เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 25
ตอนที่ 25
รายล้อมไปด้วยผนังหินที่มักจะน้ำซึมหยดลงมาเป็นบางครั้ง ผู้เล่นทั้งสิบคนเดินไปตามอุโมงค์ที่นำพาพวกเขาไปสถานที่แห่งใดก็ไม่อาจทราบ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงห้านาทีในที่สุดฝีเท้าของเหล่าผู้เล่นก็หยุดลง มันเป็นเพราะเสียงครางต่ำของสิ่งมีชีวิตบางชนิด
อู . . . อา . . .
“ นี่เป็นกลุ่มแรก ” เทพสะท้านฟ้าพึมพำ
เสียงครางต่ำดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆและในไม่ช้าร่างเงาเจ้าของเสียงก็ปรากฏขึ้น มันคือกลุ่มของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับซากศพของมนุษย์ที่เดินได้ ร่างกายบวมอืด ผิวหนังเน่าเปื่อยมีน้ำเลือดน้ำหนองไหลเยิ้มออกมา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือกลิ่นของซากศพเหล่านี้ มันเหม็นมากจนน่าสะอิดสะเอียน มอนสเตอร์กลุ่มนี้คือซอมบี้ที่มีทั้งเพศหญิงและเพศชาย
“ โอ้ ลำพังแค่รูปลักษณ์ก็ไม่น่ามองแล้ว ยังมีกลิ่นแบบนี้อีก ” ผู้เล่นบางคนบ่นขึ้น
“ ให้ตายเถอะ ฉันไม่เคยชินกับดันเจี้ยนแห่งนี้สักที ”
ความสมจริงของเส้นทางดวงดาวนั้นทำให้ผู้เล่นต่างก็รู้สึกคลื่นเหียนอยากจะอาเจียนกันเป็นอย่างมาก โชคดีที่กลิ่นของซอมบี้นั้นไม่ได้รุนแรงอะไรเพราะการคัดกรองประสาทสัมผัสของระบบ
อย่างไรก็ตามสำหรับเจมส์นั้นแตกต่างกันออกไป การปรับระดับความรู้สึกเจ็บปวดนั้นทำให้เขาได้รับผลกระทบทางกลิ่นที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งกลิ่นที่เจมส์ได้รับนั้นมากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆถึง 65% ถ้าหากว่าเขาไม่เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างมากมายกลิ่นและภาพเหล่านี้จะทำให้เขาอ้วก
ถึงแม้ว่าผู้เล่นจะผลัดกันบ่นเรื่องกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของซอมบี้แต่เมื่อมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นพวกเขาก็รีบจัดตำแหน่งปรับรูปขบวนเพื่อเข้าสู่สถานะพร้อมจะต่อสู้โดยที่ไม่ต้องรอคำสั่ง
แถวแรกซึ่งอยู่หน้าสุดเป็นผู้เล่นที่ครอบครองศาสตร์โล่ปราการ ซึ่งความสามารถของศาสตร์โล่ปราการนั้นเหมาะสมกับการเป็นแทงค์เกอร์(Tanker) ที่มีหน้าที่ดึงดูดมอนสเตอร์และปกป้องสมาชิกคนอื่นๆจากการโจมตี ในส่วนของแถวหน้าสุดนี้ประกอบไปด้วยผู้เล่นจำนวนสองคน
ในแถวต่อมาเป็นผู้เล่นที่ครอบครองศาสตร์จักรวาลพื้นฐานที่สามารถทำความเสียหายได้จากระยะไกลที่ซึ่งมีผู้เล่นประจำตำแหน่งดังกล่าวถึงสามคน หนึ่งในนั้นคือมินาเสะ
ส่วนแถวสุดท้ายที่อยู่ด้านหลังสุดคือตำแหน่งของผู้รักษาที่ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เล่นที่ครอบครองศาสตร์แห่งการรักษาจำนวนสองคน
แถวหน้ากระดานทั้งสามแถวนี้คือรูปแบบพื้นฐานของการจัดกระบวนเพื่อต่อสู้ อย่างไรก็ตามวางจัดรูปแบบของเทพสะท้านฟ้านั้นยังมีผู้เล่นที่ไม่ถูกจัดวางในแนวรบถึงสามคนได้แก่เจ้าตัว เจมส์และผู้เล่นอีกคนหนึ่งที่ซึ่งครอบครองศาสตร์กระบี่ร่ายรำ
ทั้งสามคนนี้มีศาสตร์จักรวาลพื้นฐานที่มีความสามารถในการโจมตีระยะประชิด เช่นเดียวกันถึงแม้ว่าเจมส์จะเป็นจอมขลังผีร้ายแต่เทพสะท้านฟ้าก็เลือกให้เขาอยู่ในตำแหน่งนี้ มันอาจจะเป็นเพราะดาบที่เขาห้อยอยู่ . . .
แน่นอนว่าหน้าที่ของทั้งสามคนนี้คือการสร้างความเสียหายในระยะประชิดดังนั้นตำแหน่งของพวกเขาจึงไม่ถูกกำหนดไว้ในรูปแบบแนวรบ
เมื่อซอมบี้ขยับเข้ามาใกล้แสงจากคบไฟก็ส่องให้เห็นถึงจำนวนที่แน่ชัดของพวกมัน ซอมบี้กลุ่มนี้มีจำนวนราวๆสิบถึงสิบสองตัว
ซอมบี้ชั้นต่ำ(ยาก) ร่างกายโคจรระดับ 15 [พิษ] HP : 7200
“ พลังชีวิตของพวกมันสูงเกินไปแล้ว ”
“ เจ็ดพัน ให้ตายนี่มันสูงกว่าซอมบี้ที่อยู่ระดับทั่วไปเกือบหนึ่งจุดห้าเท่า ! ”
“ ฉันกลัวว่าในรอบนี้เราจะไปไม่ถึงห้องบอส ”
ผู้เล่นอุทานขึ้นในทันทีที่เห็นค่าสถานะของมอนสเตอร์ ความยากนี้เกินกว่าระดับของพวกเขาอย่างแน่นอน พลังชีวิตเจ็ดพันหน่วย ? ด้วยความเสียหายต่อวินาทีที่แต่ละคนทำได้นั้นพวกเขากลัวว่าจะเหนื่อยตายก่อนที่จะฆ่าพวกมันทั้งหมด. . .
“ นอกจากพลังชีวิตของมันจะสูงแล้ว พลังโจมตีของมันก็ไม่ต่ำกว่าซอมบี้ที่อยู่ระดับทั่วไปด้วยนะ ระวังด้วยล่ะ ” เจมส์เอ่ยเสริม เจตนาของเขาคือการเตือนให้ระวังแต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันมันกลายเป็นว่าเจมส์นั้นได้รับสายตาที่เกลียดชังตอบกลับมาแทน
“ เห้ ฉันเริ่มเกลียดนายขึ้นมาแล้วสิ ” หนึ่งในผู้เล่นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเซ็งๆ
เมื่อกลุ่มของซอมบี้ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นจากปากของไฟสวรรค์ที่ซึ่งยืนอยู่ในแถวที่สอง “ ไฟแห่งการสรรค์สร้าง ไฟแห่งการทำลายล้าง จงสำแดงเดชเพื่อให้ศัตรูแห่งข้าประจักษ์ กระสุนเพลิง ! ”
ไฟสวรรค์ร่ายคาถา จอมธาตุทำลายล้างคือศาสตร์จักรวาลพื้นฐานของเขาและกระสุนเพลิงก็คือทักษะเริ่มต้นของศาสตร์ดังกล่าว
ในเวลาเดียวกันเสียงสวดของจอมธาตุทำลายล้างอีกคนหนึ่งก็ดังขึ้นตามมาติดๆ เมื่อมอนสเตอร์เข้ามาในระยะสามสิบเมตรกระสุนไฟทั้งสองก็ถูกปลดปล่อยออกจากปลายคทา
ฟิ้ว ! . . .
บูม ! กระสุนไฟทั้งสองลูกพุ่งเข้าไปในกลุ่มของซอมบี้ก่อนที่จะระเบิดขึ้นก่อให้เกิดเสียงดังอื้ออึง ภายใต้ความมืดสลัวเปลวไฟที่เกิดจากการระเบิดทำให้ถ้ำดูสว่างขึ้นถนัดตา มันเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก
-584
-571
ตัวเลขของความเสียหายปรากฏขึ้นบนหัวของซอมบี้ที่อยู่ในระยะของการระเบิดซึ่งมีซอมบี้มากกว่าหกตัวที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีในครั้งนี้ ในทันทีที่พวกมันได้รับความเสียหายเหล่าซอมบี้ที่เชื่องช้าก็กลายเป็นสัตว์ป่าที่กระหายเลือด
ซอมบี้วิ่งเข้าหากลุ่มของผู้เล่นด้วยความเร็วที่น่ากลัว ในขณะนั้นมินาเสะก็เริ่มเคลื่อนไหว เธอนำคันธนูที่ทำจากไม้สีเงินออกมาจากช่องเก็บของ แน่นอนว่าธนูของเธอนั้นไม่ใช่ธนูที่ได้รับมาจากยามของหมู่บ้าน มันเป็นธนูที่ถูกสร้างขึ้นมาโดย NPC
“ โอ้ เธอโชคดีมากที่พบกับไม้เงินตั้งแต่แรกเริ่ม ” เจมส์พึมพำขึ้นหลังจากที่ได้เห็นธนูสีเงินที่มินาเสะนำออกมา นี่คือธนูไม้เงินที่ซึ่งเป็นอาวุธระดับเวทย์มนต์ในช่วงเริ่มต้น แน่นอนว่ามันถูกสร้างขึ้นจาก NPC เพราะในปัจจุบันไม่มีผู้เล่นคนใดที่มีทักษะการสร้างสูงพอที่จะสร้างอุปกรณ์ระดับเวทย์มนต์ได้ สิ่งที่ยากที่สุดในการสร้างธนูไม้เงินนั้นไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในการสร้างที่แสนจะแพงแต่เป็นการหาวัตถุดิบที่เรียกว่าไม้เงิน ในเกาะแห่งการเริ่มต้นแต่ละแห่งนั้นมีไม้เงินไม่ถึงสิบชิ้น
[ อุปกรณ์ระดับเวทย์มนต์คืออุปกรณ์ที่มีเกรดสูงกว่าอุปกรณ์ระดับทั่วไป]
ปัง ปัง . . .เสียงดังกล่าวดังขึ้นสองครั้งในยามที่มินาเสะนั้นน้าวคันศร นี่คือความพิเศษของธนูไม้เงิน โดยธนูดังกล่าวสามารถสร้างเสียงได้ห้าครั้ง ในแต่ละครั้งนั้นหมายถึงพลังทำลายของลูกศรที่ถูกปล่อยออกไปนั้นจะเพิ่มขึ้น 5% หากว่าผู้ใช้มีค่าสถานะแขนสูงพอที่จะน้าวคันศรและก่อให้เกิดเสียงปังห้าครั้งเมื่อนั้นลูกศรจะสร้างความเสียหายได้เพิ่มขึ้นถึง 25%
แน่นอนว่าความสามารถในการเพิ่มพลังทำลายจะลดลงถ้าหากว่าระดับร่างกายโคจรของผู้ใช้นั้นสูงกว่าระดับของธนูไม้เงิน
ปัง เสียงดังครั้งที่สามดังขึ้นก่อนที่ลูกศรจะถูกปล่อยออกจากคันธนู
ลูกศรวิ่งผ่านอากาศก่อให้เกิดเสียงดังหวีดหวิว มันพุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำซึ่งเป็นศีรษะของซอมบี้ตัวหนึ่ง
-120
ในวินาทีต่อมามินาเสะก็รีบน้าวคันศรและปล่อยลูกศรออกไปอีกครั้ง สอง สาม สี่ . . .
-135
-174
-201
จะเห็นได้ว่าความเสียหายที่มินาเสะสร้างได้นั้นเพิ่มขึ้นทุกๆครั้ง นี่คือความสามารถของศาสตร์ศรทะลวงฟ้า ชื่อทักษะศรทะลวงร่างซึ่งเป็นทักษะประเภทติดตัว เมื่อทำตามเงื่อนไขคือการโจมตีศัตรูตัวเดิมอย่างต่อเนื่องทักษะศรทะลวงร่างจะทำงานโดยไม่ต้องเรียกใช้งาน
การโจมตีครั้งที่ห้าคือขีดจำกัดของศรทะลวงร่าง โดยความเสียหายที่มินาเสะทำได้นั้นคือ -251 หน่วย แม้ว่าเธอจะโจมตีศัตรูตัวเดิมต่อไปเรื่อยๆโบนัสค่าความเสียหายจากศรทะลวงร่างก็จะไม่เพิ่มมากไปกว่านี้แล้ว
ในไม่ช้าคลื่นของซอมบี้ก็มาถึง เมื่ออยู่ในระยะผู้เล่นโล่ปราการทั้งสองคนก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวเกรง “ โล่ทลายภูผา ” พวกเขากู่ร้อง ทักษะของพวกเขาไม่จำเป็นต้องร่ายเพียงแค่เอ่ยชื่อ ทักษะก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ
ปุก ปุก เสียงของกระดูกกระทบเข้ากับโล่โลหะที่เรืองแสงสีน้ำตาลอ่อนๆ ผลของทักษะโล่ทลายภูผาทำให้ซอมบี้ที่สัมผัสกับโล่ถูกกระแทกหน้าหงาย ร่างของมันปลิวออกไปและกระทบกับซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังซึ่งมีซอมบี้มากกว่าแปดตัวที่เสียหลักล้มลงจากการกระแทก
ผลของโล่ทะลวงภูผายังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ แม้ว่าซอมบี้จะถูกผลักออกไปแต่ออร่าสีน้ำตาลอ่อนยังคงฉาบอยู่บนโล่โลหะของทั้งสองผู้เล่น โดยออร่าสีน้ำตาลนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับเนื้อหวานฉ่ำสำหรับเหล่าซอมบี้ สายตาที่บ้าคลั่งของฝูงซอมบี้ต่างก็จ้องมองมายังโล่โลหะของผู้เล่น
ความสามารถในการดึงดูดมอนสเตอร์คือผลของทักษะโล่ทลายภูผา
เมื่อซอมบี้ทั้งหมดให้ความสนใจและโจมตีแต่เพียงผู้เล่นโล่ปราการ ช่วงเวลาของเหล่าผู้เล่นโจมตีระยะประชิดก็มาถึง . .
—