เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 392 ไม่ใช่เดต
บทที่ 392 ไม่ใช่เดต
“ไม่ใช่เดต…”
“เอ๊าะเหรอ เจ้าพารุ่ยอวิ๋นโจวอะไรนั่นไปส่งที่สถานพักฟื้นไม่ใช่หรือ ทำไมเพิ่งกลับมาตอนนี้?”
ฉู่ลั่วไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดแปลก เธอพูดเสียงเรียบว่า “หลังจากไปสถานพักฟื้น พวกเราก็ไปดูหนังกันต่อ แล้วก็ไปทานมื้อเย็น”
เฉิงยวนหัวเราะคิกคัก ทำเสียงแม่บ้านซุบซิบ “นี่ไม่เรียกว่าเดตเหรอ!”
“ไม่ใช่เดต”
ฉู่ลั่วหันหน้าไปอีกทาง เอาช่อเหรียญทองแดงโบราณวางไว้บนชั้น และเดินตรงไปยังห้องนอน
เฉิงยวนประหลาดใจมากจนรีบถามทันที “เจ้าวางดอกไม้ไว้ตรงนี้เนี่ยนะ?”
“อืม เหรียญทองแดงโบราณมีไว้ปกป้องบ้าน ตำแหน่งนั้นดีที่สุดแล้ว”
เฉิงยวน “…”
รอจนกระทั่งฉู่ลั่วกลับไปในห้องนอนแล้ว วิญญาณสาวจึงลอยมาตรงหน้าช่อดอกไม้ พลางส่ายหน้า “แม่คนสมองท่อนไม้เอ๊ย ไม่รู้ว่าโง่จริง ๆ หรือแกล้งโง่กันแน่”
…
รุ่งเช้าวันต่อมา
ชาวเน็ตกระจายข่าวใหม่ทางโลกออนไลน์ เป็นข่าวฉาวกว่าเดิมของนักแสดงนำหญิงจากภาพยนตร์ภาพหลอกวิญญาณหลอน มีเพื่อนสมัยเรียนของเธอออกมาแฉว่าเธอมีเสี่ยเลี้ยง และเป็นอีตัวหน้าเงิน
ยังมีคนออกมาแฉอีกว่าเธอเคยรังแกเพื่อนในโรงเรียน
บางทีทีมงานบางคนออกมาพูดด้วยว่า เหิงหว่านไป๋เป็นนักแสดงหน้าใหม่ไร้ประสบการณ์ เมื่อก่อนเคยมาออดิชันที่กองถ่ายของพวกเขา แต่ก็ถูกปัดตก
บนหน้าข่าวเต็มไปด้วยข่าวด้านลบของนักแสดงนำจากเรื่องภาพหลอกวิญญาณหลอนเต็มไปหมด
ชาวเน็ตที่ไม่ได้รู้ความจริงก็ตั้งกลุ่มขึ้นมาโจมตีเธอ เมื่อรู้ว่าเจ้าตัวเสียชีวิตไปแล้ว ในโลกออนไลน์ก็ยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม
พ่อแม่ของเหิงหว่านไป๋ถูกชาวเน็ตโจมตีหนักขึ้นไปอีก บางคนถึงกับเอาคำสาปแช่งต่าง ๆ ไปแปะไว้หน้าบ้านพวกเขา จนกระทั่งอยู่ในหมู่บ้านต่อไปไม่ได้ ชาวเน็ตจำนวนมากพากันไปไลฟ์สตรีมอยู่หน้าบ้าน ทำให้สองสามีภรรยาชอกช้ำเป็นอย่างมาก
เพียงชั่วข้ามคืน เหิงหว่านไป๋กับพ่อแม่ของเธอตกเป็นเป้าโจมตีในโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม
ทันทีที่ฉู่ลั่วตื่นขึ้นมาก็เห็นความคิดเห็นเหล่านี้แล้ว
เฉิงยวนโกรธมาก “แค่คืนเดียวทิศทางลมก็เปลี่ยนไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง”
หล่อนระบายความโกรธเสร็จแล้ว แต่ฉู่ลั่วยังคงนั่งทานอาหารเช้าด้วยสีหน้าสงบ “ลั่วลั่ว เจ้าไม่กังวลหรือ?”
ฉู่ลั่วตอบ “ไม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะดังมาก คนที่บงการอยู่เบื้องหลังจะมีจุดจบไม่ดีสักเท่าไหร่”
เฉิงยวนคว่ำตัวลงบนโต๊ะ และขยับเข้าไปใกล้ฉู่ลั่ว “จริงหรือ? เจ้ารู้แล้วหรือ ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร ใช่ไหม?”
“อืม”
“ใครเหรอ?”
“เหลยเฉิง…”
พูดถึงชื่อนี้เฉิงยวนก็เข้าใจได้ในทันที เธอเอามือสองข้างเท้าเอว ด่าทอคนที่อยู่ไกลออกไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง หลัก ๆ คือด่าเหลยเฉิงกับตระกูลเหลย ทั้งยังลามไปถึงโคตรเหง้าบรรพบุรุษของตระกูลเหลยด้วย
ด่าจนกระทั่งหัวหว่านเดินเข้ามาบอกว่า มีแขกมาขอพบ
ทันทีที่หยางไต้เข้ามา ก็ยิ้มตาหยีเข้าไปทักทายฉู่ลั่ว “ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวในอินเทอร์เน็ต ป้าคงไม่รู้ว่าหนูมาที่เมืองตี้จิงแล้ว อาจิ่วเจ้าเด็กตัวเหม็นนั่นก็จริง ๆ เลย รู้ว่าหนูมาแล้ว แต่ไม่ยอมบอกป้าสักคำ”
หล่อนจับมือของฉู่ลั่วไว้ พร้อมกับมองสำรวจเล็กน้อย
แต่ไม่ได้ถามว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาที่ตี้จิง และไม่ได้ถามว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับตระกูลฉู่เป็นอย่างไร?
หล่อนเพียงแค่ยิ้มและถามว่า “ชินกับการอยู่ที่นี่หรือเปล่าจ๊ะ? ถ้ายังไม่ชิน ป้ายังมีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นชื่อของป้าอยู่อีกหลายที่ ถึงจะไม่ได้อยู่ในตี้จิง แต่สภาพแวดล้อมก็ดีกว่ามาก”
ที่ดินในตี้จิงเป็นทำเลทองในบริเวณเนินเขารอบ ๆ นี้ แม้จะเป็นแถบชานเมืองแต่ราคาไม่ได้ถูกเลย เจ้าของเนินเขาโดยรอบนี้ล้วนเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงของตี้จิง แค่ตระกูลคนรวยธรรมดาซื้อเนินเขาแถวนี้ไม่ได้
“ที่นี่ก็ดีค่ะ”
“แบบนั้นก็ดี ช่วงนี้อาจิ่วเข้าไปดูแลงานของบริษัทแล้ว ป้ากับคุณลุงของหนูก็จะย้ายจากในเมืองมาอยู่ที่นี่ อยู่ตรงเนินเขาลูกข้าง ๆ นี่เอง ขับรถไม่ถึงยี่สิบนาที ใกล้มาก ๆ ถ้ามีเวลาก็ไปเล่นกับป้าบ้างนะ!”
“ค่ะ”
ฉู่ลั่วไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนหวานอะไร
เธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต เพราะเห็นผีมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เพื่อนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่เล่นด้วย ผู้ใหญ่ที่นั่นก็คิดว่าเธอกำลังเล่นโกหก จึงดุด่าว่ากล่าวอยู่บ่อยครั้ง
ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา เธอก็ไม่ชอบเปิดปากพูดอีกเลย
แม้กระทั่งเวลาเจอภาพน่าสยดสยอง เธอก็จะคิดว่าแค่หลอนไปเอง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการผูกมิตรอย่างมีความกระตือรือร้นของคนอื่น เธอไม่รู้ว่าควรตอบรับอย่างไร
เหมือนกับตอนนี้ที่เผชิญหน้ากับความใส่ใจของหยางไต้ เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรตอบรับอย่างไร จึงได้แต่ตอบรับไปอย่างสุขุม