แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 31 แมวของฉันอยู่ที่นี่ได้ไหม?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 31 แมวของฉันอยู่ที่นี่ได้ไหม?
บทที่ 31 แมวของฉันอยู่ที่นี่ได้ไหม?
หนิงหนิงเรียกวาเซียจากด้านหลัง
ทุกคนในห้องนั่งเล่น รวมถึงผู้ชมที่กำลังดูการถ่ายทอดสดอยู่ต่างเห็นแมวตัวนั้นหยุดเดินแล้วทิ้งก้นลงนั่ง
[น่ารักมากกกก!]
[ทำไมถึงเชื่อฟังขนาดนี้นะ!]
[เหมือนเจ้าลูกแมวขนปุยเลย]
[นี่มันแมวของของปลอมเหรอ?]
[จะด่าของปลอมก็ได้ แต่อย่าด่าแมวสิ!]
[ไม่ใช่แบบนั้น จะพาแมวเข้ามาได้ยังไงไม่ถามความเห็นคนอื่นก่อนเหรอ?]
[เห็นไหมล่ะว่าเป็นของปลอม ช่างไม่มีมารยาทจริง ๆ]
หนิงหนิงวางกระเป๋าเดินทางไว้ที่ทางเข้า
เธอหยิบกระเป๋าใบเล็กใบหนึ่งออกมาถือไว้ในมือ
ม่านหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่นถูกเปิดออก แสงแดดส่องเข้ามา
หนิงหนิงหยิบหมวกที่ถอดออกเมื่อครู่ขึ้นมาใส่ใหม่
เจียงฉือซิงรอจนเบื่อ “ทำอะไรของเธอ ไม่กล้าเข้ามาหรือไง?”
ปีศาจนั้นไวต่อความรู้สึกด้านลบมากที่สุด
วาเซียยื่นกรงเล็บออกมา
“พูดถึงฉันเหรอ?” หนิงหนิงถาม
เจียงฉือซิงเงยหน้าขึ้น
หนิงหนิงยืนอยู่ที่ทางเข้า
ตรงนั้นมีต้นพลูด่างอยู่หนึ่งกระถาง เงาของต้นพลูด่างทอดลงบนพื้นและทอดลงบนตัวเธอด้วย เป็นเงาที่สลับซับซ้อนและเธอก็ยืนอยู่ในเงานั้น
เสื้อผ้าสีดำ ผมยาวสีดำ เธอถูกห่อหุ้มด้วยสีดำราวกับเป็นเงาที่ดำสนิท
ส่วนที่มีสีสันกลับสว่างจนแสบตา
กุหลาบบนปีกหมวก มีสีแดงราวกับหยดเลือด
ใบหน้าครึ่งล่างใต้ปีกหมวก มีสีขาวราวหิมะตัดกับริมฝีปากสีแดง
อัญมณีบนโบว์ส่องประกายวับวาม ปล่อยแสงสีแดงจ้าจนแสบตา
แมวดำตัวน้อยเดินมาที่ข้างเท้าของหนิงหนิง ดวงตาสีเขียวทั้งสองข้างของมันเหมือนอัญมณีสีเขียวที่จ้องมองเจียงเจินอย่างลึกลับ
คนหนึ่งคนกับแมวหนึ่งตัว ประกอบกันเป็นภาพที่งดงามแต่ชวนขนลุก
ทั้งสวยงามและน่าขนพองสยองเกล้า
แม้จะมองไม่เห็นใบหน้า แต่ก็รู้สึกได้ว่าสวยงามจนแทบขาดใจ
แต่ก็น่ากลัว บนร่างของหนิงหนิงมีความลึกลับบางอย่างที่บอกไม่ถูก และความลึกลับที่ไม่อาจรู้นี้เองที่ทำให้คนรู้สึกหวาดกลัว
แต่ก็ยังอยากดูอยู่ดี
เจียงฉือซิงรู้สึกกลัวเล็กน้อย “เธอเป็นใคร?”
หนิงหนิงตอบ “ฉันคือหนิงหนิง”
เจียงฉือซิงงงงวย “เธอบอกว่า เธอเป็นใครนะ?”
ผู้ชมต่างก็พากันงงงวย
[ของปลอมงั้นเหรอ????]
[ไม่! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!]
[พวกคุณไม่ได้ดูห้องไลฟ์ของหนิงหนิงเหรอ?]
[ฉันดูแล้ว ตอนนี้ฉันยังตกใจอยู่เลย]
[บ้าเอ๊ย พวกนั้นปากก็ด่าแต่ตอนนี้ภาพที่แคปจากไลฟ์ของของปลอมก็แชร์กันเกลื่อนเน็ต ความภาคภูมิใจหายไปไหนหมด?]
[ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันเซฟไว้แล้วล่ะ]
[แต่ใบหน้านี้มันสวยมากจริง ๆ นะ!]
[ถึงฉันจะไม่ชอบหนิงหนิง แต่หนิงหนิงก็สวยมาตั้งแต่แรกแล้วนี่นา นี่มันความจริงไม่ใช่เหรอ?]
[ความจริงก็คือความจริง]
[แต่มันก็ไม่เหมือนกันนะ]
[ก่อนหน้านี้ ตอนที่ฉันเห็นหนิงหนิงก็คิดว่าเธอสวยนะ แต่คุณคิดว่าเธอสวยจนน่ากลัวเลยเหรอ?]
[ทำไมทุกคนพูดถึงแต่เรื่องหน้าล่ะ เธอยังไม่ได้โชว์หน้าเลยนี่…]
[อืมมม…]
[อ๋อ ไม่ใช่สิ เธอโชว์ครึ่งหน้านี่นา]
[ไม่ต่างกันหรอก ถึงใส่หน้ากากอนามัย ฉันก็ยังคิดว่าเธอสวยราวกับนางฟ้า]
[จริง ๆ แล้ว ฉันว่าเธอทั้งสวยและน่ากลัวนะ…]
[เฮ้ย ที่แท้ก็ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่คิดแบบนี้]
[เธอดูเหมือนแม่มดเลย แม่มดก็คือคนที่ทั้งสวยและทรงพลัง ความทรงพลังนั้นทำให้เกิดความลึกลับและความกดดัน พลังที่แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัวแบบนี้มันทำให้คนรู้สึกกลัวโดยไม่รู้ตัว]
[ที่คุณพูดมานี่มันจริงเลย นี่ไงแมวดำก็เข้ากันเป๊ะ]
[ขาดแค่ลูกแก้วคริสตัลแล้ว]
[มาพร้อมไม้กายสิทธิ์สักอัน]
[อาวาดา…]
[ห้ามใช้เวทมนตร์ต่อหน้ามักเกิ้ล!]
[ข้ามเรื่องนี้เถอะ พอแล้ว!]
พวกคอมเมนต์เริ่มเปลี่ยนทิศทางไปอย่างสิ้นเชิง
เหล่าเจินกั่วโกรธจนแทบจะตายกันหมด
[พวกคุณพอได้แล้ว ก็แค่ของปลอมยังกล้ามาอวดว่าเก่งกาจ หมายถึงการผลักคนอื่นลงน้ำงั้นเหรอ?]
[สามัญสำนึกเปลี่ยนไปตามหน้าตา บางคนก็หมดหนทางเยียวยาแล้ว]
[ของปลอมต้องขอโทษเจินเจิน ของปลอมออกไปจากวงการบันเทิงไปซะ!]
ในไม่ช้า สโลแกนที่เป็นระเบียบเรียบร้อยก็เข้ามาครอบครองหน้าจอห้องไลฟ์อย่างรวดเร็ว
[ของปลอมต้องขอโทษเจินเจิน ของปลอมออกไปจากวงการบันเทิงไปซะ!]
ผู้ชมบางคนที่เข้ามาดูเพื่อความสนุกเริ่มรู้สึกรำคาญ
ตอนที่ควรด่าก็ด่า ตอนที่ควรดูก็ดู
ตอนนี้เป็นเวลาชื่นชมผลงาน
เมื่อปิดคอมเมนต์เลื่อนออกไป ใบหน้าที่ตกตะลึงของคนหลายคนในห้องนั่งเล่นก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
แม้กระทั่งใบหน้าน้ำแข็งของหนิงเหนียนก็ยังงงงวยไปเล็กน้อย
เจียงเจินหน้าซีดขาว “นี่เธอคือ…หนิงหนิงเหรอ?”
มันเป็นไปได้ยังไงกัน?
สวยและลึกลับ ผู้หญิงที่งดงามจนน่าตื่นตาตื่นใจขนาดนี้คือหนิงหนิงงั้นเหรอ?
เจียงเจินยังคงไม่เชื่อสายตาตัวเอง
หนิงหนิงย่อตัวลง ลูบหัวของวาเซีย
เธอถือกระเป๋าเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น
[พวกคุณเห็นกระเป๋าที่อยู่ในมือเธอไหม? น่ากลัวจัง]
กระเป๋าในมือของหนิงหนิง เป็นกระเป๋าสะพายสีดำใบเล็ก ๆ ที่ดูประณีตและกะทัดรัด
ด้านหน้ากระเป๋ามีลายงูสีขาวขดตัวอยู่ มีดวงตาสีเขียวสดใส
หากไม่ได้มองอย่างละเอียดมันดูเหมือนงูจริง ๆ ไม่ใช่แค่ลวดลาย
ที่ข้อมือซ้ายที่ถือกระเป๋าของเธอ ก็สวมกำไลรูปงู
งูบนข้อมือและลายบนกระเป๋าเหมือนกันไม่มีผิด มีผิวสีเงินและดวงตาสีเขียว
กำไลข้อมือแกว่งไปมา กระเป๋าก็แกว่งไปมางูที่อยู่บนกระเป๋าดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้
[พระเจ้า งูนั่นดูเหมือนจะขยับได้เลย]
[กรี๊ดดด น่ากลัวจัง]
[งูตัวนี้สวยจังเลย]
[?]
หนิงหนิงเดินเข้ามา เจียงฉือซิงจึงนั่งตัวตรง
เขารู้สึกรำคาญทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของหนิงหนิง และนึกถึงวันเวลาที่เคยถูกเธอตามติดในอดีต
ทั้งที่ออกรายการทีวีไปแล้ว เธอก็ยังตามมาอีก
น่ารำคาญชะมัด!
เขาปกป้องเจียงเจินไว้ข้างหลัง พลางจ้องมองหนิงหนิงด้วยสายตาเตือน
หนิงหนิงเดินไปหยุดที่ข้างกายของเจียงฉือซิง
ในห้องรับแขกมีโซฟาทั้งหมดสี่ตัว
สามตัวเป็นโซฟายาวและอีกหนึ่งตัวเป็นโซฟาเดี่ยว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวและจี๋ซางนั่งอยู่บนโซฟายาวตรงกลาง
โซฟายาวด้านซ้ายและขวามีพี่น้องตระกูลเจียงนั่งอยู่หนึ่งตัว ส่วนฝั่งตรงข้ามหนิงเหนียนนั่งอยู่คนเดียว และด้านในสุดยังมีโซฟาเดี่ยวอีกหนึ่งตัว
เจียงเจินรู้สึกกลัวเธอขยับถอยหลังไป ทำให้ที่นั่งตรงกลางโซฟาว่างเป็นช่องใหญ่
[อย่าเข้าใกล้พี่น้องตระกูลเจียงนะ!]
[เพิ่งมาถึงก็วุ่นวายแล้ว ไม่มียางอายเลยหรือไง?]
[ดูสิ ดูสิ สมกับที่หมายตาตระกูลเจียงไว้จริง ๆ]
[ฉันดูแล้วรู้สึกกลัวเลย เธอจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาตรงนี้หรือเปล่านะ?]
[ถอย! ถอย! ถอย!]
…
เจียงฉือซิงกำลังจะเอ่ยปากไล่คนออกไป แต่หนิงหนิงพูดขึ้นมาก่อน
เธอยืนอยู่ที่ขอบโซฟาด้านนอกสุดและถามว่า “ขอโทษนะคะ ฉันขอพาวาเซียมาอยู่ด้วยได้ไหม? พวกเขาบอกว่าต้องได้รับความยินยอมจากพวกคุณก่อน”
เจียงฉือซิงชะงักไปครู่หนึ่ง “วาเซีย?”
“แมวของฉัน”
วาเซียนั่งยอง ๆ อยู่ในเงาของต้นไม้ประดับ ไม่ขยับเขยื้อนดูเหมือนกับตุ๊กตา
จี๋เสี่ยวเสี่ยวชอบแมวตัวนี้ “ฉันไม่มีปัญหา แต่ต้องดูคนอื่นด้วย”
จี๋ซางยกมือ “ผมก็ไม่มีปัญหา”
เจียงฉือซิงตั้งใจจะทำให้หนิงหนิงไม่สบายใจ เขาจงใจพูดว่า “ไม่ได้ ฉัน”
เมี๊ยววว
เสียงแมวร้องดังขึ้นมาครั้งหนึ่ง กลบเสียงของเขาไป
เจียงฉือซิงจ้องตรงไปข้างหน้า “ฉันตกลง”
เจียงเจินตีเขาทีหนึ่ง “อะไรกันเนี่ย นายจะตกลงหรือไม่ตกลงกันแน่”
เจียงฉือซิงพูดซ้ำ “ฉันตกลง”
เจียงเจินสบถด่าเจียงฉือซิงในใจ
อะไรกันเนี่ย ตอนอยู่บ้านบอกว่าจะช่วยแก้แค้นให้ฉัน แต่พอเริ่มก็ทำตัวไม่เอาไหนซะแล้ว
เจียงเจินยิ้มพลางพูดว่า “ฉันก็เห็นด้วยนะ”
เหลือแค่หนิงเหนียนคนเดียวแล้ว
หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาใต้ปีกหมวกเธอมองไปทางหนิงเหนียน
หนิงเหนียนมองดวงตาที่คล้ายคลึงกับของเขา พยักหน้าเบา ๆ “ฉันไม่มีปัญหา”
หนิงหนิงพยักหน้า แล้วพูดว่า “ขอบคุณ”
เธอเดินกลับไปหาวาเซียยื่นมือออกไป “พวกเราอยู่ด้วยกันได้แล้วนะ”
วาเซียกระดิกหางแล้วกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของเธอ
หนิงหนิงอุ้มวาเซียเดินกลับเข้าไปในห้องรับแขก
คราวนี้เธอเดินผ่านเจียงฉือซิงไปนั่งลงข้าง ๆ หนิงเหนียนโดยตรง
[…]
[ของปลอมก็เข้าไปง่าย ๆ แบบนี้เลยงั้นเหรอ?]
[เพิ่งเริ่มต้นเองต้องระวังหน่อยถ้าทำอะไรชัดเจนเกินไปก็จะโดนด่า ยังไงทีมงานรายการก็คงเปลี่ยนคนไม่ได้แล้ว]
[รายการเพิ่งเริ่มต้นเองนะ ยังไม่ถึงไหนเลย]
[แสดงไปเถอะ ฉันอยากรู้ว่าเธอจะแสดงได้ถึงเมื่อไหร่]
[ฮ่า ๆ ๆ ฉันนึกว่าของปลอมจะยอมนั่งโซฟาเดี่ยวดีกว่านั่งกับหนิงเหนียนเสียอีก]
[ก็แค่แสดงละครน่า ไม่ได้ทำให้เนื้อหายไปสักหน่อย]
[ชีวิตคือละคร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการแสดง]