หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 625 บุกฝ่า
บทที่ 625 บุกฝ่า
ความเย็นชาฉายชัดในแววตาของเฉินซาน เขาปิดกั้นโจวอี้ในทันที ดาบยาวของเขาถูกชักออกมา ดาบคมกริบพุ่งไปยังหัวของงูน้ำแข็งในทันที
หนึ่งดาบ!
งูน้ำแข็งยาวสิบเมตรถูกผ่าครึ่ง
“หืม?”
เสียงที่ดูแก่ชราดังขึ้นและร่างของเขาพลันพุ่งออกจากกระท่อม ปลายเท้าวิ่งเหยียบอากาศ และทุกทีที่เขาเหยียบย่ำจะเกิดระลอกคลื่นกลางอากาศ เพียงพริบตาเขาปรากฏห่างจากกลุ่มของโจวอี้ราวสิบเมตร
“คนจีนเหรอ? ผู้ฝึกยุทธ์?” ชายชราในเสื้อบุนวมสีขาวและหมวกแปดเหลี่ยมสีดำจ้องมองโจวอี้และคนอื่น ๆ ด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสชื่ออะไร?” โจวอี้ก้าวไปข้างหน้าพลางประสานมือและเอ่ยถาม
“มีเพียงไม่กี่คนบนโลกที่จดจำชื่อฉันได้ ดังนั้นจึงไม่สำคัญว่าฉันจะบอกหรือไม่ แต่พวกนายยังไม่ตอบคำถามของฉันเลยสักคำ” ชายชรากล่าวอย่างเฉยเมย
“ผมนามสกุลโจวและผมกำลังจะเดินทางไปยังแดนชำระเขตขั้วโลก หวังว่าผู้อาวุโสจะเปิดทางให้” โจวอี้กล่าวอย่างใจเย็น
“ที่นี่ไม่มีประตูที่สามารถผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย นายมีเพียงสองทางเลือก ทางที่หนึ่งคือถูกสังหารที่นี่ และทางที่สองคือใช้เงินเพื่อซื้อชีวิต” ชายชรากล่าวอย่างแผ่วเบา
“ผมไม่อาจให้เป็นตามทางเลือกที่หนึ่งได้ และแน่นอนว่าถ้าทำได้ผมก็อยากจะประหยัดพลังให้ได้มากที่สุด ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ครับ?”
“หนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ต่อคน”
“เฉินซาน ฉันจะปล่อยให้ตรงนี้เป็นหน้าที่ของนาย” โจวอี้เม้มริมฝีปากแน่นและก้าวถอยหลังไปราวสองสามก้าว
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของโจวอี้ เฉินซานลงมือทันที
ปราณดาบถูกฟันถาโถมเข้าหาชายชราราวกับกระแสน้ำ
เพียงการโจมตีแรกก็ทำให้เกิดเสียงคลื่นดาบดังสนั่น ปราณดาบฟาดฟันออกไปยังต่อเนื่องกวาดกระหน่ำทุกอย่างวุ่นวาย หิมะคลุ้งไปทั่วท้องฟ้า
“บ้าเอ้ย นี่มันเพลงดาบพันคลื่นสังหารไม่ใช่เหรอ!?”
สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปในทันที เขาถอยดีดตัวถอยกลับอย่างรวดเร็วพร้อมกับประกบมือสร้างกำแพงหิมะน้ำแข็งป้องกันด้านหน้าเขาไว้
ทว่า!
ปราณดาบทำลายกำแพงหิมะน้ำแข็งจนแตกเป็นเสี่ยง และพุ่งไปตรงหน้าชายชราในพริบตา
“ฉันยอมรับความพ่ายแพ้!” ชายชราตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัว
ครืน!
