กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1003: เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย
หลังจากพูดคุยกันจบ สิ่งแรกที่ อู่ อวี้ ทำคือกลับไปยัง
เจดีย์ล่องกำเนิด
ยามนี้เวลาภายในเจดีย์ล่องกำเนิดเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าแล้ว
หากเขาท้าทายวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจอยู่ภายในเจดีย์
จนได้รับเคล็ดวิชาเต๋าใหม่มา เขาก็จะมีเวลาไตร่ตรองทำ
ความเข้าใจเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีเวลามากกว่า
คนอื่น เพราะภายในเจดีย์ล่องกำเนิด อายุของเขาก็
เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ความตายย่อมคืบคลานในไม่ช้าแล้ว
หากเขาไม่สามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้ ความตายก็
จะมาถึงเขาแน่ไม่ช้าก็เร็ว หากเขาอยู่ภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิดตลอดเวลาก็มีโอกาสมากที่จะตกตาย ถึงแม้ใน
สายตาของคนนอกเขาจะดูเป็นเหมือนผู้เยาว์ที่มีอายุไม่
ถึง 200 ปี ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงขีดจำกัด
อายุขัย แต่พวกเขาไม่รู้ว่า อู่ อวี้ ที่อยู่ภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด แท้จริงแล้วมีอายุขัยร่วม 600 ปีเข้าไปแล้ว
แน่นอนว่าสำหรับ อู่ อวี้ แล้ว การนำเวลาล่วงหน้ามาใช้
เช่นนี้ มีผลต่อเขามหาศาล
นานแล้วที่เขาไม่ได้แตะต้องแผ่นป้ายที่มีคำว่า ‘บัญญัติ
เต๋าแห่งธรรมชาติ’ จารึกไว้ หรือจะเรียกสิ่งนั้นว่าวิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจก็ได้
เขาวางแผ่นโลหะไว้ตรงตำแหน่งใจกลางเจดีย์ล่อง
กำเนิด แล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตนมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ
ไม่ยิ่งหย่อนกันอยู่ในนั้นก็คือ ‘ ประตูปีศาจพิภพบรรพ
กาล ‘
” หวังว่าตัวข้าจะสามารถควบคุมพิภพปีศาจบรรพกาลนี้
ได้ ”
อู่ อวี้ นึกถึงจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
เขารู้สึกเกลียดชังที่ตนเองต้องมาพัวพันกับคนผู้นี้ ความ
คลุมเครือของคนผู้นี้ทำให้เขาไม่อาจล่วงรู้จุดประสงค์ที่
แท้จริงของมันได้ อู่ อวี้ รู้สึกเกลียดชังกับความรู้สึก
เช่นนี้เอามาก ๆ เมื่อใดก็ตามที่เข้าถึงคนผู้นี้ เขาจะรู้สึก
หงุดหงิดทุกคราไป
“ชีวิตของข้า ข้าควรเป็นคนตัดสินเอง”
สำหรับเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปที่จะมาถึงในไม่
ช้า ทำให้ชมพูทวีปโลกธาตุเป็นเสมือนดั่งห้วงวังวนที่
พลุ่งพล่านปั่นป่วนอย่างรุนแรง แน่นอนว่า อู่ อวี้ จะต้อง
ทำให้ดีที่สุด เขาต้องการที่คลี่คลายทุกอย่างให้ชัดเจน
เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของจักรพรรดิ
หวางโบราณเหยียนหวงคืออะไรกันแน่ ?
