเพียงร่างมารทมิฬที่อ่อนแอที่สุดของจ้าวเทียนกวงเท่านั้น
ยังไม่มีจิตใจและเจตจำนงควบคุม ไม่สามารถใช้วิธีการส่วนใหญ่ออกมาได้
อีกทั้งไอมารส่วนหนึ่งก็กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ของโลกต้นกำเนิด
ก็ยังต่อสู้กับหลินหยวนได้อย่างสูสีคู่คี่
ส่วนร่างแสงสว่างอีกครึ่งหนึ่ง ยิ่งสามารถต้านทานจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทั้ง
สิบสามตนไว้ได้
ความแข็งแกร่งของจ้าวแห่งกาลเวลา ไม่ต้องสงสัยเลย
“แม้จะไม่อาจแสดงอานุภาพของศักดิ์ฐานะจ้าวออกมาได้อย่างสมบูรณ์
แต่เราในตอนนี้ กับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่แท้จริง ก็ไม่มีความแตกต่างกันมาก
นักแล้ว ความแตกต่างของระดับขั้นแก่นแท้แห่งชีวิตก่อนหน้านี้ บัดนี้ก็ถูกศักดิ์
ฐานะจ้าวชดเชยแล้ว”
หลินหยวนยิ้ม “กระทั่งในบางด้าน เรายังแข็งแกร่งกว่าสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาทั่วไปอยู่มากโข ตัวอย่างเช่นการผนึกเส้นเวลาของตนเอง”
ที่
สิ่
มื่
ริ่
อันที่จริง สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเมื่อใกล้ถึงจุดสูงสุดของระดับ 13 ก็เริ่ม
พยายามผนึกเส้นเวลาของตนเองแล้ว จนกระทั่งก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดระดับ 13
ขั้นสมบูรณ์ กลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลา จึงจะเริ่มต้นผนึกเส้นเวลา รวบรวมเส้น
เวลาอย่างเป็นทางการ
นี่ก็คือการบ่มเพาะของจ้าวแห่งกาลเวลา จ้าวแห่งกาลเวลาทีแข็งแกร่งยิ่ง
ขึ้น การผนึกเส้นเวลาของตนเองก็จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น กระทั่งจ้าวแห่ง
กาลเวลาที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดบางตนอาศัยเส้นเวลาที่รวบรวมได้อย่าง
สมบูรณ์ เดินทางไปยังอดีต กระทั่งเปลี่ยนแปลงอดีตได้เล็กน้อย
แน่นอนว่า การกระทำเช่นการเปลี่ยนแปลงอดีตนี้ ต่อให้เป็นจ้าวแห่งกาล
เวลา ก็ไม่กล้าทำ
ทำได้แต่ไม่กล้าทำ
หนึ่งคือผลสะท้อนกลับน่าสะพรึงกลัวเกินไป
ในมิติอันไร้สิ้นสุด ทุกจุดเวลาจะแตกแขนงเส้นเวลาในอนาคตออกมานับ
ไม่ถ้วน หากอดีตของจุดเวลาใดจุดเวลาหนึ่งถูกเปลี่ยนแปลงไป ผลกระทบที่
เกิดขึ้นจากการดึงผมเส้นเดียวกระเทือนทั้งร่างนั้นจะใหญ่หลวงเพียงใด?
แข็งแกร่งดุจจ้าวแห่งกาลเวลา ก็ไม่อาจทานทนผลสะท้อนกลับเช่นนี้ได้
การเปลี่ยนแปลงอดีต กับการฟื้นคืนชีพของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นั้นแตก
ต่างกันโดยแก่นแท้
การฟื้นคืนชีพของอย่างหลัง พุ่งเป้าไปที่ ‘รอยประทับแห่งชีวิต’ ไม่ได้มี
ผลกระทบใดๆ ต่ออดีต
แต่การเปลี่ยนแปลงอดีต ส่งผลกระทบต่อช่วงเวลาทั้งหมดตั้งแต่อดีต
จนถึงปัจจุบัน
ส่วนประการที่สองเล่า?
ที่
ลี่
ก็คือต่อให้สามารถต้านทานผลสะท้อนกลับที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง
อดีตเล็กน้อยได้
แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าอดีตที่เจ้าเปลี่ยนแปลงไปนั้น ใช่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาที่สมบูรณ์แบบระดับ 14 ต้องการหรือไม่?
แม้ว่าจนถึงปัจจุบัน จะไม่มีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนใดสามารถยืนยันได้
ว่าสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบระดับ 14 มีอยู่จริงหรือไม่
แต่ก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง
ในเมื่อล้วนไม่อาจพิสูจน์ได้
เช่นนั้นอดีตก็อย่าไปเปลี่ยนแปลงเลย
เผื่อว่าสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบมีอยู่จริง อดีตปัจจุบัน และ
อนาคตล้วนอยู่ภายใต้การจับตามองของพระองค์ เจ้าพลการลงมือไป
เปลี่ยนแปลง ก็เท่ากับขัดขืนต่อสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น ต่อให้เป็นจ้าวแห่งกาลเวลาทีแข็งแกร่งเพียงใด
ก็ต้องตาย
“หืม?”
หลินหยวนราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
มองไปยังที่ต่างๆ ของโลกต้นกำเนิดแห่งนี้
ทันทีที่เขาควบแน่นศักดิ์ฐานะจ้าวสำเร็จ
ร่างกายเนื้อและพละกำลังของผู้บำเพ็ญเพียรในโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ พลัน
ดิ่งวูบลงไปส่วนหนึ่งพร้อมกัน
ด้านศักยภาพก็ลดลงอย่างมากพร้อมกันด้วย
กลับคืนสู่ระดับก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน
สิ่
นี้
วั่
สิ่งนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
หากมิใช่เพราะ ‘ภัยพิบัติมาร’ ในปัจจุบันโดยพื้นฐานแล้วถูกหลินหยวนกด
ข่มไว้
ตามที่ต่างๆ อย่าว่าแต่มารยักษ์เลย แม้แต่วิญญาณมารก็น้อยครั้งที่จะ
พบเห็น
จึงไม่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียใดๆ
“เดิมทีศักดิ์ฐานะจ้าวแตกสลาย หลอมรวมเข้าสู่ส่วนลึกของสายเลือดสิ่งมี
ชีวิตในโลกแห่งนี้ ทำให้ศักยภาพสายเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก”
“บัดนี้ศักดิ์ฐานะจ้าวถูกเราควบแน่นขึ้นมาใหม่ เท่ากับว่าดึงพลังชนิดนี้
กลับคืนมาจากส่วนลึกของสายเลือดสรรพชีวิตอีกครั้ง ย่อมต้องกลับคืนสู่สภาพ
เดิมทั้งหมด”
หลินหยวนเข้าใจจุดนี้
แต่ปัจจุบันภัยพิบัติมารโดยพื้นฐานแล้วถูกเขากดข่มไว้ รอจนก้าวเข้าสู่
ระดับ 13 แล้ว ยิ่งจะลงมือกวาดล้างภัยพิบัติมารให้สิ้นซาก
ก็ไม่ได้ถือว่าเอาเปรียบอะไร
กระทั่งหากไม่มีหลินหยวน ต่อให้ศักยภาพร่างกายเนื้อและพละกำลังเพิ่ม
ขึ้นมากโขแล้วจะอย่างไรเล่า?
ผลลัพธ์สุดท้ายส่วนใหญ่แล้วก็ยังคงร่วงหล่นภายใต้ภัยพิบัติมารอันไร้ที่สิ้น
สุด
“กายเนื้อที่ตื่นขึ้นในครั้งนี้ ประทับลงบนจิตใจและเจตจำนง ไม่จำเป็นต้อง
เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วจึงนำไปใช้ร่วมกับร่างต้นแท้จริงอีกสองร่าง”
หลินหยวนสัมผัสรอยประทับศักดิ์ฐานะจ้าวนั้นต่อไป
ดิ์
ธิ์
นี้
รอยประทับพลังศักดิ์สิทธิ์แปดชนิดก่อนหน้านี้ ล้วนต้องการให้หลินหยวน
เข้าใจอย่างถ่องแท้
แต่ศักดิ์ฐานะจ้าวไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น
กล่าวได้ว่า ในบางด้าน ศักดิ์ฐานะจ้าวก็ไม่ใช่พลังศักดิ์สิทธิ์
มันประทับลงบนจิตใจและเจตจำนง ใครควบแน่นได้ก่อนก็เป็นของผู้นั้น
ดังนั้นในขณะนี้
มิใช่เพียงแค่ร่างต้นแท้จริงของหลินหยวนในโลกต้นกำเนิดแห่งนีที่ได้รับ
การเสริมพลังจากศักดิ์ฐานะจ้าว
ร่างต้นแท้จริงในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลและโลกต้นกำเนิดแห่ง
แรกก็ได้รับการเสริมพลังจากศักดิ์ฐานะจ้าวเช่นเดียวกัน
“แบบนี้ก็ดี”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย
บัดนี้การทะลวงสู่ระดับ 13 ใกล้เข้ามาแล้ว
เขาย่อมต้องการทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปบนเส้นทางการบ่มเพาะ
ส่วนการเข้าใจพลังศักดิ์สิทธิ์ชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างถ่องแท้รึ?
สามารถรอจนกระทั่งก้าวเข้าสู่ระดับ 13 แล้วค่อยไปทำความเข้าใจก็ได้
บัดนี้ไม่จำเป็นต้องไปทำความเข้าใจโดยเฉพาะ ก็สามารถใช้ร่วมกันกับร่าง
ต้นแท้จริงทั้งหมดได้แล้ว ก็สอดคล้องกับความคาดหวังในใจของหลินหยวน
ครืนนน~
……….
ที่
นอกโลกต้นกำเนิดแห่งที่สอง
ณ กาลอวกาศแห่งหนึ่งที่ถูกแสงสว่างอันไร้ขอบเขตปกคลุมอยู่
ร่างสูงตระหง่านสิบสามตน ด้านหนึ่งต้านทานการกดข่มของแสงสว่างโดย
รอบ อีกด้านหนึ่งก็กำลังสังเกตการณ์เส้นเวลาในอนาคตของหลินหยวนอย่าง
รวดเร็ว
เส้นเวลาในอนาคตที่ต้องกลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาอย่างแน่นอน สำหรับ
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแล้ว มีคุณค่าอย่างยิ่งยวดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้
หลินหยวนยังมิใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
การหยั่งรู้ไม่มีความยากลำบากมากนัก
รอจนกระทั่งหลินหยวนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา พวกพระองค์จะ
คิดหยั่งรู้สังเกตการณ์เช่นนี้อีก ก็ยากแล้ว
ขณะที่จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทั้งสิบสามตนกำลังสังเกตการณ์หยั่งรู้อย่าง
ละเอียดนั้นเอง
เส้นเวลาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหลินหยวน ราวกับได้รับผลกระทบจากบาง
สิ่ง กลายเป็นเลือนรางคลุมเครือขึ้นมา
ต่อให้จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทั้งสิบสามตนจะพยายามสุดกำลังเพียงใดเพื่อ
ต้องการสังเกตการณ์ให้ชัดเจน ก็ไร้ประโยชน์ เส้นเวลาในอนาคตทั้งหมด ค่อยๆ
เริ่มถูกผนึก
“หืม? เกิดสิ่งใดขึ้น?”
“เหตุใดข้าจึงมองไม่ชัดเจนแล้ว?”
จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทีละตนสีหน้าประหลาดใจ สำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาที่แท้จริงแล้ว เส้นเวลาของสิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าระดับ 13 เปรียบเสมือนการ
พลิกฝ่ามือมองดูลายเส้น ชัดเจนทุกเส้นสาย
ซึ่
หลินหยวนแม้จะมีกำลังรบซึ่งหน้าเทียบเท่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์แต่ท้าย
ที่สุดก็ยังมิใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา เมื่อเผชิญหน้ากับการสังเกตการณ์หยั่งรู้
ของพวกพระองค์ ตามหลักเหตุผลแล้วย่อมไม่อาจขัดขวางได้สิ
“หยินเหอยังมิใช่จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ เส้นเวลาของเขาก็สามารถขัดขวาง
การหยั่งรู้สังเกตการณ์ของพวกเราได้แล้วรึ?”
“นี่มันอัจฉริยะเกินไปแล้ว…”
จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทั้งสิบสามตนค่อยๆ ตอบสนองได้ ก็ไม่ได้กล้าฝืน
สังเกตการณ์ต่อไป
พวกพระองค์ไม่รู้ระดับความแข็งแกร่งของการผนึก แต่ในฐานะสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาในห้วงมิติเดียวกัน เหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ยังคงมีความปรารถนา
ดีต่อหลินหยวนอย่างมาก
“ช่างเถอะ หยั่งรู้ไม่ได้ก็หยั่งรู้ไม่ได้แล้วกัน”
จ้าวอู๋เลี่ยงถอนหายใจ
พระองค์รู้มานานแล้วว่าวันเช่นนี้จะต้องมาถึง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วถึงเพียงนี้
มิใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ก็มีกำลังรบระดับจ้าวแห่งนิจนิรันดร์บัดนี้ยิ่งเริ่ม
ผนึกเส้นเวลาของตนเอง ขัดขวางทุกสายตาที่หยั่งรู้
วิธีการเช่นนี้ ช่างไม่เคยได้ยินมาก่อน ต่อให้จ้าวอู๋เลี่ยงจะมีความรู้กว้าง
ขวาง เคยได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลานอกโลกต้นกำเนิดมามากมาย ก็ไม่
เคยได้ยินมาก่อน
ณ โลกต้นกำเนิดแห่งแรก
บรรพบุรุษทั้งหกก็ค้นพบว่าเส้นเวลาในอนาคตของหลินหยวนเริ่มกลาย
เป็นเลือนราง ค่อยๆ ถูกผนึก
“หยินเหอเขาทำได้อย่างไรกันแน่?”
