สู่วิถีอมตะ - บทที่ 429 ล้างเมือง
หกแดนศักดิ์สิทธิ์ ห้าราชวงศ์ใหญ่ สี่ตระกูลโบราณ สามนิกาย
สองฝ่าย และสุดยอดอัจฉริยะจากเผ่ามนุษย์ล้วนรวมตัวในหอต ารา
เทียนเต้า
อ้อ จริงด้วย ผู้สืบทอดนิกายเทวมารขาดหายไปจากสามนิกาย
ศึกของผู้สืบทอดขุมก าลังสูงสุดของเผ่ามนุษย์ ณ ยุคสมัยนี้เป็น
ที่สนใจของทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน รวมถึงเผ่าพันธุ์อื่นด้วยเช่นกัน
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่เป็นกังวล หลัก ๆ แล้วเพราะต่างฝ่ายล้วยวาง
เดิมพัน จึงเป็นห่วงว่าจะชนะหรือไม่
ร่างโกลาหลซือถูหลิงเฟิงเป็นบุคคลที่สะดุดตาเกินใครในการ
ประลองนี้อย่างไร้กังขา และยังเป็นผู้ที่ถูกวางเดิมพันมากที่สุดด้วย
เพื่อรักษาความยุติธรรม ความแข็งแกร่งของอัจฉริยะผู้เข้าร่วม
การดวลจึงถูกจ ากัดที่ขอบเขตแปรเทวะ
“ศึกที่หอต าราเทียนเต้าเริ่มแล้ว ร่างเซียนอัสนีเมิ่งจิงเปิดฉากท้า
ทายร่างโกลาหลก่อนใคร!”
“สู้กันมาสี่วันแล้ว สองฝ่ายก็ยังไม่ปรากฏผล”
“พ่ายแล้ว ร่างเซียนอัสนีพ่ายแล้ว แต่อัสนีสวรรค์ที่นางเรียกลง
มาก็ยังท าร้ายร่างโกลาหลได้เช่นกัน”
“ร่างโกลาหลแข็งแกร่งเกินไป สิบร่างเทวะไร้เทียมทาน ซ ้ายัง
บรรลุวิชาลับหลายสิบแขนง ใครจะประชันกับเขาได้? อันดับหนึ่งต้อง
เป็นร่างโกลาหลแน่ ๆ!”
ที่ชายแดนหทัยแผ่นดิน เมืองเทียนหมิง ในหอวาณิชมั่งคั่ง
กว้างไกล
เจียงผิงอันถือป้ายหยกสื่อสารในมือ นั่งฟังเมิ่งจิงบ่นหงุงหงิง
“แค้นนัก เจ้านั่นรับมือยากจริง ๆ ปราณในตัวเขาใช้เท่าไหร่ก็ไม่
หมด แถมมีพลังกลืนกินที่ปล้นเจ้ามา ยิ่งรับมือยากไปใหญ่”
“อย่าห่วงเลย ไม่ช้าก็เร็วเขาตายแน่”
เจียงผิงอันรู้ว่าเมิ่งจิงท้าทายซือถูหลิงเฟิงก็เพื่อล้างแค้นให้เขา
“อย่าพูดเรื่องนั้นเลย ข้าต้องตั้งใจฝึกฝน ยังมีสารเลวอีกคนต้อง
จัดการ” เสียงของเมิ่งจิงเปี่ยมความแค้นเคือง
เจียงผิงอันรู้ว่าเมิ่งจิงก าลังพูดถึงใคร
เหลียงเซียวหง บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อคือ
ตัวการฆ่าบิดาของเมิ่งจิง
คนผู้นี้แข็งแกร่งยิ่ง เขาก้าวตามเส้นทางของมหาจักรพรรดิ
ก าราบอัจฉริยะจากเผ่าพันธุ์มากมาย ยังไม่เคยแพ้พ่ายแม้สักครั้ง
“ต้องดูแลตนเองให้ปลอดภัยนะ” เจียงผิงอันเตือน
“นั่นมันค าพูดข้า เจ้าบุ่มบ่ามกว่าข้าเป็นไหน ๆ หากมิใช่เจ้ารอ
ขึ้นบัลลังก์รับต าแหน่งเจ้านิกายอยู่ที่แดนอุดร ข้าก็สงสัยแล้วว่าเจ้าจะ
บุกมาที่หทัยแผ่นดิน ล้างแค้นคนจากหอต าราเทียนเต้า”
เมิ่งจิงบ่นอุบ
เจียงผิงอัน “…”
พยาธิน้อยในท้องนางนี้เดาถูกเผง
ทั้งสองจบการสนทนา
จิตสัมผัสของยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการไม่ปรากฏมาหนึ่งวัน
แล้ว รออีกสักสองวัน หากยังไม่ปรากฏขึ้นอีก เขาก็จะนั่งเรือเหาะไป
‘มอบของขวัญ’ แก่ตระกูลฉางซุนถึงบ้าน
ทว่า ขณะที่เจียงผิงอันก าลังรอ แดนดินพลันสะท้าน ทั่วทั้งเมือง
เทียนหมิงเริ่มทรุดตัวกะทันหัน
สีหน้าของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยน รีบเหินขึ้นสู่อากาศ
ยามเขาเหินออกมา เมืองทั้งเมืองก็ถล่มสู่พื้นอย่างสมบูรณ์!
นอกจากอาคารของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลและจวนเจ้าเมืองซึ่ง
มีโล่คุ้มกันรอดมาได้ สิ่งปลูกสร้างและผู้คนในเมืองคนอื่น ๆ
โดยเฉพาะผู้ฝึกตนใต้ขอบเขตหลอมสุญตาล้วนถูกฝังรวมในหลุม
เดียวทั้งเป็น!
หลีหม่าน ผู้ดูแลหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลเหินออกจากอาคาร
ถลึงตามองผู้ฝึกตนชุดด าคนหนึ่งบนฟ้าอย่างเดือดดาล
“สารเลวสมควรตาย! นั่นมันชีวิตเป็นล้าน ๆ เลยนะ! มีเด็กเล็ก
และผู้ฝึกตนบริสุทธิ์อีกตั้งเท่าไหร่! เพื่อสร้างสมบัติ เจ้ากลับโจมตี
พวกเขา!”
ชายชุดด าคนนี้เองที่ฆ่าปวงชนในเมือง!
แม้คนในจวนเจ้าเมืองก็เดือดดาลเช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่กล้า
พูดมากกว่านี้
หลีหม่านมีหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลหนุนหลัง ชายชุดด าผู้นี้มิ
กล้าลงมือด้วย
แต่หากคนจากจวนเจ้าเมืองอย่างพวกเขาพูดพล่าม อีกฝ่ายจะ
ลงมือแน่
ชุดคลุมสีด าบนตัวผู้ฝึกตนคนนั้นมีอ านาจพิเศษ ปกคลุมหน้า
พรางปราณของเขาไว้
ในมือเขาถือธงวิญญาณร้าย ดูดซับวิญญาณผู้วายชนม์มาเสริม
พลังแก่ตัวเอง
“ขยะปวกเปียกพวกนี้ เกิดมาก็ถูกเหยียบย ่าแล้ว ฆ่าพวกเขาไป
แล้วท าไม? พวกเจ้าหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลจะสังเวยชีวิตเล่นงานข้า
เพื่อพวกเขาหรือ? ฮ่า ๆ”
ยามผู้ฝึกตนชุดด าเอ่ยปาก เสียงของเขาแปรเปลี่ยนไปมา เดี๋ยว
ชายเดี๋ยวหญิง เดี๋ยวสูงวัยเดี๋ยวอ่อนเยาว์เช่นเด็กน้อย มิอาจคาดเดา
เพศสภาพและอายุได้
สีหน้าของหลีหม่านกรุ่นโกรธ โทสะเกือบอัดแน่นจนอกแตก “แน่
จริงก็ขานชื่อมา!”
เขารายงานข่าวต่อหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลได้ และขุมก าลัง
ใหญ่กับหอวาณิชก็จะออกค่าหัวล้อมสังหารผู้ฝึกตนชั่วร้ายเหล่านี้
ด้วยกัน
“ฮ่า ๆ เจ้าไม่มีวันได้รู้หรอกว่าข้าเป็นใคร!” ผู้ฝึกตนชุดด า
เสสรวล
ชุดคลุมสีด านี้ เขายืมมาจากหัวหน้าสมาพันธ์ สามารถซ่อน
ปราณและตัวตนของเขาได้ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการยังไม่
อาจเห็นหน้าเขา
อกของหลีหม่านหอบกระเพื่อมรุนแรงด้วยโทสะ ก ามือแน่นจน
กระดูกลั่นเอี๊ยด หากเขาฝีมือเพียงพอ เขาจะฆ่าไอ้สารเลวฆ่าผู้
บริสุทธิ์นี่แน่
แต่เขาไร้ก าลัง และไม่รู้ตัวตนของอีกฝ่าย
เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายฆ่าคนมากมาย และท่าทางว่าจะลอยนวลหนีไป
ได้ หลีหม่านก็ยิ่งหงุดหงิดใจ
เจียงผิงอันถ่ายทอดกระแสปราณบอกหลีหม่าน “คนผู้นี้เป็น
สมาชิกสมาพันธ์พยัคฆ์ด า”
หลีหม่านนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะช าเลืองกลับมาที่เจียงผิงอัน เขารู้
ตัวตนคนผู้นี้ได้อย่างไร?
แม้เขาจะงุนงง แต่หลีหม่านก็เชื่อว่าเจียงผิงอันจะไม่โกหกเขา
อย่างไร้สาเหตุ
หลีหม่านตะโกนอย่างเดือดดาล “พวกเจ้าสมาพันธ์พยัคฆ์ด ารอ
ก่อนเถอะ ไม่ช้าก็เร็ว เราจะล้างสวะอย่างพวกเจ้าให้สิ้น!”
สมาพันธ์พยัคฆ์ด านี้คือกลุ่มโจรใหม่ที่ปรากฏขึ้นในช่วงกาล
ปัจจุบัน ลือนามอย่างยิ่ง หลีหม่านเองก็พอได้ยินมาบ้าง
เหมือนหัวหน้าสมาพันธ์จะเป็นอดีตผู้น ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์
ด า เพราะลอบสังหารเจียงผิงอันผิดพลาด จึงเหลือเกาเฉวียนเพียงผู้
เดียว
เซี่ยงเสียซึ่งก าลังขัดเกลาธงวิญญาณร้ายเบิกตากว้างยามได้ยิน
ว่าอีกฝ่ายรู้ตัวตนของเขา
“สมาพันธ์พยัคฆ์ด าอะไร? ข้ารังเกียจจะเข้าร่วมขุมก าลัง
เช่นนั้น”
“อย่าท าไขสือ ลมหายใจของเจ้าเปลี่ยนไปแล้ว”
ดวงตาของหลีหม่านแดงก ่า มองวิญญาณเหล่าผู้บริสุทธิ์ถูก
ดูดกลืนไป
เซี่ยงเสียตกใจสุดขีด ในใจแสนงุนงง เขาสวมชุดคลุมสีด าของ
หัวหน้าสมาพันธ์อยู่ชัด ๆ อีกฝ่ายก็มีการฝึกฝนเพียงขั้นต้นขอบเขต
หลอมสุญตา จะเห็นตัวตนของเขาได้อย่างไร?
เซี่ยงเสียพลันนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ หลีหม่านช าเลืองกลับไปที่ผู้ฝึก
ตนคนหนึ่งจากไกล ๆ
หรือผู้ฝึกตนคนนั้นจะปากสว่างบอกเขา?
แต่ปราณของอีกฝ่ายมิได้แข็งแกร่ง อยู่เพียงขั้นต้นขอบเขต
หลอมสุญตา ยอดฝีมือหรือก็ไม่ใช่ เขาเห็นได้อย่างไร?
“มารดามัน! ตายไปให้หมดนั่นแหละ!”
เซี่ยงเสียผู้หดหู่ใจระเบิดโทสะ
เขาฆ่าคนไปนับล้าน สิ่งนี้จะท าให้เขากลายเป็นเป้าประกาศจับ
สมาพันธ์พยัคฆ์ด าจะถูกลากไปพัวพัน หัวหน้าสมาพันธ์จะเอาผิดเขา
แน่นอน
ด้วยโทสะ เซี่ยงเสียไหวกายมาตรงหน้าผู้ฝึกตนด้านหลัง พร้อม
ลงมือปิดฉากอย่างรวดเร็ว
จะใช่ผู้ฝึกตนคนนี้ปากสว่างเผยความลับหรือไม่ เขาก็จะสังเวย
แก่ธงวิญญาณร้ายอยู่ดี
เซี่ยงเสียมิกล้าแตะต้องคนของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล แต่คน
เช่นนี้ มีหรือจะไม่กล้าแตะ?
“ระวัง!”
หลีหม่านรีบร้องเตือนอย่างตกใจ แต่ค าเตือนของเขาก็ยังสายไป
ความเร็วของยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตารวดเร็วเกินไป
นัก
เซี่ยงเสียโบกธงวิญญาณร้าย เปิดฉากจู่โจมเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันดูตกใจลนลาน เงื้อหมัดขึ้นโจมตี
เห็นเช่นนี้ เซี่ยงเสียก็รู้สึกเหยียดหยัน มิคิดสนใจความเร็วและ
พลังโจมตีโหลยโท่ยเช่นนี้อีก…
ทันใดนั้น ความลนลานบนสีหน้าเจียงผิงอันก็สลายหาย รอยฝ่า
มือมหาจักรพรรดิและอักขระคนเถื่อนปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ กฎแห่ง
ก าลัง จ านงสัประยุทธ์ แรงโน้มถ่วงและท าลายล้างผสานเข้าด้วยกัน
ใช้ปราณมารชี้น า จ านงสัประยุทธ์เป็นแก่น เสริมฤทธิ์ด้วยอัสนีห
ยิน ออกหมัดอย่างสุดก าลัง
เปรี้ยง!
อ านาจยิ่งใหญ่กวาดกระหน ่าทั่วฟ้า
เซี่ยงเสียสัมผัสได้ถึงความผิดปกติและคิดล่าถอย แต่ก็ถูกแรง
โน้มถ่วงรั้งความเร็วลงระดับหนึ่ง
ขณะนั้นเองที่อ านาจนี้มาถึงตัว
ร่างของเซี่ยงเสียกระเด็นปลิวอย่างรวดเร็วเช่นอุกกาบาตโปรย
ธงวิญญาณร้ายในมือร่วงหล่น ชุดคลุมสีด าเคลื่อนหลุด ร่างกระแทก
บรรพตหลายต่อหลายลูก
หมู่เมฆบนฟ้าคล้ายถูกมีดผ่าแยกด้วยหมัดนี้ เกิดหนึ่งเวิ้งว่าง
เปล่า เผยท้องนภากระจ่างคราม
สายลมพัดโถมหลายร้อยลี้ ปัดเป่ารุนแรงเสียจนผู้คนมิอาจลืมตา
เจียงผิงอันยืนกลางสุญตา เส้นผมสีด าโบกไสว
คนจากจวนเจ้าเมืองและหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลล้วนตะลึงนิ่ง
นี่พวกเขาเห็นอะไร?
ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งฟาดยอดฝีมือขั้น
ปลายขอบเขตหลอมสุญตากระเด็น!
นี่… ใช่พลังที่ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาใช้ได้จริง ๆ
หรือ?