” ความแข็งแกร่ง คือความจริงของทุกสรรพสิ่ง ”
” หลังจากฝึกฝนยกระดับเคล็ดวิชาเต๋า เราจะเข้าไป
สำรวจดูลาดเลาในพิภพปีศาจบรรพกาลอีกครั้ง จะต้อง
ไปดูให้รู้ว่ามีโอกาสเป็นไปได้แค่ไหนที่จะหลบซ่อนตัวอยู่
ที่นั่น ”
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นหนทางสุดท้าย อู่ อวี้ ย่อมไม่ต้องการ
ออกจากชมพูทวีปโลกธาตุไปยังสถานที่แปลก ๆ และ
ห่างไกลเช่นนี้เป็นแน่ แต่ทั้งหมดทำไปเพื่อเอาชีวิตรอด
ในช่วงวิกฤตเลวร้าย
ชมพูทวีปโลกธาตุคือถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนของเขา
เขาตั้งใจว่าจะจากที่นี่ไปตอนที่ตนเองกลายเป็นเซียน
อมตะแล้ว นอกจากนี้เขายังต้องจัดการธุระปะปัง
เกี่ยวกับมิตรสหายครูบาอาจารย์ญาติพี่น้องของเขาให้
เสร็จสิ้นเสียก่อน
เขาพยายามเดินตามแผนที่วางไว้ในใจอย่างมุ่งมั่น
ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับ ‘เทพเซียน’ หัวใจเขาก็ไม่
ขลาดกลัวหวั่นไหวแม้แต่น้อย
เขาเข้าไปในวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจอีกครั้ง แล้วก้าวเดิน
เข้าไปด้านในเพื่อแสวงหาเคล็ดวิชาเต๋าที่เหมาะสมกับ
ตนเอง
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน จึงมีเคล็ดวิชาเต๋าไม่มากนักที่
เข้าตาเขา
อย่างไรก็ตามพรรคเต๋าวิถีอสูรนั้นยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง
มีมรดกของบรรพบุรุษอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งยังมี
รากฐานลึกลับ มีเคล็ดวิชาเต๋าชั้นสูงที่ อู่ อวี้ ไม่สามารถ
ทำความเข้าใจได้อยู่มากมาย
เขาใช้เวลาสองวันในการเลือกเฟ้น ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ
ถึงแม้เวลาภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด จะผ่านไปพอสมควร
แต่เวลาด้านนอกก็ผ่านไปไม่ถึงวันด้วยซ้ำ
ในเวลานี้เขาเตรียมพร้อมจะเข้าสู่สนามประลอง เพื่อ
เริ่มท้าทายแล้ว
ผู้ที่ยืนอยู่ในสนามประลอง มีหน้าตาคุ้นเคยเป็นอย่าง
มาก มันมีขนาดรูปร่างเล็กมากราวกับเด็กน้อยก็ไม่ปาน
ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายแจ่มชัด จับจ้องมองมายัง อู่
อวี้ ที่อยู่ด้านนอก
” เคล็ดวิชาเต๋านี้มีชื่อเรียกว่า ‘เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย’
เป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาของรองประมุขรุ่นที่ 4 ‘วานรเนตร
เทวะ’ และถูกสร้างขึ้นโดย ‘ทลายฟ้า’ ซึ่งใช้เวลานาน
กว่า 30 ปี แล้วในที่สุด ‘ทลายฟ้า’ ก็สามารถสร้างเคล็ด
วิชาเต๋า จากแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ หลังจาก
ฝึกฝนจนสำเร็จ ดวงเนตรจะเปล่งประกายแสงเจิดจ้า
ส่องสว่างเจิดจ้าไปทั่วทั้งสวรรค์และโลกา สิ่งต่าง ๆ ที่แล