ทั้
ทึ่
นี้
พิ่
ยั่
บรรพบุรุษทั้งหกสีหน้าทึ่ง ไม่นานมานี้พวกพระองค์เพิ่งจะหยั่งรู้ถึงพลัง
ที่แท้จริงเพียงเล็กน้อยของเขาจากเส้นเวลาในอนาคตของหลินหยวน ยังไม่ทัน
ที่บรรพบุรุษหลายตนจะได้สำรวจลึกลงไป ก็พบว่าตนเองหยั่งรู้ไม่ได้เสียแล้ว
“คาดว่าอีกไม่นาน พลังของหยินเหอก็คงจะเหนือกว่าข้าโดยสิ้นเชิงแล้ว
กระมัง” บรรพบุรุษต้าฝูคิดในใจ
ในบรรดาบรรพบุรุษทั้งหกแห่งโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ พลังของพระองค์
แข็งแกร่งที่สุด และยังเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนแรกสุดในช่วงเปิดฟ้าดิน
เพียงแต่เมื่อเผชิญหน้ากับดาวรุ่งพุ่งแรงเช่นหลินหยวนผู้นี้ กลับมีความ
รู้สึกสิ้นหวังและอึดอัด
“ก็นับเป็นเรื่องดี”
“อย่างน้อยมองไม่เห็นอนาคตเหล่านั้น ก็จะไม่มีแรงกดดันใดๆ”
บรรพบุรุษต้าฝูถอนหายใจในใจ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
“หืม?”
“พวกเราเพิ่งหยั่งรู้ได้ไม่นาน เหตุใดจึงไม่อาจหยั่งรู้ต่อไปได้แล้ว”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ทั้งเจ็ดก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง มองหน้ากันไป
มา
แม้ในใจจะจนปัญญา แต่ก็รู้ว่า ในเมื่อตนเองไม่อาจหยั่งรู้ต่อไปได้แล้ว ก็
หมายความว่าหลินหยวนไม่ต้องการให้พวกพระองค์หยั่งรู้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ย่อมไม่มีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนใดกล้าฝืนหยั่ง
รู้
ล้อเล่นอะไรกัน? ด้วยอนาคตที่ต้องกลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาอย่าง
แน่นอนของหลินหยวน ต่อให้พวกพระองค์มีความกล้าสักสิบเท่าก็ไม่กล้าทำ
นั้
เช่นนั้น
การเสริมพลังของศักดิ์ฐานะจ้าว
หลินหยวนพลันรู้สึกว่าร่างต้นแท้จริงทั้งสาม ‘ผ่อนคลาย’ ลงไปมาก
ความ ‘ผ่อนคลาย’ นี้ไม่มีที่มา ไม่รู้ต้นกำเนิด แต่ก็คือรู้สึกผ่อนคลาย
“เดินทางต่อไป”
จิตวิญญาณต้นกำเนิดไท่จี๋ของหลินหยวนมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของบุปผา
สองกำเนิดหยินหยางอย่างรวดเร็ว
ช่องว่างระหว่างมิติอันลึกลับ ถือเป็นความไร้ขอบเขตอย่างแท้จริง เพียง
พอที่จะรองรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีละตนให้ท่องไปในนั้นได้
“ระหว่างทางนี้ ก็นับว่าเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อย”
จิตใจของหลินหยวนเปี่ยมสุข ช่องว่างระหว่างมิติ กว้างใหญ่ไพศาลไร้
ขอบเขต ขณะเดียวกันก็ได้บ่มเพาะของวิเศษแห่งมิติชนิดต่างๆ ขึ้นมาด้วย
หลินหยวนผ่านการสังเกตการณ์เส้นเวลาในอนาคตของตนเองโดยพื้นฐาน
แล้วก็ได้เก็บของวิเศษแห่งมิติชนิดต่างๆ ที่อยู่ระหว่างทางมาไว้ในครอบครอง
ทั้งหมด
ต้องรู้ว่าเพื่อเปิดโลกอนุภาคเม็ดทรายอนันต์ภายในร่าง หลินหยวนโดยพื้น
