กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1000: วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
การต่อสู้กับเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา ถือเป็นการต่อสู้ที่
ยากลำบากยิ่ง
อู่ อวี้ เข้าไปท้าทายอีกครั้ง แม้ว่าอีกฝ่ายจะได้รับ
บาดเจ็บสาหัสเพียงใดแต่ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาใหม่ได้
นับครั้งไม่ถ้วน หากต้องการเอาชนะหุ่นเชิดภายในเจดีย์
ล่องกำเนิด จะต้องบดขยี้มันให้แหลกเป็นเสี่ยงภายใน
การโจมตีเดียว
ทว่าตอนนี้นครเทวะอยู่ไม่ไกลแล้ว ไหนจะเรื่องการถูก
ลอบสังหารจากองค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’ ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ตัดสินใจว่าการท้าทายจะต้องดำเนินต่อไป ตราบใดที่ยัง
มีโอกาสเขาจะไม่ยอมแพ้อย่างเด็ดขาด
ตามกฎขององค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’ ไม่ว่าภารกิจลอบสังหาร
ชิ้นใดเกิดการล้มเหลว ภารกิจชิ้นนั้นจะเป็นที่สนอก
สนใจของมือสังหารทุกคน เพราะนั่นหมายถึงเม็ดเงินที่
จะได้รับเพิ่มมากขึ้น ต่อให้มือสังหารจะตกตายไปซักกี่
คน ทว่าภารกิจก็ยังคงดำเนินต่อไป ยิ่งภารกิจล้มเหลว
มากเท่าไหร่เม็ดเงินจากรางวัลค่าหัวก็ยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้น
เท่านั้น มันจะถูกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าเป้าหมายจะถูก
สังหารจนแดดิ้นดับไป
ตามตำนานเล่ากันว่าองค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’ เทียบได้กับ
กองกำลังใหญ่ ๆ ของอาณาจักรผู้ฝึกตน นอกจากนี้
สมาชิกของปีศาจทมิฬยังแทรกซึมอยู่ตามบรรดากอง
กำลังหลักในดินแดนโบราณเหยียนหวง ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ฐานที่มั่นอันแท้จริงของพวกมัน
ครั้งล่าสุดจากที่เจอมาหมาด ๆ เสวี้ย ตู๋เค่อ มีพลังฝีมือ
ความสามารถนับว่าร้ายกาจอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้
จึงพิจารณาดูแล้วว่าเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น อย่างน้อยก็
ต้องให้เหนือกว่าระดับของมือสังหารในองค์กร ‘ปีศาจ
ทมิฬ’
ฉะนั้นเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราจึงเป็นกุญแจสำคัญ
หลังจาก อู่ อวี้ ได้เห็นวงเวทโจมตีของเต่าทองปีกเหล็ก
เจ็ดดารา ไม่ว่าจะเป็นพิภพอำไพเจ็ดดารา และ เวทปีก
เหล็กไร้ลักษณ์สังหาร บอกได้เลยว่ามันช่างร้ายกาจน่า
สะพรึงกลัวจริง ๆ
อู่ อวี้ ใช้ทั้งร่างต้น ร่างกลืนสวรรค์ แล้วก็ร่างอวตารนอก
วิถีผสานการโจมตีเข้าใส่เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราจาก
รอบทิศทาง ถึงแม้ร่างกายของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา
จะคงทนมากเพียงใด ทว่ามันก็ไม่สามารถเอาชนะกาย
เนื้อของ อู่ อวี้ ได้เช่นกัน ยิ่งเมื่อเขาประสานการโจมตี
กับร่างกลืนสวรรค์ความน่ากลัวยิ่งเพิ่มมากขึ้น การ
รับมือกับผู้ที่อยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 จึงมิใช่ปัญหา
อันใด
ซึ่ง อู่ อวี้ เองก็ไม่คาดคิดว่า วิธีการประสานระเบิดการ
โจมตีจะได้ผลดีเกินคาด เมื่อเห็นโอกาสใกล้แค่เอื้อม เขา
ก็ยิ่งได้ใจยิ่งกระหน่ำการโจมตีเข้าใส่มันไม่ยั้ง แต่แล้ว
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราก็แสดงวงเวทใหม่อีกครั้ง ดู
เหมือนว่านี้จะเป็นวงเวทป้องกัน!
วงเวทป้องกันนี้มีชื่อเรียกว่า ‘วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์’ สิ่ง
นี้คือรากฐานของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา เมื่อวงเวท
ดังกล่าวปรากฏขึ้นร่างกายอันใหญ่โตของมันก็เริ่ม
เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ดวงดาราทั้ง 7 ดวงที่อยู่บนหลัง
ของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราสุกสกาวสว่างเจิดจ้าเปล่ง
ประกาย เฉกเช่นดั่งดาวฤกษ์บนท้องนภาก็ไม่ปาน แสง
ของดาวฤกษ์ยังคงส่องประกายเจิดจ้าแวววับอย่าง
ต่อเนื่อง เปิดเผยอักขระวงเวทอันเก่าแก่อย่างไม่น่าเชื่อ
สิ่งนี้ได้พิสูจน์ว่าผู้สร้างเจดีย์ล่องกำเนิดมาจากยุคสมัย
เก่าแก่บรรพกาล
แล้ว อู่ อวี้ ก็เห็นเช่นกันว่า ภายในของดาราดวงนี้ว่าง
เปล่า ไม่มีสิ่งใดอยู่ภายใน
” ถ้าสามารถพิชิตหุ่นเชิดตัวนี้ ข้าก็จะได้วงเวทเจ็ดดารา
พิทักษ์แถมมาด้วย เมื่อพวกเราทั้งสามถูกโจมตีสามารถ
เข้ามาหลบอยู่ในวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์นี้ได้อย่าง
ปลอดภัย วงเวทนี้จะถูกทำลายก็ต่อเมื่อเต่าทองปีก
เหล็กเจ็ดดารานั้นถูกทำลาย! ตราบใดที่ยังมีเจดีย์ล่อง
กำเนิด เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราก็จะสามารถซ่อมแซม
ฟื้นฟูกลับมาได้อีกครั้ง ซึ่งเทียบเท่าได้กับมีชีวิตเพิ่ม
ขึ้นมาอีกหนึ่ง ”
ทันทีที่เห็น อู่ อวี้ ก็รู้ว่านี่เป็นข้อได้เปรียบอันใหญ่หลวง
ของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา ซึ่งเทียบเท่ากับป้อม
ปราการเคลื่อนที่หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่าเกราะป้องกันที่
มีขนาดใหญ่กว่าเจดีย์ล่องกำเนิด
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงความลึกลับของเจดีย์ล่องกำเนิด และ
เจ้านายซึ่งเป็นผู้สร้างของมันนอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ ยังพบว่าหลังจากดวงดารานี้ก่อตัว
เป็นรูปร่างระดับความเร็วของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา
ก็เพิ่มขึ้น ทั้งยังสามารถรับแรงกระแทกได้ในระดับที่หา
ใดเปรียบ ในเวลานี้ดวงใดที่ก่อตัวขึ้นได้พวยพุ่งเข้าปะทะ
อู่ อวี้ ด้วยระดับความเร็วที่เรียกได้ว่าน่าขนพองสยอง
เกล้าอย่างยิ่ง มันเทียบเท่ากับดาวหางที่พุ่งตกลงจาก
ฟากฟ้า เมื่อดาวหางเสียดสีกับอากาศอันหนาแน่นก็
บังเกิดเป็นประกายไฟงดงาม ด้วยแสงอันเจิดจ้านี้ได้
สร้างผลกระทบให้กับการมองเห็นของ อู่ อวี้ ขึ้นอย่าง
ฉับพลัน
“ย๊ากก!”
อู่ อวี้ ร่างต้นใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมด ฟาดพลองเข้าใส่
ดวงดารา ไม่คาดคิดว่าดวงดารานี้จะทรงอำนาจเป็น
อย่างยิ่ง เมื่อปะทะกัน พลังความแข็งแกร่งของพลองฟ้า
เพลิงผลาญก็มลายหายไปสิ้น ดาราอัดกระแทกเข้าใส่
ร่างกายของ อู่ อวี้ บดขยี้ทำลายหนึ่งพิภพในกายของ
เขาทันที นี่คือการพังทลายของราชันย์อรหันต์!
