เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3624 จัดเตรียม / ตอนที่ 3625 ข่าว
ตอนที่ 3624 จัดเตรียม
เห็นสองมือเล็กๆ ของเขาบีบแขนเซวียนหยวนโม่เจ๋ออย่างเบามือ เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางกล่าวว่า “ร่างกายคนมีจุดลมปราณมากมาย บนแขนก็มีเหมือนกัน เจ้าดูนะ ต้องบีบเช่นนี้ถึงจะไปถึงเส้นเลือดใต้เนื้อหนังได้”
เฟิ่งจิ่วสอนเขา ขณะเดียวกันก็พูดว่า “ไม่ต้องออกแรงมากเกินไป แต่ก็ออกแรงน้อยเกินไปไม่ได้ ใช้แรงกลางๆ จึงจะเหมาะสมที่สุด หากบีบถูกจุดนี้ แขนจะชาในพริบตาเดียว ทำให้ไม่มีแรง”
ห้าวเอ๋อร์ฟังอย่างตั้งใจไปพลาง มองไปพลาง จำคำพูดของนางไว้ในใจ
หลังจากขยับแขนสองข้างและช่วยเลื่อนไหวเส้นเลือดแล้ว เฟิ่งจิ่วพลิกตัวเซวียนหยวนโม่เจ๋ออย่างเบามือ ให้เขานอนตะแคง โค้งฝ่ามือตีแผ่นหลังเขาเบาๆ แรงไม่มาก ทว่าช่วยให้เลือดลมที่แผ่นหลังเขาไหลเวียนได้
“อย่างตรงนี้ จุดลมปราณตรงนี้เป็นเช่นนี้…” เฟิ่งจิ่วสอนห้าวเอ๋อร์ทำความรู้จักกับจุดลมปราณ พร้อมกันนั้นก็ตีหลังเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เนิ่นนานให้หลังนางเห็นห้าวเอ๋อร์ตั้งใจฟัง จึงถามว่า “จำได้หรือไม่”
ห้าวเอ๋อร์พยักหน้า “อืม จำได้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วประคองเซวียนหยวนโม่เจ๋อนอนลง แล้วช่วยเขาบีบขาและเท้า รวมถึงอธิบายจุดลมปราณต่างๆ บนร่างกายคนให้ห้าวเอ๋อร์ฟังไปด้วย
ภายในลานเต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบสงบ เว้นเสียแต่เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ไม่ได้สติอยู่ตลอดยังไม่ฟื้น
ด้านนอกลาน พวกเขามองเห็นภาพในลานแล้วก็ถอนสายตากลับมามองกัน ไม่มีใครพูดอะไร เพียงเฝ้าอย่างเงียบๆ
ช่วงเย็น เฟิ่งจิ่ว เฟิ่งซานหยวน เฟิ่งเซียว รวมถึงพวกกวนสีหลิ่นกินข้าวอยู่ในลาน แต่ละคนช่วยนางคีบอาหารอยู่เรื่อยๆ นางมองอาหารที่เหมือนกับภูเขาขนาดย่อมแล้วยิ้มน้อยๆ กล่าวกับพวกเขาว่า “ข้ากินเยอะขนาดนั้นไม่ไหวหรอก พวกท่านกินเถอะ! ไม่ต้องคีบอาหารให้ข้าตลอด”
“เช่นนั้นก็กินน้ำแกงไก่สักถ้วย นี่คือไก่ดำบำรุงกำลัง ดีต่อร่างกายมาก” เฟิ่งซานหยวนกล่าว พลางตักน้ำแกงไก่ให้นางถ้วยหนึ่ง
เห็นดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วจึงกินน้ำแกงไก่ก่อนจะพูดกับพวกเขาว่า “ท่านปู่ ท่านพ่อ พวกท่านมาอยู่ที่นี่หลายวันแล้ว ตอนนี้ข้าฟื้นแล้ว พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ตอนนี้ที่บ้านมีเพียงท่านย่ากับท่านแม่อยู่ ข้าคิดว่าพวกท่านหาเวลากลับไปเถอะ! พวกนางจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่ที่บ้าน”
“ที่บ้านไม่มีธุระอะไร เจ้าต่างหาก ตอนนี้เจ้าเป็นเช่นนี้ ร่างกายก็ยังฟื้นฟูกลับมาไม่เต็มที่ พวกข้ากลับไปย่อมไม่วางใจ!” เฟิ่งซานหยวนกล่าว
“เดิมทีท่านแม่กับท่านย่าเจ้าก็อยากมาด้วย แต่เกรงว่าหากพวกนางมาแล้วเอาแต่ร้องไห้จะส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวของเจ้า จึงไม่ได้ให้พวกนางมาด้วย หลายวันนี้มีเจ้าอาการดีขึ้น ข้าส่งข่าวกลับไปแล้ว ตอนนี้พวกนางเป็นห่วงก็แต่โม่เจ๋อ เฮ้อ!” เฟิ่งเซียวถอนใจเสียงหนึ่ง
ตอนนี้ร่างกายของเสี่ยวจิ่วดีขึ้นอย่างช้าๆ แต่ร่างกายของโม่เจ๋อกลับ…
เฟิ่งจิ่วยิ้ม นางย่อมรู้ว่าพวกเขาเป็นห่วงอะไร แต่ให้พวกเขาห่างจากที่บ้าน นางก็ไม่ค่อยวางใจเช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นางไม่เป็นอะไรแล้ว ควรให้พวกเขากลับไปอยู่กับครอบครัว อย่างน้อยหากมีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ ก็ยังมีพวกเขาอยู่
“ความจริงแล้วข้าอยากให้พวกท่านกลับไป อยากให้พวกท่านบอกกล่าวสถานการณ์กับบิดาของโม่เจ๋อหน่อย” เสียงของนางหยุดไป “ตอนนี้โม่เจ๋อเป็นเช่นนี้ คนของเขาก็ยังไม่ได้ส่งข่าวออกไปเช่นกัน แต่เรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็วบิดาเขาต้องรู้แน่ เทียบกับให้คนอื่นไปบอก ข้าว่าให้พวกท่านไปบอกจะเหมาะสมที่สุด”
ฟังดังนั้นแล้ว เฟิ่งซานหยวนกับเฟิ่งเซียวอดสบตากันไม่ได้ สองคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งค่อยพยักหน้า
……….
ตอนที่ 3625 ข่าว
“เอาล่ะ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกข้าจะไปเป็นธุระให้ เพียงแต่ ร่างกายของเจ้า…” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ท่านปู่วางใจเถอะ ข้าจะดูแลตัวเองอย่างดี” เฟิ่งจิ่วยิ้มน้อยๆ ยืนยันให้พวกเขาไม่ต้องเป็นห่วง
ดังนั้นหลังจากมื้ออาหาร เฟิ่งซานหยวนกับเฟิ่งเซียวกลับไปเตรียมตัว คิดไว้ว่าจะจากไปตอนกลางคืนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ยามดึกคืนนั้น เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในห้องกำลังนั่งพิงหัวเตียง นางมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นอนอยู่บนเตียง จากนั้นก็พลิกอ่านตำราในมือต่อไป
แม้ร้อนใจอยากหาวิธีทำให้เขาฟื้น แต่นางก็รู้ดีว่าจะใช้งานร่างกายของตนเองหนักเกินไปไม่ได้ ดังนั้นหลังอ่านตำราอยู่พักหนึ่งแล้วนางก็นอนลงข้างๆ เขา อิงแอบเขาหลับไป
ผ่านไปอีกหลายวัน ร่างกายนางดีขึ้นเรื่อยๆ ราชาโอสถมาถึงที่เรือน มองเฟิ่งจิ่วแล้วกล่าว “ร่างกายของเจ้าดีขึ้นแล้ว ครรภ์ก็มั่นคงแล้วเช่นกัน ข้าอยู่ต่อไปก็ไม่มีอะไรทำ อยากขอตัวกลับก่อน”
เสียงของเขาชะงักไป ก่อนจะพูดต่อว่า “ข้าจะกลับไปค้นหาตำราเพื่อช่วยโม่เจ๋อ หากเจอวิธีอะไรจะบอกให้เจ้ารู้”
“ขอบคุณอาจารย์มาก” เฟิ่งจิ่วกล่าวขอบคุณ จากนั้นไปส่งเขาด้วยตนเอง “วันหน้าหากมีโอกาส ข้าจะไปเยี่ยมอาจารย์ที่หุบเขา”
“ได้สิ แต่ตอนนี้เจ้าพักผ่อนรักษาตัวก่อนเถอะ! ไม่ต้องเป็นห่วงอาจารย์” เขาโบกมือ แล้วค่อยเดินออกไปข้างนอกโดยไม่พูดอะไรมากอีก
เฟิ่งจิ่วมองส่งเขาจากไป สุดท้ายกลับเข้าไปในเรือน เมื่อมาถึงในห้องแล้วก็เรียกเหลิ่งหวาและตู้ฝานเข้ามา
“นายหญิง” ทั้งสองคนคารวะครั้งหนึ่ง ยืนอยู่ตรงหน้านาง
“มีข่าวคราวของจอมมารกับอวิ๋นเสวี่ยซินบ้างหรือไม่” นางถาม ทอดสายตามองทั้งสองคน
เมื่อได้ยินคำถาม ตู้ฝานจึงตอบว่า “ส่งคนออกไปสืบแล้ว เพียงแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวของพวกเขาเลย แถมช่วงนี้มารบำเพ็ญเพียรที่ต่างๆ ล้วนไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เรียกได้ว่าทั้งหมดคล้ายกับกำลังซุ่มเงียบอยู่อย่างไรอย่างนั้น”
“นายหญิง ตอนเห็นจอมมารวันนั้น ระดับพลังของเขาไม่นับว่าแข็งแกร่ง อีกทั้งก่อนหน้านี้เขาบาดเจ็บหนักเพราะนายหญิง แม้ได้เม็ดบัวดำไป ทว่าบัวดำโบราณตอนนี้เหลือเพียงเม็ดบัว อยากมีพลังมหาศาลอย่างประมุขบัวดำ อาศัยพลังของจอมมารน่าจะยากมาก ดังนั้นข้าคิดว่าเขาได้เม็ดบัวดำไปแล้ว สิ่งที่ควรทำคือหลอมเม็ดบัวและครอบครองมันโดยสมบูรณ์ น่าจะไม่กล้าปรากฏตัวประมือกับพวกเราภายในเวลาอันสั้นนี้”
เหลิ่งหวาวิเคราะห์เรื่องราวอย่างเงียบๆ เขามองว่าต่อให้เม็ดบัวดำตกอยู่ในมือของจอมมาร ทว่าบัวดำที่มีเพียงเม็ดบัวในตอนนี้ก็ไม่มีพลังมากมายอะไร กอปรกับระดับพลังของจอมมารอ่อนด้อยกว่านายหญิงของพวกเขา ถึงตอนนี้ระดับพลังของนายหญิงจะลดลงไปอยู่ที่ระดับผู้อาวุโสเซียน กระนั้นระดับพลังของผู้ติดตามอย่างพวกเขาก็ยังสามารถต่อกรกับจอมมารได้ ประมุขเทียมฟ้าตายแล้ว ประมุขบัวดำก็เช่นกัน แค่จอมมารเพียงลำพังไม่มีทางกล้าคิดลงมือกับพวกเขาในเวลานี้
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วหรี่ตาลง นางยกถ้วยชาขึ้นจิบชาคำหนึ่ง จากนั้นเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าพูดถูกต้อง เขาไม่กล้าเคลื่อนไหวภายในเวลาอันสั้น เพียงแต่ตอนนี้บัวดำอยู่ในกำมือเขา หากไม่รีบชิงกลับมา สุดท้ายแล้วก็ยังอันตรายอยู่ดี”
เสียงของนางเงียบไป แล้วกล่าวต่ออีกว่า “ให้คนสืบต่อไป จะในที่ลับหรือที่แจ้งก็สืบให้หมด อย่าให้โอกาสหลุดมือไปได้แม้แต่นิดเดียว สืบอะไรได้แล้วก็อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น”
“ขอรับ!” สองคนตอบรับ
“ไปเรียกห้าวเอ๋อร์มาด้วย” นางโบกมือให้พวกเขาถอยไป
สองคนคารวะครั้งหนึ่งก่อนจะถอยออกไป ไม่นานนักห้าวเอ๋อร์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับเหลิ่งหวา
……….