ฐานแล้วได้ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดที่ตนเองมีลงไป
ปัจจุบันกำลังอยู่ในสภาพ ‘ยากจน’ อย่างยิ่ง
ของวิเศษแห่งมิติเหล่านี้ เท่ากับการส่งถ่านในยามหิมะตก (การช่วยเหลือ
ในยามยาก)
“กลับมีทองคำนิรันดร์ก้อนใหญ่ขนาดนั้นรึ?” แววตาของหลินหยวนเป็น
ประกาย มองไปยังภูเขาสีทองลูกเล็กๆ ในระยะไกล
ที่สิ่
ทองคำนิรันดร์ โลหะระดับ 13 ตอนที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 แห่ง
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ‘หมัวซวีจวิน’ ก่อตั้งเคล็ดวิชาสืบทอด 《สุญ
ญาอนันต์》 ขึ้นมา ก็ใช้โลหะชนิดนี้ในการวัดขนาดพลังอำนาจจักรวาลภายใน
ร่างของผู้บ่มเพาะเคล็ดวิชาสืบทอด
เพียงแต่ทองคำนิรันดร์ก้อนใหญ่ที่สุดในน้ำเต้าหยก ก็มีขนาดเพียงไม่กี่
ร้อยเมตรเท่านั้น ส่วนภูเขาสีทองลูกเล็กๆ ในระยะไกลเบื้องหน้านี้ มีขนาดเกิน
หมื่นลี้เสียอีก?
ทองคำนิรันดร์ในระดับ 13 ไม่นับว่าล้ำค่า แต่ก้อนทองคำนิรันดร์ขนาดเท่า
ภูเขา นับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว
“กดข่ม”
ความคิดของหลินหยวนไหววูบ
พลังหยินหยางขาวดำแผ่ขยาย กดข่มลงไปยังภูเขาสีทองลูกนั้น
“มีปัญหาจริงๆ ด้วย”
หลินหยวนสัมผัสได้ถึงการต่อต้านบางอย่างทันที ภายในภูเขาสีทองมีสิ่งมี
ชีวิตที่แข็งแกร่งตนหนึ่งอยู่ เพียงแต่เมื่อเผชิญหน้ากับวิถีไท่
จี๋แห่งความโกลาหลของหลินหยวน สิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าระดับ 13 โดยพื้น
ฐานแล้วไม่มีความสามารถในการต้านทานแม้แต่น้อย
“สิ่งมีชีวิตแห่งมิติชนิดพิเศษรึ?”
หลินหยวนเก็บภูเขาทองคำนิรันดร์ไป ก็ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตแห่งมิติที่อาศัย
อยู่ภายในด้วย เป็นแมลงสีทองตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง กินทองคำนิรันดร์เป็นอาหาร
“รอให้กลับไปแล้วค่อยทำความเข้าใจ”
หลินหยวนถือโอกาสโยนภูเขาทองคำนิรันดร์เข้าไปในจักรวาลภายในร่าง
ของจิตวิญญาณต้นกำเนิดไท่จี๋
ล้ำ
“ช่องว่างระหว่างมิติ บ่มเพาะสมบัติล้ำค่านับไม่ถ้วนขณะเดียวกันก็ได้บ่ม
เพาะอันตรายนับไม่ถ้วนด้วยเช่นกัน”
สีหน้าของหลินหยวนค่อนข้างทอดถอนใจ ระหว่างทางนี้ของวิเศษแห่งมิติ
ที่เขาเก็บไป โดยพื้นฐานแล้วล้วนมีอันตราย เพียงแต่หลินหยวนแข็งแกร่งพอ
จึงสามารถเพิกเฉยได้
ภูเขาทองคำนิรันดร์ลูกนั้นก็เช่นกัน แมลงสีทองตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ภายใน
นั้นไม่ธรรมดา มหาปราชญ์ไร้พ่ายเข้าใกล้ก็คงจะร่วงหล่นในชั่วพริบตา
“หืม?” หลินหยวนเดินทางต่อไปเรื่อยๆ พลันสัมผัสได้ถึงความผันผวนบาง
อย่าง สีหน้าเกิดการเปลี่ยนแปลง มองไปยังทิศทางอื่น
แววตาปรากฏแววครุ่นคิด “นั่นคือโอกาสวาสนาครั้งใหญ่ที่สุดทีอาจจะ
ประสบพบเจอในเส้นเวลามากมายที่เราสังเกตการณ์เห็นเหรอ?”