กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1002: การต่อสู้ของกลุ่มคนทั้งเจ็ด
โอรสเล่อนั่งอยู่บนแท่นสูงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
หลายวันที่ห่างหายกันไป ดูเหมือนโอรสเล่อจะเปลี่ยนไป
มาก แม้ว่าความแตกต่างนี้จะไม่เห็นเป็นรูปธรรม แต่ อู่
อวี้ เห็นได้ชัดว่าท่าทางของเขาดูทะแม่ง ๆ ไม่เหมือน
ก่อนหน้านี้
ยามนี้เขารู้สึกชัดเจนว่ามีคลื่นยักษ์ก่อตัวอยู่ทุกหนทุก
แห่ง
บางทีอาจจะเป็นเพราะเรื่อง จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป
หลังจาก อู่ อวี้ นั่งลงแล้ว โอรสเล่อก็ไต่ถามขึ้นว่า ” การ
เดินทางไปทวีปปีศาจทายาททักษิณเป็นอย่างบ้าง
ราบรื่นดีหรือเปล่า? ข้าได้ยินมาว่าในทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย ว่าแต่…เจ้า
เจอคนที่ตามหาหรือไม่? ”
อู่ อวี้ ตอบว่า ” พบเจอคนที่สงสัย แต่พอไปเจอตัวแล้ว
กลับไม่ใช่คนที่ข้ากำลังตามหา ”
“ อ้าวเหรอ? แล้วเจ้าต้องการสอบถามข่าวคราวของ
หนานกง เหว่ย อีกหรือไม่? ”
อู่ อวี้ กล่าวต่อไปว่า ” ขอบใจพระทัยที่เป็นห่วง หม่อม
ฉันไม่ได้รีบร้อนอันใด ถ้าได้รับข่าวคราวความคืบหน้าก็
ถือว่าเป็นเรื่องดี ”
หากเขาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ หนานกง เหว่ย ให้
โอรสเล่อฟัง ก็เกรงว่าอีกฝ่ายที่คิดว่าการที่ หนานกง
เหว่ย เกี่ยวข้องกับทวีปปีศาจทายาททักษิณเป็นเรื่อง
จริง แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาไม่ต้องการให้โอรสเล่อมายุ่ง
เรื่อง หนานกง เหว่ย ดังนั้นเขาเลยบอกไปว่าไม่เจอคนที่
ตัวเองตามหา ถึงแม้โอรสเล่อจะให้คนอื่นค้นหาต่อไป
แต่ก็คงไม่มีทางพบ
” อืม ” โอรสเล่อพยักหน้า
หลังจากนั้นโอรสเล่อก็ทอดถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้นว่า ”
ข้า ไม่คิดว่าคนที่ชื่อหวงจุนจะปรากฏตัวออกมาเช่นนี้
แถมยังเป็นสัตว์สวรรค์หงส์เพลิงนิรันดร์อีก ตัวตนแล
ความสามารถของนางค่อนข้างน่ากลัวมากทีเดียว ทว่า
ในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ไม่มีผู้ใดสามารถข่มขู่คุกคาม
พระบิดาของข้าได้ พระองค์คือนายหัวสูงสุดของชาวเห
ยียนหวงอย่างพวกเรา”
” ของมันแน่อยู่แล้ว จักรพรรดิโบราณของเรานั้นไร้เทียม
ทาน เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไปตราบชั่วนิจนิรันดร์ ”
ขณะกล่าวสายตาของ ชวี่ ห้าวเหยียน เต็มไปด้วยความ
เลื่อมใสศรัทธา
” ถ้าหวงจุนอะไรนั่นได้ประสบพบพักตร์กับจักรพรรดิ
โบราณของเรา สิ่งที่นางจะทำได้ก็คือการหมอบกราบ
จักรพรรดิโบราณเท่านั้น นางเองเพิ่งก่อตั้งจักรวรรดิ
ทายาททักษิณมาได้หมาด ๆ อย่างไรเสียนางจะต้อง
เดินทางมาเข้าร่วมเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปแน่
อยู่แล้ว เดิมทีในอดีตผู้ที่มาส่งมอบเครื่องบรรณาการก็
คือเหล่ามหาราชาปีศาจ แต่ในเมื่อตอนนี้จักรวรรดิปีศาจ
ถูกก่อตั้งเป็นชิ้นเป็นอัน แสดงว่าปริมาณเครื่อง
บรรณาการในรอบนี้จะต้องได้มากกว่าเก่า ” ชวี่ เฟิงอวี๋
กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
โอรสเล่อรอยยิ้มอย่างพอใจแล้วกล่าวว่า ” อู่ อวี้ ได้ยิน
เรื่องจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปมาบ้างรึเปล่า ?”
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วตอบว่า ” หม่อมฉันได้ยินเรื่องนี้ตอน
เดินทางกลับมาจากนครทักษิณ จักรพรรดิทักษิณกับ
บุตรสาวฝากข้ามาทักทายคารวะพระองค์ด้วย ดูเหมือน
จักรพรรดิทักษิณจะชื่นชมพระองค์อยู่ไม่น้อย ”
เขากล่าวเช่นนี้ออกไปเพราะต้องการดูท่าทีการ
ตอบสนองของโอรสเล่อ
“จักรพรรดิทักษิณ?” ดูจากท่าทีของโอรสเล่อแล้ว เห็นได้
ชัดว่าเขาค่อนข้างแปลกใจกับคำบอกเล่านี้ จากนั้นเขาก็
ยิ้มออกมาแล้วพูดว่า ” จักรพรรดิทักษิณกับข้าค่อนข้าง
มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่ไม่คิดว่าท่านจะโอนเอียง
มาทางข้าเช่นนี้ เห็นทีข้าคงต้องหาเวลาไปคารวะท่าน
เสียหน่อย แต่ตอนนี้ข้าอยากจะพูดคุยเรื่องจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป จากที่เจ้าได้ยินมา… ข้ารู้ว่าช่วงนี้
บรรดาโอรสพระธิดารวมถึงเหล่าราชอารักษ์กำลังกดดัน
กันอย่างมาก ด้วยเพราะกลัวว่าเหล่าอาคันตุกะต่าง
แดนที่กำลังจะมาถึง พวกเราเองก็ไม่อาจกระทำตัวให้
ต้องเป็นที่อับอายขายขี้หน้าได้ เจ้าเข้าใจใช่หรือไม่? ”
อู่ อวี้ ตอบอย่างสุขุมกลับไปว่า ” ข้าเข้าใจความรู้สึกของ
พวกเขาเป็นอย่างดี ก็พวกนั้นเป็นผู้มาเยือน ทั้งยังต้อง
ถวายบรรณาการ แน่นอนพวกเขาต้องรู้สึกอัปยศอยู่แล้ว
ฮ่าฮ่า … ”
ที่เขาต้องกล่าวเช่นนี้ออกไป เพราะตอนนี้ชะตาชีวิตของ
เขาพัวพันข้องเกี่ยวกับโอรสเล่อ การพูดเช่นนี้ออกไปจะ
ทำให้ดูใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งขึ้น ด้วยเพราะทั้งหมดที่อยู่
ภายในห้องโถงยามนี้ล้วนเป็นคนของโอรสเล่อ เขาย่อม
ไม่ต้องการให้สองกลุ่มกระทบกระทั่งขัดแย้งกัน อยาก
ให้สมัครสมานสามัคคีรวมใจเป็นหนึ่งเดียว
โอรสเล่อยิ้มแล้วพูดว่า ” พระบิดาของข้าเป็นผู้ปกครอง
ชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ ทั้งยังไม่คิดทำลายเกียรติและ
ศักดิ์ศรีของพวกมัน อีกทั้งยังทำให้พวกมันมีชีวิตอยู่
อย่างสงบสุข สิ่งที่อาณาจักรน้อยใหญ่เหล่านั้นต้อง
กระทำ ก็แค่ร่วมพิธีจ่ายค่าคุ้มครองเล็กน้อย แต่พวกมัน
กลับไร้สติ นอกจากจะไม่รู้ว่าควรซาบซึ้งขอบคุณใน
บุญคุณอันล้นพ้นนี้แล้ว ยังบังอาจแสดงความไม่พอใจ
ช่างเป็นกลุ่มที่ไม่รู้จักแยกแยะเลยจริง ๆ แต่ในทุก ๆ
ครั้งเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นเช่นนี้ พวกเราคุ้นเคย
กับมันดี เพราะในทุก ๆ ครั้ง เราจะสั่งสอนให้อาคันตุกะ
เหล่านี้ได้รับรู้ว่าดีแค่ไหนแล้วที่พระองค์ยังเมตตาไม่
กวาดล้างพวกมันทั้งหมดให้สิ้นไป ซึ่งครั้งนี้ก็จะไม่มี
ข้อยกเว้นเช่นกัน แต่ว่าในครั้งนี้เวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 8
ปี คาดว่าคงมีอาคันตุกะจากบางอาณาจักรบางทวีปยัง
ไม่พร้อมที่จะส่งเครื่องบรรณาการ แล้วด้วยเวลาที่เร่งรัด
บีบเค้นจนเกินไป อาจทำให้คนเหล่านี้ขุ่นเคืองไม่พอใจ
มากขึ้นก็เป็นได้ ”
ให้มานั่งพูดคุยถึงใครผิดใครถูก อู่ อวี้ ก็ไม่ค่อยอยากคุย
ในหัวข้อนี้สักเท่าไหร่นัก เพราะเขาคิดว่าภายในชมพู
ทวีปโลกธาตุแห่งนี้ จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็นผู้มี
ฝีมือแข็งแกร่งไร้เทียมทานที่สุด ดังนั้นไม่ว่าเขาจะกล่าว
หรือกระทำสิ่งใดก็เทียบเท่ากับบัญชาของสวรรค์อยู่แล้ว
เว้นเสียแต่ว่าจะมีผู้ใดฝีมือสูงส่งเหนือกว่าแล้วทำลาย
วงจรอยุติธรรมนี้
โอรสเล่อขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวว่า ” จาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้งนี้ พิเศษกว่าครั้งที่ผ่านมา ก่อน
หน้านี้ สองสามวันมหาอุปราชเปิดเผยข้อมูลกับข้าว่า
บิดาข้าตั้งใจออกแบบบางสิ่ง ที่ทำให้เรามีโอกาสต่อสู้กับ
ผู้เยาว์ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งจากทั่วทั้งชมพู
ทวีปโลกธาตุอย่างยุติธรรม คำพูดของพวกเขาในครั้ง
ก่อน ๆ เราสามารถเพิกเฉยได้ แต่ครั้งนี้ข้าก็ไม่แน่ใจ
เหมือนกัน แม้กระทั่งโอรสพระธิดาคนอื่น ๆ ก็รู้สึก
กดดันเช่นกัน เพราะในท้ายสุดแล้วไม่มีผู้ใดรู้ว่าเสด็จพ่อ
กำลังคิดสิ่งใดอยู่ อีกทั้งจำนวนของพวกเรายังมีจำกัด
หากภายในการแข่งขัน ชาวเหยียนหวงเราสูญเสียเกียรติ
และศักดิ์ศรีให้กับผู้คนจำนวนมาก คงยากจะพลิก
สถานการณ์กลับมาได้ แล้วคนผู้นั้นคงกลายเป็นตรา
บาปของชาวเหยียนหวง … ”
” จักรพรรดิโบราณกำลังออกแบบบางสิ่งอยู่งั้นหรือ? ”
เมื่อได้ยินข่าวนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่
คาดคิดว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงจะเลื่อนจัดงาน
จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปก่อนกำหนด ทั้งยังเพิ่มความ
ร้อนแรงดุเดือดในงานพิธีครั้งนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก เดิมที
แล้วกองกำลังและตระกูลผู้แข็งแกร่งทั้งหมดก็รู้สึกไม่
ยินยอมพร้อมใจจ่ายส่วย ‘ค่าคุ้มครอง’ อยู่แล้ว แต่ก่อน
หน้านี้พวกมันก็ไม่มีโอกาสยั่วยุหรือระบายความคับข้อง
ใจมากนัก อย่างไรก็ตามในเมื่อจักรพรรดิโบราณมอบ
โอกาสนี้มาให้ พวกมันต้องตอบโต้กลับมาอย่างบ้าคลั่ง
แน่นอน และการออกแบบบางสิ่ง เห็นได้ชัดว่ามัน
เกี่ยวข้องกับเกียรติและศักดิ์ศรีของชาวเหยียนหวงอย่าง
แน่นอน
ดังที่โอรสเล่อกล่าวไว้ หากพ่ายแพ้ในการแข่งขันอย่าง
ยุติธรรมแล้วล่ะก็ พวกเขาคงถูกรุมประณามจากชาวเห
ยียนหวงทั่วทุกสารทิศ เพราะสิ่งมีค่ามากที่สุดของชาว
เหยียนหวงก็คือศักดิ์ศรีเกียรติภูมิ เป็นเกียรติยศศักดิ์ศรี
ที่มาจากความรู้สึกเหนือกว่า
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็กล่าวว่า ” บางที
ประสงค์ในการออกแบบบางสิ่งของจักรพรรดิโบราณใน
ครั้งนี้ ก็เพื่อทดสอบเหล่าโอรสพระธิดา เป็นตัวตัดสินว่า
ผู้ใดจะได้รับการยอมรับจากเขาอย่างแท้จริง ”
เขาพูดในสิ่งที่คิดออกไปอย่างไม่เกรงกลัว เพราะรู้สึกว่า
โอรสเล่อก็น่าจะคิดแบบนี้เช่นเดียวกัน
ดวงตาของเขาเปล่งประกายเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวว่า
” เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ? เหล่าโอรสพระธิดาคนอื่น ๆ ก็คิด
แบบนั้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นเจ้าน่าจะทราบชัดเจนในใจ
อยู่แล้วว่า การแข่งขันครั้งนี้ดุเดือดมากเพียงใด ทั้งจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้งนี้สำคัญกับข้ามาก! ถือเป็น
ช่วงเวลาสำคัญมากที่สุดในชีวิตของข้าเลยก็ว่าได้ … ”
เมื่อมองตาเขา อู่ อวี้ ก็ทราบว่าความปรารถนาอันหาที่
เปรียบไม่ได้ของเขา อยู่ที่จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปนี้ เขา
หวังว่าตนจะทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม
ในเวลานี้โอรสเล่อก็พยายามระงับความตื่นเต้นในใจของ
เขา ด้วยการสูดหายใจลึกแล้วกล่าวว่า ” อู่ อวี้ ข้าเพิ่งได้
ยินข่าวลือมา ถ้าข้าบอกแล้ว อยากให้เจ้าพูดสิ่งที่คิด
ออกมาตามตรง ”
” โอรสเล่อโปรดกล่าว ” อันที่จริงหากเขาไม่พูด อู่ อวี้ ก็
พอจะคาดเดาได้อยู่แล้ว
แล้วโอรสเล่อก็กล่าวสิ่งที่เขาคิดออกมา ” ร่ำลือกันว่า
ตอนที่บิดายังเด็กด้วยอายุรุ่นราวคราวเดียวกับข้า ท่าน
มิได้เปี่ยมพรสวรรค์สูงส่งเหนือผู้ใด แต่เป็นเหมือนกับ
โอรสคนอื่น ๆ แต่วันหนึ่งเสด็จปู่ของข้าก็ให้ความสนใจ
กับเขาเป็นพิเศษ แล้วทันใดนั้นเขาก็ทะยานสูงขึ้น
เหนือกว่าผู้ใด เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็กลายเป็นบุคคล
อันดับสองในใต้หล้านี้… ”
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” กุญแจสำคัญในข่าวลือนี้ก็
คือ จักรพรรดิโบราณองค์ก่อนส่งต่อมรดกของตนเอง
ให้แก่จักรพรรดิองค์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีความวิตกกังวล
ที่ไม่อาจหาคำตอบได้ อย่าง ‘ความสนใจเป็นพิเศษ’ ใช่
หรือไม่? ดังนั้นโลกภายนอกจึงเริ่มมีข่าวลือว่า โอรสเล่อ
จะกลายเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่… ”
โอรสเล่อรีบยกมือขึ้นทันที เพื่อบอกให้ อู่ อวี้ ไม่ต้องพูด
ต่อ จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นอย่างจริงจังว่า ” ประสงค์ของ
บิดาข้า ไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาได้ ถึงแม้ตอนนี้จะมีข่าว
ลือแพร่กระจายอยู่ภายนอก แต่เราก็ไม่อาจเห็นเป็น
เช่นเดียวกับพวกเขาได้ แต่ข้าเชื่อว่าอนาคตจะมอบ
ความยุติธรรมให้แก่เราเสมอ ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ในจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป เราต้องพยายามให้ดีที่สุด
เพื่อไม่ให้ชาวเหยียนหวงเราต้องเสียหน้า ”
เขาลุกขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือออกไป
อู่ อวี้ เข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะบอก ถึงแม้
ตอนนี้ข่าวที่กระจายอยู่ภายนอกจะเป็นผลดีกับเขา แต่
มันก็นำมาซึ่งอันตรายเช่นกัน เพราะในท้ายสุดแล้วยาม
นี้ พวกเขาได้รับความสนใจมากเกินไป ดังนั้นจึงเป็นเหตุ
ให้มีผู้คนจำนวนมากต้องการท้าทายเขา รวมถึงเหล่า
โอรสพระธิดาที่ต้องไม่ยินยอมอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจำต้องลดความหยิ่งผยองในจิตใจ พยายามย้ำ
เตือนตนเองว่าต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ถึงจะสามารถ
กลายเป็นตัวตนที่เขาเฝ้าใฝ่ฝันปรารถนาได้
อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ กระทำเช่นเดียวกับเขา ฉับพลันคน
ทั้งเจ็ดยืนล้อมรอบเป็นวงกลม ประสานฝ่ามือเข้า
ด้วยกัน
“ เนื่องจากเราทั้งเจ็ดเป็นพี่น้องกัน ต่อสู้ฝ่าฟันร่วมกัน
มา เมื่อใดที่ประสบความสำเร็จ ข้าจะทำให้พวกเจ้า
ประสบความสำเร็จไปด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่
สามารถบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ แต่ทายาทของพวก
เจ้าภายในเหยียนหวงของข้า จะรุ่งเรืองอย่างไม่รู้จักจบ
สิ้น ” โอรสเล่อกล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
ทางด้านของ ชวี่ เฟิงอวี๋ ปลื้มปีติจนน้ำตานองหน้า
ถึงแม้ว่าภายในจิตใจของ อู่ อวี้ จะสงบมาก แต่ในเวลานี้
เขาก็จำเป็นต้องแสดงความจงรักภักดี
” สัญญาในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นใหม่ของพวกเรา ”
” นับแต่นี้ไปพวกเราทั้ง 7 ใจถักทอรวมใจกันเป็นหนึ่ง
ร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นตายไปด้วยกัน!”
นี่เป็นรูปแบบคำสาบานของพี่น้อง
หลังจากกล่าวจบ ชวี่ เฟิงอวี๋ กับพรรคพวกก็ย้อนกลับ
ไปก่อน โอรสเล่อรู้ดีว่าความรู้สึกบางอย่างก็ไม่
จำเป็นต้องพูดมาก หลังจากนี้พวกเขาต้องเตรียมความ
พร้อมกับข่าวลือเรื่อง ‘แผนการ’ ที่จักรพรรดิโบราณ
เตรียมไว้ ว่ามันคืออะไรกันแน่ กล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรก
ที่เขา พูดคุยกับ อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ชัดเจนถึงเพียงนี้
” พระโอรส มีบางอย่างที่ข้าลืมบอกท่านไป ระหว่าง
เดินทางกลับ เราถูกพวก ‘ปีศาจทมิฬ’ ลอบสังหาร โชค
ยังดีที่เราฆ่าพวกมันได้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะข่าวลือนี้
จึงมีบางคนนั่งไม่ติด จนตัดสินใจลงมือ ”
” ปีศาจทมิฬ? ” ดวงตาของโอรสเล่อแปรเปลี่ยนเป็น
ดุดันรุนแรง แต่ไม่นานนักเขาก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” นี่
เป็นวิธีการที่บิดาข้าต้องไม่ชอบใจแน่ หลังจากนี้เจ้าก็
ระวังตัวให้มากขึ้น ข้าจะสั่งให้คนตรวจสอบว่าผู้ใดอยู่
เบื้องหลังพวกปีศาจทมิฬ อันที่จริงวิธีการเช่นนี้ นับว่าไร้
ประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ถ้าแน่จริงก็ควรมาเจอกันใน
สนามรบให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย คาดว่าผู้เสนอเงินรางวัล
ค่าหัว คงจ่ายราคาไม่เลวเลยทีเดียว ”
เขาดูมั่นใจมาก
” งั้นก็ตามนี้ ”
ต่อมา ทุกคนก็แยกย้ายกลับไปยังสถานที่ของตนเอง
เพื่อเตรียมความพร้อม หนานซาน หวางเยว่ ปรารถนา
ออกไปชื่นชมความงามในนครเทวะ ลุ่มหลงมัวเมาไปใน
เส้นทางแห่งโลกีย์
ส่วนเย่ซีซีก็พยายามฝึกฝนบำเพ็ญตนอย่างหนัก การ
บรรลุอาณาจักรค้นหาเต๋าไม่ใช่เรื่องง่าย คน ๆ นั้น
จำเป็นต้องค้นหาเต๋าว่า แท้จริงแล้ว ‘เต๋า’ ของตนเองสุก
งอมมากเพียงพอหรือยัง กล่าวได้ว่าตลอดชั่วชีวิตของผู้
ฝึกตนทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ยากจะเอาชนะมากที่สุด
แน่นอนว่าการค้นหา คือการค้นหาว่าเต๋าของตนเองคือ
สิ่งใด?
ปัญหานี้ ยากจะคบคิดแก้ไขได้อย่างชัดเจน
กล่าวได้ว่าตอนนี้ อู่ อวี้ ต้องการยกระดับเสริมสร้าง
ความก้าวหน้าให้ตนเองในทุกด้าน ตอนนี้เขาเลย
ต้องการยกระดับเมฆาตลบฟ้าเข้าสู่ขั้นที่ 3 นอกจากนี้
เขายังต้องการเข้าท้าทาย ‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’ เพื่อ
ค้นหาเคล็ดวิชาเต๋าชั้นยอดให้กับตนเอง ด้วยความ
แข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ทำให้เขาสามารถท้าทายบรรพชน
ปีศาจของพรรคที่มีระดับสูงยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้ตนเอง
ได้รับเคล็ดวิชาเต๋าที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น!
——————————–