เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3656 อยากรู้ / ตอนที่ 3657 เจ็บมาก
ตอนที่ 3656 อยากรู้
เห็นอาหารในชามแล้ว เฟิ่งจิ่วหัวเราะไม่ออกอยู่บ้าง นางมองทุกคนครั้งหนึ่ง จากนั้นกล่าวไปด้วยความจนใจว่า “เอาล่ะ ไม่ต้องคีบให้ข้าแล้ว พวกเจ้ากินเถอะ!”
ทุกคนสบตากันครั้งหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างยิ้มออกมา ไม่ได้ช่วยนางคีบอาหารอีก เพียงเริ่มขยับตะเกียบของตนเอง พวกเขาดื่มสุราเล็กน้อย กินอาหารพลางพักผ่อนช่างน่ารื่นรมย์นัก
กลางอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารที่ชวนให้น้ำลายสอ กลุ่มคนที่อยู่ห่างออกไปพอได้กลิ่นอาหารลอยมาในอากาศเช่นนี้ก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
“เหตุใดข้าถึงได้กลิ่นอาหาร” บุรุษคนหนึ่งกล่าว พยายามดมกลิ่น ยิ่งดมก็ยิ่งหอม ยิ่งดมก็ยิ่งรู้สึกหิว
“กลิ่นอาหาร? เป็นไปได้อย่างไร! ที่นี่ที่ไหนกัน จะไปมีกลิ่นอาหารได้อย่างไร น่าจะเป็นกลิ่นเนื้อมากกว่า! อาหารหายาก แต่เนื้อย่างที่นี่น่าจะมีอยู่ไม่น้อย” อีกคนหนึ่งพูด ได้กลิ่นหอมกลางอากาศเช่นเดียวกัน
“เอ๋? เป็นกลิ่นอาหารจริงๆ นะ! ใครกันทำอาหารอยู่ที่นี่”
“ที่นี่มีสัตว์ป่าเยอะมาก แม้แต่สัตว์ร้ายกาจระดับสัตว์เทวะก็มีอยู่มากเช่นเดียวกัน จะทำอาหารที่นี่ได้หรือ นั่นเท่ากับรนหาที่ตายแท้ๆ”
“แต่ข้าได้กลิ่นอาหารจริงๆ นะ พวกเราต่างก็ออกมาหลายเดือนแล้ว ไม่ได้กินข้าวสวยและกับข้าวมาหลายเดือนแล้ว วันๆ กินแต่ของแห้งกับเนื้องย่าง ตอนนี้แค่ได้กลิ่นเนื้อย่างก็รู้สึกอิ่มแล้ว”
“ข้าก็เหมือนกัน กินเนื้อย่างติดต่อกันหลายเดือน คาดว่ากลับไปแล้วข้าคงไม่กินเนื้อย่างไปอีกนาน พวกเจ้าว่าหากได้กินน้ำแกงร้อนๆ สักชามตอนนี้จะดีเพียงใด”
“อย่าไปคิดเลย ใครเล่าออกจากบ้านแล้วจะนำหม้อกระทะสำหรับทำอาหารต้มน้ำแกงมาด้วย โดยเฉพาะสถานที่เช่นนี้ รักษาชีวิตไว้ได้ก็ไม่เลวแล้ว”
ทุกคนกำลังหารือกัน เดิมทีในมือพวกเขาถืออาหารแห้งกินประทังชีวิตกันอยู่ ทว่าตอนนี้กลางอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร แล้วจะไปกินอาหารแห้งในมือลงได้อย่างไร?
“ข้าจะไปปลดทุกข์” บุรุษคนหนึ่งลุกขึ้นพูด
“ข้าจะไปเหมือนกัน” อีกคนหนึ่งพูดไม่ต่างกัน สองคนสบตากันแล้วก็เดินไปยังด้านหลังต้นไม้ใหญ่พร้อมกัน
ทว่าทั้งสองคนกลับข่มความอยากรู้เอาไว้ไม่ได้ คิดอาศัยเวลาปลดทุกข์ไปดูเสียหน่อยว่ากลิ่นอาหารนี้เป็นมาอย่างไรกันแน่ สถานที่อันตรายเช่นนี้ หรือยังมีคนนำหม้อ ชาม ช้อนมาทำอาหารที่นี่จริงๆ?
ผ่านไปสักพักไม่เห็นสองคนนั้นกลับมา คนที่กำลังหารือกันพวกนั้นอดไม่ได้ที่จะสบตากัน พูดเสียงเบาว่า “เด็กสองคนนั้นไปดูแล้วกระมัง”
“น่าจะใช่ ไหนเลยไปปลดทุกข์ต้องใช้เวลานานขนาดนี้”
“พวกเขาไม่รักชีวิตแล้วหรือไร กล้าเดินเล่นเรื่อยเปื่อยกันสองคนในเวลากลางคืนเช่นนี้ กลัวว่าชีวิตจะยืนยาวเกินไปสินะ”
“อยากรู้น่ะสิ! ข่มความอยากรู้ไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร เจ้าอย่าบอกข้านะว่าเจ้าก็ไม่อยากรู้เหมือนกัน?”
“ข้าอยากรู้ว่ากลิ่นหอมของอาหารมาได้อย่างไร แต่ข้าไม่กล้าไปดูในเวลากลางคืนเช่นกัน หากเจอสัตว์ป่าเข้าแล้วจะทำอย่างไร สองคนนั้นช่าง..ไม่ได้การ ข้าต้องรายงานผู้นำตระกูลหน่อย”
คนทางนี้กำลังปรึกษากัน ฝั่งบุรุษสองคนทางนั้นกลับเดินด้วยฝีเท้าแผ่วเบาพร้อมเก็บงำกลิ่นอาย หมอบอยู่บนต้นกิ่งไม้ พลางเสาะหากลิ่นหอมของอาหารสายนั้น ทว่าท่ามกลางความมืดสิ่งที่พวกเขามองเห็นกลับเป็นดวงตากระหายเลือดเยือกเย็นหลายคู่กำลังจ้องมองอะไรบางอย่างอยู่ ทำเอาพวกเขาหนาวสะท้านขนลุกขนพองขึ้นมาทันที
“ซี้ด! ไยมีสัตว์ร้ายมากมายอยู่ที่นี่”
“เบาเสียงหน่อย เจ้าไม่เห็นหรือว่าท่ามกลางสัตว์ร้ายพวกนั้นยังมีสัตว์เทวะอยู่ด้วย”
……….
ตอนที่ 3657 เจ็บมาก
“พวกมันกำลังจ้องมองอะไร ต้นไม้เยอะ หญ้าก็รกนัก มองเห็นไม่ชัดเลย” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“เหมือนจะมีกองไฟ แต่ไม่เห็นคนได้อย่างไรกัน” อีกคนหนึ่งพูด ทัศนวิสัยของพวกเขาถูกบดบังด้วยวัชพืชและกิ่งไม้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถมองเห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจน
ความอยากรู้ภายในใจทำให้พวกเขาลืมความอันตรายไปจนสิ้น อดคลานไปข้างหน้าไม่ได้ ตอนที่เข้าใกล้ประมาณหนึ่งแล้ว พวกเขาจึงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ขยายอยู่กลางอากาศในทันที ครั้นรู้สึกถึงแรงกดดันนั้น พวกเขาสองคนอดที่จะสูดอากาศเย็นๆ เข้าปอดไม่ได้
“แรงกดดันมหาศาลนัก! ระดับพลังของคนคนนี้ต้องแข็งแกร่งมากแน่!” หนึ่งในนั้นพูด พยายามมองไปข้างหน้า อยากดูว่าคนที่อยู่ข้างหน้าและแผ่แรงกดดันสายนี้เป็นใครกันแน่
คนหนึ่งกระโดดขึ้นสูงอย่างอดไม่ไหว เพราะเมื่ออยู่ที่สูง ทัศนวิสัยย่อมดีขึ้น พอมองไปยังทิศทางนั้นจึงค่อยมองเห็นภาพข้างหน้าชัดเจน
“เหมือนจะเป็นเรือเหาะลำหนึ่ง บนเรือเหาะมีคนสิบกว่าคนนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่!”
สองคนทางนี้กำลังจ้องมองพวกเฟิ่งจิ่วที่อยู่บนเรือเหาะ กลับไม่รู้เลยว่าพวกเฟิ่งจิ่วสัมผัสได้ตั้งแต่พวกเขาเข้ามาใกล้แล้ว
“ในป่าทางนั้นมีสองคนที่ใจกล้าไม่น้อย สัตว์ร้ายล้อมอยู่ที่นี่มากขนาดนี้ก็ยังกล้าเข้ามาอีก” ตู้ฝานจิบสุรา หางตาชำเลืองมองเงาร่างสองสายบนต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล
แม้สองคนซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ กิ่งก้านใบอุดมสมบูรณ์บดบังเงาร่างของพวกเขา ทว่าบริเวณโดยรอบครอบคลุมไปด้วยแรงกดดันและจิตรับรู้ เมื่อมีคนเข้ามาใกล้ย่อมสังเกตเห็นได้ไม่ยาก
พวกตู้ฝานดื่มสุราพลางสนทนากัน ทันใดนั้นเสียงร้องด้วยความตกใจเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบในยามค่ำคืน
“อ้าก...”
เมื่อเสียงร้องดังขึ้น บุรุษคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนต้นไม้ก็เหวี่ยงมือทันที คล้ายกับมีอะไรบางอย่างลอยออกจากฝ่ามือเขา ก่อนที่ทั้งตัวเขาจะตกลงไปบนพื้นเพราะเสียสมดุล
“โฮก!”
เสียงคำรามกระหายเลือดดังลั่น สัตว์ร้ายหลายตัวกระโจนเข้าใส่คนที่ตกลงไปทันที สัตว์ร้ายตัวหนึ่งในนั้นพุ่งไปกัดขาของคนผู้นั้นทันที กลิ่นเลือดพลันคละคลุ้งขึ้นมา
“แย่แล้ว!”
อีกคนบนต้นไม้ทำอะไรไม่ถูก เห็นคนข้างล่างถูกสัตว์ร้ายกัดขาก็พลันชักกระบี่คมแทงใส่มันทันที “ปล่อยเขา!”
ปราณกระบี่ผ่าลงตามเสียงตะโกน ทว่าสัตว์ร้ายนั้นเป็นถึงระดับสัตว์เทวะ พลังของคนสองคนจะสามารถรับมือได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นรอบข้างนี้ยังมีสัตว์เทวะมากกว่าหนึ่งตัวอีกด้วย
“อ้าก! เจ็บมาก! ปล่อยข้า! ปล่อยข้า! ช่วยด้วย ช่วยด้วย…”
“ซี้ด!”
บุรุษอีกคนหนึ่งที่กระโดดลงมาช่วยถูกสัตว์ร้ายตัวหนึ่งกระแทกใส่อย่างแรง เพียงรู้สึกว่ากระดูกตรงที่ถูกกระแทกกำลังจะแตกแล้วอย่างไรอย่างนั้น เจ็บเสียจนเขาต้องหอบหายใจ กระนั้นแม้ร่างกายจะเจ็บปวด มือที่ถือกระบี่กลับไม่กล้าปล่อยกระบี่ไป ทั้งยังเติมปราณพลังวิญญาณแล้วฟันต่อไปอีก
“ไสหัวไป! รีบไป!”
เขาฟันสัตว์ร้ายที่กัดบุรุษคนนั้น ทว่ากระบี่นี้กลับทำให้สัตว์ร้ายตัวนั้นถอยไปพร้อมทั้งดึงอีกฝ่ายให้ถอยตามไปด้วย ความเจ็บปวดจากฟันแหลมคมทะลุเนื้อหนังทำเอาบุรุษคนนั้นหน้าถอดสี ร้องอย่างน่าเวทนาไม่หยุด
“ท่านแม่ ท่านแม่ ข้าเจ็บเหลือเกิน…”
เสียงของเขาค่อยๆ เบาลง เลือดไหลเต็มพื้น กลิ่นคาวเลือดกลางอากาศเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้บุรุษอีกคนหนึ่งก็ถูกเขาของสัตว์ร้ายตัวหนึ่งแทงเข้าที่น่องเช่นกัน เขาล้มลงไปบนพื้น ทว่าตอนนี้เอง เฟิ่งจิ่วที่อยู่บนเรือเหาะนั้นก็ได้ชำเลืองมองมาที่พวกเขาแล้ว
……….