เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 6 บ้านหลังใหม่
หลังจากเลือกอยู่นานเจมส์ก็ได้ตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยใหม่ที่ถูกใจ มันเป็นบ้านกึ่งคฤหาสน์ที่อยู่ไม่ไกลจากสวนสาธารณะของหมู่บ้าน นอกจากนั้นมันยังตั้งอยู่ใกล้กับโซนของคฤหาสน์หรูที่มีมูลค่าหลักร้อยล้านบาทซึ่งแน่นอนว่าการรักษาความปลอดภัยในบริเวณนั้นจะเข้มงวดและมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก
ด้วยราคาค่าเช่าต่อเดือนเพียงสองแสนบาทมันไม่ใช่ราคาที่ถูกและแพงจนเกินไป อย่างไรก็ตามแม้ว่าค่าเช่าจะแพงกว่านี้แต่เจมส์ก็จะเช่ามันอยู่ดี เหตุผลเป็นเพราะว่าเขาชอบบ้านหลังนี้นั่นก็เพียงพอแล้ว
ตามสัญญาเช่าเขาจะต้องจ่ายล่วงหน้าสามเดือนและเงินประกันอีกหนึ่งล้านบาท ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเจมส์ เขาจัดการโอนชำระเงินในทันที
การจ่ายเงินของเจมส์ทำให้พนักงานสาวที่ชื่อว่าอิงอรแปลกใจมาก ทีแรกเธอไม่คิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะมาเช่าบ้านหรือคฤหาสน์ในโครงการหมู่บ้านแห่งนี้จริงๆ ด้วยการแต่งตัวของไม่แปลกที่ใครๆจะมองว่าเขาไม่มีเงินมากนัก อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอิงอรจะแอบคิดเช่นนั้นแต่เธอก็ยังทำหน้าที่บริการและให้คำแนะนำอย่างเต็มที่ นั่นเป็นเพราะจรรยาบรรณในการทำงานของเธอ
อิงอรไหว้ขอบคุณหลังจากที่การทำสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว แม้ว่าการทำสัญญาในครั้งนี้เธอจะไม่ได้ส่วนแบ่งยอดขายแต่อิงอรก็ได้ส่วนแบ่งจากค่าจ้างนายหน้าจัดหาซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่ใช่น้อย
เช่นเดียวกันเจมส์รู้สึกประทับใจมารยาทและการบริการของพนักงานสาวคนนี้มากทีเดียว ในระหว่างการตรวจสอบสถานที่จริงเจมส์ยังพบว่าหญิงสาวคนนี้ยังมีรสนิยมที่ยอดเยี่ยมนอกจากนั้นเธอยังมีความรู้เรื่องของการตกแต่งภายในมิใช่น้อย ด้วยความที่ว่าตัวบ้านกึ่งคฤหาสน์ที่เจมส์เช่าไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์ให้มากนัก มันแทบจะเป็นบ้านโล่งๆ เหตุนี้เองเจมส์จึงต้องการคนที่จะมาช่วยเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆซึ่งผู้หญิงคนนี้คือตัวเลือกที่เหมาะสมมาก
“ คุณมีวันหยุดไหม ? ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นในฉับพลันทำให้อิงอรประหลาดใจ เธอฉุกคิดเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยตอบ “ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของฉัน ”
“ โอ้ ดีเลย ผมอยากให้คุณอิงอรช่วยเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่างๆ คุณพอจะมีเวลาไหม ? แน่นอนว่าผมไม่ได้ให้คุณทำงานฟรีๆ ”
อิงอรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งราวกับว่าเธอกำลังเลือกระหว่างวันหยุดที่เธอรอคอมมาทั้งอาทิตย์หรือว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น สุดท้ายแล้วเธอก็ตอบตกลง
หลังจากที่จัดการเรื่องสัญญาการเช่าเสร็จเรียบร้อยแล้วเจมส์ก็สามารถย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านหลังใหม่ได้ในทันทีซึ่งในวันต่อมาเจมส์ก็ได้ย้ายออกจากหอพักเก่าที่เขาเคยอยู่อาศัย เขาไม่ได้นำสมบัติติดตัวใดๆมาด้วยมากนักเพราะจริงๆแล้วเจมส์ก็ไม่ได้มีของมีค่าอะไรมากมายนอกจากรูปภาพและของบางชิ้นที่ใช้ดูต่างหน้าพ่อและแม่ที่จากไป
ในวันเดียวกันอิงอรซึ่งเป็นพนักงานขายของโครงการหมู่บ้านก็ได้ทำงานตามที่เธอได้รับการว่าจ้าง เธอใช้เวลาครึ่งวันในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายประเภทตามคำร้องขอของชายหนุ่ม
ชุดเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของตกแต่งบ้านหลายสิบชิ้นถูกขนส่งมายังบ้านหลังใหม่ในช่วงเย็นของวันนั้น ทั้งหมดเป็นเงินมูลค่าเกือบสองล้านบาทซึ่งในเวลาเพียงสองวันหลังจากที่ได้ทำการกู้ยืมเงินก้อนใหญ่เจมส์ได้ใช้เงินไปแล้วกว่าสามล้านบาท
อย่างไรก็ตามเจมส์ไม่รู้สึกเสียดายเลย เมื่อถึงช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เงินจะมีค่าไม่ต่างอะไรจากเศษกระดาษ
เจมส์ใช้เวลาจากเย็นจนถึงหัวค่ำในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่างๆโดยมีอิงอรเป็นผู้ช่วยและให้คำปรึกษา ด้วยความรู้ในเรื่องของการตกแต่งภายในของพนักงานสาวทำให้เมื่อจัดวางเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้หลายอย่างแล้วสภาพแวดล้อมภายในบ้านดูน่าอยู่อาศัยขึ้นอย่างมาก
สามารถกล่าวได้ว่าเจมส์พึงพอใจเป็นอย่างมากกับฝีมือการเลือกชุดเฟอร์นิเจอร์และการจัดวางตกแต่งตัวบ้านของอิงอร นอกจากนั้นเจมส์ยังพบว่าพนักงานสาวคนนี้มีความละเอียดในการทำงานเป็นอย่างมาก เธอมีใบเสร็จของสินค้าทุกใบและยังทำรายงานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด แม้แต่เศษเงินเล็กๆน้อยๆก็ไม่ได้ถูกปัดทิ้ง เธอนำเงินทั้งหมดที่เหลือจากการใช้จ่ายมาคืนให้เจมส์ทุกบาททุกสตางค์ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอมีความซื่อสัตย์ต่อการทำงานมากเพียงใด
ด้วยความละเอียดในการทำงานและความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ทำให้เจมส์อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธอด้วยใจจริง
“ ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ นี่คือค่าจ้างของคุณ ” เจมส์เอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาโอนเงินค่าจ้างให้กับหญิงสาวตรงหน้า
อิงอรตรวจดูข้อความที่แจ้งเตือนขึ้นบนสมาร์ทโฟนของเธอในทันที หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวใบหน้าของเธอก็ดูตกใจเป็นอย่างมาก
“ นี่มันมากเกินไปค่ะ ” เธอเอ่ยด้วยความลนลาน
เจมส์เพียงยิ้มตอบ จริงๆแล้วเงินหนึ่งแสนบาทนี้ส่วนหนึ่งเป็นรางวัลสำหรับความประทับใจที่เขาตั้งใจจะมอบให้กับเธอ
“ รับมันไปเถอะ คุณทำงานได้เยี่ยมมาก นอกจากนั้นผมยังรบกวนคุณในวันพักผ่อน ถือซะว่าเป็นค่าล่วงเวลาแล้วกัน ”
อิงอรแสดงสีหน้าหนักใจราวกับว่าความคิดของเธอกำลังขัดแย้งกันอยู่ภายใน แต่ในเวลาต่อมาเธอก็ได้ยกมือไหว้แสดงความขอบคุณด้วยความจริงใจ สำหรับความเอื้อเฟื้อของชายหนุ่มคนนี้เธอจะจดจำเอาไว้
“ ขอบคุณมากค่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรสามารถเรียกฉันได้ตลอดเวลานะคะ ”
หลังจากนั้นเจมส์ก็ได้เดินไปส่งอิงอรที่หน้าบ้านโดยก่อนที่เธอจะจากไปเจมส์ได้ขอให้เธอช่วยหาแม่บ้านสองคน ด้วยความกว้างของบ้านกึ่งคฤหาสน์ที่มีห้องต่างๆเกือบสิบห้องมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะดูแลได้ทั้งหมด นอกจากนั้นเมื่อเส้นทางแห่งดวงดาวปรากฏขึ้นแล้วเจมส์จะไม่มีเวลาดูแลปัญหาเล็กๆเหล่านี้
แน่นอนว่าอิงอรนั้นตอบรับคำขอของเขาในทันที เธอบอกว่าจะจัดการให้โดยเร็วที่สุด
รุ่งเช้าของวันใหม่เจมส์ตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ เขากวาดม่านออกก่อนที่จะเปิดประตูเดินออกไปยังระเบียงกว้างที่ทำให้เห็นสวนเล็กๆภายในบ้าน แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าเดิมอย่างเทียบไม่ติดแต่เจมส์ก็รู้สึกแปลกๆ มันเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่โลกที่เขาสมควรใช้ชีวิตอยู่
“ มันคือความสงบ . . . ” เจมส์พึมพำ เป็นเวลาเพียงห้าวันเท่านั้นที่เขากลับมาใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยของอดีต แน่นอนว่าความสงบสุขคือสิ่งที่เจมส์ไม่คุ้นชิน โลกที่เขาจากมานั้นแตกต่างกับโลกในอดีตอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้ว่าในอนาคตอีกหนึ่งร้อยปีต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ มีเพียงเขาเท่านั้น. . .
การที่เป็นบุคคลผู้กลับมาจากอนาคตทำให้เขารู้สึกเหงาอย่างแท้จริง จะมีใครบ้างในโลกนี้ที่รู้ว่าชายคนหนึ่งได้แบกรับภาระที่ยิ่งใหญ่ไว้เพียงคนเดียว มันคือชะตากรรมของโลก ชะตากรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ถ้าหากว่าภาระนี้มีใครสักคนช่วยแบ่งปันมันก็คงจะดี
แม้ว่าความเหงาจะทำให้เจมส์รู้สึกแย่แต่ในทางกลับกันมันก็กลายเป็นแรงผลักดันให้เขามุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า. . .
ฉันจะสร้างเส้นทางที่แตกต่างไปจากเดิม ฉันจะกลับไปยังยุคสมัยที่ฉันเคยจากมาแต่จะไม่ใช่ยุคสมัยอย่างที่เคยเป็น!!