เห็นล้วนถูกทำลายสิ้นไม่มีเหลือ ความชั่วช้าเลวทราม
ล้วนสลายสิ้น ไม่เห็นแม้แต่เงาไร้ซึ่งร่องรอยใด เป็นเคล็ด
วิชาเนตรที่ดีที่สุด สามารถส่องสว่างไปทั่วทุกแห่งหน
สมควรถูกส่งต่อไปยังรุ่นสู่รุ่น นี่คือเคล็ดวิชาเต๋าที่ทรง
พลังยิ่ง สาวกแห่งพรรคเต๋าวิถีอสูรเอ๋ย ข้าหวังว่าเจ้าจะ
ใช้มันอย่างระมัดระวัง อย่าได้หุนหัน จนนำมาสู่หายนะ
ครั้งใหญ่ ”
“ ตัวข้า’วานรเนตรเทวะ ‘ทลายฟ้า’ ชั่วชีวิตนี้ข้าคือศิษย์
พรรคเต๋าวิถีอสูร ต่อให้ชีวิตดับสูญแต่ใจแลสายโลหิตไม่
เคยแปรผัน ข้ายินดีมอบมรดกอันยิ่งใหญ่ให้แก่พรรคเต๋า
วิถีอสูร เพื่อสืบทอดส่งต่อให้กับศิษย์สาวกที่ควรค่า
พื้นฐานฝึกตนของข้าเมื่อครั้งยังอยู่ในจุดสูงสุด คือระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 ข้าสามารถข้ามผ่าน ‘อัสนี
สวรรค์’ และ ‘เพลิงหยิน’ ทว่าในภัยพิบัติครั้งที่สามกลับ
ประสบความล้มเหลว จนสิ้นสูญชีวาตามกฎขีดจำกัดใน
วิถีแห่งฟ้า แต่อย่างไรความสำเร็จตลอดชั่วชีวิตของข้า
สมควรถูกส่งต่อให้แก่สาวกที่ถูกเลือก ”
สิ่งที่ อู่ อวี้ เลือกก็คือ ‘เคล็ดวิชาเนตรเทวะเดียวดาย’
ในบรรดาราชาวานรทั้งเจ็ดลำดับที่สองก็คือ วานรเทวะ
เนตรเทวะ เมื่อ อู่ อวี้ เห็นวานรเนตรเทวะ เขาก็รู้สึกได้
ทันทีว่ามันคล้ายคลึงกับวานรเนตรเทวะที่อยู่เบื้องหน้า
ของเขาไม่น้อย
แน่นอนว่าวานรเนตรเทวะเบื้องหน้าตายไปไม่รู้กี่ปีดีดัก
แล้ว แต่ที่แน่ ๆ ย่อมมีตัวตนก่อนหมิงซวงที่มาจาก
120,000 ปีก่อนอย่างแน่แท้
เพราะมันเป็นสายเลือดเดียวกับ 7 ราชาวานร ราชา
ลำดับ 2 จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ อู่ อวี้ จะสังเกตเห็นมันได้
อย่างรวดเร็ว
” โดยทั่วไปเคล็ดวิชาเต๋าของพรรคเต๋าวิถีอสูร ยังมี
ข้อจำกัดบางประการ เช่น ถ้าเป็นปีศาจประเภท
เดียวกัน จะสามารถฝึกฝนได้ง่ายกว่า ดังนั้นข้าที่มี
สายเลือดของวานร น่าจะเป็นเรื่องง่ายที่ข้าจะฝึกฝน
‘เคล็ดวิชาเนตรเทวะเดียวดาย’ นอกจากนี้ข้ายังมี
พื้นฐานวิชาเนตร อย่างเนตรเพลิง ”
อู่ อวี้ เห็นว่าเห็นว่า เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย
คล้ายคลึงกับการโจมตีด้วยเนตรเพลิงของตนเอง
เล็กน้อย แต่พลังอำนาจของมันกลับพิเศษกว่าบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้เคล็ดวิชาเต๋านี้ก็คือร่างอวตารนอก
วิถีทั้งหมด ดังนั้นมันจึงมีค่ากับ อู่ อวี้ มาก หากมีเพียง
ร่างต้นของเขาเท่านั้น เขาก็ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนหรือ
ค้นหาวิชาเต๋าเพิ่มเติม แต่ในระหว่างไตร่ตรอง เมื่อเขา
นึกถึงภาพว่ามันถูกใช้ออกด้วยคนนับหมื่นอย่างพร้อม
เพรียง แล้วเคล็ดเนตรเทวะเดียวดายจะน่าสะพรึงกลัว
มากเพียงใด?
หลังจากตัดสินใจแล้ว เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป จากนั้นก็
กระโจนเข้าสู่สนามประลองทันที
ซึ่งรูปแบบการฝึกฝนของพรรคเต๋าวิถีอสูรก็น่าสนใจเป็น
อย่างยิ่ง หาก อู่ อวี้ต้องการเรียนรู้เคล็ดเนตรเทวะ
เดียวดาย เขาก็ต้องทนแบกรับการโจมตีให้ได้ก่อน
เมื่อครั้ง ‘ทลายฟ้า’ มีความแข็งแกร่งอยู่ในจุดสูงสุด มัน
คือตัวตนที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 แน่นอนว่าภายใน วิหารบัญญัติเต๋า
ปีศาจ แห่งนี้ก็ถือว่าไม่ได้อ่อนแอเลย ดังนั้นสำหรับเขา
แล้ว การต้านรับ ‘เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย’ จึงเป็น
เรื่องยากเย็นแสนเข็ญยิ่ง
การที่ อู่ อวี้ ใช้เพียงร่างกายของตนเอง แบกรับการ
โจมตีจากเคล็ดวิชาเต๋านี้ จักทำให้เขาคุ้นเคยและเรียนรู้
วิชานี้ได้เร็วมากขึ้น
ในเวลานี้ เขากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าวานรเนตรเทวะ
“เทียมฟ้าจรดดิน” อู่ อวี้ ใช้ออกด้วยเทียมฟ้าจรดดิน
อย่างเต็มกำลัง พลังอำนาจแห่งกายเนื้อก็ระเบิดออก
ร่างกายของเขาขยายใหญ่โตจนมีขนาดถึง 6 จั้ง ยืมตั้ง
ตระหง่านอยู่บนสนามประลอง อีกทั้งยังแปรเปลี่ยนเข้า
สู่ร่างจำแลงเซียนวานร ดูอหังการดุร้ายถึงขีดสุด และ
วานรเทวะที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขามีขนาดเพียงแค่สองฉือ
เท่านั้น
กล่าวได้ว่าบัดนี้มันมีขนาดเพียงแค่นิ้วหัวแม่มือเขา
เท่านั้น
แต่ อู่ อวี้ ก็หาได้ดูถูกคู่ต่อสู้ของตนไม่
หลังจากที่ อู่ อวี้ เข้ามา วานรเนตรเทวะก็แสดงออก
ด้วยท่าทางเย็นชายิ่ง บางทีอาจเป็นเพราะแรงกดดัน
มหาศาลจากกายเนื้อของ อู่ อวี้ ทำให้มันที่ยืนอยู่
ห่างไกลจากตำแหน่งของ อู่ อวี้ เริ่มรวบรวมพลังอำนาจ
ของ ‘เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย’ ในทันที
อู่ อวี้ แลเห็นว่าในชั่วอึดใจนี้เอง ดวงเนตรของวานร
เนตรเทวะกำลังเปล่งประกายด้วยแสงสีส้มเจิดจ้า บัดนี้
กลุ่มแสงกำลังรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าแสงที่
สองลอดออกมาจะมีไม่มากนัก แต่เมื่อมันกระทบกับ
ดวงตา ก็ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนระคายเคืองตาอยู่
ไม่น้อย
แล้วในชั่วอึดใจต่อมา กลุ่มลำแสงก็ถูกยิงออกมาจากดวง
เนตรทันที ความเร็วของลำแสงนี้อยู่เหนือล้ำยิ่งกว่า
จินตนาการของ อู่ อวี้ เป็นความเร็วที่เขาไม่สามารถ
ตอบสนองได้ทัน ลำแสงทั้งสองสายมีความเหนียวแน่น
เป็นอย่างยิ่ง ดูเฉกเช่นดังกระบี่สองเล่มที่พุ่งทะลวงแทง
เข้ามาในพริบตา อำนาจพลังมหาศาลอัดกระแทกเข้าใส่
ร่างของ อู่ อวี้ ทันที ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเตรียมตัว
มาแล้ว แต่ด้วยความเร็วอันสูงและเวลากระชั้นชิดที่ใกล้
เข้ามาทุกขณะ ทำให้เขาไม่สามารถหลบการโจมตีครั้งนี้
ได้
แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะหลบอยู่แล้ว เขาต้องการพึ่งพา
กายเนื้อของตนเอง แบกรับพลังอำนาจของเคล็ดวิชานี้
ไว้ ด้วยวิธีนี้เขาจักรสามารถสัมผัสกับพลังที่แท้จริงของ
มันได้อย่างชัดเจน
แต่เขาก็ยังตัดสินใจเลือกเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย ส่งผลให้
