หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 33 หลินซีหร่านกระโจนลงนํ้าช่วยคน
33 หลินซีหร่านกระโจนลงนํ้าช่วยคน
ภายใต้การนําทางของเสียนอวิ๋น ชื่อจือหลินซีหร่าน กับจ้าวเย่อหรัน มุ่งหน้าไปยังศาลาบัว เส้นทางคุ้นตานั้นทําให้หัวใจของจ้าวเย่อหวั่นไหววูบ ครั้งก่อน…. ที่นี่เอง นางถูกจ้าวเย่อเหรินผลักตกสระ และที่นี่เอง ชะตาชีวิต ยองนางจึงได้เริ่มต้นใหม่
ทว่าในวันนี้ จ้าวเย่อเหรินเรียกนางมาอีกครั้ง ด้วยเหตุผลใดกันแน่? ความกระวนกระวายบางอย่างเกาะกุมหัวใจ ราวพายุเงียบที่กําลังก่อตัว นาง พยายามสงบจิต แต่ยิ่งกด ก็ยิ่งรู้สึกว่าเหตุร้ายกําลังจะอุบัติ ครั้นใกล้ถึง ศาลา เสียงเอะอะโหวกเหวกก็ดังแว่วมาตามลม
จ้าวเย่อหรัน ยมวดคิ้ว ในใจเย็นวาบ ครั้งนี้ นางคิดวางหมากอะไร อีก? ด้านหลินซีหร่านกลับหน้าซีด เขารู้ว่าจ้าวเย่อเหรินอยู่ที่ศาลาบัว เกรงว่า นางจะเป็นอันตราย จึงเร่งฝีเท้าโดยไม่ลังเล เมื่อมาถึงระเบียงคต ภาพที่เห็น ทําให้ทุกคนชะงัก ในศาลามีเงาร่างสองคนกําลังยื้อยุดกันอยู่ ทันใดนั้น เสียง หวีดร้องก็ดังขึ้น
“น้องสาม อย่า! อย่าผลักข้า!”
เสียงของจ้าวเย่อเหริน ขาดหายไปพร้อมเงาร่างที่ร่วงหล่นลงสู่สระ บัว ตูม! แทบจะในชั่วพริบตา ร่างหนึ่งพุ่งผ่านสายตาจ้าวเย่อหรัน กระโจน ลงน้ําโดยไม่ลังเล นางตั้งสติ สูดลมหายใจลึก จ้าวเย่อเหรินตกน้ํา… และหลินซีหร่านก็กระโดดลงไปช่วย
ภาพนี้ทําให้นางแทบหัวเราะออกมา ไม่กี่วันก่อน นางเพิ่งถูกอีกฝ่าย ผลักลงสระ วันนี้กลับเห็นเจ้าตัวตกลงไปเอง กรรมตามสนองหรือ? แต่เมื่อ เงยหน้าขึ้นเห็น น้องสาม จ้าวอิง ยืนตะลึงอยู่ในศาลา ความคิดนั้นก็สลายไป แววตาของจ้าวอิงเต็มไปด้วยความแตกตื่น เมื่อสบตากับจ้าวเข่อหรัน ความ ลนลานก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอย่างชัดเจน จ้าวเข่อหรัน มองออก
ทันที
นี่มิใช่แววตาของคนทําผิด แต่คือแววตาของคนถูกวางกับดัก จ้าว อิง… ถูกออกแบบให้ตกหลุมนี้ หลังความตกใจผ่านไป ความเคียดแค้นในสาย ตานางนั้นจริงแท้ ไม่ใช่การเสแสร้ง เช่นนั้น… จ้าวเย่อเหรินจงใจใส่ร้ายน้อง สาวต่างมารดา? แล้วเหตุใดต้องเรียกนางกับหลินซีหร่านมาเป็นพยาน?
จ้าวเข่อหรันยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ ไม่นาน หลินซีหร่านก็อุ้มร่างเปียกโชก ของจ้าวเย่อเหรินขึ้นฝั่ง เสื้อผ้าแนบกายทั้งสองคน ใบหน้าของจ้าวเย่อเหริน ชีดยาว ดวงตาปิดสนิท หากมิใช่เพราะอกยังขึ้นลงเบา ๆ คงนึกว่านางสิ้นใจ
แล้ว
เด็ดยาด
“คุณหนูรอง! คุณหนูรอง!”
เสียนอวิ้นร้องเรียกเสียงสั่น
“เย่อเหริน! เย่อเหริน!”
หลินซีหร่านเรียกอย่างร้อนใจ จ้าวเย่อหรัน ขมวดคิ้ว ก่อนเอ่ยอย่าง
“พอได้แล้ว วางนางลงก่อน รีดน้ําในท้องออก มิฉะนั้นจะสายเกินไป”
หลินซีหร่านราวเพิ่งได้สติ รีบวางร่างในอ้อมแขนลงบนพื้น แล้วกด หน้าท้องของจ้าวเย่อเหรินอย่างลนลาน จ้าวเย่อหรัน มองวิธีนั้นแล้วรู้สึกไม่ เหมาะนัก แต่สถานการณ์ฉุกเฉิน นางจึงไม่พูดอะไร ขณะนั้น เสียนอวิ๋นที่ทํา หน้าร้อนรน กลับมีแววพึงใจวาบหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดทันสังเกต
“แค่ก”
น้ําจํานวนหนึ่งไหลออกจากปากจ้าวเย่อเหริน เปลือกตายยับช้า ๆ ใน ดวงตาที่เพิ่งเปิดนั้น แววชนะวาบผ่านอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้น
ในใจ ทว่าบนใบหน้ากลับอ่อนแรงราวดอกไม้ใกล้โรย
“บ้า… เป็นอะไรไปหรือ?”
เสียงอ่อนระโหย
“เจ้าตกน้ํา จําไม่ได้หรือ?”
หลินซีหร่านมองนางอย่างอ่อนโยน ราวโลกทั้งใบเหลือเพียงสตรีใน อ้อมแยน คู่หมั้นตัวจริงของเขา… ยืนอยู่ข้างกายเขานี่เอง แต่เขากลับลืม เลือนเสียสิ้น จ้าวเย่อเหรินก้มหน้าด้วยท่าทีเขินอาย จ้าวเย่อหรัน ยิ้มเย็นใน ใจ ดีจริง ๆ หนึ่งคือคู่หมั้นในนามของนาง หนึ่งคือน้องสาวของนาง กลับ แสดงความผูกพันต่อหน้าต่อตา มิได้เกรงใจแม้แต่น้อย นาง… กลายเป็น
เพียงเงาไร้ตัวตน
“พอแล้ว รีบพาน้องสาวกลับเรือนเชียอวี่เถิด”
เสียงของจ้าวเย่อหรัน ราบเรียบ ราวเหตุการณ์ตรงหน้าไม่เกี่ยวข้
เวยอง
กับตน
“เลียนอวิ๋น ไปเชิญหมอมา หากเป็นไข้เพราะลมเย็นจะยุ่ง”
“เจ้าค่ะ!”
จ้าวเย่อหรัน ยื่นมือจะช่วยพยุง ทว่าหลินซีหร่านกลับอุ้มจ้าวเย่อเห รินขึ้นในอ้อมแยน เดินจากไปอย่างเร่งรีบ มองแผ่นหลังนั้น จ้าวเบื่อหรัน ยก
มุมปาก ดูท่า จวนไท่ซือคงไม่สงบอีกแล้ว
เงยหน้ามองท้องฟ้าแจ่มใส นางถอนใจในอก วันที่อากาศดีเช่นนี้
ช่างน่าเสียดายจริง ไม่นาน ผู้คนก็สลายตัวไป ไม่มีใครสนใจจ้าวอิงที่ยังยืน แข็งทื่ออยู่ในศาลา ความกลัวกัดกินหัวใจ มีทั้งหลินซีหร่านและจ้าวเย่อหรัน เป็นพยาน ข้อหาพยายามทําร้ายบุตรีภรรยาเอก… หนักหนาเพียงใด นาง ย่อมรู้ดี แต่ความแค้นในอกก็ลุกโชน
จ้าวเย่อเหริน…. กล้าดีอย่างไรถึงเล่นหมากเช่นนี้กับนาง จ้าวอิงกัดฟัน แน่น จ้าวเย่อเหริน ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่
นางหมุนตัว เดินเร่งฝีเท้าไปยังเรือนอินเก๋อ ต้องรีบปรึกษาท่านแม่ ว่าจะรับมือพายุลูกนี้อย่างไร เพราะหมากกระดานนี้ มิใช่เพียงน้ําในสระที่ ปั่นป่วน แต่คือชีวิตของพวกนางทุกคน