อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 483 เธอทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้ และก็ไม่อยากทำ
ตอนที่ 483 เธอทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้ และก็ไม่อยากทำ
เธอทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้ และก็ไม่อยากทำ
เธออดไม่ได้ที่จะขอบคุณฉีหย่วนหยางที่ไม่พูดออกมา แบบนั้นได้ทำลายชื่อเสียงของจิ่งเป่ยเฉินพังแน่
มาถึงขนาดนี้ไม่คิดเลยว่าจะยังเป็นห่วงเขา!
ตอนที่เขานอกใจได้คิดถึงเธอบ้างหรือเปล่า!
หลินจือเซี๋ยวมองเธอตักกินไอศกรีมถังใหญ่จนหมด “ท้องเธอไม่เป็นอะไรแน่นะ?”
“กำลังใจที่ดี!” เธอล้มตัวลงบนโซฟาและครุ่นคิดอยู่ในใจ
ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น!
เป็นข้ออ้างที่ดื่มจนเมา?
ดื่มเมาแล้วสามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้เหรอ?
เกินไปแล้ว!
หลินจือเซี๋ยวมองไปที่ใบหน้าที่มืดมน “มา พูดหรือระบายมาเลย ฉันจะเป็นถังขยะให้เธอเอง มีอะไรที่ไม่สบายใจก็บอกฉันมาได้!”
“เธอไม่รู้เหรอ?” เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองหลินจือเซี๋ยว เธอคิดว่ารู้ทุกอย่างแล้ว
เรื่องนี้ฉีเซิ่งเทียนเองก็หนีไม่พ้นหรอก
“ฉันไม่รู้! ฉันควรจะรู้หรือไง?” หลินจือเซี๋ยวงุนงงเล็กน้อย “บิ๊กบอสนอกใจไปหาใคร?”
“เมื่อวานพวกเราดูข่าวดาราผู้หญิงคนนั้น” ตอนนั้นที่กำลังฝันอยู่ ไม่คิดเลยว่าลูกในท้องของเธอนั้นจะเป็นลูกของจิ่งเป่ยเฉิน!
“เย่มู่เหยียน? พวกเขาไปอยู่ด้วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่? พวกเขาอยู่ด้วยกันได้ยังไง! บิ๊กบอสกับเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลยนะ!” หลินจือเซี๋ยวยิ่งคิดยิ่งกังวล ทำไมถึงรู้สึกว ว่ามันดูเป็นไปไม่ได้เลย!
“ฉันเองก็รู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ในชีวิตคนเรามักจะมีเรื่องที่เซอร์ไพรส์ตลอดเวลา” อันโหรวทำอะไรไม่ถูก ได้แต่อธิบายให้หลินจือเซี๋ยวฟัง
“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนนะ!” หลินจือเซี๋ยวตัดบทเธอ “ในคืนนั้นเธอบอกว่าบิ๊กบอสอยู่อีกที่หนึ่ง แต่สุดท้ายถูกฉีเซิ่งเทียนพาไปที่โรงแรมนั่วเทียนเหรอ?”
อันโหรวพยักหน้า
“ไอ้เวรนั่น! เขาบอกว่าบิ๊กบอสดื่มจนเมาแล้วพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมใกล้ ๆ ไม่อยากให้เธอรู้ เพราะเธอกำลังฟื้นฟูร่างกายอยู่!” หลินจือเซี๋ยวร้องไห้เพราะรู้สึกว่าตัวเองโง่เขลา
เธอควรจะบอกโหรวโหรว ตอนนั้นจะได้เจอไปเลย
“โหรวโหรว ฉันขอโทษเธอนะ คืนนั้นฉีเซิ่งเทียนมาที่บ้านของฉัน ฉันเห็นว่าเขาหาโทรศัพท์บิ๊กบอส ฉันเองก็ไม่รู้!” เธอผิดไปแล้ว เรื่องของบิ๊กบอสทำไมเธอถึงไม่บอกโหรวโหรวน นะ!
“ไม่เป็นไร ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว” เธอรู้แล้ว เพราะงั้นเรื่องก่อนหน้านี้ก็ไร้ความหมาย
“ฉีเซิ่งเทียนน่ารังเกียจ! โหรวโหรว ฉันขอโทษเธอจริง ๆ นะ!” ตอนนี้เธอนึกถึงคำถามที่ฉีเซิ่งเทียนถามเธอขึ้นมา แทบอยากจะเอาเกาลัดทุบหัวเขาให้แตกจริง ๆ
นี่เขาทำแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน!
ตอนนั้นเธอคิดว่าเขากับเฉินเหยียน คาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นโหรวโหรวกับบิ๊กบอส ถึงได้อยากลองถามทัศนคติของโหรวโหรวดู!
เกินไปแล้ว!
หลินจือเซี๋ยวได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก็หยิบขึ้นมา เป็นฉีเซิ่งเทียนที่โทรเข้ามา เธอรับโทรศัพท์ทันที “นายไม่ต้องโทรมาหาฉันอีก นายมันเกินไปแล้วจริง ๆ นายมันน่ารำคาญ!”
ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่พูดความจริง หนำซ้ำยังช่วยบิ๊กบอสปกปิดมัน
แล้วถ้าเกิดเรื่องแบบนี้กับเขาในอนาคต บิ๊กบอสจะช่วยเขาปิดบังงั้นเหรอ?
แบบนี้นี่มันเลวแบบคลาสสิกจริง ๆ
หลินจือเซี๋ยววางสายทันทีที่พูดจบ ไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ฉันบอกว่าไม่ต้องโทรมาอีกไง นายฟังไม่รู้เรื่องใช่ไหม?” เธอทำท่าจะวางสายอีกรอบ
อันโหรวมองไปที่การเคลื่อนไหวของเธอ “จือเซี๋ยว ไม่จำเป็นหรอก ฉีเซิ่งเทียนเขาไม่รู้เรื่อง”
“ไม่รู้เรื่องอะไรกัน! เขาไม่ควรจะทำแบบนี้! มันเกินไป!” ตอนนี้เธอคิดแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ
ชายคนนั้นใครจะไปกล้าแต่งงานด้วย ไม่แน่อาจจะปกป้องซึ่งกันและกันในอนาคตก็ได้!
“จือเซี๋ยว เธอใจเย็นก่อน” ทั้ง ๆ ที่เธอมาที่นี่เพื่อระบาย ทำไมตอนนี้กลับกลายเป็นจือเซี๋ยวที่โมโห
“โหรวโหรว ฉันใจเย็นไม่ไหวหรอกนะ ทั้งคู่ทำเกินไปจริง ๆ” หลินจือเซี๋ยวพูดด้วยท่าทางจริงจัง แต่จู่ ๆ ก็กอดอันโหรวอีกครั้ง
“โหรวโหรว พวกเรานี่มันน่าสงสารจริง ๆ ฮือ ๆ……..”
อันโหรวโอบไปที่หลังเธอและพูดเบา ๆ “ความจริงฉีเซิ่งเทียนก็ไม่เลวนะ”
“บิ๊กบอสก็ไม่เลวเหมือนกันแหละ!”
“พวกเขาต่างดีกันทั้งนั้น เธออย่าเสียใจเลย เป็นเพราะว่าเรื่องของฉัน พวกเธอเลยขัดแย้งกัน ความผิดของฉันร้ายแรง” เธอเริ่มปลอบหลินจือเซี๋ยว ไม่คิดเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้
“เป็นความผิดของพวกเขา! เธอว่าดื่มไวน์อะไรดี!”
อันโหรวเงียบ เธอกำลังคิดว่าทำไมจิ่งเป่ยเฉินถึงได้ดื่มไปเยอะแบบนั้น ลูกเองก็ไม่อยู่แล้ว หรือเพราะถังซั่วที่เป็นน้องชายตัวเอง เขาเลยเจ็บปวดใจ
แต่ว่าใจของตัวเองนั้นจะไม่เจ็บปวดได้ยังไง!
ทั้งคู่พิงไปที่โซฟา หลินจือเซี๋ยวร้องไห้เสียใจยิ่งกว่าเธออีก
เธอโศกเศร้าเสียใจ แต่ไม่ได้ร้องไห้ออกมา ทำเพียงเก็บมันเอาไว้ในใจ
หลินจือเซี๋ยวโกรธฉีเซิ่งเทียนที่ช่วยจิ่งเป่ยเฉินปกปิดซ่อนมันไว้ แล้วยังมาถามเธออีก ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ
ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก ฉีเซิ่งเทียนและจิ่งเป่ยเฉินเห็นผู้หญิงทั้งสองคนนั้นนั่งกอดกันอยู่บนโซฟาด้วยความเศร้าเสียใจอย่างมาก
“เซี๋ยวเซี๋ยว พี่สะใภ้! พวกเธอ……” ฉีเซิ่งเทียนรีบเดินเข้าไป จำเป็นต้องขนาดนี้ไหม?