ลำแสงทั้งสองสาย พุ่งทะลวงผ่านแขนของเขาจน
กลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ในชั่วประกายพริบตานี้ หาก
เขาไม่เบี่ยงตัวหลบลำแสงก็คงทะลุผ่านอกของเขาไป
แล้ว
อู่ อวี้ รู้สึกได้ถึงอาการเจ็บปวด จากแขนของตนเอง
เมื่อก้มหน้ามองลงไป เขาก็แลเห็นว่าท่อนแขนที่ถูก
ลำแสงพุ่งทะลุผ่านไป มีโลหิตมากมายอาบไหลออกมา
ลำแสงสีส้มที่อยู่บนบาดแผลของเขา เป็นเหมือนกับ
แมลงที่กัดกินเลือดเนื้อและกระดูกของเขา บัดนี้ร่างกาย
ของ อู่ อวี้ อยู่ภายใต้การกัดกร่อนของแสงนี้
แพร่กระจายออกไปเสมือนดั่งโรคระบาด หากปล่อยให้
เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่เพียงแต่แขนของเขา แต่แสงนี้ก็จะ
กลืนกินทั้งร่างกายของ อู่ อวี้
ภายใต้ความรู้สึกเจ็บปวด อู่ อวี้ รับรู้ได้ถึงอำนาจของ
‘เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย’ เล็กน้อย
แน่นอนว่ากายาเพชรอมตะ มีความสามารถในการฟื้น
ตัวที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง บัดนี้กายาหกพิภพสวรรค์
สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ กำลังเผชิญหน้าห้ำหั่น
ประหัตประหารกับเคล็ดเนตรเทวะเดียวดายอย่าง
ดุเดือด ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจทั่วทั้งร่างของเขาก็ปกคลุม
ไปด้วยลำแสงจากดวงเนตร
“ พลังของมันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก … ” หลังจาก อู่
อวี้ รู้สึกเช่นนั้น เขาก็หัวเราะอย่างมีความสุข เพราะเขา
รู้ว่ายิ่งวิชานี้ทรงพลังมากเท่าไหร่ เมื่อใดที่เขาฝึกฝนมัน
จนสำเร็จ เมื่อนั้น อู่ อวี้ จะปลดปล่อยพลังของมัน
ออกไปได้อย่างมากมายมหาศาลยิ่งขึ้น
เขาไม่ได้รีบเร่งเอาชนะคู่ต่อสู้
ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ปล่อยให้เขามีเวลาพัก
หายใจ หลังจากการโจมตีครั้งแรก มันก็ปลดปล่อยการ
โจมตีครั้งที่ 2 ตามมาทันที
จากนั้นก็ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่!
เคล็ดเนตรเทวะเดียวดายระเบิดพลังอำนาจมหาศาล
ออกมาอย่างเข้มข้น
เนื่องจากยามนี้ อู่ อวี้ อยู่ในสภาพร่างเทียมฟ้าจรดดิน
จึงทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายขนาดใหญ่ อีกทั้งวานร
เนตรเทวะยังมีความคล่องตัวสูงยิ่ง มันเคลื่อนไหวไป
รอบกาย อู่ อวี้ จากนั้นก็ใช้เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย
โจมตีเข้าใส่ร่างขนาดใหญ่ของเขา ด้วยความเร็วอันน่า
สะพรึงกลัวอย่างต่อเนื่อง จนบัดนี้ทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้
ปกคลุมไปด้วยบาดแผลมากมาย
บางทีเขาอาจทำให้วานรเนตรเทวะเสียสมาธิ แต่ อู่ อวี้
ก็ไม่ได้คิดจะโจมตีตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามกลับไป ดังนั้น
ตอนนี้เขาเลยเป็นเสมือนดั่งเป้าหมายขนาดใหญ่ ที่
ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีอย่างต่อเนื่อง
บัดนี้ อู่ อวี้ พยายามกัดฟันอดทนผ่านความเจ็บปวด
โดยไร้ซึ่งความหวั่นเกรง เขาพยายามเพ่งสมาธิไปที่การ
ไตร่ตรองทำความเข้าใจอำนาจของเคล็ดวิชาเต๋านี้ ผ่าน
‘ลำแสงเดียวดาย’ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในร่างกาย
ของเขา นี่คือวิธีการไตร่ตรองทำความเข้าใจพื้นฐานของ
เคล็ดวิชาเต๋า
ซึ่งในมุมมองของเขา การใช้ร่างกายแบกรับการโจมตี
โดยตรง ถือเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการเรียนรู้เคล็ดวิชาเต๋านี้
เวลาล่วงเลยผ่านไป สามารถแลเห็นได้ว่ายามนี้ บน
สนามประลองมีลำแสงจ้าส่องประกายแพรวพราววูบ
วาบออกมาให้เห็น ลำแสงพุ่งทะลุผ่านร่างของ อู่ อวี้
โดยไม่หลบเลี่ยง หากมีผู้ใดเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คงไม่มี
ใครคิดว่า อู่ อวี้ จะรอดชีวิตกลับมาได้อย่างแน่นอน
ราวกับว่าวานรเทวะกำลังหยอกล้ออยู่รอบกายของเขา
จนทั่วทั้งร่างของเขาชุ่มโชกไปด้วยโลหิต บัดนี้พิภพใบ
แรกของเขากำลังแทบจะพังทลาย ดูราวกับว่ากายา
เพชรอมตะจักไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกต่อไป แต่ทันใด
นั้นเอง อู่ อวี้ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงการกระทำในฉับพลัน
เขาเริ่มหันมาโจมตีตอบโต้บ้างแล้ว
และการกระทำแรกของเขา คือใช้พลังอิทธิฤทธิ์ ย่อ
ร่างกายจนมีขนาดเล็กสุด
จากใหญ่โตกว่าหกจั้ง แปรเปลี่ยนเป็นเหลือขนาดไม่ถึง
ครึ่งฉือ มีความสูงกว่าฝ่ามือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในเวลานี้ อู่ อวี้ มีขนาดตัวแค่หนึ่งนิ้วหัวแม่มือ และ สูง
แค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้น ซึ่งบนสนามประลองนี้ ยากจะแล
เห็นร่างของเขาได้ อีกทั้ง อู่ อวี้ ยังขึ้นขี่บนเมฆาตลบฟ้า
เคลื่อนตัวหลบไปตามสนามประลองด้วยความเร็วที่
สูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้เป็นไปได้ยากที่วานรเนตร
เทวะจะโจมตีเขาอีกครั้ง ยามนี้ฝ่ายตรงข้ามดูมีขนาด
ใหญ่โตกว่า อู่ อวี้ มาก ราวกับว่าทุกอย่างพลิกกลับ
ตาลปัตรยังไงอย่างนั้น
อันที่จริงแล้วความสามารถในการ ‘ย่อขนาด’ ของเทียม
ฟ้าจรดดินก็มีผลเป็นอย่างมากเช่นกัน จากการคาดเดา
ของ อู่ อวี้ หากเทียมฟ้าจรดดินยังคงพัฒนาต่อไปเช่นนี้
วันใดวันหนึ่ง เขาอาจขยายร่างจนมีขนาดเท่ายักษ์จริง ๆ
ก็ได้ หลังจากนั้นเมื่อย่อตัวลง เขาอาจมีขนาดแค่เพียง
เส้นผมเท่านั้น ด้วยขนาดเพียงแค่นี้ มีผู้ใดบ้างที่หาตัว
เข้าพบ หรือสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีที่มองไม่เห็น
ของเขาได้?
หรือแม้กระทั่งมีผู้ใดบ้าง ที่สามารถหยุดยั้งการก้าวเท้า
ไปข้างหน้าด้วยร่างกายอันใหญ่โตของเขาได้?
หลังจากนี้ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นเทียมฟ้าจรดดิน หรือ
ร่างอวตารนับล้านร่าง อีกทั้งยังมีเนตรเพลิงที่จะน่า
สะพรึงกลัวทรงอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ และถ้าหากเทียม
ฟ้าจรดดินยกระดับขึ้นถึงขีดสุด คงยากจะจินตนาการได้
ว่ามันจะเป็นเช่นใด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมฆาตลบฟ้า
…………….
จากบท 906 ก่อนหน้านี้ที่อธิบายถึง เจดีย์ล่องกำเนิด
ว่าจะไม่เสียอายุขัย ต้องกราบขออภัยด้วยครับว่าที่ อู่
อวี้ หมายถึงนั้น เป็นช่วงเวลาที่กลายเป็นเซียนอมตะ
แล้ว ซึ่งขณะนี้อายุขัยยามเมื่ออยู่ใน เจดีย์ล่องกำเนิด
ยังคงลงลดตามเวลาในเจดีย์ดั่งเดิมครับ อยู่ข้างใน 5
เท่าก็เสีย 5 เท่านั่นเอง!!
——————————–