เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1684 ศาสตราจารย์เฉินทำได้แล้ว!
พูดตามตรง! คำพูดของโยเทลถูกต้องทั้งหมด ไม่ว่างานวิจัยเชิงทฤษฎีของไททานีสจะก้าวหน้าแค่ไหนก็ตาม แต่ตอนนี้เฉินชางเป็นคนแรกที่รักษาและเอาชนะโรคพาร์กินสันได้ เขาใชวิธีการผ่าตัดเพื่อแก้อาการของโรคพาร์กินสัน ข้อเท็จจริงนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้!
ดังนั้น สำหรับทุกคน คนที่เก่งที่สุดในการวิจัยโรคพาร์กินสันจะต้องเป็นเฉินชางอย่างไม่ต้องสงสัย ไททานีสพึมพำว่าเป็นไปไม่ได้! แต่ในใจกลับเชื่อไปเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว เฉินชางได้ผลวิจัยอะไรมา? เขาอยากรู้มาก เขาเพิ่งอายุเท่าไรเอง?
เขารู้ว่าความสามารถทางคลินิกของเฉินชางสูงมาก ทว่า… การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต่างกับการปฏิบัติทางคลินิก การวิจัยทางวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นไปที่… ความสามารถพิเศษ โชค หรือความทุ่มเทงั้นหรือ? ไททานีสคิดได้แบบนี้ก็เกือบจะกระอักเลือดออกมา
“ไม่! หัวหน้าบรรณาธิการโยเทล ตอนนี้อะไรๆ ยังไม่แน่นอน ผมคิดว่าการวิจัยทางทฤษฎีของผมไม่ได้แย่ไปกว่าของเฉินชาง! ผมไม่ยอม!”
ต้องกล่าวว่าการถูกเอาชนะในด้านที่ตนเก่งที่สุดจะทำให้รู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบ และไททานีสคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะช่วงก่อนเฉินชางยังชวนตนไปวิจัยกับเขาอยู่เลย! ใช่! ในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เฉินชางเองก็ยังยอมรับว่าสู้เขาไม่ได้ เพิ่งจะผ่านมาไม่เท่าไร! ไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำมั้ง
ไททานีสคิดถึงตรงนี้ก็รู้สึกเหมือนโดนแทงข้างหลัง “คุณโยเทล ผมขออ่านบทความของเฉินชางหน่อยครับ!”
“ไม่ได้ครับ แต่อีกสองวันก็จะเผยแพร่แล้ว ถึงตอนนั้นคุณจะเห็นบนหน้าปก! ผมรู้ว่าเรื่องนี้ยากจะยอมรับแต่… ศาสตราจารย์ไททานีส ผมแนะนำให้คุณ… เข้มแข็งหน่อย!”
โยเทลวางสายอย่างจนปัญญา! เขารู้ว่าตอนนี้สิ่งที่ไททานีสต้องการคืออยู่คนเดียวเงียบๆ! ไททานีสวางสายก็ติดต่อเผยแพร่บทความกับวารสารเจ้าอื่นทันที! ด้วยความสามารถของเขา การจะเผยแพร่บทความบนวารสารเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เขาไม่เชื่อว่าตนจะด้อยกว่าเฉินชาง! ครั้งนี้เขาจะแข่งขันบนเวทีเดียวกับเฉินชาง!
หลังจากเฉินชางยื่นบทความก็ได้หารือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโยเทล เขาต้องการเขียนข้อมูลการรับสมัครท้ายบทความ!
‘เปิดรับทีมวิจัยวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลกด้วยค่าตอบแทนสูง!’
ในขณะเดียวกัน เฉินชางยังร่างข้อความเพื่อค้นหานักลงทุนและหุ้นส่วนไว้ พูดง่ายๆ ก็คือดึงดูดนักลงทุน มองหาความร่วมมือรูปแบบเดียวกับไททานีสและฮอฟฟ์แมน-ลา โรช สำหรับความคิดและคำแนะนำของเฉินชาง โยเทลไม่ได้ปฏิเสธแต่ตอบตกลงทั้งหมด ถึงขั้นเต็มใจที่จะส่งเสริมเฉินชางด้วยซ้ำ
“หวังว่าศาสตราจารย์เฉินจะวิจัยยารักษาโรคพาร์กินสันได้ไวๆ นะครับ!” โยเทลยิ้มพูด!
ต้องยอมรับว่าถ้าเทียบกับไททานีส โยเทลเชื่อว่าเฉินชางมีโอกาสวิจัยออกมามากกว่า แม้วิจัยไม่ได้เขาก็เต็มใจที่จะเชื่อในตัวเฉินชาง เพราะ… ถ้าเทียบกับไททานีส อนาคตของเฉินชางถือว่าไร้ขีดจำกัดจริงๆ เฉินชางยังคงไม่พอใจกับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในด้านคลินิก! เขาเริ่มมีส่วนร่วมในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้ว!
ตอนนี้โยเทลถึงขั้นคาดเดาว่าเฉินชางจะต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะกลายเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ นี่คือเรื่องที่ควรค่าแก่การรอคอย
หลังจากเฉินชางวางสาย เขาก็ขับรถไปเมืองอันหยางคืนนั้นเลย ตอนนี้การนัดหมายหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปสี่วันแล้ว! เฉินชางไปถึงเมืองอันหยางก็ตีสี่ครึ่งแล้ว กลับถึงบ้านก็รีบพักผ่อน ฉินเลี่ยวยวนและจื่อหรูอวิ่นเห็นท่าทางเหนื่อยล้าของเฉินชางก็ปวดใจเล็กน้อย พวกเขาตื่นมาตอนเช้าก็ค่อยๆ ย่อง กลัวว่าจะทำเฉินชางตื่น พวกเขาทำอาหารเสร็จจึงออกไปทำงาน
เฉินชางตื่นมาอีกทีก็แปดโมงกว่าแล้ว หลังจากเฉินชางกินอาหารเช้าบนโต๊ะอย่างมีความสุข ก็อาบน้ำแต่งตัวออกไปพบขงเสียงหมิง ขงเสียงหมิงมาต้อนรับเฉินชางด้วยตัวเอง ทั้งสองนัดกันไว้วันนี้ขงเสียงหมิงจะพาเฉินชางไปเข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือการแบ่งเขตเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งก็คือปัญหาเขตเทคโนโลยีของเฉินชาง!
ตอนแรกเฉินชางคิดว่าขงเสียงหมิงที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับศักดินาจะมีสิทธิ์มีเสียง ทว่า… ในระหว่างประชุมเฉินชางเห็นว่าขงเสียงหมิงเองก็แบกรับแรงกดดันสูงมาก! ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้เห็นความกล้าหาญและความองอาจของเจ้าหน้าที่ระดับศักดินาอายุห้าสิบหกปีคนนี้!
ประชุมไปสามชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงเที่ยงครึ่ง! เฉินชางเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของขงเสียงหมิง! และได้เห็นขงเสียงหมิงต่อสู้เพื่อสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของทุกคน! เฉินชางประทับใจอย่างสุดซึ้ง
ในช่วงบ่ายของวันนั้น ขงเสียงหมิงพาเจ้าหน้าที่เฉพาะทางและเฉินชางไปที่เขตเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแบ่งเขต และแขวนป้ายแบ่งเขตให้กับเฉินชางอย่างชัดเจน ตอนที่เฉินชางเห็นตึกทั้งสองในใจก็ตื่นเต้นเล็กน้อย! จากนั้นช่วงบ่ายเขาก็ไปดูบ้านเชาราคาถูกบริเวณเขตเทคโนโลยีขั้นสูง จากนั้นเป็นโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถม!
ครั้งนี้ขงเสียงหมิงสู้โต้อย่างสุดชีวิตเพื่อจะทำประโยชน์ให้กับมณฑลตงหยาง เหมือนคำพูดที่ขงเสียงหมิงพูดไว้อย่างหนักแน่นในที่ประชุม!
“ตงหยางของเรามีอะไร ขาดอะไร? เรากำลังนับถอยหลังแล้ว ยังจะมีอะไรต้องกลัว? เรายังด้อยกว่านี้ได้อีกหรือ? ประชาชนทุกท่าน การพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถเป็นการวางแผนนับศตวรรษ! พวกคุณคิดว่าหลังจากได้ผู้มีความสามารถเหล่านี้มา อะไรที่จะพัฒนาอย่างแท้จริง? ผมจะบอกให้นะครับ นั่นคือยุคสมัย!”
“สิ่งที่เราต้องการกำหนดคือเกณฑ์มาตรฐาน การมุ่งเน้นไปที่ผู้มีความสามารถ การสนับสนุนสำหรับองค์กรที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง และการสำรองสำหรับอนาคต! เราต้องใช้การรักษาพยาบาลเป็นข้อได้เปรียบของเรา และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นทุนสำรอง…”
ครั้งนี้ขงเสียงหมิงจริงจังมาก! วันนั้นเอง ขงเสียงหมิงได้ให้สำนักข่าวเผยแพร่ข่าวนี้! เฉินชางดีใจขึ้นมาทันที! กลับปักกิ่งด่วน!
การนัดหมายหนึ่งสัปดาห์มาถึงวันที่ห้าแล้ว ในห้องทำงานสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน คนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมกันอยู่ ดูเศร้าเล็กน้อย วันที่ห้าแล้ว! เฉินชางยังไม่ส่งข่าวอะไรมาเลย
ฉีเหลียนซานอดถอนหายใจไม่ได้ พวกเขาจะต้องเตรียมการบางอย่าง แม้ว่าอวี่ซวงหยงจะไม่เชื่อในตัวเฉินชางแต่พูดตามตรงสิ่งที่เขาหวังมากที่สุดคือ… เขาแพ้เดิมพัน! ทว่า… เฮ้อ! อวี่ซวงหยงคิดถึงตรงนี้ก็อดถอนหายใจไม่ได้
ฉีเหลียนซานพลันพูดว่า “หลังจากนี้…” พูดยังไม่ทันจบ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น ฉีเหลียนซานได้ยินแล้วขมวดคิ้วทันที ใครเคาะประตูดังขนาดนี้ “เข้ามา!”
เพิ่งจะสิ้นเสียง ชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน “ผู้อำนวยการ ข่าวดีครับ! ข่าวดีเป็นข่าวดีจริงๆ ครับ!” ฉีเหลียนซานเห็นเลขาวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?” ฉีเหลียนซานถามอย่างประหลาดใจ เลขารีบยื่นแท็บเล็ตในมือให้ “ผู้อำนวยการคุณดูนี่! ข่าวดี! ศาสตราจารย์เฉินทำได้แล้ว! เขาทำได้แล้วจริงๆ!”
ได้ยินคำพูดตื่นเต้นของเลขา ฉีเหลียนซานลุกขึ้นยืน คนอื่นๆ เองก็ล้อมเข้ามา!
[1] ข้าหลวงศักดินา (Shizhong/High Official): เปรียบเปรยถึงตำแหน่งข้าราชการระดับสูงที่มีอำนาจมากในระบบราชการจีนโบราณ ในที่นี้หมายถึงผู้ที่มีอำนาจบริหารจัดการในระดับนโยบายของสถาบันฯ