จิ่งเป่ยเฉินที่มีใบหน้าที่เย็นชา เขายืนอยู่ด้านนอกตลอด เขาไม่คิดที่จะเปิดประตูเข้ามา ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะฉีเซิ่งเทียนมา เขาก็คงจะยืนอยู่ตรงด้านนอกและฟังพวกเธอต่อไป
หลินจือเซี๋ยวและอันโหรวต่างตกใจ ทำไมจู่ ๆ เขาถึงได้เข้ามา พวกเธอกำลังร้องไห้กันอยู่
ฉีเซิ่งเทียนเดินมาจับหลินจือเซี๋ยว ส่วนจิ่งเป่ยเฉินก็เดินไปหาอันโหรวที่มีดวงตาแดงก่ำ เขาย่อตัวลงไปกอดเธอ ก่อนจะพาเธอขึ้นไปชั้นบน
ถึงแม้เธอจะไม่ได้ร้องไห้ แต่ว่าดวงตานั้นแดงก่ำมาก เธอมองไปที่ใบหน้าเย็นชาของเขา มือทั้งสองข้างค่อย ๆ โอบคอเขาไว้และพิงไปที่หน้าอกของเขา
จิ่งเป่ยเฉินอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอนหน่วนหน่วนและล็อกประตูห้อง
“ทำไมนายยังไม่ไปอีก?” เธอนั่งลงบนเตียงพลางเงยหน้ามองเขา
“ฉันจะไปได้ยังไง?” ส่งเธอหน้าประตูเสร็จ เขาก็คิดว่าจะไม่กลับไป จะรอเธออยู่ด้านนอกตลอด
“นายคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะแก้ไขปัญหาได้เหรอ?” เขาอยู่ข้างนอกตลอดก็ไร้ความหมาย
ลูกอยู่ในท้องเย่มู่เหยียนแล้ว
“โหรวโหรว วิธีแก้ไขปัญหานั้นยังต้องรออีกนาน หรือว่าช่วงเวลานี้เธอจะรู้สึกอึดอัดไปตลอดโดยไม่สนใจฉันเลยเหรอ?” เขารู้ว่าเธอเสียใจมาก ตัวเขาเองก็เสียใจไม่แพ้กัน
เขานั่งลงข้างเธอ เอาแขนโอบเอวของเธอไว้ “โหรวโหรว ฉันต้องทำยังไงให้เธอหายโกรธ?”
“นายไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น” เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว พวกเขาทำอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์
รอให้ลูกคลอดออกมาถึงจะตัดสินใจได้
“ไม่ทำอะไรเลย?” เขาหรี่ตามองเธอ “รวมถึงเธอด้วย?”
“ตอนนี้เป็นแบบนี้ยังจะคิดเรื่องแบบนั้นอีกงั้นเหรอ!” เธอกำลังโกรธอยู่แท้ ๆ ใครจะมาพลอดรักกับเขา!
“ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย เธอเป็นโหรวโหรวของฉัน ภรรยาของฉัน ฉันคิดถึงเธอ” ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่ไร้ยางอายต่อหน้าเธอ
“อืม ๆ นายคิดถึงฉันเถอะ! คิดถึงได้แค่ฉัน ห้ามคิดถึงคนอื่น!” ร่างกายของเธอกดทับไปที่เขา แม้จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
แค่คิดว่าเขากับเย่มู่เหยียนนั้นสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ถึงจะไม่มีอะไร แต่ทั้งคู่อยู่ในห้องเดียวกัน และฉีเซิ่งเทียนก็บอกว่าตอนที่เห็นเขา บนร่างกายของเขานั้นเปลือยเปล่า
“จิ่งเป่ยเฉิน เธอเห็นทุกอย่างบนร่างกายนายหมดแล้ว!” ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเศร้าและเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก