เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3095 : เรื่องไม่คาดคิด (1)
ตอนที่ 3095 : เรื่องไม่คาดคิด (1)
“จอมปราชญ์สูงสุด โปรดช่วยชีวิตเพื่อนข้าด้วย ข้ายังไม่มีผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณบรรพกาลโบราณที่ท่านต้องการ แต่ในอนาคตข้าจะไปหามันมาให้ท่านแน่” เจี้ยนเฉินขอร้องออกมาอีกครั้ง เขาลำบากอย่างมากกว่าจะได้พบกับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา เขาไม่อยากทิ้งโอกาสครั้งเดียวในชีวิตนี้ทิ้ง
“คนที่ไม่สนใจคือคนที่ไม่รู้อะไร เจ้ายังไม่เป็นขั้นบรรพกาลด้วยซ้ำ แต่กลับบอกว่าจะหาผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณบรรพกาลโบราณมารึ ? เจ้ารู้รึไม่ว่าเจ้าต้องไปที่ไหนกันเพื่อหามัน ? ”
“ไม่ว่าจะเป็นผลผลบรรพกาลแห่งวิถีรึปราณบรรพกาลโบราณ พวกมันล้วนมีอยู่ในมิติโกลาหลด้านนอกโลก มิติโกลาหลนั้นอันตรายอย่างมาก นอกซะจากว่าเจ้าจะเชี่ยวชาญวิถีทั้งหมดรึมีวัตถุเทพราชันย์ถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปได้ เพราะการเดินทางในมิติโกลาหลนั้นอย่างน้อยต้องใช้วัตถุเทพราชันย์ แม้ว่าเจ้าจะมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 แต่เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไป”
“แม้ว่าเจ้าจะเข้าไปในมิติโกลาหลได้ แต่เจ้าอาจจะหาผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณโกลาหลโบราณไม่พบ หากต้องการจะหาของทั้งสองพบ แม้แต่ข้าเองก็ยังต้องหวังพึ่งโชค การที่กลับมามือเปล่านั้นเป็นเรื่องปกติ” จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาพูดขึ้น
“ผู้น้อยรู้ว่าผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณโกลาหลโบราณนั้นหายากแค่ไหน แต่ตราบใดที่ท่านยอมช่วย ไม่ว่ามันจะหายากแค่ไหน แต่ข้าจะหามันให้เจอ” เจี้ยนเฉินกัดฟันแน่นและพูดขึ้นมา เขารู้ดีกว่าสภาพเขาตอนนี้ดูน่าอนาถแค่ไหน แต่เขาไม่มีทางอื่นในการช่วยนางฟ้าเฮายู่
“ในอนาคตรึ ? เจ้าอาจจะอยู่ไม่ถึงตอนนั้นก็ได้” จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาพึมพำออกมา
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ความมุ่งมั่นที่เจี้ยนเฉินมีก็พังทลายลงไป เขาคิดถึงคำพูดของจิตวิญญาณกระบี่ที่บอกกับเขา โดยบอกว่าเขาคือตัวตนต้องห้ามของโลกนี้ ตัวตนต้องห้ามส่วนมากล้วนแต่ถูกโลกกำจัดไป
แม้ว่าเขาจะไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัด แต่มันคงไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีแน่ ๆ
คำพูดของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาทำให้เจี้ยนเฉินนึกถึงอนาคตของตัวเอง
เขาอาจจะไม่มีสิทธิ์ก้าวขึ้นไปถึงจุดสูงสุด เขาอาจจะไม่มี่ชีวิตรอดจนถึงตอนนั้น ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้แล้ว เขายังหวังที่จะหาผลบรรพกาลแห่งวิถีและปราณโกลาหลโบราณอนาคตอีกรึ
เมื่อคิดถึงชะตาและสิ่งที่เขาอาจจะต้องเจอในอนาคต เจี้ยนเฉินก็รู้สึกตลกตัวเอง
เขาอาจจะไม่มีอนาคตรออยู่ มันน่าตลกไม่ใช่รึไงที่คิดจะรับปากตอบแทนบุญคุณจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาในอนาคต ?
สิ่งเดียวที่เขาไม่มั่นใจคือหายนะที่จิตวิญญาณกระบี่บอกนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่
“จอมปราชญ์สูงสุด ท่านไม่คิดจะช่วยสหายของข้าจริง ๆ รึ ? ” เจี้ยนเฉินถามขึ้นมาด้วยความหวังน้อยนิด
“ไม่ ! ” จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาตอบกลับอย่างไม่ลังเลด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเฉยเมย
ร่างของเจี้ยนเฉินสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับโดนฟ้าผ่า ในหัวเขามีแต่ความว่างเปล่า เขารู้สึกไร้สิ้นพลังและหมดหนทาง สายตาเขาว่างเปล่า มันชัดแล้วว่าเขาสิ้นหวังเพียงใด
คำตอบของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาไม่ต่างจากคำสั่งประหารนางฟ้าเฮายู่ เพราะเขาเป็นคนเดียวในโลกเซียนที่เหนือกว่าเปลวเพลิงที่น่านับถือในด้านกฎแห่งไฟ เขาเป็นแค่คนเดียวที่เจี้ยนเฉินรู้จักที่จะช่วยนางฟ้าเฮายู่ได้
เจี้ยนเฉินลุกขึ้นยืนด้วยตัวที่สั่น มือเขาทาบลงไปบนโลงศพเพื่อประคองตัวเอง สายตาเขาจับจ้องไปยังนางฟ้าเฮายู่ที่นอนอยู่ด้านในด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
ในอดีตนางฟ้าเฮ่ายู่ได้ช่วยเขาไว้หลายครั้ง ในตอนที่สิ้นหวัง นางก็ได้ช่วยเหลือเขาจากหายนะ เมื่อนางต้องเผชิญหน้ากับความตาย เขากลับไม่อาจจะช่วยอะไรได้และได้แต่มองดูนางเดินเข้าหาความตาย
ความเจ็บปวดแบบนี้ราวกับมีดที่ทิ่มแทงหัวใจเจี้ยนเฉิน
“เจ้าเศร้ารึ ? เจ้าเจ็บปวดรึ” จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาพูดขึ้นมาช้า ๆ น้ำเสียงของเขาไม่ได้แฝงความรู้สึกใด ๆ
เจี้ยนเฉินจมอยู่กับความเศร้าและความสิ้นหวัง เขากำลังจะเสียนางฟ้าเฮายู่ไป เขาไม่ได้สนใจคำพูดของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา
แม้ว่าเจี้ยนเฉินจะเงียบ แต่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ไม่ได้โกรธ เขากลับถามขึ้นต่อ “นางสำคัญต่อเจ้าขนาดนั้นเลยรึ ? ”
เจี้ยนเฉินมองไปที่ใบหน้าอันงดงามของนางฟ้าเฮายู่สักพักก่อนจะตอบกลับ “นางช่วยชีวิตข้ามาหลายครั้ง หากไม่มีนาง งั้นคงมีข้าตอนนี้ ในชีวิตข้าแล้ว ข้าติดหนี้นางอย่างมาก มันมากเกินไปด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่ข้าไม่มีโอกาสจะตอบแทนนาง”
“เจ้าห่วงนางมาก เพื่อจะช่วยนางแล้ว เจ้ายอมเอาชีวิตตัวเองมาเดิมพันข้ามสะพานชีวิตมา ความพยายามเช่นนี้ก็เพราะนางเคยช่วยชีวิตเจ้ารึ ? ” จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาถามต่อ
“บุญคุณที่นางช่วยชีวิตข้าเป็นแค่ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้แล้วนางยังเป็นสหายที่สำคัญที่สุดในชีวิตข้า” เจี้ยนเฉินพึมพำออกมาก่อนจะค่อย ๆ ยกโลงศพขึ้นมาที่ไหล่พร้อมจะกลับออกไป
ตอนนั้นหอคอยได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา หอคอยนี้มีขนาดเท่ากับกำปั้น มันได้เปล่งแสงสีทองออกมา
หอคอยนี้คือหอคอยอนัตตาที่เจี้ยนเฉินนำกลับมาคืนในอดีต
แต่หากเทียบกับในอดีตแล้ว หอคอยอนัตตาในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก ส่วนที่เสียหายได้รับการซ่อมแซม รอยกระบี่ได้ถูกลบออกไปจนหมด
ย้อนกลับไปในอดีตเพื่อจะผนึกหอคอยอนัตตาเอาไว้ นิพพานอมตะเที่ยงแท้ได้ทิ้งผนึกไว้บนหอคอยด้วยปราณกระบี่
แต่ตอนนี้ผนึกทั้งหมดได้หายไปหมดแล้ว !
“ข้าเห็นจิตของคนในหอคอยนี้ คนนั้นเองก็ยอมตายเพื่อที่จะช่วยเจ้า”
ทันทีที่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาพูดจบ ร่างของเจี้ยนเฉินก็แข็งทื่อไป สีหน้านเขาเปลี่ยนไปทันที ในใจเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
คำพูดของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาทำให้เขานึกถึงไคยะ เขาได้พบกับไคยะในโลกด้านล่าง หลังจากนั้นไคยะก็บาดเจ็บหนักและหลับใหลไป เพื่อจะช่วยไคยะ เขาไม่มีทางเลือกอื่น เขานำนางที่หมดสติออกจากทวีปเทียนหยวนมายังโลกเซียน
มันน่าเสียดายที่ตอนที่เขาหนีมาพร้อมกับหอคอย เขาโดนผู้อาวุโสภูผามหานทีจากนิกายวารีทมิฬไล่ล่า เพื่อจะช่วยเขา ไคยะได้ตายด้วยฝีมือของผู้อาวุโสภูผามหานที