เพียงการโจมตี 5 ครั้ง ร่างของ อู่ อวี้ ก็พินาศย่อยยับ!
อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ยิ่งทำให้โลหิตในกายของ อู่ อวี้ เดือด
พล่านยิ่งขึ้น เขารีบลุกกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงเนตร
เปล่งประกายแจ่มชัด ใช้ออกด้วยเคล็ดก้าวเทวะทะยาน
พุ่งเข้าประหัตประหารกับเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา
อย่างเต็มกำลัง การต่อสู้ของ อู่ อวี้ ในยามนี้ก็คือความ
อดทน เขากับร่างกลืนสวรรค์ หาได้ปะทะกับเต่าทองปีก
เหล็กเจ็ดดาราอย่างตรงไปตรงมาไม่ แต่เลือกจะหลบ
หลีก ลอบโจมตีเข้าใส่ ‘วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์’ ซ้ำแล้วซ้ำ
เล่า
แต่ทว่าวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์กลับทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอมของ อู่ อวี้ โจมตี
เข้าใส่มันอย่างน้อย 10 ครั้ง แต่กลับสั่นคลอนม่าน
ปราการได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อู่ อวี้ จินตนาการได้
ทันทีว่า หากเขามีวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์นี้ มีความ
เป็นไปได้สูงที่เขาจะสามารถต้านทานยอดฝีมือที่อยู่ใน
ระดับเดียวกับราชาหอกทมิฬ เป็นความแข็งแกร่งใน
อาณาจักรค้นหาเต๋าขั้นที่ห้า!
นี่แสดงให้เห็นว่าผู้คนมากมายในชมพูทวีปโลกธาตุ มี
เพียงไม่กี่คนนักที่สามารถสังหาร อู่ อวี้ ได้
” ตอนนี้ความได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของข้า คือจิตตา
นุภาพ ”
” แน่นอนว่ามันเป็นเพียงหุ่นเชิด ไร้ซึ่งความเหนื่อยล้า
หรือหวาดกลัว มีเพียงความปรารถนาในการต่อสู้เท่านั้น
”
ดังนั้นในแง่ของความมุ่งมั่นอดทน ผู้คนมากมายคงคิดว่า
ตนไม่อาจเทียบเคียงได้กับหุ่นเชิด เนื่องจากว่ามันไม่รู้สึก
เหนื่อยล้า กระทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงพยายามอย่างหนัก โดยไม่ย่อ
ท้อแม้แต่น้อย ตราบใดที่เขายังมีหวัง ตราบใดที่ยังไม่
ตาย เขาก็จะโจมตีต่อไปเรื่อย ๆ
พยายามอย่างหนักโดยไม่ย่อท้อ
หลังจากต่อสู้อย่างหนักหน่วงมากว่า 5 ชั่วยาม ภายใต้
การบดขยี้ทำลายพิภพที่สองด้วยตัวของเขาเอง ในที่สุด
การลอบโจมตีสังหารวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ของเต่าทอง
ปีกเหล็กเจ็ดดารา ก็แตกสลายออก นี่เป็นข้อพิสูจน์ถึง
ความแข็งแกร่งของวงเวทนี้ได้อย่างดีเยี่ยม หลังจาก
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราสูญเสียพลังรบ มันก็ถูกบดขยี้
ทำลายอย่างสมบูรณ์ และต่อไปก็คือกระบวนการฟื้นฟู
ภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด
“ความแตกต่างระหว่าง เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา กับ
หุ่นเชิดตัวอื่น ๆ คือมันถูกสร้างขึ้นมาจากวงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์อย่างสมบูรณ์ โดยที่วงเวทหลักของมันวง
เวทเจ็ดดาราพิทักษ์ แตกต่างจากวงเวทหลักของหุ่นเชิด
ตัวอื่น ๆ ที่มีความสามารถในการประสานงานและ
ควบคุมร่างกาย หาได้ผสานกับร่างกายของมันเช่นนี้ไม่
และข้อจำกัดของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราก็คือ หากวง
เวทเจ็ดดาราพิทักษ์ถูกทำลาย มันก็จะถูกทำลายไปด้วย
แตกต่างจากหุ่นเชิดตนอื่น ๆ ที่ถึงแม้ว่าจะถูกทำลายวง
เวท มันก็มิได้สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ แต่ข้อดี
ของมันก็คือ หลังจากหุ่นเชิดยอมสละทิ้งทุกสิ่ง ใช้ออก
ด้วยวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ พลังอำนาจของวงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์ ก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า! ”
” วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์นี้ ทรงพลังยิ่งกว่าวงเวทเก้า
ตำหนักไม่สั่นคลอน ถึงแม้ว่าจะใช้ได้เพียงครั้งในหนึ่ง
การต่อสู้ แต่อย่างน้อย ๆ เจดีย์ล่องกำเนิดก็ช่วยให้
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่
มันต้องรอเวลาหน่อยก็เท่านั้น ”
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงหวังว่าด้วยพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา จักช่วยสนับสนุนเขาได้อย่าง
ดีเยี่ยม ต่อให้เผชิญหน้ากับยอดฝีมือในอาณาจักรสาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 เขาก็สามารถต้านทานมันได้
มันอาจมีบทบาทยิ่งกว่าความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ร่าง
ต้นกับร่างกลืนสวรรค์ชั่วคราว เพราะอย่างไรเสีย อู่ อวี้
ก็จำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างแสนสาหัส จนไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรง ถึงจะสามารถจัดการหุ่นเชิดตนนี้ได้
ณ เวลานี้เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารากำลังซ่อมแซมฟื้นฟู
อยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งาน
ได้อีกในไม่กี่วัน แล้วนี่ก็คือหนึ่งในความมหัศจรรย์ของ
เจดีย์ล่องกำเนิดเช่นกัน
แล้วความมหัศจรรย์อีกหนึ่งอย่างของเจดีย์ล่องกำเนิดก็
คือเวลา
ตอนนี้ อู่ อวี้ เลือกที่จะรักษาบาดแผลอยู่ในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ซึ่งมีเวลาสองเท่า
กายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ ถูก
บดขยี้ทำลายไปสองพิภพ ด้วยความยืดหยุ่นคงทนอันน่า
กลัวของกายา อู่ อวี้ ใช้เวลาฟื้นฟูด้วยเวลาไม่นานนัก
แต่เขาก็มีคำถามมากมายอยู่ในหัว
แน่นอนว่าการสูญเสียครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก
เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้รับมาอย่างเต่าทองปีกเหล็ก
เจ็ดดารา
ในเวลานี้เจดีย์ล่องกำเนิดเงียบสงบลงอีกครั้ง
อู่ อวี้ นั่งลงบนพื้นเตรียมเข้าฌานฟื้นฟู
ทันใดนั้นเขารู้สึกว่ามีลมพายุวูบหนึ่งพัดผ่านร่างกาย มัน
ทำให้เขารู้สึกอึดอัดสบายอยู่บอกไม่ถูก ทันใดนั้นเขาก็
เงยหน้าขึ้นมอง แลเห็นว่ารูปแบบอักขระเวทบนผนัง
เจดีย์ล่องกำเนิด บังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็รู้สึกราวกับว่ารอบกายของเขามีสาย
วารีไหลเชื่อมต่อกันบรรจบกัน ทั้งยังไหลเร็วมากขึ้น เมื่อ
อักขระวงเวทเปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์ ความเร็ว
ของสายวารีก็เพิ่มสูงขึ้นในชั่วพริบตา!
ฟิวววววววว …
เมื่อความเร็วอยู่ในระดับคงที่ อักขระเวทที่ปรากฏก็ค่อย
ๆ หยุดการเปลี่ยนแปลง อู่ อวี้ รู้สึกว่าสายนทีก็หายไป
ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ความสงบสุขได้กลับคืนสู่เจดีย์ล่อง
กำเนิดอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่าง แต่ที่น่าเศร้าก็คือเขาไม่รู้ว่าไอ้ที่
แตกต่างออกไปนั้นคืออันใดกันแน่
” ข้ารู้ ๆ มันต้องเป็นเวลาแน่ ๆ! ”
หมิงซวงเอ่ยปากขึ้นเป็นครั้งแรก
” เจ้าหมายความว่าอันใด จะบอกว่าหลังจากที่ข้าท้า
ทายเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราสำเร็จ เวลาในเจดีย์ล่อง
กำเนิดก็เปลี่ยนไปใช่หรือไม่? ปัจจุบันความเร็วในนี้ เร็ว
กว่าโลกภายนอกถึงสองเท่า แล้วตอนนี้ … ” อู่ อวี้ รู้สึก
ปลื้มปีติยินดีอย่างที่สุด
” อยู่ในนี้ไปก็ไม่รู้อะไร เจ้าก็ออกไปด้านนอกแล้วลองจุด
ธูปนับดูสิ ” หมิงซวงกล่าวอย่างเกียจคร้าน
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างชัดแจ้ง จากนั้นเขาก็ออกมาด้านนอก
นาวาซ่อนเซียน จากนั้นก็จุดธูปสองก้าน แล้วนำก้าน
หนึ่งเข้ามาภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด เขารอจ่อหน้าธูปอยู่
ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กลับออกไปด้านนอกเพื่อเปรียบเทียบ
ดู และเห็นว่าธูปภายในเจดีย์เผาไหม้ไปประมาณ 1 ส่วน
5
อู่ อวี้ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ด้วยความตื่นเต้นนี้มันทำ
ให้เขาอดไม่ได้ที่จะร้องตะโกนออกมา ” ในที่สุดเวลาของ
เจดีย์ล่องกำเนิดก็เพิ่มขึ้นเป็นห้าเท่า หรือจะกล่าวอีกนัย
หนึ่งว่าถ้าข้าฝึกฝนอยู่ในนี้แค่เดือนเดียว จะเท่ากับข้า
ฝึกฝนอยู่ด้านนอกห้าเดือน หากข้าฝึกฝนอยู่ในนี้หนึ่งปี
จะเท่ากับข้าฝึกฝนอยู่ด้านนอกห้าปี เมื่อเทียบกับคนอื่น
ๆ สิ่งที่เราได้มากกว่าก็คือเวลาและประสบการณ์
เท่ากับว่าเราจะมีเวลามากกว่าคู่ต่อสู้ถึงห้าเท่า! ”
เขารู้สึกถึงความมหัศจรรย์ เขาเหลือบมองไปที่เจดีย์ล่อง
กำเนิดอยู่หลายต่อหลายครั้ง สิ่งมหัศจรรย์นี้เขาได้มา
จากเส้นทางเซียนบรรพกาล กุญแจสำคัญก็คือกว่าจะ
ได้รับเจดีย์ล่องกำเนิดนี้มาได้หาใช่เรื่องง่ายเลย คำถาม
คือผู้ใดที่จะสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามที่เหนือกว่า
ตัวเองแปดระดับได้ดั่งเขาบ้าง?
ในโลกนี้หรือต่อจากนี้ไป อาจจะไม่มีผู้ใดอื่นนอกจาก อู่
อวี้ อีกแล้ว!
………………
ปลดล็อคไปอีกหนึ่ง บอกเลยต่อไปไม่มีคำว่าหนีแล้ว!!
ปล.เดินทางมาเกินครึ่งสำหรับ กลืนสวรรค์สะท้านทวย
เทพ อีกราว ๆ 800 ตอนก็จะสิ้นสุด บอกได้เลยว่านิยาย
เรื่องนี้ให้ข้อคิดที่น่าประทับใจมาก ๆ ถ้าทำความเข้าใจ
กับตัวหนังสือเบื้องหน้าอย่างถ่องแท้ จะเข้าใจเลยว่าที่ผู้
แต่งสื่อออกมานั้น มีความหมายกว่าที่เห็นจริง ๆ
ข้าน้อยขอคาราวะ /l
——————————–