เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1585 ผมไม่อยากล้มเหลวอีกแล้ว!
ทันใดนั้นเฉินชางสังเกตเห็นว่าหัวของโจวหงกวงแข็งมาก โดนขวดแก้วฟาดหัวแต่หัวไม่แตกเลย ที่ไหลลงมาเป็นแค่เหล้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องกังวล เฉินชางเอ่ยเสียงเรียบ “ใครว่าโรคพาร์กินสันรักษาไม่ได้ละครับ”
ประโยคนี้ทำเอาโจวหงกวงตะลึงงันอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรดี! หากประโยคนี้พูดโดยคนอื่น โจวหงกวงจะคิดแค่ว่าปัญญาอ่อน อวดดี พูดจาเหลวไหล! แต่พอประโยคนี้มาจากปากเฉินชาง เขาสับสนจริงๆ!
เขาเงยหน้าทันที จ้องมองเฉินชาง มีหยาดน้ำพรามัวในดวงตา ปนเปกับศรัทธาที่สั่นคลอน นี่คือดวงตาของคนอายุห้าสิบกว่าปีที่ยังคงโอบอุ้มความฝันไว้
“จริงเหรอ” โจวหงกวงเงียบไปพักใหญ่ ถึงได้เอ่ยออกมาสองคำด้วยความสงสัย!
เฉินชางพยักหน้า “ครับ มีโอกาสอยู่!”
โจวหงกวงอยากจะลุกยืน แต่ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เขาโซเซไปหลายก้าว ไม่ง่ายเลยกว่าจะยันกำแพงให้ร่างกายมั่นคงได้! สองมือเขาคว้าแขนเฉินชางเอ่ยด้วยแววตาเจือความเว้าวอน “จริงเหรอศาสตราจารย์เฉิน… ผม…”
เฉินชางตอบรับ “ครับ มีความหวังสูงมาก!”
เฉินชางบอกได้เพียงเท่านี้ การรักษาโรคพาร์กินสันด้วยเทคนิครังสีศัลยกรรมจำเป็นต้องผ่าตัดภายในกะโหลกศีรษะ แต่ว่าหากโรคพาร์กินสันรักษาง่ายขนาดนี้ คงถูกพิชิตไปนานแล้ว! เทคนิครังสีศัลยกรรมรักษาโรคพาร์กินสันก็แค่เพิ่มโอกาสให้เท่านั้น
ความรู้ทางพยาธิวิทยาของโรคพาร์กินสัน
ความเปลี่ยนแปลงด้านพยาธิวิทยาที่สำคัญของผู้ป่วยพาร์กินสันคือทำให้ เมลานิน[1] ใน ซับสแตนเทียไนกรา[2] เสื่อมสภาพ เซลล์ประสาทพร่อง และเกิด ปฏิกิริยาไกลโอซิส[3] เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแถบ พาร์สคอมแพคต้า[4] และ โลคัสคอรูเลียส[5] ภายในกะโหลก เมื่อพวกมันปรากฏขึ้น แปลว่ามีเซลล์ประสาทเสื่อมสภาพเกิดขึ้นใน นิวเคลียสด้านหลังเส้นประสาทคู่ที่สิบ[6] และบริเวณ อินโนมินาตา[7] แล้ว
ปัจจุบันก็ยังหาสาเหตุของโรคไม่พบ อ้างอิงจากความรู้ทางการแพทย์แล้ว ถ้าหาสาเหตุของโรคไม่พบ การตรวจสอบพันธุกรรมคือวิธีการที่ได้ผลดี แนวคิดเกี่ยวกับโรคพาร์กินสันในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่แง่มุมเท่านั้น:
ความชราภาพตามอายุ: เหมือนกับเครื่องจักรเริ่มปรากฏปัญหาเล็กๆ น้อยๆ
ปัจจัยทางกรรมพันธุ์: จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าปัจจัยส่วนหนึ่งของโรคนี้มาจากพันธุกรรมจริง ทำให้เกิดคติลวงว่ามี อัตราอุบัติการณ์[8] ในครอบครัวต่ำ แต่ความจริงแล้วมีแนวโน้มซ่อนอยู่
ปัจจัยแวดล้อม: การติดเชื้อ และการตอบสนองต่อสภาวะ OS[9] เมื่อไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด การแพทย์ปัจจุบันทำได้เพียง “รักษาตามอาการ” เหมือนการบรรเทาไข้หรือระงับปวด แต่ตอนนี้เฉินชางเชี่ยวชาญเทคนิครังสีศัลยกรรมฉบับปรับปรุง: ศัลยกรรมเหนี่ยวนำประจุไฟฟ้า!