ปราณดาบถูกสลายไปในทันทีแต่ทว่าเศษเสี้ยวปราณดาบที่ปั่นป่วนหลงเหลือยังคงส่งผลอันตราย มันฉีกกระชากเสื้อผ้าของชายชราและบาดผิวหนังบนร่างกายของเขา เสื้อกันหนาวสีขาวของเขาถูกย้อมด้วยเลือดจนกลายเป็นสีแดง
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ร่างทั้งห้าพุ่งออกมาและปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชายชราในพริบตา
หญิงชราผู้หนึ่งจ้องมองชายชราที่ท่วมไปด้วยเลือดด้วยความกังวลใจและเข้าตรวจสอบบาดแผลของเขาทันที เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาได้รับบาดเจ็บเพียงผิวเผิน เธอก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทันใดนั้นเธอก็จ้องมองไปยังเฉินซานที่ถอยกลับไปด้านข้างโจวอี้แล้ว
“ปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์งั้นเหรอ? คุณคือศิษย์แห่งสำนักโอสถ?” หญิงชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” เฉินซานพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา
“คุณ…” หญิงชราขมวดคิ้ว
หากไม่ใช่เพราะพิจารณาแล้วว่าความแข็งแกร่งของเธอนั้นด้อยกว่าเฉินซานอยู่มาก เธอจะต้องสอนบทเรียนให้เขาอย่างแน่นอน
โจวอี้ตบไหล่เฉินซานพลางส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาจึงหันไปกล่าวขอโทษหญิงชรา “ผมไม่คิดเลยว่าผู้อาวุโสจะสามารถเดาได้ว่าเราเป็นคนของสำนักโอสถเพียงแค่ดูจากกระบวนท่าการโจมตีที่ศิษย์หลานของผมใช้ สายตาของผู้อาวุโสเฉียบแหลมมาก”
จากนั้นโจวอี้หยิบตลับหยกออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนให้ชายชราก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นี่คือยาขี้ผึ้งเทียนเหลียน เป็นของดีของสำนักผมมันสามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บได้ ถือซะว่านี่คือของชดใช้สำหรับการกระทำไม่สุภาพของศิษย์หลานของผม ผู้อาวุโสคิดว่าไง?”
“ความสามารถของฉันไม่ดีเท่าคนอื่นเอง ดังนั้นฉันไม่ติดค้างใจอะไรทั้งนั้น ส่วนยาขี้ผึ้งเทียนเหลียนนี้คือของดีอย่างแท้จริง ฉันขอรับมันไว้โดยไม่ละอายก็แล้วกัน” ชายชรากล่าว หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เขาไม่ได้กลับจีนมานานหลายปี แน่นอนว่าจึงไม่มียารักษาชั้นดีเช่นนี้ติดตัว
วันนี้แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็รู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่ได้ครอบครองยาขี้ผึ้งเทียนเหลียนหนึ่งตลับ
“ผู้อาวุโส เราผ่านไปได้รึยัง?” โจวอี้เอ่ยถาม
“ได้!”
ชายชราพยักหน้าแล้วชี้ไปยังชายที่เหลืออีกสี่คน
ทันใดนั้น ทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันไป
“น้องโจว แม้ศิษย์หลานของคุณคนนี้จะแข็งแกร่งมาก อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ฉันคิดว่าพวกคุณควรกลับไป เพราะยังมีอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่อีกสองด่านรอคอยอยู่ และแม้จะสามารถผ่านอุปสรรคทั้งสองไปได้ก็จะต้องพบกับผู้เฝ้าประตูที่เป็นผู้ฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกตะวันตก ความแข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับระดับบรรพจารย์ยุทธ์” ชายชรากล่าว
“ผู้อาวุโส เราเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีและพร้อมจะเผชิญกับอุปสรรคแบบนั้นอยู่แล้ว” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ยิ่งไปกว่านั้น เราเดินทางมาที่นี่เพื่อทำธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อต่อสู้ หากเราไม่สามารถเอาชนะได้จริง ๆ เราก็แค่เดินทางกลับ”
“น้องโจว ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด หากคุณไม่สามารถผ่านด่านได้ คุณก็จะถูกสังหารในทันที ชายผู้นั้นดุร้ายและเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความโหดเหี้ยม เว้นแต่คุณจะมีความสามารถในการหลบหนีภายใต้การตามล่าของชายแข็งแกร่งผู้นั้น ไม่เช่นนั้นสิ่งเดียวที่คุณจะได้เผชิญคือทางตัน” ชายชรากล่าว
“ขอพวกเราลองดูก่อน” โจวอี้กล่าว
ชายชราไม่พูดอะไรอีกต่อไป
เพียงเฝ้าดูกลุ่มโจวอี้วิ่งต่อไปยังทิศเหนือ และอดไม่ได้ที่จะส่ายศีรษะ
“พวกเขายังเด็กมาก ยังไม่รู้จักความสูงของสวรรค์และความลึกล้ำของโลกใบนี้! ใครจะสามารถเอาชนะคนที่แข็งแกร่งเทียบเท่าระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้? พวกเขายังเด็กเกินกว่าจะรู้ถึงอันตรายของสถานที่แห่งนั้น เห็นแก่ยาตลับนี้ ฉันอุตส่าห์พยายามเกลี้ยกล่อมพวกเขาด้วยคำพูดจนสุดความสามารถแล้ว แต่พวกเขาก็ยังดื้อรั้นไม่หันหลังกลับ เฮ้อ คงต้องปล่อยพวกเขาไปตามยถากรรมก็แล้วกัน!” ชายชรากล่าวแล้วส่ายศีรษะ
“ผู้เฒ่าเอ๋ย ไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือยังไง? เค้าบอกว่าพร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรคแบบนั้นแล้ว” หญิงชรากล่าว
“พร้อมที่จะเผชิญ? เหอะ เมื่อเผชิญหน้ากับพลังที่เหนือกว่ายิ่งยวด ทุกสิ่งล้วนเปล่าประโยชน์! ว่าแต่เราตามไปดูดีหรือไม่?” ชายชรายื่นข้อเสนอ
“ดี!”
สิบนาทีต่อมา
โจวอี้และคนอื่น ๆ เดินข้ามภูเขาน้ำแข็งไปแล้วสองลูก
ด่านที่สองปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาทันที
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าพวกเขาคือชายชาวตะวันตกจำนวนสองคน ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยหนวดเครา พวกเขาสวมชุดสูทสีดำพร้อมถือดาบยาวไว้ในมือ
“จัดการพวกเขา” โจวอี้กล่าวสั่ง
วินาทีต่อมา เฉินซานทำการโจมตีอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้ชายชาวตะวันตกสองคนจะอ่อนแอกว่าเฉินซานในแง่ของความแข็งแกร่งส่วนตัว แต่กระบวนท่าสุดท้ายที่พวกเขาร่วมมือกันกลับสามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้อย่างมหาศาลจนแม้แต่เฉินซานยังถูกยังยั้ง
เอเลนและเหมิงเทียนอ้าวช่วยลงมือทันที
แม้ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะไม่อาจเทียบได้กับชายตะวันตกทั้งสองคน แต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอีกฝ่ายนัก เมื่อทั้งสองคนร่วมมือกัน ชายชาวตะวันตกทั้งสองก็กลายเป็นเสียเปรียบในทันที หลังผ่านไปเจ็ดถึงแปดนาที ชายชาวตะวันตกทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง
“หยุด! พวกคุณผ่านไปได้แล้ว”
ทั้งสองคนถอยห่างออกไปหลายสิบเมตร หนึ่งในพวกเขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ทุกคนเข้าใกล้แดนชำระเขตขั้วโลกแล้ว
แต่ยิ่งเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งพบว่าระหว่างทางมีผู้คนมากมายหลายกลุ่ม
คนเหล่านั้นไม่ได้ทำการเคลื่อนไหว เพียงแต่เฝ้าดูกลุ่มของโจวอี้จากระยะไกล สองคนในพวกเขาพูดคุยกันเสียงดัง พวกเขาคิดว่าทั้งกลุ่มของโจวอี้จะต้องตายในอีกไม่นาน
“หืม? หมีขั้วโลก?”
ขณะที่ทุกคนกำลังปีนข้ามภูเขาน้ำแข็ง หมีขั้วโลกสีขาวก็พลันปรากฏต่อหน้าพวกเขา
แต่!
หมีขั้วโลกตัวนี้แตกต่างจากหมีขั้วโลกทั่วไป
มันสูงกว่าสองเมตรและมีรูปร่างบึกบึน มันวิ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการเคลื่อนไหวของมันเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์