โดยใช้เครื่องมือไมโครอิเล็กโทรดบันทึกและวิเคราะห์ลักษณะการปล่อยประจุไฟฟ้าของเซลล์ จับพิกัดการทำงานของเซลล์ประสาทอย่างแม่นยำเพื่อขจัดอาการสั่นรัวและอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง
เฉินชางมองโจวหงกวงที่ตอนนี้มีสภาพอยู่ไม่สู้ตาย เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไปเถอะครับ ย้ายที่ดื่มเหล้าดีกว่า”
โจวหงกวงผงะไป “อะไรนะ”
เฉินชางอดพูดไม่ได้ “หลังจากดื่มครั้งนี้ ในอนาคตคุณอาจจะไม่ได้ดื่มอีกเลย! วันนี้ผมเลี้ยงเอง ดื่มให้เต็มที่เถอะครับ!”
ในบาร์ที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกและมืดสลัว เฉินชางคิดได้ว่าบางครั้งคนเราก็ต้องปลดปล่อยบ้างจริงๆ ตอนนี้โจวหงกวงไม่มีอารมณ์จะดื่มเหล้าแล้ว ในใจเขามีคำถามมากมาย
“ศาสตราจารย์เฉิน สถานการณ์เป็นยังไงกันแน่ คุณรีบพูดสิ!” โจวหงกวงร้อนใจแทบตายแล้ว
เฉินชางกล่าวอย่างสงบราบเรียบ “ผมรักษาโรคพาร์กินสันได้”
“คุณ… คุณ… คุณว่ายังไงนะ” โจวหงกวงเบิกตากว้าง คว้ามือเฉินชางไว้
เฉินชางยิ้มให้ “ผมบอกว่าผมรักษาโรคพาร์กินสันได้!”
โจวหงกวงดื่มเหล้าหมดแก้วในรวดเดียว แอลกอฮอล์ระดับหกสิบกว่าดีกรีแผดเผาลำคอ “แต่ว่าอะไร”
จู่ๆ โจวหงกวงก็บอกว่า “ผมมีเงินนะ! ผมมีบ้านอพาร์ทเม้นท์ในเมืองหลวงสามแห่ง! ผมยกทั้งหมดให้คุณเลย! จริงสิ ใช่แล้ว… นี่รถผมออดี้… จริงๆ นะคุณช่วยผมด้วยเถอะ ผมอยากหายดี ผมยังอยากผ่าตัด ผมไม่อยากจบลงแบบนี้!”
“ผมทุ่มเทมาทั้งชีวิตเพื่อวันนี้ แต่ความรู้สึกที่จู่ๆ ก็ฝันสลายเป็นยังไง… ผมไม่อยากล้มเหลวอีกแล้ว! ถ้าเป็นไปได้ ผมยินดีแลกอายุขัยของตัวเองยี่สิบปี เพื่อให้สุขภาพตัวเองแข็งแรงไปอีกสิบปี!”
โจวหงกวงเมาแล้ว น้ำมูกน้ำตาไหลผสมกันไปหมด ท่ามกลางเสียงหัวเราะรื่นเริงของคนอื่นในบาร์ เขากลับร้องไห้อยู่ตรงนี้ด้วยความเสียใจอย่างยิ่ง
เชิงอรรถ
[1] เมลานิน (Melanin): เม็ดสีที่สร้างจากเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่าเมลาโนไซต์
[2] ซับสแตนเทียไนกรา (substantia nigra): ส่วนหนึ่งในสมองส่วนกลาง ทำหน้าที่ควบคุมระบบสั่งการของปมประสาทฐาน
[3] ปฏิกิริยาไกลโอซิส (gliosis): กระบวนการตอบสนองต่ออาการบาดเจ็บของสมองส่วนกลาง
[4] พาร์สคอมแพคต้า (substantia nigra pars compacta): ส่วนที่สร้างโดปามีน (Dopamine)
[5] โลคัสคอรูเลียส (locus coeruleus): บริเวณที่เชื่อมต่อกับการตอบสนองทางอารมณ์และความเครียด
[6] นิวเคลียสด้านหลังเส้นประสาทคู่ที่สิบ (dorsal nucleus of vagus nerve): ควบคุมกล้ามเนื้อในการออกเสียง
[7] อินโนมินาตา (substantia innominata): บริเวณที่มีเนื้อสมองสีขาวและสีเทาผสมปนกัน
[8] อัตราอุบัติการณ์ (Incidence rate): ความชุกของโรคจากผู้ป่วยรายใหม่ในประชากรกลุ่มเสี่ยง
[9] สภาวะ OS (oxidative stress): ภาวะขาดสมดุลระหว่างการสร้างอนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระ